Espresso กับ Americano ต่างกันยังไง

0 ครั้งเข้าชม
คุณลักษณะเอสเพรสโซ่อเมริกาโน่
ส่วนผสมหลักกาแฟสกัดเข้มข้นเอสเพรสโซ่ผสมน้ำร้อน
ความเข้มข้นเข้มข้นสูงมากเจือจางลง
espresso กับ americano ต่างกันยังไงรสชาติเข้มข้นเนื้อสัมผัสแน่นรสชาตินุ่มนวลดื่มง่ายกว่า
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

espresso กับ americano ต่างกันยังไง? สรุปจุดต่างใน 1 นาที

การเลือกสั่งกาแฟแก้วโปรดในร้านคาเฟ่อาจสร้างความสับสนให้กับหลายคนเมื่อต้องพิจารณาว่า espresso กับ americano ต่างกันยังไง เพื่อให้ได้รสชาติที่ตรงใจที่สุด การเข้าใจความแตกต่างพื้นฐานของกาแฟทั้งสองชนิดนี้ช่วยให้การสั่งเครื่องดื่มแก้วถัดไปเป็นเรื่องง่ายและเพลิดเพลินยิ่งขึ้น

สรุปใจความสำคัญ: Espresso กับ Americano ต่างกันยังไง

คำถามที่ว่า espresso กับ americano ต่างกันยังไง มีคำตอบที่เข้าใจง่ายที่สุดคือ ความเข้มข้นและปริมาณน้ำ โดยเอสเพรสโซ่คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง มันคือน้ำกาแฟเข้มข้นบริสุทธิ์ขนาดช็อตเล็กๆ ส่วนอเมริกาโน่ก็คือการนำช็อตเอสเพรสโซ่นั้นมาเติมน้ำร้อนลงไปเพื่อเจือจางให้ดื่มได้ง่ายขึ้นและเพลิดเพลินได้ยาวนานตลอดทั้งวัน

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเมนูทั้งสองนี้อาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยที่ต่างกัน ทั้งในเรื่องของสัมผัสบนลิ้น กลิ่นอโรมา หรือแม้กระทั่งปริมาณคาเฟอีน ความแตกต่างระหว่างเอสเพรสโซ่และอเมริกาโน่ แบบเจาะลึกจะช่วยให้คุณสั่งกาแฟแก้วโปรดหน้าเคาน์เตอร์คาเฟ่ได้อย่างมั่นใจและตรงกับความต้องการในแต่ละช่วงเวลามากยิ่งขึ้น

เจาะลึกเอสเพรสโซ่ (Espresso) รากฐานของโลกกาแฟ

เอสเพรสโซ่คือกาแฟดำที่สกัดด้วยแรงดันสูงจากเครื่องชงกาแฟ โดยปกติจะสกัดออกมาในปริมาณเฉลี่ย 25-35 มิลลิลิตรต่อหนึ่งช็อต รสชาติที่ได้จะเข้มข้น ดุดัน มีบอดี้หรือความหนืดที่ค่อนข้างหนา และมีลักษณะพิเศษคือชั้นโฟมสีทองเนียนนุ่มบนผิวหน้ากาแฟที่เรียกว่า ครีมา (Crema) ซึ่งเกิดจากน้ำมันธรรมชาติและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในเมล็ดกาแฟที่ถูกรีดออกมาภายใต้แรงดันล่างระบบชง

จำได้เลยว่าตอนที่ฉันหัดดื่มกาแฟใหม่ๆ ฉันสั่งเอสเพรสโซ่ช็อตมาลองเพราะอยากดูเท่เหมือนบาริสต้ามืออาชีพ วินาทีแรกที่น้ำกาแฟแตะลิ้น หน้าฉันเบี้ยวทันทีเพราะความขมและเข้มข้นจนแทบสำลัก มันเข้มข้นจนเหมือนโดนหมัดฮุกเข้าเต็มๆ ตาตื่นในทันที มือสั่นไปหมดหลังจากซดหมดในสามอึก แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ของมัน กาแฟชนิดนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้จิบชิลๆ แต่คือการดื่มให้หมดอย่างรวดเร็วเพื่อรับรสชาติอันทรงพลังและคาเฟอีนที่พุ่งพล่านเข้าสู่ร่างกาย

ทำความรู้จักอเมริกาโน่ (Americano) กาแฟสายชิลของคนทำงาน

อเมริกาโน่ถือกำเนิดขึ้นจากประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ โดยมีเรื่องเล่าว่าทหารอเมริกันที่ไปประจำการในยุโรปช่วงสงครามโลกครั้งที่สองไม่คุ้นชินกับความขมจัดของเอสเพรสโซ่แบบอิตาเลียน พวกเขาจึงนำน้ำร้อนมาเทผสมเพื่อเจือจางให้รสชาติมีความคล้ายคลึงกับกาแฟดริปที่คุ้นเคยในบ้านเกิด อเมริกาโน่หนึ่งแก้วในปัจจุบันจึงมีปริมาณรวมอยู่ที่ประมาณ 120-180 มิลลิลิตร โดยใช้อัตราส่วนผสมของน้ำร้อนต่อเอสเพรสโซ่ที่ประมาณ 1:3 ถึง 1:4

การเติมน้ำร้อนลงไปไม่ได้ทำให้โครงสร้างทางเคมีของกาแฟเปลี่ยนไป แต่มันช่วยกระจายโมเลกุลรสชาติให้กว้างขึ้น บอดี้ที่เคยหนืดเข้มจะเปลี่ยนเป็นเบาสบาย คล้ายกับการจิบชาเข้มๆ รสขมจัดจะถูกลดทอนลงทำให้ดื่มง่ายขึ้นมาก และที่สำคัญคือชั้นครีมาด้านบนจะค่อยๆ สลายตัวไปหรือเหลืออยู่เพียงบางๆ เท่านั้นเนื่องจากถูกน้ำร้อนเจือจาง เหมาะสำหรับการนั่งจิบไปทำงานไปได้ยาวนานเป็นสิบนาทีโดยที่รสชาติยังคงกลมกล่อม

อเมริกาโน่กับเอสเพรสโซ่ต่างกันตรงไหน: เปรียบเทียบ 5 ปัจจัยหลัก

ถ้าถามว่า รสชาติเอสเพรสโซ่และอเมริกาโน่ อันไหนจะตอบโจทย์คุณมากกว่ากัน เรามาลองเปรียบเทียบในมุมของวิทยาศาสตร์กาแฟและการรับรสกันดูทีละข้อ หลายคนมักกังวลว่าการเจือจางน้ำจะทำให้คุณประโยชน์หรือสารบางอย่างเปลี่ยนไป - ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่เลย

เรื่องนี้ค่อนข้างน่าประหลาดใจ แต่อเมริกาโน่และเอสเพรสโซ่ที่ทำจากจำนวนช็อตเท่ากัน จะมีปริมาณคาเฟอีนและแคลอรีที่เท่ากันทุกประการ เพราะน้ำร้อนที่เติมเข้าไปไม่ได้ไปลดจำนวนคาเฟอีนที่มีอยู่เดิมตั้งแต่แรก โดยเฉลี่ยแล้วเอสเพรสโซ่หนึ่งช็อตจะมีคาเฟอีนอยู่ราวๆ 60-70 มิลลิกรัม และมีพลังงานต่ำมากเพียงแค่ประมาณ 2-5 แคลอรีเท่านั้น ดังนั้นสิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปคือความหนาแน่นของรสชาติในแต่ละมิลลิลิตรที่คุณกลืนลงไปนั่นเอง

ตารางเปรียบเทียบ Espresso vs Americano

สรุปข้อแตกต่างด้านกายภาพและรสสัมผัสเพื่อให้คุณเห็นภาพรวมของกาแฟดำทั้งสองเมนูนี้ได้ในทันที

Espresso (เอสเพรสโซ่)

- เข้มข้น ดุดัน ขมปนหวาน บอดี้หนาและหนืด

- กาแฟสกัดบริสุทธิ์ 100% ด้วยแรงดันสูง ไม่มีน้ำเจือปน

- หนาแน่น สีน้ำตาลทองคลุมทั่วผิวหน้ากาแฟ

- 60-70 มิลกรัมต่อช็อต (เท่ากับอเมริกาโน่ที่ใช้ช็อตเท่ากัน)

- ประมาณ 25-35 มิลลิลิตร (เสิร์ฟในถ้วยขนาดเล็ก)

Americano (อเมริกาโน่) ⭐

- นุ่มนวล ดื่มง่าย บอดี้เบาบาง ดื่มสบายนิ้ว

- เอสเพรสโซ่ช็อต ผสมกับน้ำร้อนในอัตราส่วนประมาณ 1:3

- บางเบามาก หรือสลายตัวไปเกือบหมดจากการโดนน้ำ

- 60-70 มิลกรัมต่อช็อต (เท่ากับเอสเพรสโซ่ต้นทาง)

- ประมาณ 120-180 มิลลิลิตร (เสิร์ฟในถ้วยกาแฟมาตรฐาน)

บทสรุปคือเอสเพรสโซ่เปรียบเสมือนหัวเชื้อกาแฟที่มีความเข้มข้นสูงสุด ส่วนอเมริกาโน่คือการนำหัวเชื้อนั้นมาทำให้เจือจางลงด้วยน้ำเพื่อให้กลายเป็นเครื่องดื่มสายชิล หากคุณต้องการความรวดเร็วและรสชาติกระแทกใจให้เลือกเอสเพรสโซ่ แต่ถ้าอยากจิบนานๆ ระหว่างทำงานอเมริกาโน่คือคำตอบที่ดีที่สุด

