พนักงานป่วยบ่อยไล่ออกได้ไหม

0 ครั้งเข้าชม
เรื่อง พนักงานป่วยบ่อยไล่ออกได้ไหม มีรายละเอียดที่พิจารณาตามข้อเท็จจริงและระเบียบปฏิบัติเฉพาะกรณี. การดำเนินการนี้ส่งผลต่อสิทธิหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้างอย่างมีนัยสำคัญ. ข้อมูลที่ชัดเจนช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าใจแนวทางที่ถูกต้องและรักษาความเป็นธรรมในที่ทำงาน.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

พนักงานป่วยบ่อยไล่ออกได้ไหม? เช็กสิทธิและระเบียบสำคัญ

การศึกษาเรื่อง พนักงานป่วยบ่อยไล่ออกได้ไหม ช่วยให้การบริหารจัดการบุคลากรมีประสิทธิภาพและลดโอกาสเกิดความขัดแย้ง. ความเข้าใจสิทธิและหน้าที่พื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กร. เรียนรู้รายละเอียดเพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างถูกต้องและป้องกันปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของทุกฝ่าย.

พนักงานป่วยบ่อย ไล่ออกได้ไหม? คำตอบคือได้ แต่มีเงื่อนไข

คำถามนี้สร้างความปวดหัวให้ฝ่ายบุคคลและเจ้าของธุรกิจไม่น้อย คำตอบสั้นๆ คือ พนักงานป่วยบ่อยไล่ออกได้ไหม นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้ โดยศาลแรงงานมองว่าเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม แต่นายจ้างยังคงมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานให้แก่พนักงาน เพราะการป่วยไม่ใช่ความผิดที่ร้ายแรงถึงขั้นไล่ออกได้โดยไม่จ่ายเงิน (citation:1)

แล้วแบบไหนถึงเรียกว่า ป่วยบ่อย? กฎหมายไม่ได้กำหนดตัวเลขตายตัวว่า 5 ครั้ง หรือ 10 ครั้งต่อปี แต่จะพิจารณาจากผลกระทบที่เกิดขึ้น กล่าวคือ หากการลาป่วยนั้นส่งผลให้ ป่วยบ่อย หย่อนสมรรถภาพในการทำงาน จนงานเสียหายหรือกระทบต่อองค์กรอย่างต่อเนื่อง นายจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างได้ (citation:1)(citation:4)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2600/2529 คือบรรทัดฐาน

คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่า การที่ลูกจ้างลาป่วยบ่อยๆ แสดงว่าสุขภาพไม่สมบูรณ์ และหย่อนสมรรถภาพในการทำงาน ถือเป็นเหตุสมควรที่นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้ และการเลิกจ้างดังกล่าวจึงเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม (citation:1)

พูดง่ายๆ คือ ถ้าลูกจ้างป่วยจนไม่สามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงได้ตามมาตรฐาน นายจ้างมีสิทธิ์บอกเลิกจ้างโดยไม่ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม นี่คือหลักการสำคัญที่คนทำงานและนายจ้างควรทำความเข้าใจ

แล้ว "หย่อนสมรรถภาพ" ดูจากอะไร? วัดกันตรงไหน?

ประเด็นนี้มักจะมีความไม่ชัดเจนในทางปฏิบัติ ศาลจะดูที่หน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานคนนั้นเป็นหลัก (citation:4) ตัวอย่างเช่น ถ้าพนักงานขับรถเครน ต้องใช้สมาธิและความพร้อมทางร่างกายสูง การลาป่วยบ่อยๆ ย่อมส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพงาน หรือพนักงานขายที่ต้องพบลูกค้าเป็นประจำ หากขาดงานบ่อย ยอดขายก็พลอยหายไปด้วย

นอกจากนี้ ผลการประเมินการปฏิบัติงาน (Performance Review) ที่ต่ำลงอย่างต่อเนื่องก็เป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญ หากพนักงานได้คะแนนประเมินอยู่ในระดับที่ต้องปรับปรุงติดต่อกันหลายครั้ง และมีประวัติการลาป่วยไม่สม่ำเสมอประกอบด้วย ก็ยิ่งตอกย้ำถึงความ หย่อนสมรรถภาพ ได้ชัดเจนขึ้น (citation:4)

