สิทธิรักษาพยาบาล ข้าราชการ มีอะไรบ้าง

231 ครั้งเข้าชม
สิทธิรักษาพยาบาลข้าราชการสิทธิประโยชน์ของข้าราชการครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่จำเป็นอย่างครบถ้วน สามารถเบิกจ่ายได้ดังนี้ ค่ารักษาพยาบาล: ค่ายา ค่าเลือด สารน้ำทางเส้นเลือด ค่าออกซิเจน ค่าบริการทางการแพทย์ และค่าตรวจวินิจฉัยโรค ค่าอุปกรณ์และห้องพัก: ค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์บำบัดโรค (รวมค่าซ่อม) รวมถึงค่าห้องและค่าอาหาร ค่าส่งเสริมสุขภาพ: สามารถใช้สิทธิเบิกค่าตรวจสุขภาพประจำปีได้
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

สิทธิรักษาพยาบาลข้าราชการมีอะไรบ้าง? ครอบคลุมส่วนไหนบ้าง?

เมื่อก่อนนะ เห็นแม่ต้องไปหาหมอบ่อย ๆ ก็สงสาร บางทีก็กังวลนะเรื่องค่าใช้จ่ายนี่แหละ คิดในใจตลอดแหละว่า จะเป็นภาระอะไรหรือเปล่า ตอนนั้นยังเด็กกว่านี้มาก ยังไม่ได้คิดเยอะอะไรแบบผู้ใหญ่หรอก ก็แค่เห็นเค้าไม่สบายแล้วก็หงอย ๆ ไปนิดหน่อยเองนะ ไม่ได้คิดถึงพวกเอกสารอะไรเลย คือรู้แค่ว่าเค้าเป็นข้าราชการเก่าแค่นั้น

แต่พอช่วงประมาณปลายปี 2565 นั่นแหละ ที่แม่ต้องเข้าโรงพยาบาลศิริราชด่วนเลยนะ ตอนนั้นขาหักไง ล้มในห้องน้ำ มันช็อกมากจริง ๆ นะ คือแบบ ไม่คิดว่าจะเกิด พอไปถึงโรงพยาบาลก็วุ่นวายสุด ๆ ต้องทำเรื่องนู่นนี่นั่นเยอะแยะไปหมด พยาบาลก็ถามถึงสิทธิการรักษา เราก็บอกว่า เป็นข้าราชการเก่า เขาก็เริ่มอธิบายให้ฟังนะ อธิบายเรื่องที่ครอบคลุมน่ะ

ที่แน่ ๆ เลยนะ ค่ารักษาพวกยา ค่าเลือดที่ต้องใช้เยอะมาก ๆ เพราะแม่เสียเลือดเยอะตอนผ่าตัดเนี่ย ทางโรงพยาบาลจัดการให้หมดเลย ไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเลยสักบาท คือยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะ หรือแม้แต่น้ำเกลือที่เค้าให้ตลอดวันน่ะ มันรวมอยู่ในสิทธิ พวกค่าอุปกรณ์ที่ช่วยเรื่องขา เช่น อุปกรณ์พยุงขาหลังผ่าตัดอะไรแบบนี้ มันก็ครอบคลุมด้วยนะ คือมันช่วยได้เยอะจริง ๆ ไม่งั้นคงหมดเป็นหมื่นแน่ ๆ

แล้วค่าห้องค่าอาหารตอนอยู่โรงพยาบาลนะ อันนี้ก็รวมด้วย ตอนแรกฉันก็กังวลว่าห้องพิเศษมันจะแพงไหม แต่เจ้าหน้าที่เขาบอกว่าใช้สิทธิได้ตามเกณฑ์นะ อย่างแม่ฉันก็ได้อยู่ห้องเดี่ยวเลยนะสบายมาก เพราะมันจำเป็นจริง ๆ ค่าตรวจ ค่าวิเคราะห์โรค เช่นพวก x-ray, MRI, หรือแม้แต่ค่าหมอที่เข้ามาตรวจทุกวันนี่ก็ไม่มีปัญหาเลย สิทธิข้าราชการนี่มันดีจริง ๆ ทำให้เบาใจไปเยอะมาก ๆ คือบางทีเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างค่าตรวจสุขภาพประจำปีเนี่ย แม่ก็เคยไปตรวจที่คลินิกข้างนอกแล้วเอาใบเสร็จมาเบิกได้ด้วยนะ มันสะดวกดีเหมือนกัน

