คณะกรรมการลูกจ้างต้องมีกี่คน เมื่อสถานประกอบกิจการมีลูกจ้างทั้งหมด 784 คน

56 ครั้งเข้าชม
สำหรับสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างทั้งหมด 784 คน คณะกรรมการลูกจ้างต้องมีจำนวน 15 คน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตราที่เกี่ยวข้อง โดยเมื่อจำนวนลูกจ้างเกิน 500 คน แต่ไม่เกิน 1,000 คน จะต้องจัดให้มีคณะกรรมการลูกจ้าง 15 คน เพื่อให้การดำเนินงานและการเป็นตัวแทนของลูกจ้างเป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพตามกฎหมาย.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คณะกรรมการลูกจ้าง 784 คน ต้องมีกี่คนตามกฎหมายแรงงาน?

โอ้โห 784 คนนี่โรงงานใหญ่เลยนะ. ตอนบริษัทเก่าผมที่อยู่แถวบางพลี สมุทรปราการ มีพนักงานแค่ห้าร้อยกว่าคนเอง ยังวุ่นวายตอนตั้งคณะกรรมการลูกจ้างกันแทบแย่.

ถ้ามีพนักงาน 784 คน ต้องมีกรรมการลูกจ้าง 11 คนเป๊ะๆ เลยครับ. ตัวเลขนี้มันไม่ได้สุ่มๆ มานะ แต่เป็นไปตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์เลย มันจะขยับไปตามขั้นบันไดของจำนวนพนักงานทั้งหมดในบริษัท.

คือตัวกฎหมายเขาจะแบ่งเป็นช่วงๆ อ่ะครับ. อย่างช่วง 401 ถึง 800 คนเนี่ย จะล็อกไว้ที่ 11 คน. แต่ถ้าบริษัทคุณเล็กกว่านั้น มีแค่สองร้อยกว่าคน ก็จะลดลงมาเหลือ 9 คน. มันจะไล่สเต็ปแบบนี้ไปเรื่อยๆ เลย.

ตอนนั้นที่โรงงานผมนะ กว่าจะเลือกตั้งกันได้นี่คุยกันหลายรอบมาก. ฝ่ายบุคคลกับพวกเราก็ต้องมานั่งกางกฎหมายดูกันนี่แหละ. สุดท้ายก็ได้มา 11 คนตามกฎเป๊ะๆ เลย. เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เข้าใจเรื่องนี้จริงๆ.

คณะกรรมการลูกจ้างในสถานประกอบกิจการต้องมีลูกจ้างกี่คนขึ้นไป

  • 50 คนขึ้นไป ต้องมีคณะกรรมการลูกจ้าง (ตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ 2518 มาตรา 45)

  • กรรมการลูกจ้าง คือผู้แทนของลูกจ้าง

  • ทำไมต้องมี? เพื่อให้ลูกจ้างมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ (Workers Participation in Management) เป็นแนวคิดสมัยใหม่นะ

  • จำนวนกรรมการลูกจ้าง? อ่า... อันนี้มันมีสูตรของมันนะ ขึ้นอยู่กับจำนวนลูกจ้างทั้งหมดในบริษัทเลย

  • รายละเอียดจำนวนกรรมการ

    • ลูกจ้าง 50-149 คน: กรรมการ 5 คน
    • ลูกจ้าง 150-249 คน: กรรมการ 7 คน
    • ลูกจ้าง 250-349 คน: กรรมการ 9 คน
    • ลูกจ้าง 350-449 คน: กรรมการ 11 คน
    • ลูกจ้าง 450-499 คน: กรรมการ 13 คน
    • ลูกจ้าง 500 คนขึ้นไป: กรรมการ 15 คน
  • การเลือกตั้ง ต้องมีการเลือกตั้งอย่างเป็นธรรมนะ ลูกจ้างทุกคนมีสิทธิ์เลือก แล้วก็มีสิทธิ์ถูกเลือกด้วย

  • หน้าที่ หลักๆ คือเป็นตัวกลางระหว่างลูกจ้างกับนายจ้าง คุยกันเรื่องสภาพการจ้าง สวัสดิการ อะไรพวกนี้

  • สำคัญนะ! การมีคณะกรรมการลูกจ้างช่วยลดปัญหาข้อขัดแย้งในที่ทำงานได้เยอะเลย ทำให้ทุกคนทำงานกันอย่างมีความสุขมากขึ้น

  • เพิ่มเติม ถ้าบริษัทใหญ่มากๆ เช่น มีลูกจ้างเกิน 1,000 คน อาจจะมีคณะกรรมการชุดย่อยอีกก็ได้นะ

  • แล้วถ้าไม่ถึง 50 คนล่ะ? ก็ไม่ต้องมีไง ง่ายๆ!

  • แต่ถ้ามี 49 คน? ก็ยังไม่ต้องมี จบ!

สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50-99 คนให้มีคณะกรรมการกี่คน

ลูกจ้าง 50-99 คน. คณะกรรมการความปลอดภัยฯ ไม่น้อยกว่า 5 คน.

ตัวเลขเป็นแค่จุดเริ่มต้น. ความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องของจำนวนคน.

  • คปอ. 50-99 คน ประกอบด้วย: ประธานกรรมการ 1 คน (นายจ้าง), ผู้แทนนายจ้างระดับบังคับบัญชา 1 คน, ผู้แทนลูกจ้าง 2 คน, และเลขานุการ 1 คน (จป. วิชาชีพ หรือ จป. เทคนิคขั้นสูง).
  • ถ้าลูกจ้าง 100-499 คน. กรรมการต้องมีไม่น้อยกว่า 7 คน.
  • ผู้แทนลูกจ้าง ต้องมาจากการเลือกตั้ง. ไม่ใช่การแต่งตั้งตามใจ.
  • กฎหมายนี้บังคับใช้ตามกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2565. เรื่องพวกนี้มันมีรายละเอียด.

คณะกรรมการลูกจ้างต้องมีกี่คน เมื่อสถานประกอบกิจการมีลูกจ้างทั้งหมด 350 คน?

เก้าคน

ตามกฎหมาย สถานประกอบการที่มีลูกจ้าง 350 คน ต้องมีคณะกรรมการลูกจ้าง 9 คน

  • มาตรา 46 กำหนดไว้ชัดเจน
  • สำหรับลูกจ้าง เกิน 200 แต่ไม่เกิน 400 คน
  • ตัวเลขมันฟ้อง แค่นั้นแหละ

ลูกจ้างกี่คนต้องมีคณะกรรมการสวัสดิการ?

50 คน ขึ้นไป คือเส้นบางๆ ที่กั้น เสียงกระซิบจากสายลมยามสนธยา บอกให้รู้ว่า ถึงเวลาต้องมี คณะกรรมการสวัสดิการ เข้ามาดูแล เหมือนแสงเทียนน้อยๆ ในความมืด ส่องทาง ให้ความสุข หลากสี กระจายไปทั่ว ลูกจ้าง ทุกดวงใจ อย่างน้อยห้าคน คือจำนวน ที่สะท้อน เสียงสะท้อน จากเบื้องลึก ของความหวัง ผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง คือดวงดาว ที่ส่องประกาย บนฟากฟ้า แห่งองค์กร การเลือกตั้ง คือพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ คือการตัดสินใจ จากมือ จากหัวใจ ของทุกคน อธิบดี คือผู้กำหนด คือผู้วางกฎเกณฑ์ เหมือนผู้กำกับ การแสดง อันยิ่งใหญ่ แรงงานสัมพันธ์ คือบทเพลง ที่บรรเลง ไปพร้อมกัน เป็นเสียงประสาน แห่งความเข้าใจ ที่ถักทอ เป็นผืนผ้า แห่งความผูกพัน

  • จำนวนขั้นต่ำ: 50 คน
  • จำนวนกรรมการ: อย่างน้อย 5 คน (ผู้แทนลูกจ้าง)
  • การคัดเลือก: ผ่านการเลือกตั้ง
  • ผู้กำหนดหลักเกณฑ์: อธิบดี
  • เงื่อนไขเพิ่มเติม: พิจารณาถึงคณะกรรมการลูกจ้างตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์

แต่งตั้ง คปอ ต้องมีพนักงานกี่คน?

