พริกหวานทําอะไรได้บ้าง

0 ครั้งเข้าชม
พริกหวานทําอะไรได้บ้าง เมนูที่นิยมคือพริกหวานผัดน้ำมันหอย พริกหวานยัดไส้หมูสับอบ สลัดผักสดรวมมิตร 3 สี พริกหวานย่างสำหรับเครื่องเคียงสเต็ก เมนูเหล่านี้ช่วยเพิ่มสีสันและสารอาหารครบถ้วน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

พริกหวานทําอะไรได้บ้าง? สลัด ผัด หรือยัดไส้อบ

การเรียนรู้ว่า พริกหวานทําอะไรได้บ้าง ช่วยเปลี่ยนมื้ออาหารเดิมให้มีสีสันและน่ารับประทานยิ่งขึ้น
พริกสีสันสวยงามนำไปปรุงได้หลากหลายทั้งแบบสุกและกินสดเพื่อรับสารอาหารสูงสุด การเลือกเมนูที่เหมาะสมช่วยดึงรสชาติความหวานธรรมชาติออกมาและเสริมสร้างสุขภาพที่ดีในทุกวัน

พริกหวานทําอะไรได้บ้าง? รวมเมนูเด็ดและเคล็ดลับที่คนรักสุขภาพห้ามพลาด

พริกหวาน (Bell Pepper) เป็นวัตถุดิบที่มหัศจรรย์เพราะไม่มีความเผ็ดเหมือนพริกชนิดอื่น แต่กลับให้ความหวานกรอบและสีสันที่ช่วยให้อาหารดูน่ารับประทานขึ้นทันตา พริกหวานทําอะไรได้บ้าง ทำได้หลากหลาย ตั้งแต่เมนูผัดยอดนิยมอย่างเนื้อผัดพริกหวาน เมนูยัดไส้แคลอรี่ต่ำ ไปจนถึงการทานสดในสลัดหรือย่างเป็นเครื่องเคียงบาร์บีคิว

นอกจากความอร่อยแล้ว พริกหวานยังเป็นแหล่งรวมวิตามินชั้นเลิศ โดยเฉพาะวิตามินซีที่สูงกว่าส้มถึง 3 เท่าในปริมาณที่เท่ากัน ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและบำรุงผิวพรรณได้เป็นอย่างดี แต่หลายคนมักเจอปัญหาพริกหวานเหม็นเขียวหรือนิ่มเกินไปหลังปรุงเสร็จ - ซึ่งผมมีเทคนิคแก้ไขมาฝากในส่วนถัดไป

เมนูพริกหวานยอดนิยม: จากจานผัดไปจนถึงของทานเล่น

หากคุณกำลังมองหาไอเดียว่า พริกหวาน ผัดอะไรอร่อย ลองเริ่มต้นด้วยเมนูที่เน้นดึงรสชาติความหวานธรรมชาติออกมา ดังนี้: เนื้อผัดพริกหวานน้ำมันหอย: เมนูมาตรฐานที่ใครก็ชอบ ใช้พริกหวาน 3 สีหั่นชิ้นพอดีคำ ผัดเร็วๆ ด้วยไฟแรงเพื่อให้พริกยังคงความกรอบ วิธีทําพริกหวานยัดไส้ หมูสับหรือไข่: ใช้พริกหวานเป็นภาชนะในการอบหรือนึ่ง เป็น เมนูพริกหวาน ลดน้ำหนัก ที่ดีมากสำหรับคนลดน้ำหนัก สลัดพริกหวานสีสันสดใส: พริกหวาน กินสด ได้ไหม ทานสดช่วยให้ได้รับวิตามินซีสูงสุด แนะนำให้หั่นซอยเป็นเส้นบางๆ ทานคู่กับน้ำสลัดงาญี่ปุ่นหรือบัลซามิก พริกหวานย่างเครื่องเคียง: การย่างช่วยดึงน้ำตาลในพริกออกมา ทำให้รสชาติหวานขึ้นและมีกลิ่นหอมไหม้จางๆ เข้ากันได้ดีกับสเต็กหรืออกไก่ย่าง

สารอาหารในพริกหวานนั้นเข้มข้นมาก โดยเฉพาะในพริกหวานสีแดงที่ให้ปริมาณเบต้าแคโรทีนสูงกว่าสีเขียวถึง 8 เท่า[2] การใส่พริกหวานเพียงครึ่งลูกในมื้ออาหาร ก็ช่วยให้คุณได้รับวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายในแต่ละวันเกือบครบถ้วนแล้ว

เปรียบเทียบพริกหวาน 3 สี: เลือกสีไหนให้ตรงใจและตรงประโยชน์?

