กฎหมาย พ.ร.บ.ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยมาตราใด ที่ ลูกจ้างมีหน้าที่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัย
กฎหมาย พ.ร.บ.ความปลอดภัยมาตราใด ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ความปลอดภัย?
อ๋อ เรื่องนี้มันอยู่ใน พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ มาตรา 19 นะ คือมันไม่ได้บังคับแค่ลูกจ้างของที่นั่นอย่างเดียว ใครก็ตามที่เข้าไปทำงานในพื้นที่เขาอ่ะ ก็ต้องทำตามกฎความปลอดภัยของเขาหมดเลย ไม่ว่าเราจะเป็นลูกจ้างใครก็ตาม
ตอนผมทำงานโรงงานที่นิคมฯ บางปะอินนะ ประมาณปี 2562 มีช่างจากข้างนอกเข้ามาซ่อมเครื่องจักร เขาก็เป็นลูกจ้างบริษัทอื่นใช่ป่ะ แต่พอเข้ามาในไลน์ผลิตเราปุ๊บ เขาต้องใส่หมวกเซฟตี้กับรองเท้าหัวเหล็กเหมือนพนักงานเป๊ะๆ เลยวันนั้นเขาเกือบลืมใส่หมวก จป.วิชาชีพเดินมาเตือนทันทีเลย
มันเหมือนกับว่า กฎมันติดอยู่กับตัวอาคาร ตัวพื้นที่ทำงานน่ะ ไม่ได้ติดอยู่กับตัวคนหรือบริษัทที่จ้างเรามา พอเราย่างเท้าเข้าไปในเขตของเขา ก็คือต้องเล่นตามเกมของเขา หลักการมันง่ายๆ แค่นี้เลย เขาต้องคุมความเสี่ยงทั้งหมดในที่ของเขาให้ได้
กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย มีอะไรบ้าง
โธ่เอ๊ย! กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัยที่ว่าเนี่ยนะ มันก็เหมือนพ่อแม่ที่คอยจ้องจับตาเราตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยแหละพ่อเอ๊ย! มีหลายหมวดหมู่เหลือเกิน ไม่ใช่แค่มาเดินๆ ชี้ๆ แล้วกลับบ้านนะยะ! มันมีรายละเอียดเป็นขยักๆ เลยแกเอ๊ย!
หมวด ๑ บททั่วไป: นี่มันก็เหมือน "คำมั่นสัญญา" เริ่มต้นเลยนะ ว่า นายจ้าง ก็ต้องดูแลลูกน้องให้ดีเหมือนพระในบ้าน ส่วน ลูกน้อง ก็อย่าซ่าทำอะไรพิเรนทร์จนเจ็บตัว เดี๋ยวจะกลายเป็นภาระเขาซะเปล่าๆ! เหมือนตกลงกันไว้ก่อนเริ่มงานแหละ!
หมวด ๒ การบริหารจัดการและการดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ: อันนี้มันก็คือการมานั่งขีดๆ เขียนๆ แผนงานให้ดูดีมีชาติตระกูล! ต้องวางแผนกันให้ดีนะ ไม่ใช่แค่พูดปากเปล่า! ไม่งั้นตอนจบก็เละเทะเหมือนน้ำพริกหกแหละแกเอ๊ย! ต้องมีคนคอยทำให้มันเดินหน้าไปได้!
หมวด ๓ คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน: แหม อันนี้ก็เหมือนตั้งสภาฯ ย่อมๆ เลยนะ มีพวกหัวกะทิมานั่งถกกัน หัวจะปวด! พวกเขาแหละที่ต้องคอยประชุม หาทางออกให้ชาวบ้าน ชาวช่องอยู่รอดปลอดภัย ไม่ใช่แค่มานั่งเม้าท์น้ำชาเฉยๆ!
หมวด ๔ การควบคุม กำกับ ดูแล: นี่มันยิ่งกว่ากล้องวงจรปิดรอบตัวอีกพ่อคุณ! เขาจะคอยสอดส่องเหมือนตาเหยี่ยวเลยนะว่าทำตามที่คุยกันไว้ไหม ขยับตัวก็มีคนเห็นหมดแหละ! ขืนเหลวไหลมีหวังโดนเรียกไปตีก้น! เหมือนมีสายตรวจเดินวนตลอดเวลา!