แยกให้ออก: ป่วยจริง VS ลาป่วยเท็จ (ลาทิพย์) ผลลัพธ์ต่างกัน

นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะผลทางกฎหมายต่างกันโดยสิ้นเชิง หากพนักงานป่วยจริง แม้จะบ่อย นายจ้างเลิกจ้างได้แต่ต้องจ่ายค่าชดเชย แต่หากพิสูจน์ได้ว่าพนักงาน ลาป่วยเท็จ หรือ ป่วยการเมือง คือไม่ได้ป่วยจริง แต่แกล้งป่วยเพื่อหยุดงาน กรณีนี้ถือเป็นการทุจริตหรือจงใจทำให้นายจ้างเสียหาย เข้าข่ายผิดวินัยร้ายแรง นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยใดๆ (citation:2)(citation:9)

พฤติกรรมที่มักเข้าข่ายลาป่วยเท็จ เช่น ลาป่วยในวันจันทร์หรือวันศุกร์เป็นประจำ ลาป่วยก่อนหรือหลังวันหยุดยาว โดยลาแค่ 1-2 วันซึ่งไม่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ (citation:8) หากมีหลักฐานชัดเจน เช่น เจอพนักงานไปเที่ยวต่างจังหวัดทั้งที่ลาป่วย ก็สามารถดำเนินการทางวินัยได้

เลิกจ้างเพราะป่วยบ่อย ต้องจ่ายอะไรให้พนักงานบ้าง?

แม้จะเลิกจ้างได้อย่างถูกกฎหมาย แต่นายจ้างยังคงมีภาระที่ต้องจ่ายตามที่กฎหมายกำหนด โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ

1. ค่าชดเชยตามอายุงาน (มาตรา 118)

เพื่อให้เข้าใจชัดเจนว่า เลิกจ้างพนักงานป่วยบ่อย ต้องจ่ายค่าชดเชยไหม พนักงานที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด (และการป่วยบ่อยจนหย่อนสมรรถภาพไม่ใช่ความผิดตามมาตรา 119) จะมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามอายุงาน (citation:2) อัตราการจ่ายเป็นดังนี้: ครบ 120 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี: จ่ายค่าจ้าง 30 วันสุดท้าย ครบ 1 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี: จ่ายค่าจ้าง 90 วันสุดท้าย ครบ 3 ปี แต่ไม่ถึง 6 ปี: จ่ายค่าจ้าง 180 วันสุดท้าย ครบ 6 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี: จ่ายค่าจ้าง 240 วันสุดท้าย ครบ 10 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี: จ่ายค่าจ้าง 300 วันสุดท้าย ครบ 20 ปีขึ้นไป: จ่ายค่าจ้าง 400 วันสุดท้าย (citation:1)(citation:10)

2. ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (ค่าตกใจ)

หากเป็นการจ้างงานไม่มีกำหนดระยะเวลา และนายจ้างต้องการให้พนักงานออกทันทีโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า 1 งวดจ่ายค่าจ้าง นายจ้างต้องจ่าย ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า หรือที่เรียกกันติดปากว่า ค่าตกใจ ให้กับพนักงานด้วย (citation:10) จำนวนเงินเท่ากับค่าจ้าง 1 งวด (เช่น 1 เดือน) และต้องจ่ายในวันที่ให้พนักงานออกจากงาน

ตัวอย่างการคำนวณค่าชดเชย

สมมติว่า คุณสมชาย ทำงานมา 7 ปี ได้เงินเดือน 25,000 บาท ถูกเลิกจ้างเพราะป่วยบ่อยจนกระทบงาน และให้ออกทันที: 1. ค่าชดเชย: ทำงาน 7 ปี (ช่วง 6-10 ปี) ได้รับ 240 วัน = 25,000 x (240/30) = 200,000 บาท 2. ค่าตกใจ: 1 งวด (สมมติจ่ายเดือนละครั้ง) = 25,000 บาท รวมที่นายจ้างต้องจ่ายในวันเลิกจ้างคือ 225,000 บาท (citation:10) [4]

ขั้นตอนการเลิกจ้างอย่างถูกต้องและเป็นธรรม (ลดความเสี่ยงถูกฟ้อง)

การมีเหตุผลทางกฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่พอ นายจ้างต้องมี กระบวนการ ที่ดี เพื่อป้องกันการถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม (citation:6) หลักการสำคัญคือ ต้องแสดงให้เห็นว่าได้ให้โอกาสพนักงานปรับปรุงตัวแล้ว แต่ไม่เป็นผล

1. ตักเตือนและบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร (Warning Letter)

ก่อนคิดจะเลิกจ้าง ควรมีการพูดคุยและทำ หนังสือเตือนพนักงาน อย่างเป็นทางการ (citation:3) หนังสือเตือนควรระบุรายละเอียดให้ชัดเจน เช่น ช่วงเวลาที่พนักงานลาป่วย ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อทีมงาน และแนวทางแก้ไขที่คาดหวัง พร้อมทั้งให้พนักงานลงนามรับทราบ หนังสือเตือนนี้คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดที่แสดงว่านายจ้างได้ตักเตือนและให้โอกาสแล้ว แต่พนักงานไม่ปรับปรุง (citation:3)

2. รวบรวมหลักฐานการลางานและผลกระทบ

เก็บสถิติการลาป่วยของพนักงานย้อนหลังอย่างน้อย 1-2 ปี พร้อมทั้งบันทึกผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น งานไม่เสร็จตามกำหนด ลูกค้าตำหนิ เพื่อนร่วมงานต้องทำงานแทนมากขึ้น หลักฐานเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนข้อเท็จจริงที่ว่า การลาป่วยได้ส่งผลให้เกิดความเสียหายจริง (citation:4)

3. เปิดโอกาสให้พนักงานชี้แจง

ก่อนมีคำสั่งเลิกจ้าง ควรเรียกพนักงานมาสอบถามข้อเท็จจริงอีกครั้ง ให้โอกาสพนักงานชี้แจงสาเหตุของการป่วยบ่อย อาจมีปัจจัยแอบแฝงเช่น โรคเรื้อรังที่พนักงานไม่กล้าบอก การรับฟังพนักงานแสดงถึงความมีมนุษยธรรม และเป็นกระบวนการที่ศาลให้ความสำคัญ

ข้อควรระวัง: การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม (Unfair Termination)

หากนายจ้างเลิกจ้างด้วยความไม่พอใจส่วนตัว กลั่นแกล้ง หรือมีเหตุแอบแฝงอื่นๆ ที่ไม่ใช่เรื่อง หย่อนสมรรถภาพ จริง เช่น เลิกจ้างเพราะพนักงานไปร้องเรียนที่สำนักงานสวัสดิการแรงงาน กรณีนี้ถือเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่า การเลิกจ้างที่เป็นธรรมคืออะไร ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ พ.ศ. 2522 (citation:6) ลูกจ้างมีสิทธิฟ้องต่อศาลแรงงานเพื่อเรียกค่าเสียหายได้ ซึ่งอาจเป็นจำนวนเงินที่สูงกว่าค่าชดเชยตามกฎหมายปกติ

พนักงานป่วยบ่อย ไล่ออกโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ได้ไหม?

ไม่ได้เด็ดขาด เว้นแต่จะเป็น การลาป่วยเท็จ ซึ่งถือเป็นความผิดทางวินัยร้ายแรงและนายจ้างมีหลักฐานชัดเจน แต่หากเป็นกรณีตาม กฎหมายแรงงาน ลาป่วยบ่อย เลิกจ้าง นายจ้างยังคงมีภาระต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานเสมอ (citation:1)(citation:7)

ลาป่วยกี่วันถึงเรียกว่าบ่อย? กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่?

กฎหมายแรงงานไม่ได้กำหนดจำนวนวันที่ชัดเจนตายตัว คำว่า บ่อย ในทางกฎหมายมิได้วัดที่ปริมาณอย่างเดียว แต่วัดที่ ผลกระทบ เป็นหลัก หากลาป่วยถี่จนงานสะสม ขาดความต่อเนื่อง หรือเพื่อนร่วมงานต้องรับภาระเพิ่มขึ้น ก็ถือว่ากระทบต่อสมรรถภาพในการทำงาน และเข้าข่ายที่ศาลจะรับฟังได้ (citation:4)

พนักงานลาป่วยเกิน 30 วัน ไล่ออกได้ไหม?

ได้ นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้ แต่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดกรณี ลาป่วยเกิน 30 วัน ไล่ออกได้ไหม จนพนักงานไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (citation:5) อย่างไรก็ตาม หากพนักงานลาป่วยครบ 30 วันตามสิทธิแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องลาต่อเนื่อง นายจ้างไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันลาที่เกิน 30 วันนั้น (citation:5)

ถ้าไม่ทำหนังสือเตือน จะเลิกจ้างพนักงานป่วยบ่อยได้ไหม?

ได้ แต่มีความเสี่ยงสูงที่ศาลจะมองว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม เพราะพนักงานอาจไม่รู้ตัวว่าพฤติกรรมของตนกำลังสร้างปัญหา การมีหนังสือเตือนถือเป็นหลักฐานสำคัญว่านายจ้างได้บอกกล่าว ให้โอกาส และพนักงานยังคงไม่ปรับปรุง ซึ่งทำให้เหตุผลในการเลิกจ้างหนักแน่นขึ้น (citation:3)

ค่าตกใจคืออะไร? ต้องจ่ายทุกครั้งที่เลิกจ้างหรือไม่?

ค่าตกใจ หรือ ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า คือเงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเมื่อต้องการให้ออกจากงานทันที โดยไม่ให้ทำงานต่อไปอีก 1 งวดจ่ายค่าจ้าง (เช่น 1 เดือน) หากนายจ้างบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือก่อน 1 งวด หรือพนักงานทำงานจนถึงวันสุดท้ายตามที่บอกกล่าว ก็ไม่ต้องจ่ายค่าตกใจ แต่หากให้ออกทันที ต้องจ่าย (citation:10)

เลิกจ้างได้ แต่ต้องจ่ายค่าชดเชย

จำไว้ให้ขึ้นใจสำหรับกรณี พนักงานป่วยบ่อยไล่ออกได้ไหม คือเลิกจ้างได้ (เป็นธรรม) แต่ต้องจ่ายค่าชดเชย การจ่ายค่าชดเชยเต็มจำนวนตามอายุงานเป็นสิ่งที่กฎหมายกำหนด ไม่สามารถเลี่ยงได้ หากไม่ต้องการจ่าย ต้องมีหลักฐานหนักแน่นว่าพนักงานลาป่วยเท็จ

กระบวนการคือเกราะป้องกัน

อย่าข้ามขั้นตอนการตักเตือน ควรทำหนังสือเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง รวบรวมสถิติการลาป่วยอย่างเป็นระบบ และเปิดโอกาสให้พนักงานได้ชี้แจง ยิ่งกระบวนการรัดกุมมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงในการถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น (citation:3)

แยก "ป่วยจริง" กับ "ลาทิพย์" ให้ขาด

การลาป่วยเท็จเป็นความผิดร้ายแรงที่สามารถเลิกจ้างได้โดยไม่จ่ายค่าชดเชย แต่การจะชี้ว่าพนักงานลาทิพย์ ต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนและรัดกุม ไม่ใช่แค่การคาดเดา หากผิดพลาด นายจ้างอาจกลายเป็นฝ่ายผิดได้

เปรียบเทียบ: ป่วยจริง VS ลาป่วยเท็จ ผลต่างกันอย่างไร?

การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างการป่วยจริงและการลาป่วยเท็จเป็นสิ่งสำคัญ เพราะนำไปสู่ผลลัพธ์การจ้างงานและสิทธิ์ที่พนักงานจะได้รับที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ป่วยจริง จนหย่อนสมรรถภาพ

- ได้ (ต้องจ่ายตามมาตรา 118)

- เลิกจ้างได้ เพราะเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม

- งานสะสม, ไม่มีประสิทธิภาพ, ขาดงานบ่อยจนองค์กรเสียหาย

- ได้ (หากให้ออกทันทีโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า)

- เจ็บป่วยตามจริง (อาจเป็นโรคเรื้อรังหรือป่วยบ่อยโดยไม่สามารถควบคุมได้)

ลาป่วยเท็จ (ป่วยการเมือง)

- ไม่ได้ (เข้าข้อยกเว้นมาตรา 119)

- เลิกจ้างได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

- ขาดงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร, ผิดวินัยร้ายแรง

- ไม่ได้ (หากเป็นการเลิกจ้างเนื่องจากผิดวินัยร้ายแรง)

- ไม่ป่วย, แกล้งป่วย, มีพฤติกรรมส่อทุจริต (เช่น ไปเที่ยวทั้งที่ลาป่วย)

จะเห็นว่าหัวใจสำคัญอยู่ที่ "ความตั้งใจ" และ "ความจริงใจ" ของพนักงาน หากป่วยจริงแต่ร่างกายไม่ไหว กฎหมายก็ให้ความคุ้มครองโดยต้องจ่ายค่าชดเชย แต่ถ้าเป็นลาป่วยเท็จ ถือเป็นการทำลายความไว้วางใจ ซึ่งกฎหมายให้อำนาจนายจ้างลงโทษขั้นรุนแรงถึงขั้นไล่ออกโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้

กรณีศึกษา: เมื่อ "พนักงานดี" ต้องกลายเป็น "ภาระ"

อั๋น เป็นพนักงานบัญชีบริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ทำงานมา 5 ปีด้วยความสามารถและความตั้งใจ จนได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้า แต่ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา อั๋นเริ่มลาป่วยถี่ขึ้น จากปีละ 3-4 วัน เพิ่มเป็นเดือนละ 1-2 วัน โดยลาติดต่อกัน 2-3 วันเกือบทุกเดือน สาเหตุคือเป็นไมเกรนกำเริบหนักและภูมิแพ้เรื้อรัง

ฝ่ายบุคคลพยายามสอบถามและแนะนำให้ไปพบแพทย์เฉพาะทาง แต่อั๋นก็ยังคงมีอาการไม่ดีขึ้น ช่วงปลายปีซึ่งเป็นช่วงปิดงบประมาณ อั๋นลาป่วยอีก 3 วันติดต่องานค้าง ทำให้ทีมต้องทำงานหนักขึ้น ส่งงบประมาณให้ผู้บริหารล่าช้าไป 2 วัน

หัวหน้าฝ่ายบัญชีและ HR เชิญอั๋นมาพูดคุย พร้อมแสดงสถิติการลาป่วยย้อนหลัง 12 เดือน และผลกระทบที่เกิดขึ้น อั๋นยอมรับว่าสุขภาพตนเองไม่เอื้ออำนวยให้ทำงานในตำแหน่งที่ต้องการความต่อเนื่องสูงได้อีกต่อไป

บริษัทจึงเสนอทางออกที่ดีที่สุดคือการเลิกจ้าง โดยจ่ายค่าชดเชยเต็มจำนวนตามกฎหมาย (ทำงาน 5 ปี ได้รับค่าชดเชย 180 วัน) พร้อมค่าตกใจอีก 1 เดือน อั๋นรับข้อเสนอและออกจากงานด้วยความรู้สึกดีกับบริษัท แม้จะเสียดาย แต่ก็เข้าใจว่ามันคือจุดจบของความสัมพันธ์ทางการจ้างงานที่ควรไปต่อ

สรุปบทความ

เลิกจ้างได้ แต่ต้องจ่ายค่าชดเชย

จำไว้ให้ขึ้นใจ: "ป่วยบ่อย = เลิกจ้างได้ (เป็นธรรม) แต่ต้องจ่ายค่าชดเชย" การจ่ายค่าชดเชยเต็มจำนวนตามอายุงานเป็นสิ่งที่กฎหมายกำหนด ไม่สามารถเลี่ยงได้ หากไม่ต้องการจ่าย ต้องมีหลักฐานหนักแน่นว่าพนักงานลาป่วยเท็จ

กระบวนการคือเกราะป้องกัน

อย่าข้ามขั้นตอนการตักเตือน ควรทำหนังสือเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง รวบรวมสถิติการลาป่วยอย่างเป็นระบบ และเปิดโอกาสให้พนักงานได้ชี้แจง ยิ่งกระบวนการรัดกุมมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงในการถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น (citation:3)

แยก "ป่วยจริง" กับ "ลาทิพย์" ให้ขาด

การลาป่วยเท็จเป็นความผิดร้ายแรงที่สามารถเลิกจ้างได้โดยไม่จ่ายค่าชดเชย แต่การจะชี้ว่าพนักงานลาทิพย์ ต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนและรัดกุม ไม่ใช่แค่การคาดเดา หากผิดพลาด นายจ้างอาจกลายเป็นฝ่ายผิดได้

เรียนรู้เพิ่มเติม

พนักงานป่วยบ่อย ไล่ออกโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ได้ไหม?

ไม่ได้เด็ดขาด เว้นแต่จะเป็น "การลาป่วยเท็จ" ซึ่งถือเป็นความผิดทางวินัยร้ายแรงและนายจ้างมีหลักฐานชัดเจน การป่วยจริงแม้บ่อยครั้ง ก็ไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 119 ที่จะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย นายจ้างยังคงมีภาระต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานเสมอ (citation:1)(citation:7)

ลาป่วยกี่วันถึงเรียกว่าบ่อย? กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่?

กฎหมายแรงงานไม่ได้กำหนดจำนวนวันที่ชัดเจนตายตัว คำว่า "บ่อย" ในทางกฎหมายมิได้วัดที่ปริมาณอย่างเดียว แต่วัดที่ "ผลกระทบ" เป็นหลัก หากลาป่วยถี่จนงานสะสม ขาดความต่อเนื่อง หรือเพื่อนร่วมงานต้องรับภาระเพิ่มขึ้น ก็ถือว่ากระทบต่อสมรรถภาพในการทำงาน และเข้าข่ายที่ศาลจะรับฟังได้ (citation:4)

พนักงานลาป่วยเกิน 30 วัน ไล่ออกได้ไหม?

ได้ นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้ แต่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการลาป่วยเกิน 30 วันนั้นทำให้พนักงานไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (citation:5) อย่างไรก็ตาม หากพนักงานลาป่วยครบ 30 วันตามสิทธิแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องลาต่อเนื่อง นายจ้างไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันลาที่เกิน 30 วันนั้น (citation:5)

ถ้าไม่ทำหนังสือเตือน จะเลิกจ้างพนักงานป่วยบ่อยได้ไหม?

ได้ แต่มีความเสี่ยงสูงที่ศาลจะมองว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม เพราะพนักงานอาจไม่รู้ตัวว่าพฤติกรรมของตนกำลังสร้างปัญหา การมีหนังสือเตือนถือเป็นหลักฐานสำคัญว่านายจ้างได้บอกกล่าว ให้โอกาส และพนักงานยังคงไม่ปรับปรุง ซึ่งทำให้เหตุผลในการเลิกจ้างหนักแน่นขึ้น (citation:3)

ค่าตกใจคืออะไร? ต้องจ่ายทุกครั้งที่เลิกจ้างหรือไม่?

ค่าตกใจ หรือ ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า คือเงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเมื่อต้องการให้ออกจากงานทันที โดยไม่ให้ทำงานต่อไปอีก 1 งวดจ่ายค่าจ้าง (เช่น 1 เดือน) หากนายจ้างบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือก่อน 1 งวด หรือพนักงานทำงานจนถึงวันสุดท้ายตามที่บอกกล่าว ก็ไม่ต้องจ่ายค่าตกใจ แต่หากให้ออกทันที ต้องจ่าย (citation:10)

หากคุณยังมีความกังวลเกี่ยวกับสิทธิของตนเอง สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ กรณีใดบ้างที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของคุณครับ

การระบุแหล่งที่มา

  • [4] Mol - ทำงาน 7 ปี (ช่วง 6-10 ปี) ได้รับ 240 วัน = 25,000 x (240/30) = 200,000 บาท และค่าตกใจ: 1 งวด (สมมติจ่ายเดือนละครั้ง) = 25,000 บาท รวม 225,000 บาท