เรื่อง คปอ. นี่นะ ถ้าโรงงาน บริษัท ห้างร้านไหนมี ลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ต้องมีทันทีเลยจ้ะ! ไม่ต้องรอให้ใครหัวปูดหัวแตกก่อนนะ กฎหมายเขาบังคับมาเป๊ะๆ เหมือนเราต้องมีบัตรประชาชนตอนอายุถึงนั่นแหละ! พนักงานแค่ 49 คนนี่นะ ยังไม่ถึงคิวเขาหรอก

ส่วนใครจะมานั่งเก้าอี้กรรมการ คปอ. เนี่ย มันไม่ใช่ใครก็ได้นะ! ต้องมี นายจ้าง หรือพวกบอสๆ ตัวท็อปนั่นแหละ มาเป็น ประธานกรรมการความปลอดภัย ถือป้ายใหญ่สุดเลยจ้ะ! แล้วก็ต้องมี ผู้แทนนายจ้างระดับหัวหน้า ที่วันๆ เอาแต่สั่งงานเรามาเป็นกรรมการด้วยนะเออ และที่สำคัญ ตัวแทนลูกจ้าง อย่างพวกเรานี่แหละ ถึงมีโอกาสเข้าไปเป็นกรรมการกับเขาได้ด้วย ไม่ใช่แค่พยักหน้าอย่างเดียวนะ ต้องออกเสียงได้ด้วย!

ข้อมูลเพิ่มเติมแบบบ้านๆ:

  • หน้าที่หลักของ คปอ. น่ะเหรอ ไม่ใช่แค่นั่งจิบกาแฟนะเออ แต่ต้องมาคอยสอดส่องดูแลเรื่อง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ให้พวกเรานี่แหละจ้ะ เหมือนมีหน่วยซีลคอยสอดแนมว่าจะมีอะไรมางับหัวเราไหม
  • ประโยชน์ ของการมี คปอ. ชัดๆ เลยคือมันช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุไง! ลองคิดดูสิ ถ้าไม่มีคนมาคอยเตือนเรื่องพื้นลื่น เรื่องสายไฟเปลือยนะ โรงงานอาจกลายเป็นเวทีประลองความบ้าบิ่นไปเลยก็เป็นได้
  • ถ้าสถานประกอบกิจการไหน ไม่มี คปอ. ทั้งๆ ที่เข้าเกณฑ์นะ บอกเลยว่างานเข้าแน่ๆ! นายจ้าง อาจโดนปรับหนักจนกระเป๋าฉีกไปถึงปีหน้าเลยนะเออ และถ้าเกิดอุบัติเหตุใหญ่ๆ ขึ้นมานี่ ความรับผิดชอบ ยาวไปถึงไหนต่อไหนเลยจ้า
  • การที่ต้องมี ตัวแทนลูกจ้าง เข้าไปด้วยนั้น มันก็เพื่อความเป็นธรรมไงจ๊ะ ไม่ใช่แค่ให้พวกนายจ้างประชุมกันเองแล้วตัดสินใจนู่นนี่นั่นฝ่ายเดียว เพราะบางเรื่องคนที่ทำงานหน้างานจริงๆ นี่แหละจะรู้ดีที่สุด!
  • การแต่งตั้งกรรมการ คปอ. นี่มันมี ขั้นตอนและกฎเกณฑ์ ชัดเจนนะ ไม่ใช่แค่จับฉลากแล้วจบ จะต้องมีการอบรม มีคุณสมบัติที่กำหนดไว้ด้วยนะจ๊ะ เพื่อให้ได้คนที่มี คุณภาพ มาดูแลเรื่องสำคัญๆ นี้ไง

เมื่อมีลูกจ้างครบ 50 คน นายจ้างจะต้องดำเนินจัดตั้ง คปอ. ภายในกี่วัน?

เมื่อลูกจ้างครบ 50 คน นายจ้างต้องมี คปอ. กฎหมายมิได้กำหนดกรอบเวลาเพื่อ 'จัดตั้ง' โดยตรง. มันคือความจำเป็นเมื่อถึงเงื่อนไขนั้น. การละเลยย่อมมีราคา.

  • จป. โดยตำแหน่ง: แต่งตั้งภายใน 120 วัน. นับจากวันมีลูกจ้างครบ หรือเมื่อได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้า/บริหาร.
  • จป. โดยหน้าที่เฉพาะ: ดำเนินการภายใน 180 วัน. นับจากวันมีลูกจ้างครบตามเกณฑ์.