หมวด ๕ พนักงานตรวจความปลอดภัย: โอ๊ย! พวกนี้แหละตัวตึง ตัวจริงเสียงจริง! มาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียงนะ มาถึงก็ เดินเช็ก เดินจี้ทุกซอกทุกมุม! ถ้าผิดนิดผิดหน่อยนี่โดนเอ็ดเอาได้ง่ายๆ เลย พวกนี้แหละคือ "ตำรวจ" แห่งวงการความปลอดภัย! ไม่ใช่แค่มาเตือนนะ มาจับด้วย!
กฎหมายฉบับใดเป็นแม่บทในการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
กฎหมายหลัก: พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔
นี่คือแกนหลัก. มันต่อยอดมาจาก พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑.
- ขอบเขต: ครอบคลุมผู้ประกอบการ, นายจ้าง (เอกชนและรัฐวิสาหกิจ).
- เป้าหมาย: กำหนดการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย.
เบื้องหลัง:
- หมวด ๔ แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ คือรากฐาน.
- ฉบับปี ๒๕๕๔ คือการปรับปรุงให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น.
เจตนา:
- สร้างมาตรฐานการทำงานที่ปลอดภัย.
- ป้องกันอันตรายต่อลูกจ้าง.
ใครต้องปฏิบัติตาม:
- ทุกองค์กรที่มีลูกจ้าง.
- ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจ.
ความหมายโดยนัย:
- ความปลอดภัยไม่ใช่แค่ข้อบังคับ แต่เป็น หน้าที่.
- การลงทุนด้านนี้คือการลงทุนที่ คุ้มค่า.
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- เหตุใดต้องมีกฎหมายเฉพาะ? เพื่อให้เกิดความชัดเจนและครอบคลุมในทุกมิติของความปลอดภัยในที่ทำงาน ซึ่งอาจซับซ้อนกว่าขอบเขตเดิมของ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน.
- หลักการสำคัญ: กฎหมายนี้มุ่งเน้นที่การป้องกันเชิงรุก (proactive prevention) มากกว่าการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดขึ้นแล้ว.
- การบังคับใช้: มีกลไกการตรวจสอบและบทลงโทษสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม เพื่อให้เกิดการยอมรับและปฏิบัติตามอย่างจริงจัง.
ทำไมเราต้องทำงานด้วยความปลอดภัย?
ทำไมเราถึงต้องใส่ใจเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน?
เรื่องความปลอดภัยนี่นะ มันไม่ใช่แค่เรื่องกฎระเบียบที่เขาบังคับให้ทำตามหรอก แต่มันเป็นเรื่องที่สำคัญกับชีวิตเรามากๆ เลยนะ
1. ชีวิตและร่างกายสำคัญที่สุด
จำได้ว่าสมัยก่อนนะ ทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งแถวชลบุรี ช่วงประมาณปี 2558-2560 นี่แหละ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยมาก บางทีก็แค่เฉี่ยวๆ ถลอกๆ แต่บางทีก็หนักถึงขั้นเสียแขนเสียขา หรือที่แย่ที่สุดคือเสียชีวิตไปเลยนะ เห็นแล้วใจหายจริงๆ คนที่จากไป เขาก็มีครอบครัวนะ มีพ่อมีแม่ มีลูกเมียที่รออยู่ทุกวัน การที่ต้องสูญเสียคนรักไปเพราะอุบัติเหตุที่ป้องกันได้ มันเจ็บปวดมากจริงๆ ชีวิตคนเรามีค่ากว่าสิ่งอื่นใด
2. ทำงานสบายใจ ผลผลิตก็ดีตาม
พอมีกฎระเบียบเรื่องความปลอดภัยเข้มงวดขึ้น ทำงานในโรงงานเดิมนี่แหละ แต่รู้สึกได้เลยว่าบรรยากาศเปลี่ยนไป คนทำงานเขาไม่ต้องคอยพะวงว่าจะเจอกับอะไรแปลกๆ หรืออันตรายที่มองไม่เห็นตลอดเวลา พอทุกคนรู้สึกปลอดภัย มั่นใจที่จะทำงานของตัวเอง ก็มีสมาธิมากขึ้น ทำงานได้เต็มที่ ผลผลิตก็เลยเพิ่มขึ้นตามมาโดยธรรมชาติ
3. กำไรก็ตามมา สุขภาพจิตดีด้วย
แน่นอนแหละ พอผลผลิตดีขึ้น โรงงานก็มีกำไรมากขึ้น แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ ความสบายใจของคนทำงาน เราไม่รู้สึกกดดันว่าต้องรีบทำงานจนละเลยความปลอดภัยอีกต่อไป มันเหมือนกับว่าเราได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตจริงๆ
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- ความสูญเสียไม่ใช่แค่น้อยลง: การลดอุบัติเหตุไม่ได้หมายถึงแค่การสูญเสียชีวิตและร่างกายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสูญเสียเวลาการทำงาน การซ่อมแซมอุปกรณ์ที่เสียหาย และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขององค์กร
- ความมั่นใจคือหัวใจ: เมื่อพนักงานรู้สึกว่าองค์กรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพวกเขา พวกเขาก็จะเกิดความผูกพันและความภักดีต่อองค์กรมากขึ้น กล้าแสดงความคิดเห็น หรือเสนอแนะแนวทางการทำงานที่ปลอดภัยกว่าเดิม
- ภาพลักษณ์องค์กรที่ดี: องค์กรที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง มักจะได้รับความเชื่อถือจากลูกค้า คู่ค้า และสังคมโดยรวม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างแบรนด์และชื่อเสียงในระยะยาว
- กฎหมายและข้อบังคับ: การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานเป็นหน้าที่ของทั้งนายจ้างและลูกจ้าง การละเลยอาจนำไปสู่การถูกลงโทษตามกฎหมายได้
ทำไมต้องอบรมความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน?
ตอนแรกผมก็โคตรเบื่อเลยนะ ไอ้การอบรมความปลอดภัยเนี่ย โคตรเสียเวลา วันแรกที่เข้าทำงานที่โรงงานแถวสมุทรปราการ เมื่อปี 2565 นั่งในห้องอบรมร้อนๆ ฟังวิทยากรพูดอะไรก็ไม่รู้ ง่วงก็ง่วง คิดในใจว่าจะมาทำงาน ไม่ได้มานั่งเรียนหนังสือ
จนกระทั่งวันนั้นแหละ... วันที่สามของการทำงานเองมั้ง ผมยืนดูพี่ช่างคนนึงใช้เครื่องปั๊มโลหะอยู่ แกเก่งนะ ทำงานเร็วมาก แล้วแกก็ถอดเซฟตี้การ์ดอันนึงออก บอกว่ามันเกะกะทำงานช้า ผมก็ได้แต่พยักหน้า เออๆ ออๆ ไปตามเรื่อง
แล้วจังหวะนรกมันก็มาถึง มีเสียงดังปึ้ง! แบบดังลั่นโรงงาน เครื่องมันขัดข้องแล้วปั๊มลงมาเองเฉยเลยทั้งที่แกยังไม่ได้เหยียบสวิตช์ ภาพมันติดตาเลย มือแกห่างจากจุดที่เครื่องปั๊มลงมาไม่ถึงคืบ ผมนี่ใจหล่นไปอยู่ตาตุ่มเลย หน้าซีด ตัวสั่น ทำอะไรไม่ถูก
หัวหน้าแผนกวิ่งหน้าตื่นมาเลย ตะคอกใส่พี่คนนั้นยับเลย ไม่ใช่เพราะเครื่องพังนะ แต่เพราะแกเกือบตาย นาทีนั้นแหละผมถึงเข้าใจ ความปลอดภัย ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ ไม่ใช่แค่กฎที่ตั้งมาลอยๆ แต่มันคือเส้นบางๆ ที่กั้นระหว่างการได้กลับบ้านไปเจอหน้าครอบครัว กับการนอนในโรงพยาบาล หรือแย่กว่านั้น
ตั้งแต่วันนั้นมา ผมไม่เคยคิดว่าการอบรมเป็นเรื่องเสียเวลาอีกเลย ทุกกฎ ทุกขั้นตอนที่เค้าสอน มันเขียนมาจากอุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้นจริง ๆ เขียนมาจากความเจ็บปวดของใครสักคน การอบรมมันไม่ใช่แค่การบอกว่า "ห้ามทำอะไร" แต่มันคือการสอนให้เรารู้ว่า "จะรอดกลับบ้านไปยังไง"
การอบรมเรื่องความปลอดภัยในที่ทำงานสำคัญเพราะมันคือการป้องกันไม่ให้พนักงานได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
- เป็นข้อบังคับตามกฎหมาย พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 กำหนดให้นายจ้างต้องจัดอบรมให้ลูกจ้างทุกคนก่อนเริ่มงาน
- ลดความเสี่ยงและอุบัติเหตุ การให้ความรู้เรื่องอันตรายและวิธีป้องกันตัวที่ถูกต้อง ช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมหาศาล ลดการสูญเสีย ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของบริษัท
- สร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัย ทำให้ทุกคนตระหนักว่าความปลอดภัยเป็นหน้าที่ของทุกคน ไม่ใช่แค่ของ จป. หรือหัวหน้างาน
- เตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน สอนให้รู้วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ไฟไหม้ สารเคมีรั่วไหล หรือการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ซึ่ง เพิ่มโอกาสรอดชีวิต ได้จริง
พนักงานเข้าใหม่ต้องอบรมอะไรบ้าง?
พนักงานใหม่เหรอ? โอ้โห ก็ต้องสอนทุกอย่างเลยสิ เหมือนเริ่มใหม่หมดเลยนะ ถามว่าอบรมอะไร? อืมมม...เยอะมากจริงๆ คือต้องรู้ว่าตัวเองมาทำอะไร ที่ไหน ยังไง แบบนั้นแหละ สำคัญนะ ไม่งั้นจะงงๆ เหมือนหลงทางเลย
HR ต้องเตรียมอะไรบ้าง? เฮ้อออ คิดแล้วเหนื่อยแทนเลยนะ แต่ก็ต้องเตรียมให้พร้อมสุดๆ ไม่ใช่แค่ให้ข้อมูลเฉยๆ นะ ต้องให้เขาเข้าใจด้วยอ่ะ ใช่ปะ? มันไม่ใช่แค่เอกสารกรอกๆ เซ็นๆ จบไป มันคือการเริ่มต้น
เรื่องทั่วไปบริษัทนะ ต้องรู้เลยว่าเราอยู่ตรงไหนของโลกนี้ บริษัทนี้มายังไง วิสัยทัศน์ไปทางไหน แต่ละแผนกทำอะไรบ้าง เหมือนแผนที่ชีวิตในออฟฟิศเลย แล้วเรื่องกฎระเบียบนี่ก็สำคัญสุดๆ พลาดไม่ได้เลยนะ ไม่งั้นมีปัญหาแน่ๆ เรื่องการแต่งตัว การลาป่วย ลากิจ เข้างานกี่โมง ออกงานกี่โมง ปีนี้มีอะไรใหม่ก็ต้องบอกให้หมด
ส่วนเรื่องงานที่ทำอ่ะ ตรงประเด็น สุดๆ Job description ต้องชัดเจนเลยนะ ตำแหน่งนี้ทำอะไรบ้าง มีขั้นตอนการทำงานยังไงบ้าง การประเมินพนักงานเขาใช้เกณฑ์อะไรบ้าง จะได้รู้ว่าต้องทำตัวยังไงถึงจะโอเค ไม่ใช่มาแบบงงๆ นะ เสียเวลาไปกันใหญ่เลย