หลายคนสงสัยว่าสีที่ต่างกันมีผลต่อรสชาติและประโยชน์อย่างไร ความจริงคือพริกหวานแต่ละสีคือระยะการสุกที่ต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อสารอาหารภายในอย่างชัดเจน

ตารางเปรียบเทียบจุดเด่นของพริกหวานแต่ละสี

เพื่อให้คุณเลือกซื้อได้ตามความต้องการ นี่คือความแตกต่างที่เห็นได้ชัด: สีเขียว: รสชาติออกขมเล็กน้อย มีกลิ่นเหม็นเขียวชัดที่สุด เหมาะสำหรับเมนูที่ต้องการความกรอบและการตัดรสเลี่ยน สีเหลือง/ส้ม: รสชาติหวานกว่าสีเขียว มีวิตามินซีสูงและมีลูทีนช่วยบำรุงสายตา สีแดง: หวานที่สุดและมีสารอาหารหนาแน่นที่สุด มีวิตามินซีและวิตามินเอสูงสุดในบรรดาทุกสี

เทคนิคการปรุงพริกหวานให้กรอบ อร่อย และไม่เหม็นเขียว

ปัญหาใหญ่ที่ทำให้เด็กๆ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่หลายคนส่ายหน้าหนีพริกหวานคือ กลิ่นเหม็นเขียว และรสสัมผัสที่เละเมื่อผัดนานเกินไป จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยเกลียดพริกหวานมาก่อน ผมพบว่าวิธีแก้ที่ได้ผลชะงัดคือการแช่น้ำแข็ง

หากจะทานสด ให้หั่นพริกเป็นชิ้นแล้วแช่ในน้ำแข็งเย็นจัดผสมเกลือเล็กน้อยประมาณ 10 นาที กลิ่นเขียวจะจางลงมากและพริกจะกรอบเหมือนเพิ่งเด็ดจากต้น สำหรับ เมนูพริกหวาน ง่ายๆ ของเมนูผัด หัวใจสำคัญคือ ความไว พริกหวานสุกง่ายมาก ควรใส่เป็นลำดับสุดท้ายและผัดไม่เกิน 1-2 นาทีเท่านั้น

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมลองทำพริกหวานผัดน้ำมันหอยแต่ดันผัดนานไปหน่อย พริกกลายเป็นเละและรสขมออกมาทำงานจนจานนั้นต้องทิ้งไปเลย บทเรียนสำคัญคือ พริกหวานชอบไฟแรงแต่ไม่ชอบเวลาที่นานครับ

เลือกใช้พริกหวานให้เหมาะกับประเภทเมนู

พริกหวานแต่ละสีมีลักษณะทางกายภาพและรสชาติที่แตกต่างกันเล็กน้อย การเลือกใช้ให้ถูกเมนูจะช่วยเพิ่มความอร่อยได้สูงสุด

พริกหวานสีแดง (Red Pepper)

• วิตามินเอและวิตามินซีสูงสุด

• หวานฉ่ำที่สุด มีรสฝาดน้อยมาก

• เหมาะกับการทำซอสพริกย่าง, สลัดสด, หรือทานคู่กับดิป

พริกหวานสีเขียว (Green Pepper)

• มีคลอโรฟิลล์ช่วยลดการอักเสบ

• มีความขมจางๆ และกลิ่นเฉพาะตัวแรง

• เหมาะกับเมนูผัดเผ็ด, ใส่ในพิซซ่า, หรือบาร์บีคิว

หากคุณต้องการความหวานธรรมชาติให้เลือกสีแดงหรือเหลือง แต่ถ้าต้องการความกรอบและกลิ่นที่ช่วยตัดรสเลี่ยนของเนื้อสัตว์ สีเขียวจะทำงานได้ดีกว่า

