พรบ.จ่ายค่ารักษาพยาบาลกี่บาท

95 ครั้งเข้าชม
คุ้มครองอุ่นใจกับประกันภัยรถยนต์! เบี้ยประหยัด คุ้มค่า คุ้มครองครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาล และหากเกิดอุบัติเหตุรุนแรง สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพ รับความคุ้มครองเพิ่มสูงสุดถึง 500,000 บาท พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง. สบายใจทุกการเดินทาง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

พ.ร.บ. จ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าไหร่? ไขข้อสงสัยเรื่องค่าชดเชยที่คุณควรรู้

เมื่อพูดถึงประกันภัยรถยนต์ หลายคนอาจนึกถึงความคุ้มครองในเรื่องของความเสียหายต่อทรัพย์สินของคู่กรณี หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ของตนเอง แต่สิ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน และมักถูกมองข้ามคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ.) ซึ่งเป็นกฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องทำ และให้ความคุ้มครองที่สำคัญคือ ค่ารักษาพยาบาล ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุจากรถ

แล้ว พ.ร.บ. จ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าไหร่กันแน่? คำถามนี้เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยและอาจยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ เพราะตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. อาจดูซับซ้อนและมีหลายเงื่อนไข เรามาเจาะลึกรายละเอียดกัน

ค่าเสียหายเบื้องต้น:

  • ค่ารักษาพยาบาล: พ.ร.บ. จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แก่ผู้ประสบภัยจากรถทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือคนเดินถนน โดยไม่ถามว่าใครเป็นฝ่ายผิด ในวงเงินสูงสุด 80,000 บาทต่อคน

ค่าสินไหมทดแทน:

หากพิสูจน์ได้ว่าผู้ประสบภัยเป็นผู้ที่ไม่ได้รับผิดจากอุบัติเหตุ (เช่น เป็นผู้โดยสารที่ไม่ได้มีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือเป็นคนเดินถนนที่ถูกรถชน) พ.ร.บ. จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติม ดังนี้:

  • กรณีเสียชีวิต: จ่ายค่าสินไหมทดแทน 500,000 บาทต่อคน
  • กรณีสูญเสียอวัยวะ: จ่ายค่าสินไหมทดแทนตามความรุนแรงของการสูญเสียอวัยวะ ตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 500,000 บาท
  • กรณีทุพพลภาพถาวร: จ่ายค่าสินไหมทดแทน 500,000 บาทต่อคน
  • กรณีบาดเจ็บ: จ่ายค่ารักษาพยาบาลตามจริง แต่รวมกับค่าเสียหายเบื้องต้นแล้วไม่เกิน 80,000 บาท

สรุปประเด็นสำคัญ:

  • พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือคนเดินถนน
  • จ่ายค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นสูงสุด 80,000 บาท โดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าใครผิด
  • หากเป็นผู้ที่ไม่ได้รับผิดจากอุบัติเหตุ จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติม เช่น เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ

ทำไมต้องมี พ.ร.บ. และประกันภัยรถยนต์ควบคู่กัน?

พ.ร.บ. เป็นประกันภัยภาคบังคับที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้ความคุ้มครองขั้นพื้นฐานแก่ผู้ประสบภัยจากรถทุกคน อย่างไรก็ตาม วงเงินคุ้มครองของ พ.ร.บ. อาจไม่เพียงพอต่อค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น หรือความเสียหายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้น การทำประกันภัยรถยนต์เพิ่มเติม (ทั้งประกันภัยชั้น 1, 2+, 3+) จะช่วยเพิ่มความคุ้มครองให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เช่น:

  • เพิ่มวงเงินค่ารักษาพยาบาล: ประกันภัยรถยนต์สามารถเพิ่มวงเงินค่ารักษาพยาบาลให้สูงขึ้นได้
  • คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์: พ.ร.บ. ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ การทำประกันภัยรถยนต์จึงจำเป็นอย่างยิ่ง
  • คุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก: ประกันภัยรถยนต์จะคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (เช่น คู่กรณี) ในกรณีที่เราเป็นฝ่ายผิด

คำแนะนำ:

เมื่อเกิดอุบัติเหตุจากรถ สิ่งแรกที่ควรทำคือ แจ้งบริษัทประกันภัย (ทั้ง พ.ร.บ. และประกันภัยรถยนต์) ทันที เพื่อให้ได้รับการดูแลและดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง นอกจากนี้ ควรถ่ายภาพความเสียหายและเก็บรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ท้ายนี้: การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ. และประกันภัยรถยนต์เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้คุณได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสมและอุ่นใจทุกการเดินทาง อย่ามองข้ามความสำคัญของประกันภัย เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ การเตรียมพร้อมรับมือจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม