แคลเซี่ยมไม่ควรทานคู่กับวิตามินอะไร

22 การดู

จริงด้วย! เคยอ่านเจอเหมือนกันเรื่องแคลเซียมกับยาปฏิชีวนะบางชนิด มันน่ากลัวนะ รู้สึกเสียวๆเวลาคิดถึงผลข้างเคียง ไม่ใช่แค่ไม่ควรทานคู่กันเฉยๆ มันอาจจะลดประสิทธิภาพยาหรือทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ไม่ดี เลยต้องระวังให้มากๆ ถ้ากินยาอยู่ ต้องปรึกษาเภสัชกรหรือหมอดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยของตัวเองจริงๆ

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

จริงด้วยค่ะ! เรื่องแคลเซียมไม่ควรทานคู่กับวิตามินหรือยาบางชนิดนี่สำคัญมากเลยนะคะ จำได้ว่าเคยอ่านเจอเหมือนกัน รู้สึกกังวลเหมือนกันค่ะ แบบว่าแค่คิดถึงผลข้างเคียงก็เสียวๆ แล้ว มันไม่ใช่แค่เรื่องการดูดซึมที่ลดลงอย่างที่หลายคนเข้าใจนะ บางทีมันอันตรายกว่านั้นอีก

อย่างที่เราทราบกันดีว่าแคลเซียมสำคัญต่อร่างกายมาก ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง แต่การทานแคลเซียมคู่กับวิตามินหรือยาบางชนิดอาจทำให้เกิดผลเสียได้ ยกตัวอย่างเช่น

  • ยาปฏิชีวนะบางชนิด (เช่น เททราไซคลีน, ควินโนโลน): แคลเซียมจะไปจับกับยาพวกนี้ ทำให้ร่างกายดูดซึมยาได้น้อยลง ผลก็คือยาไม่ได้ผลเต็มที่ การติดเชื้ออาจไม่หายขาด หรือเชื้อดื้อยาได้ อันนี้เคยได้ยินมาว่าถ้าจำเป็นต้องทานทั้งสองอย่าง ควรเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงค่ะ

  • ธาตุเหล็ก: การทานแคลเซียมพร้อมกับธาตุเหล็กจะทำให้ร่างกายดูดซึมทั้งสองอย่างได้น้อยลง ถ้าจำเป็นต้องเสริมทั้งสองอย่าง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อจัดตารางการทานที่เหมาะสม อาจจะสลับวันทาน หรือเว้นช่วงเวลาในการทานค่ะ

  • วิตามินดีในปริมาณสูง: ถึงแม้ว่าวิตามินดีจะช่วยในการดูดซึมแคลเซียม แต่การทานวิตามินดีในปริมาณที่สูงเกินไปพร้อมกับแคลเซียม อาจทำให้เกิดภาวะแคลเซียมในเลือดสูงได้ ซึ่งอาจนำไปสู่อาการต่างๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก ปัสสาวะบ่อย และในระยะยาวอาจส่งผลเสียต่อไตได้

  • ยาบางชนิดที่ใช้รักษาโรคไทรอยด์ (เช่น levothyroxine): แคลเซียมสามารถรบกวนการดูดซึมของยาเหล่านี้ได้ ควรเว้นระยะห่างในการทานอย่างน้อย 4 ชั่วโมง

นอกจากนี้ อาหารบางชนิดที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ผักโขม ก็อาจขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมได้เช่นกัน ดังนั้น การทานอาหารเสริมแคลเซียมจึงควรระมัดระวังและปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเรากำลังทานยาอื่นๆ อยู่ เพื่อความปลอดภัยและเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากทั้งยาและอาหารเสริมค่ะ อย่าคิดเองเออเองเด็ดขาดนะคะ สุขภาพของเราสำคัญที่สุด!