ความสำเร็จของครอบครัวคุณลดา: เปลี่ยนเด็กไม่กินผักให้หลงรักพริกหวาน

คุณลดา แม่บ้านในกรุงเทพฯ ประสบปัญหาลูกชายวัย 7 ขวบไม่ยอมทานผักเลย โดยเฉพาะพริกหวานที่ลูกบอกว่าเหม็นและรสชาติประหลาด เธอพยายามบังคับให้ทานแต่ก็ลงเอยด้วยน้ำตาทุกครั้ง

ครั้งแรกเธอพยายามใส่พริกหวานหั่นเต๋าลงในข้าวผัด ผลคือลูกเขี่ยออกหมดและไม่ยอมทานข้าวต่อเลย เพราะกลิ่นพริกหวานติดไปทั่วจาน เธอรู้สึกท้อและคิดว่าคงเปลี่ยนใจลูกไม่ได้

เธอจึงเปลี่ยนแผนจากการผัดเป็นการย่างจนลอกเปลือกออก แล้วสับละเอียดผสมลงในซอสพาสต้าแดง ผลปรากฏว่าลูกทานจนหมดเกลี้ยงโดยไม่รู้ตัวว่ามีพริกหวานผสมอยู่

หลังจากผ่านไป 1 เดือน ลูกชายเริ่มคุ้นเคยกับรสชาติและยอมทานพริกหวานย่างชิ้นโตได้เอง คุณลดาพบว่าพริกหวานที่ผ่านการอบช่วยลดปริมาณแคลอรี่ในมื้ออาหารลง 20% และเพิ่มกากใยให้ลูกได้สำเร็จ

มุมมองอื่นๆ

พริกหวานกินสดได้ไหม?

ทานสดได้แน่นอนและเป็นวิธีที่ได้รับวิตามินซีสูงสุดด้วย เพราะวิตามินซีมักสลายตัวเมื่อโดนความร้อน แนะนำให้แช่น้ำเย็นก่อนทานเพื่อเพิ่มความกรอบและลดกลิ่นเขียว

จะเก็บพริกหวานให้สดนานๆ ได้อย่างไร?

วิธีที่ดีที่สุดคือล้างให้สะอาด เช็ดให้แห้งสนิท แล้วห่อด้วยกระดาษทิชชูอเนกประสงค์ก่อนใส่ถุงซิปล็อกแช่ในช่องผัก วิธีนี้จะช่วยเก็บความสดได้นานถึง 1-2 สัปดาห์โดยไม่เน่าเสีย

พริกหวานกินแล้วลดน้ำหนักได้จริงหรือ?

จริงครับ เพราะพริกหวาน 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 20-31 แคลอรี่เท่านั้น [3] แถมมีใยอาหารสูงช่วยให้อิ่มนานและมีสารช่วยกระตุ้นการเผาผลาญในร่างกายได้เล็กน้อย

นอกจากจะเลือกเมนูอร่อยแล้ว ทราบไหมว่า พริกหวานสีไหนมีประโยชน์สุด เพื่อการเลือกรับสารอาหารที่ตรงใจคุณมากยิ่งขึ้น

สาระสำคัญ

วิตามินซีในพริกหวานสูงกว่าส้ม

การทานพริกหวานเพียงครึ่งลูกต่อวัน ให้วิตามินซีเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้ดีเยี่ยม

ไฟแรง เวลาสั้น คือกุญแจสำคัญ

ในการทำเมนูผัด ควรใช้ไฟแรงและใช้เวลาปรุงไม่เกิน 2 นาที เพื่อคงความกรอบและสารอาหารไว้ให้มากที่สุด

แช่น้ำเย็นช่วยลดกลิ่นเหม็นเขียว

การแช่พริกหวานในน้ำเย็นจัดผสมเกลือ 10 นาที เป็นเทคนิคที่ช่วยให้พริกหวานทานง่ายขึ้นมากสำหรับคนเพิ่งเริ่มทาน

เชิงอรรถ

  • [2] Nutritionvalue - พริกหวานสีแดงที่ให้ปริมาณเบต้าแคโรทีนสูงกว่าสีเขียวถึง 8 เท่า
  • [3] Tools - พริกหวาน 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 20-31 แคลอรี่เท่านั้น