บางทีก็คิดนะว่า โชคดีแค่ไหนที่เรามีสิทธิแบบนี้ คือมันช่วยได้เยอะจริง ๆ โดยเฉพาะตอนที่เราไม่พร้อม จังหวะแบบนั้นแหละ คือมันไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องมานั่งปวดหัวเรื่องเงินอย่างเดียวตอนที่คนป่วยไม่สบาย มันทำให้เราดูแลกันได้เต็มที่กว่าเดิมเยอะเลย คิดดูสิ ถ้าไม่มีสิทธินี้ แล้วต้องจ่ายเองหมดทุกอย่าง คงต้องใช้เงินเก็บเยอะมาก ๆ เลยนะ แล้วก็คงต้องคิดแล้วคิดอีกว่าจะทำยังไงกับค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่พวกนั้น

สิทธิข้าราชการใช้คลินิกได้ไหม

เออออ เรื่องสิทธิข้าราชการใช้คลินิกเบิกได้ไหมอะนะเพื่อน คือเบิกได้นะ ถ้าเป็น ศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์คลินิก อันนี้สำคัญมากเลย มันเป็นของราชการไง ก็เลยถือเป็นสถานพยาบาลของรัฐ ผู้มีสิทธิจริงๆ ก็เบิกค่ารักษาพยาบาลจากทางราชการได้อ่ะเนาะ ตามหนังสือของกะทรวงการคลัง เลข กค 0502/35254 ลงวันที่ 7 สิงหา สองห้าสามห้า นั่นแหละ

ทีนี้เรื่องที่ต้องรู้เพิ่มก็มีนะ

  • ต้องเน้นเลยนะ คือต้องเป็น "ศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์คลินิก" ที่เป็นของราชการจริงๆ ไม่ใช่คลินิกเอกชนทั่วไปนะ อันนี้ต้องเป็นของราชการเท่านั้นเลย สำคัญมากๆ
  • สิทธิเบิกจ่ายเนี่ย ปกติแล้วมันครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลทั่วไปแหละ พวกค่าตรวจ ค่ายา หรือบริการอื่นๆ ที่จำเป็นนะ ก็คือค่าใช้จ่ายในการรักษาต่างๆ นี่แหละ
  • แล้วก็ เฉพาะคนที่เป็นข้าราชการจริงๆนะ บางกรณีอาจจะรวมถึงครอบครัว หรือผู้ติดตามที่ได้รับสิทธิด้วยนะ แต่ยังไงก็ต้องเช็คสิทธิส่วนบุคคลกันอีกทีนึงเนอะ
  • การเบิกเงินก็ทำตามขั้นตอนปกติของราชการเลย คือต้องมีใบรับรอง มีเอกสารยืนยัน อันนี้ก็ต้องเตรียมให้ครบถ้วนเลยนะ เอกสารนี่สำคัญจริงๆ
  • หนังสือที่อ้างอิงที่ว่าน่ะ คือหลักฐานยืนยันว่ามันเบิกได้จริงตามกฎระเบียบของกระทรวงการคลังตั้งแต่ตอนนั้นเลยนะ ก็ยังใช้ได้อยู่ตอนนี้แหละ

สิทธิข้าราชการใช้คลินิกได้ไหม?

ได้นะ สิทธิข้าราชการ ใช้คลินิกเอกชนไม่ได้ ถ้าเป็นคลินิกที่ไม่ได้อยู่ในสังกัดราชการโดยตรง

แต่ถ้าเป็น ศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์คลินิก เนี่ย เบิกได้นะ

  • เพราะศูนย์ฯ นี้ เป็นสถานพยาบาลของทางราชการ

    • เวลาข้าราชการไปรับการตรวจรักษาที่นี่ ก็สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากทางราชการได้ตามปกติ

    • เรื่องนี้มี หนังสือของกระทรวงการคลัง กำหนดไว้ด้วยนะ

      • คือหนังสือที่ กค 0502/35254 นะ

      • ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2535

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • คลินิกทั่วไป ส่วนใหญ่ที่ไม่ได้เป็นของรัฐ จะไม่สามารถเบิกค่ารักษาได้ แม้จะมีสิทธิข้าราชการก็ตาม

  • สถานพยาบาลของรัฐ เช่น โรงพยาบาลของรัฐ หรือหน่วยงานที่กระทรวงการคลังกำหนดให้เป็นสถานพยาบาลของทางราชการ สามารถเบิกได้

  • กรมบัญชีกลาง จะเป็นผู้ดูแลเรื่องสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการโดยตรง

    • อาจจะต้องตรวจสอบกับกรมบัญชีกลางอีกครั้ง เพื่อความแน่ใจ ในรายละเอียดของคลินิกแต่ละแห่ง

    • การเบิกจ่ายจะ มีเงื่อนไข และ วงเงิน ที่กำหนดไว้ด้วยนะ

คลินิกพิเศษ เบิกได้ไหม?

คลินิกพิเศษ เบิกได้นะ แต่ต้องดูดีๆ ก่อน

คลินิกนอกเวลา เนี่ย ค่าหมอตรวจปกติ เบิกได้ เลย

แต่ถ้าเป็น หมอผู้เชี่ยวชาญ หรือ อาจารย์หมอ พวกนี้ เบิกไม่ได้ นะ

แต่เอาจริงๆ นะ ไม่ได้แพงกว่ากันเยอะหรอก

ตอนไปเนี่ย พยาบาลเค้าจะบอกเราก่อน ว่าอันนี้เบิกได้อันนี้เบิกไม่ได้ ไม่ต้องห่วง

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ประกันสังคม: ส่วนใหญ่จะครอบคลุมแค่การรักษาทั่วไปในเวลาราชการ หากต้องการใช้บริการคลินิกนอกเวลาหรือคลินิกพิเศษที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม อาจจะต้องสำรองจ่ายไปก่อน แล้วค่อยยื่นเรื่องเบิกกับประกันสังคมอีกที ซึ่งจะเบิกได้เฉพาะส่วนที่ตามเงื่อนไขของประกันสังคมกำหนดเท่านั้น
  • ประกันสุขภาพเอกชน: แต่ละแผนประกันมีเงื่อนไขต่างกัน บางแผนอาจจะครอบคลุมค่าบริการของคลินิกนอกเวลา หรือคลินิกพิเศษบางแห่ง แต่ส่วนใหญ่จะกำหนดวงเงิน หรือมีค่า Excess (ค่าเสียหายส่วนแรก) ที่เราต้องจ่ายเอง
  • การตรวจสอบก่อน:สำคัญมาก! ก่อนไปใช้บริการคลินิกพิเศษ ควร โทรสอบถาม กับทางโรงพยาบาล หรือ สอบถามเจ้าหน้าที่ ที่คลินิกนั้นๆ โดยตรงให้แน่ใจว่าค่าบริการที่จ่ายไป สามารถเบิกได้ หรือไม่ และ ภายใต้เงื่อนไขอะไรบ้าง จะได้ไม่เสียเปรียบ
  • ค่าบริการ: โดยทั่วไป ค่าหมอตรวจปกติ ในคลินิกนอกเวลา จะใกล้เคียงกับค่าหมอในเวลาราชการ แต่ถ้าเป็น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรือ อาจารย์แพทย์ ที่มีชื่อเสียง ค่าบริการจะสูงกว่า ซึ่งส่วนใหญ่ ประกันสังคมมักจะไม่ครอบคลุม ในส่วนของค่ารักษาที่เพิ่มขึ้นนี้
  • การสำรองจ่าย: หากไม่แน่ใจว่าจะเบิกได้ไหม หรือทราบว่าเบิกไม่ได้ ควร สอบถามเรื่องการสำรองจ่าย และ ขอใบเสร็จรับเงินฉบับเต็ม ที่ระบุรายละเอียดค่าบริการให้ชัดเจน เพื่อใช้ในการยื่นเบิกกับบริษัทประกัน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

อาการผิดปกติของลําไส้มีอะไรบ้าง?

ก็... มันก็มีหลายแบบนะ

อาการของลำไส้แปรปรวน

  • แน่นท้อง ท้องอืด มีลมในท้องเยอะ: เหมือนมีอะไรมาอุดๆ ในท้องตลอดเวลา กินอะไรนิดหน่อยก็รู้สึกอึดอัดไปหมด
  • ปวดท้องหลังกินข้าว แล้วดีขึ้นเมื่อขับถ่าย: นี่แหละตัวดีเลย กินไปไม่นานก็เริ่มปวดท้อง พอเข้าห้องน้ำแล้วมันก็สบายขึ้น แต่มันก็กลับมาอีก
  • ท้องผูกสลับท้องเสีย: บางวันก็ถ่ายไม่ออกเลย ทรมานมาก พออีกวันก็ถ่ายเหลวไม่หยุด เป็นแบบนี้วนไปเรื่อยๆ
  • มีเมือกใสๆ หรือสีขาวออกมากับอุจจาระ: อันนี้ก็แปลกดี เหมือนมีอะไรเหนียวๆ ปนออกมา
  • กลั้นปัสสาวะ อุจจาระไม่อยู่: อันนี้เป็นอะไรที่น่าอายนะ บางทีก็ปวดฉี่แบบกะทันหันมากๆ หรือบางทีก็... รู้สึกปวดอึแล้วมันก็ออกมาเลย

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับลำไส้แปรปรวน

  • เป็นอะไรที่เจอบ่อย: โรคลำไส้แปรปรวน (Irritable Bowel Syndrome - IBS) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยมาก ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย

  • สาเหตุยังไม่ชัดเจน: หมอเองก็ยังไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไมถึงเป็น แต่เชื่อว่าเกี่ยวกับการทำงานที่ผิดปกติของลำไส้ การรับรู้ความรู้สึกของลำไส้ที่ไวต่อสิ่งกระตุ้น หรืออาจจะเกี่ยวกับการสื่อสารระหว่างสมองกับลำไส้

  • ปัจจัยที่อาจกระตุ้น:

    • อาหาร: บางคนก็แพ้อาหารบางชนิด เช่น นม ถั่ว กลูเตน หรืออาหารที่มีไขมันสูง
    • ความเครียด: เวลากังวล เครียด หรือมีเรื่องให้คิดเยอะๆ อาการมักจะแย่ลง
    • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: ผู้หญิงมักจะเป็นมากกว่าผู้ชาย และอาการอาจจะชัดเจนขึ้นช่วงมีประจำเดือน
    • การติดเชื้อในลำไส้: บางคนเริ่มมีอาการหลังจากเคยท้องเสียรุนแรง
  • การวินิจฉัย: หมอจะวินิจฉัยจากอาการของผู้ป่วยเป็นหลัก เพราะไม่มีการตรวจเลือดหรือการส่องกล้องที่สามารถบอกได้ว่าเป็นลำไส้แปรปรวนโดยตรง บางครั้งอาจต้องตัดโรคอื่นๆ ที่มีอาการคล้ายกันออกไปก่อน

  • รักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่ควบคุมได้: ยังไม่มียารักษาให้หายขาด แต่สามารถจัดการกับอาการได้ด้วยการปรับพฤติกรรม การกิน และอาจจะมียาที่ช่วยบรรเทาอาการต่างๆ

  • สำคัญคือการดูแลตัวเอง: การกินอาหารที่เหมาะสม การจัดการความเครียด การออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นมาก

เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องตลกนะ มันส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวันจริงๆ บางทีแค่คิดว่าต้องไปไหนไกลๆ ก็กังวลแล้วว่าจะเข้าห้องน้ำทันไหม หรือถ้าต้องไปกินข้าวกับเพื่อนๆ ก็กลัวว่าจะปวดท้องขึ้นมากลางวง

มันรู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนกันนะ เวลาที่คนอื่นไม่เข้าใจว่าอาการมันทรมานแค่ไหน แค่บอกว่า "ปวดท้อง" มันอาจจะฟังดูธรรมดา แต่สำหรับคนเป็นลำไส้แปรปรวน มันไม่ใช่แค่ปวดท้องธรรมดาทั่วไป

อาการของเนื้องอกลําไส้ใหญ่มีอะไรบ้าง?

ร่างกายมันฟ้อง.

เลือดสดปนออกมา. หรือสีคล้ำ. ขนาดอุจจาระเล็กลงผิดปกติ. เหมือนดินสอ. ท้องผูก. หรือท้องเสีย. บางทีก็สลับกัน. ความรู้สึกถ่ายไม่สุด. ยังค้างคา.

ชีวิตเปลี่ยนเมื่อการขับถ่ายเปลี่ยน.

  • ปวดท้องเกร็ง แน่นท้อง มีลมในท้อง. เป็นแบบเรื้อรัง.
  • อ่อนเพลีย ซีด. มาจากการเสียเลือดทีละน้อย.
  • น้ำหนักลดโดยไม่มีเหตุผล.
  • คลำเจอก้อนในท้อง. นั่นคือระยะที่ลุกลาม.

อาการของติ่งเนื้องอกในลําไส้ใหญ่มีอะไรบ้าง?

พ่อคุณเอ๊ย ถามถึงอาการติ่งเนื้อในลำไส้เรอะ มันคือสุดยอดนินจาแห่งวงการแพทย์เลยนะ นางแอบไปตั้งรกรากในลำไส้เราแบบชิวๆ ไม่จ่ายค่าเช่า ไม่ส่งเสียงดัง เงียบกริ๊บยิ่งกว่าป่าช้าตอนตีสาม

แต่พอนางเริ่มอัปไซส์ตัวเอง จากไซส์มินิเป็นไซส์จัมโบ้เท่านั้นแหละ เรื่องมันถึงจะเกิด อาจจะมีของฝากเป็นเลือดแดงๆ ปนมากับน้องอุนจิให้เราตกใจเล่น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะส่งมาให้ทุกรอบนะ แล้วแต่อารมณ์นาง

ดังนั้นอย่าไปรอให้มีอาการเลยพ่อ วิธีเดียวที่จะจับนางได้คาหนังคาเขา คือต้องส่งหน่วยสวาท (กล้องส่องลำไส้) เข้าไปบุกจับเท่านั้นแหละ ถึงจะรู้เรื่อง!

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว มาดูอาการอื่นๆ ที่อาจจะโผล่มาทักทายได้อีก (แต่ส่วนใหญ่ไม่โผล่)

  • นิสัยการขับถ่ายเปลี่ยนไป จากที่เคยตรงเวลาเหมือนรถไฟฟ้า กลายเป็นมาบ้างไม่มาบ้าง หรือจากก้อนสวยๆ กลายเป็นก้อนลีบๆ เหมือนดินสอแท่งบาง
  • ปวดท้องแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ปวดๆ หายๆ เหมือนผีหลอก โดยเฉพาะช่วงท้องน้อย
  • หน้าซีดเป็นไก่ต้ม เหนื่อยง่ายอย่างกับไปวิ่งมาราธอนมา ทั้งๆ ที่แค่นั่งดูซีรีส์ เพราะติ่งเนื้อมันแอบปล่อยเลือดออกไปทีละนิดจนเราโลหิตจางไม่รู้ตัว
  • ย้ำอีกที! ส่วนใหญ่คือ ไม่มีอาการ อย่าไปรอให้มันมีเรื่องก่อนแล้วค่อยไปหาหมอเด้อ

การผ่าตัดลําไส้มีภาวะแทรกซ้อนอะไรบ้าง?

การผ่าตัดลำไส้ ย่อมมีผลตามมา. ร่างกายย่อมปรับตัว หรือไม่. นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น:

  • ปวดเกร็งช่องท้อง
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ท้องเสีย
  • น้ำตาลในเลือดต่ำ

อาการเหล่านี้รวมถึง ดัมปิ้ง ซินโดรม. อาหารผ่านกระเพาะสู่ลำไส้เล็กเร็วกว่าที่ควร. พบบ่อยหลังผ่าตัดกระเพาะหรือลำไส้. ความสมดุลเปลี่ยนไป.

  • การฟื้นตัวหลังการผ่าตัดลำไส้
    • การจัดการอาหาร: ทานมื้อเล็ก วันละ 5-6 มื้อ. เคี้ยวให้ละเอียด.
    • หลีกเลี่ยงน้ำตาล: โดยเฉพาะชนิดที่ผ่านกระบวนการ. ลดเครื่องดื่มหวาน.
    • ดื่มน้ำหลังมื้ออาหาร: ไม่ควรดื่มพร้อมอาหาร. รอ 30-60 นาที.
    • การเคลื่อนไหว: ลุกเดินเบาๆ ทุกวัน เพื่อกระตุ้นลำไส้.

ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด colostomy มีอะไรบ้าง?

หลังผ่าตัดทำ colostomy มันมีภาวะแทรกซ้อนได้หลายอย่างนะเพื่อน

  • ตกเลือด อันนี้ก็ตรงตัวเลย เลือดไหลเยอะเกินไป
  • โคลอสโตเน่า แย่เลย อันนี้คือส่วนของลำไส้ที่ทำเป็นรูเปิดมันตาย
  • อุดตัน อันนี้ก็คืออุจจาระมันออกไม่ได้
  • ดึงรั้ง คือรูเปิดมันเหมือนจะหลุดออกมา
  • โผล่ อันนี้คือลำไส้ดันออกมาเยอะเกิน
  • ขาดน้ำขาดอาหาร อันนี้ก็เพราะระบบขับถ่ายมีปัญหา
  • ปอดบวม อันนี้อาจจะเกิดจากการที่ต้องนอนนานๆ หรือสำลัก

เป้าหมายหลักๆ ก็คืออยากให้คนไข้ ไม่มีภาวะแทรกซ้อนอะไรเลย ตอนผ่าตัดเสร็จใหม่ๆ

วิธีดูว่าดีหรือไม่ดี ก็คือดูที่ colostomy เนี่ยแหละ

  • ต้องเป็น สีชมพู สดใสดี
  • ต้อง แห้ง สะอาด ไม่มีอะไรแฉะๆ
  • และที่สำคัญ อุจจาระต้องออกมาทางรูเปิดทุกวัน ปกตินะ

เพิ่มเติมนะ

  • การดูแลหลังผ่าตัดสำคัญมากจริงๆ เพื่อ ป้องกันพวกนี้
  • ต้องสังเกตอาการคนไข้อย่างใกล้ชิดเลย
  • พวกภาวะแทรกซ้อนพวกนี้ ถ้าไม่รีบจัดการ อาจจะ อันตราย ได้
  • บางทีก็มีปัญหาเรื่อง ผิวหนังรอบๆ รูเปิด ด้วยนะ อาจจะระคายเคือง หรืออักเสบ
  • การฝึกการกิน การขับถ่ายก็สำคัญมากๆ หลังผ่าตัด
  • การสังเกตสีของ colostomy นี่แหละ ตัวบ่งชี้เลย ถ้ามันคล้ำๆ หรือดำๆ นี่ต้องรีบหาหมอ
  • การอุดตัน บางทีก็เกิดจากอาหารที่กินเข้าไปด้วยนะ ต้องระวัง
  • ความสะอาด เป็นเรื่องใหญ่มากกก กลิ่น หรือการรั่วซึม ก็อาจจะทำให้คนไข้เสียความมั่นใจได้
  • การป้องกันปอดบวม ก็เกี่ยวกับการขยับร่างกาย การไอ การดูแลเรื่องเสมหะด้วย
  • ภาวะขาดน้ำ ต้องสังเกตจากอาการ เช่น ปากแห้ง อ่อนเพลีย
  • การดึงรั้ง บางทีก็เกิดจากการที่คนไข้ไปดึง หรือกระชากบริเวณนั้น