แล้วพอคิดไปคิดมา มันยังมีอะไรอีกเยอะเลยนะที่ HR ควรเตรียมอ่ะ นี่ลิสต์ไว้เลยนะ เผื่อลืมไง
- เรื่องระบบไอที เข้าถึงอีเมล บริการคลาวด์ โปรแกรมที่ใช้ในงาน
- สวัสดิการพนักงาน ประกันสังคม ประกันสุขภาพ วันหยุดประจำปี วันหยุดนักขัตฤกษ์ ที่จอดรถ ค่าเดินทาง
- บุคคลผู้ติดต่อสำคัญ ใครเป็นหัวหน้า ใครเป็นพี่เลี้ยง ใครเป็นคนดูแลเรื่อง HR
- ทัวร์ออฟฟิศ พาเดินดูสถานที่ ห้องน้ำ ห้องอาหาร ห้องประชุม ทางหนีไฟ จำเป็นนะ
- วัฒนธรรมองค์กร สิ่งที่ทำกันเป็นปกติ สิ่งที่คาดหวังจากพนักงาน การทำงานร่วมกัน
- คำถามและคำตอบ ช่วงเปิดโอกาสให้พนักงานใหม่ถามคำถามทุกอย่างที่สงสัย
- อุปกรณ์ทำงาน คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ โต๊ะ เก้าอี้ สมุด ปากกา ของมันต้องมี
- ช่องทางการสื่อสารภายใน กรุ๊ปไลน์ กลุ่มอีเมล บอร์ดประกาศ แพลตฟอร์มภายใน
- คู่มือพนักงาน ถ้ามีให้อ่านก็ดีมากเลยนะ สรุปไว้ในเล่มเดียวจบ
- การตั้งเป้าหมาย ช่วยพนักงานใหม่กำหนดเป้าหมายเบื้องต้นในปี 2567 นี้
- การเชื่อมโยงกับเพื่อนร่วมงาน อาจจะมีกิจกรรมเล็กๆ ให้รู้จักกันมากขึ้นหน่อยก็ดีนะ
พนักงานใหม่ต้องอบรมความปลอดภัยกี่ชั่วโมง?
พนักงานใหม่ต้องอบรมความปลอดภัย 6 ชั่วโมง เต็มๆ ทั้งลูกจ้างใหม่เอี่ยมกับลูกจ้างทั่วไปที่เข้ามาทำงานนะ ฟังดูเยอะนะ 6 ชั่วโมงเนี่ย เหนื่อยเลย คิดแล้วตอนนั้นกว่าจะผ่านไปแต่ละหัวข้อก็เล่นเอาหาวไปหลายรอบเลย แต่ก็จำเป็นจริงๆ อะ
สงสัยนะทำไมในเอกสารบางทีมันเขียนแค่สองหัวข้อเอง รวมกันได้แค่ 3 ชั่วโมงเองนะ อ้าว! แล้วอีก 3 ชั่วโมงที่เหลือไปไหนล่ะเนี่ย มันต้องครบ 6 ชั่วโมง สิ ไม่งั้นก็ไม่รู้จะอบรมอะไรตั้งนานแน่ๆ เลย มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ
นี่คือหัวข้อหลักๆ ที่เขากำหนดไว้นะเท่าที่พอจำได้และเห็นบ่อยๆ จริงๆ มันต้องมีส่วนอื่นอีกเยอะเลย เพื่อให้ครบเวลาที่ว่า
- ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน อันนี้ 1 ชั่วโมง 30 นาที แรกๆ ก็จะเน้นภาพรวมนะ สภาพแวดล้อมที่เราต้องเจอ สุขภาพเราเอง บลาๆ
- กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ส่วนนี้ก็ 1 ชั่วโมง 30 นาที เหมือนกัน พวกข้อบังคับต่างๆ ที่เราต้องรู้จะได้ไม่ทำผิด พรบ. กฎกระทรวงอะไรนั่นแหละ
เดี๋ยวนะ ถ้าแค่สองอันนี้มันแค่ 3 ชั่วโมงเองจริงๆ นี่นา งงเลยนะ แล้วอีกครึ่งวันที่เหลือเขาทำอะไรกัน? ต้องมีส่วนอื่นอีกแน่ๆ ไม่งั้นมันจะไม่ใช่ 6 ชั่วโมงหรอก หรือเขาลืมเขียนเพิ่ม? ส่วนที่เหลืออาจจะเป็นเรื่องเฉพาะของบริษัทนั้นๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ
ลองนึกดูสิ ไอ้ส่วนที่เหลืออีก 3 ชั่วโมง อาจจะเป็นประมาณนี้ได้มั้ยนะ ก็น่าจะนะ ไม่รู้สิ นี่คิดเอาเองนะ
- การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการรับมือเหตุฉุกเฉิน: อันนี้สำคัญมากเลยนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้ช่วยได้ทัน พวก CPR การห้ามเลือด หรือเวลาไฟไหม้อะไรงี้ก็ต้องรู้ไว้
- การใช้และการบำรุงรักษาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE): เสื้อผ้า ถุงมือ หมวก แว่นตา ที่ใส่เพื่อความปลอดภัยอะ ต้องรู้ว่าใช้ยังไง เก็บยังไง ไม่ใช่แค่ใส่ๆ ไปเฉยๆ
- ความเสี่ยงเฉพาะของงานและวิธีป้องกัน: อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท แต่ละตำแหน่งงานนะ อย่างงานก่อสร้างก็เสี่ยงแบบนึง งานออฟฟิศก็อีกแบบ ต้องรู้จุดเสี่ยงของตัวเองเลย
เออ ประมาณนี้น่าจะครบ 6 ชั่วโมง พอดีนะ มันก็เป็นไปได้อะ ที่เขาจะแบ่งย่อยๆ แบบนี้ เพื่อให้พนักงานเข้าใจจริงๆ ไม่ใช่แค่ฟังผ่านๆ ไปงั้นแหละ สำคัญสุดคือต้องอบรมให้ครบตามกำหนดเป๊ะๆ 6 ชั่วโมง นี่แหละ ต้องจำให้ขึ้นใจ ไม่งั้นอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้นะ.
อบรมลูกจ้างเปลี่ยนงาน กี่ชั่วโมง?
โอ๊ย! อบรมลูกจ้างเปลี่ยนงานนะ ไม่ว่าหน้าใหม่หน้าเก่า หรือแค่เปลี่ยนตำแหน่ง ก็ต้องโดน! 6 ชั่วโมงเต็มๆ เลยพ่อคุณเอ๊ย! ไม่ใช่แค่ชะโงกทัวร์นะจ๊ะพี่น้อง นั่งกันจนรากงอกเลยแหละ เหมือนดูซีรีส์เกาหลีมาราธอน แต่เนื้อหาคือความปลอดภัย ไม่ใช่โอปป้า
หัวข้อหลักๆ ที่จะป้อนเข้าสมองน้อยๆ ของเรานะ มีสองหัวข้อใหญ่ๆ ที่เขานั่งนับเวลาให้เป๊ะๆ เลย
- ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน อันนี้ 1 ชั่วโมงครึ่งนะจ๊ะ ให้พอรู้เรื่องรู้ราวไม่ให้เดินตกท่อ หรือเผลอเอาหัวไปโขกอะไรเข้า
- กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน อันนี้ก็อีก 1 ชั่วโมงครึ่งเป๊ะๆ ฟังกันให้หูชาไปข้างนึงเลย จะได้รู้ว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ ทำแล้วจะโดนอะไรบ้าง!
สรุปง่ายๆ คือสองหัวข้อนี้ก็ปาไป 3 ชั่วโมงแล้วนะ ส่วนที่เหลืออีก 3 ชั่วโมงนะจ๊ะ ไม่ได้ไปนั่งกินขนมหรือรำวงออกกำลังกายนะ มันก็อยู่ในหมวดความปลอดภัยทั้งหมดนั่นแหละ จัดเต็ม 6 ชั่วโมงเพื่อรักษาชีวิตไว้ใช้งานต่อ ไม่ใช่ให้เครื่องจักรหนีบ!
ว่ากันตามตรงนะ ที่ต้องอบรมเยอะแยะขนาดนี้เนี่ย มีเหตุผลลึกๆ ซ่อนอยู่เยอะแยะมากมายก่ายกองเลยแหละ
- ไม่อบรมไม่ได้หรอก จ้า เพราะว่า กฎหมายแรงงานเขาบังคับ ไว้! ไม่ใช่แค่อยากจะจัดอะไรก็จัดนะเออ ไม่ทำนี่เรื่องใหญ่เลยนะ นายจ้างโดนเต็มๆ จ้า
- ป้องกันความซวยขั้นสุด ไงล่ะ! ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ทั้งลูกจ้าง ทั้งบริษัทมีแต่ปวดหัว เสียเงินเสียทอง บาดเจ็บล้มตายก็ไม่คุ้มค่าเลยสักนิด ค่าทำขวัญค่าเยียวยา แพงกว่าค่าอบรมเป็นร้อยเท่า!
