ฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำ ควรกินอะไร

8 การดู

เสริมสร้างกระดูกแข็งแรงด้วยอาหารกลุ่มถั่วเหลือง ไอโซฟลาโวนในถั่วเหลือง ช่วยลดการสูญเสียมวลกระดูกที่เกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำ รับประทานเต้าหู้ นมถั่วเหลือง หรือผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองอื่นๆ ควบคู่กับอาหารกลุ่มแคลเซียมและวิตามินดี เพื่อสุขภาพกระดูกที่แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

เอสโตรเจนต่ำ… ไม่ต้องกังวล! กินอะไรดี ช่วยให้ชีวิตดี๊ดี!

เมื่อเอ่ยถึงฮอร์โมนเอสโตรเจน หลายคนคงนึกถึงบทบาทในการควบคุมประจำเดือนและลักษณะทางเพศหญิง แต่จริงๆ แล้ว เอสโตรเจนมีความสำคัญต่อสุขภาพในหลายด้าน ทั้งช่วยบำรุงผิวพรรณ ควบคุมอารมณ์ และที่สำคัญคือ เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก หากระดับเอสโตรเจนต่ำลง จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีวัยหมดประจำเดือน หรือผู้ที่มีภาวะบางอย่างที่ทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง

แน่นอนว่าการปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาเป็นสิ่งสำคัญ แต่ในขณะเดียวกัน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยบรรเทาอาการและเสริมสร้างสุขภาพให้ดีขึ้นได้

ถั่วเหลือง: ฮีโร่ตัวจริงเพื่อกระดูกแข็งแรง

ข้อความที่คุณกล่าวถึงถั่วเหลืองนั้นถูกต้องแล้ว! ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ นมถั่วเหลือง และเทมเป้ เป็นแหล่งของไอโซฟลาโวน (Isoflavones) ซึ่งเป็นสารประกอบจากพืชที่มีโครงสร้างคล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน เมื่อร่างกายได้รับไอโซฟลาโวน จะสามารถช่วยลดการสูญเสียมวลกระดูกที่เกิดจากภาวะเอสโตรเจนต่ำได้

แต่! การกินถั่วเหลืองอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องเสริมด้วย:

  • แคลเซียม (Calcium): กระดูกต้องการแคลเซียมเพื่อความแข็งแรง เลือกอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม โยเกิร์ต ชีส ผักใบเขียวเข้ม (บรอกโคลี คะน้า) ปลาเล็กปลาน้อยที่กินได้ทั้งตัว และงาดำ
  • วิตามินดี (Vitamin D): วิตามินดีช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น แหล่งวิตามินดีที่ดีคือ แสงแดดอ่อนๆ ในช่วงเช้าหรือเย็น ปลาที่มีไขมันสูง (แซลมอน ทูน่า) ไข่แดง และเห็ดบางชนิดที่ผ่านการกระตุ้นด้วยแสง UV

ไม่ใช่แค่ถั่วเหลือง! อาหารอื่นๆ ที่ช่วยเสริมสร้างเอสโตรเจน (และสุขภาพ)

นอกเหนือจากถั่วเหลืองแล้ว ยังมีอาหารอื่นๆ ที่อาจช่วยส่งเสริมสุขภาพฮอร์โมนและบรรเทาอาการจากภาวะเอสโตรเจนต่ำได้:

  • เมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseeds): อุดมไปด้วยลิกแนน (Lignans) ซึ่งเป็นสารประกอบจากพืชที่มีฤทธิ์คล้ายเอสโตรเจน สามารถนำมาผสมในอาหารต่างๆ เช่น โยเกิร์ต ซีเรียล หรือใช้ทำขนมอบ
  • ผลไม้และผักหลากสีสัน: เน้นผลไม้และผักที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น เบอร์รี่ องุ่นแดง บรอกโคลี และผักโขม สารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดความเสียหายของเซลล์และส่งเสริมสุขภาพโดยรวม
  • ธัญพืชไม่ขัดสี: เช่น ข้าวกล้อง ควินัว และข้าวโอ๊ต ให้พลังงานและไฟเบอร์ที่ดีต่อสุขภาพ
  • ไขมันดี: จากอะโวคาโด น้ำมันมะกอก ถั่ว และเมล็ดพืชต่างๆ ช่วยบำรุงฮอร์โมนและลดการอักเสบ

ข้อควรจำ:

  • ความหลากหลายคือหัวใจสำคัญ: อย่าจำกัดตัวเองอยู่แค่ถั่วเหลือง พยายามกินอาหารให้หลากหลายเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน
  • ปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการ: เพื่อขอคำแนะนำเฉพาะบุคคลเกี่ยวกับอาหารที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของคุณ
  • หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและน้ำตาล: อาหารเหล่านี้อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพฮอร์โมน
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายช่วยเสริมสร้างกระดูกและปรับสมดุลฮอร์โมน
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ: การพักผ่อนที่เพียงพอมีความสำคัญต่อสุขภาพโดยรวมและสมดุลฮอร์โมน

บทสรุป:

ภาวะเอสโตรเจนต่ำอาจส่งผลต่อสุขภาพหลายด้าน แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคสามารถช่วยบรรเทาอาการและเสริมสร้างสุขภาพให้ดีขึ้นได้ การบริโภคถั่วเหลืองควบคู่กับอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีสูง รวมถึงการเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลาย มีประโยชน์ต่อสุขภาพฮอร์โมนและกระดูก แต่เหนือสิ่งอื่นใด การปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะบุคคลเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้คุณสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้คุณดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดียิ่งขึ้นนะคะ!