ประสบการณ์เลือกเมนูกาแฟของก้อง: พนักงานออฟฟิศย่านอโศก

ก้อง นักพัฒนาซอฟต์แวร์วัย 29 ปีในกรุงเทพฯ ประสบปัญหาหน้ามืดและง่วงนอนอย่างรุนแรงในช่วงบ่ายเนื่องจากเวลานอนไม่พอและต้องนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานติดต่อกันทุกวัน

ตอนแรกก้องแก้ปัญหาด้วยการเดินไปสั่งเอสเพรสโซ่เย็นจากคาเฟ่ใต้ตึกมาดื่ม แต่ปรากฏว่าเอสเพรสโซ่เย็นแบบไทยมักใส่นมข้นและน้ำเชื่อมหวานจัด ส่งผลให้เขารู้สึกตื่นตัวแค่ช่วงแรกก่อนจะเกิดอาการง่วงหนักกว่าเดิมจากสภาวะน้ำตาลตกในเลือด

ก้องยอมรับตรงๆ ว่าเขากลัวกาแฟดำเพราะคิดว่ามันจะขมปี๋จนกลืนไม่ลง จนกระทั่งบาริสต้าแนะนำให้ลองสั่งอเมริกาโน่ร้อนไม่ใส่น้ำตาลแทน โดยอธิบายว่ามันคือกาแฟเอสเพรสโซ่ที่เจือจางน้ำร้อนจนบอดี้เบาบางลงคล้ายน้ำชา

หลังจากปรับมาดื่มอเมริกาโน่ไม่ใส่น้ำตาล ก้องพบว่าเขาสามารถนั่งจิบกาแฟระหว่างโค้ดงานได้ยาวนานกว่า 15 นาที รสชาติไม่ได้ขมทรมานอย่างที่คิด และช่วยให้ตื่นตัวได้อย่างคงที่ตลอดบ่ายโดยไม่มีอาการล้าหลังจากน้ำตาลตกอีกต่อไป

สรุปและข้อสรุป

เอสเพรสโซ่คือแก่นแท้ อเมริกาโน่คือการขยายผล

จดจำง่ายๆ ว่าอเมริกาโน่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้หากไม่มีเอสเพรสโซ่ เพราะอเมริกาโน่คือการนำช็อตเอสเพรสโซ่มาเติมน้ำร้อนผสมลงไปนั่นเอง

คาเฟอีนเท่ากันหมดถ้าจำนวนช็อตเท่ากัน

อย่าเลือกเมนูเพราะคิดว่าคาเฟอีนต่างกัน ให้เลือกที่วิธีดื่ม หากต้องการซดหมดในอึกเดียวให้สั่งเอสเพรสโซ่ หากต้องการจิบยาวๆ ให้เลือกอเมริกาโน่

หากคุณชื่นชอบกาแฟดำและอยากรู้เพิ่มเติม ลองมาดูกันว่า อเมริกาโน่กับกาแฟดำต่างกันยังไง เพื่อเปิดประสบการณ์รสชาติใหม่ๆ
แคลอรีต่ำทั้งคู่ตราบใดที่ไม่เติมน้ำตาล

ทั้งสองเมนูเป็นกาแฟดำบริสุทธิ์ที่มีพลังงานเพียง 2-5 แคลอรีต่อแก้ว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักและดูแลสุขภาพอย่างแท้จริง

อ้างอิงเพิ่มเติม

สั่งกาแฟอะไรดีเพื่อให้ดื่มง่ายระหว่างวันและไม่ขมจนเกินไป

หากคุณเพิ่งเริ่มต้นดื่มกาแฟดำ อเมริกาโน่คือตัวเลือกที่ดื่มง่ายที่สุดเนื่องจากมีการผสมน้ำร้อนลงไปเจือจางความเข้มข้น ทำให้รสสัมผัสเบาบางลงและไม่ขมติดลิ้นเท่าเอสเพรสโซ่ช็อตบริสุทธิ์

อเมริกาโน่กับเอสเพรสโซ่ รสชาติขมต่างกันมากไหม

ต่างกันอย่างชัดเจน เอสเพรสโซ่จะมีรสขมเข้มข้น ดุดัน และอบอวลในปากทันทีที่ดื่ม ส่วนอเมริกาโน่จะมีความนุ่มนวล รสขมถูกลดทอนลงทำให้มีความคล้ายคลึงกับกาแฟดริปหรือชาเข้มๆ ดื่มแล้วละมุนคอมากกว่า

เมนูไหนมีปริมาณคาเฟอีนมากกว่ากัน

หากใช้จำนวนช็อตกาแฟในการทำเท่ากัน ทั้งสองเมนูจะมีปริมาณคาเฟอีนที่เท่ากันทุกประการ เพราะน้ำร้อนที่เติมในอเมริกาโน่เพียงแค่เจือจางรสชาติ แต่ไม่ได้ลดทอนปริมาณคาเฟอีนดั้งเดิมลงไป