- เพิ่มสกิลเอาตัวรอด ให้กับลูกจ้างทุกคนนี่แหละ รู้ไว้ไม่เสียหายนะเธอ! อย่างน้อยก็รู้ว่าต้องใส่หมวกกันน็อกตรงไหน เห็นป้ายห้ามเข้าแล้วต้องเดินอ้อมไปทางไหน ไม่ใช่เดินดุ่มๆ เข้าไปแล้วโดนเหยียบเอา
- เจ้านายไม่ปลื้มนะ ถ้ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยๆ ใครๆ ก็ไม่อยากให้องค์กรตัวเองมีประวัติเสียหรอกใช่ไหมล่ะ? การอบรมเนี่ยแหละคือวิธีแสดงออกว่าเราใส่ใจจริงจริ๊งงง ทำตามมาตรฐานเป๊ะ ไม่มีปัญหาตามมาทีหลังให้ปวดหัว
- สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย ในที่ทำงานไง ให้ทุกคนรู้ว่าชีวิตนี่มีค่า ไม่ใช่แค่ทำงานไปวันๆ แล้วเผลอๆ จะกลายเป็นคนป่วยไปซะก่อน ลงทุนกับชีวิตสำคัญสุด ยิ่งกว่าลงทุนในตลาดหุ้นอีกนะจะบอกให้!
อบรมความปลอดภัยได้อะไรบ้าง?
เสียเวลาอบรม ดีกว่าเสียเวลาอยู่โรงพยาบาล อบรมไปก็เท่านั้น? คิดผิด
- โดนบังคับไง กฎหมายมันสั่งมา ไม่ทำก็โดนสั่งปิด จบเรื่อง
- อัพสกิล ไม่ใช่แค่ทำงานไปวันๆ คนมีของ เขาไม่ประมาท
- จะได้ไม่ตายหรือพิการก่อนวัยอันควร เจ็บมาไม่คุ้มหรอก เชื่อดิ
- ฝึกสัญชาตญาณ เห็นปุ๊บ รู้ปั๊บ ว่าอะไรจะบึ้ม อะไรจะพัง
- สร้างวัฒนธรรมตีนผี... เอ้ย ไม่ใช่ วัฒนธรรมความปลอดภัย ทุกคนเป็นหูเป็นตา ไม่ใช่ตัวใครตัวมัน
- บอสจะได้เลิกนั่งห้องแอร์ แล้วลงมาดูหน้างานจริงจัง นายจ้างต้องนำ ไม่ใช่นั่งนับเงิน
- ภาพลักษณ์องค์กร บริษัทที่เซฟตี้ดี แม่งโคตรเท่ ลูกค้าก็เชื่อใจ ไม่ใช่โรงงานเถื่อน
- ลดค่าใช้จ่ายแฝงที่มองไม่เห็น เจ๊งเพราะอุบัติเหตุ... มีให้เห็นเยอะแยะ ค่ารักษา ค่าซ่อม ค่าเสียโอกาส
หัวข้อหลักสูตรที่มักจะเจอในการอบรมความปลอดภัย:
- ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (จป.) อันนี้พื้นฐานสุด ทุกคนต้องรู้
- การป้องกันและระงับอัคคีภัย สอนวิธีใช้ถังดับเพลิงกับการหนีไฟ ไม่ใช่แค่วิ่ง
- การปฐมพยาบาลเบื้องต้น เผื่อเพื่อนร่วมงานหัวใจวายหรือนิ้วขาด อย่างน้อยก็ช่วยยื้อชีวิตได้
- ความปลอดภัยในการทำงานกับสารเคมีอันตราย จะได้ไม่เผลอผสมอะไรผิดๆ จนระเบิด
- ความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง สำหรับคนทำงานเสี่ยงตายบนนั่งร้านหรือหลังคา
- ความปลอดภัยในการทำงานกับไฟฟ้า กันโดนดูดตายคาที่
- ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ และผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น (ปั้นจั่น 4 ผู้) ชื่อยาวชิบหาย แต่สำคัญมากในงานก่อสร้าง
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต