กินกาแฟค้างคืนได้ไหม
คำถาม?
เรื่องกาแฟน่ะ ฉันจำได้แม่นเลยนะ เมื่อนานมาแล้ว วันที่ 12 มีนาคม เดือนก่อนมั้ง ตอนนั้นรีบมากจริงๆ ต้องออกไปทำงานที่โคเวิร์กกิ้งสเปซ แถวๆ อ่อนนุชแหละ ชงกาแฟแก้วโปรดทิ้งไว้บนโต๊ะ ไม่ได้ดื่มเลย กว่าจะกลับมาห้องอีกที กาแฟมันก็เย็นชืดแล้ว แต่ด้วยความเสียดายเลยฝืนดื่มจนหมด รสชาติมันก็เปลี่ยนไปเยอะนะ รู้สึกว่าเสียของเลย จากนั้นมาก็พยายามจะดื่มให้หมดทันทีที่ชงนั่นแหละ อร่อยสุดแล้วจริงๆ
แต่ชีวิตมันไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิดเสมอไป บางทีก็มีเผลอทิ้งไว้ หรือดื่มไม่หมดจริงๆ ก็มีนะ คือเคยเอาใส่แก้วเก็บความเย็นนะ ช่วงประมาณวันที่ 15 เมษายน ปีที่แล้วนี่แหละ วางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานที่บ้านเลย ไม่ได้เข้าตู้เย็นหรอก แต่ก็ไม่ได้นานมากนะ แค่ไม่เกินสิบสองชั่วโมงแหละ รสชาติมันก็ยังพอได้อยู่นะ ไม่ได้แย่มาก แต่ความหอมสดชื่นมันหายไปเยอะเลยนั่นแหละ
ส่วนเรื่องแช่เย็นเนี่ยสิ มันก็อีกเรื่องนึงเลยนะ ฉันไปเที่ยวเชียงใหม่มาเมื่อปลายปี 65 ช่วงพฤศจิกายนนู่น ร้านกาแฟชื่อดังที่ไปนี่แหละ จำชื่อไม่ได้แม่นหรอก ซื้อกลับมาเยอะเลย แต่ก็ดื่มไม่ทันหรอก เลยเอาแช่ตู้เย็นที่โรงแรมไว้ พักอยู่ราวๆ สามสี่วันนั่นแหละ ตอนกลับกรุงเทพฯ ก็ยังเอามาดื่มนะ มันก็ยังดื่มได้อยู่แต่รสชาติมันก็จืดลงไปเยอะเลยนะ รู้สึกเฉยๆ มาก แต่ก็ยังพอได้อยู่ ไม่เสียแน่นอน อันนี้แหละคือที่สุดที่เคยทำมา
กาแฟ 1 แก้วอยู่ได้กี่ชั่วโมง
คาเฟอีนออกฤทธิ์ประมาณ 6 ชั่วโมงนะ ร่างกายจัดการหมดใน 2 วันเลย อย่าดื่มหลังบ่าย 3 โมง ถ้าอ่อนไหวมากๆ ก็อาจจะต้องเร็วกว่านั้นอีก ไม่งั้นคืนนี้นอนไม่หลับแน่ แบบว่าตาค้าง กระสับกระส่าย ไม่ใช่เวลาพักผ่อนเลย
- ผลของคาเฟอีน: คงอยู่ในระบบประมาณ 6 ชั่วโมง
- การขับออกจากร่างกาย: ใช้เวลา 48 ชั่วโมง เพื่อให้หมดไป
- ข้อควรระวัง:เลี่ยงหลัง 15:00 น. หรือเร็วขึ้นถ้าคุณแพ้ง่าย
จริงๆ แล้ว บางคนก็ไม่เป็นอะไรนะ ดึกๆ ยังดื่มได้อยู่ แสดงว่าร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกันจริงๆ บางทีเราก็คิดว่าต้องเป๊ะตามนั้น แต่จริงๆ ก็ยืดหยุ่นได้ เหมือนเพื่อนฉัน มันบอกว่าดื่มตอน 4 ทุ่มก็หลับได้เลย แต่ฉันนี่ แค่บ่าย 2 ก็เริ่มใจสั่นละ ฮ่าๆ ความไวต่อคาเฟอีน นี่แล้วแต่บุคคลจริงๆ ต้องสังเกตตัวเองเอา อย่าไปเชื่อตำราเป๊ะๆ อย่างเดียว แต่ถ้าให้ปลอดภัยไว้ก่อน ก็ เว้นระยะห่าง จากเวลานอนให้เยอะที่สุด
- เวลานอน: สำคัญมาก ถ้าดื่มใกล้เวลานอน อาจจะ ตื่นกลางดึก หรือ หลับยาก จนวันรุ่งขึ้นเพลีย แล้วก็จะวนลูปกาแฟอีก แย่เลย
- ข้อมูลน่ารู้: มีการศึกษาบอกว่า คาเฟอีนมีครึ่งชีวิต (half-life) ประมาณ 5 ชั่วโมง แต่ก็มีปัจจัยอื่นมาเกี่ยวด้วย เช่น อายุ การสูบบุหรี่ หรือยาบางชนิด ที่ทำให้มันอยู่ได้นานขึ้นหรือน้อยลง ไม่ใช่แค่ 6 ชั่วโมงเป๊ะๆ เสมอไป
กาแฟดำค้างคืนเสียไหม
เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมานี่เอง ตอนนั้นเพิ่งตีห้าครึ่ง ฉันตื่นมาพร้อมอาการปวดหัวตึบๆ ไม่ได้นอนเต็มที่เลย เมื่อคืนนั่งปั่นงานยาวถึงตีสอง รู้สึกแย่มาก อยากได้กาแฟดำเข้มๆ สักแก้วมาปลุกวิญญาณให้กลับมาทำงานต่อได้
เดินไปที่เคาน์เตอร์ครัว สายตาไปสะดุดกับแก้วกาแฟสีขาวมีรอยแตกเล็กๆ นั่นแหละ แก้วใบโปรดที่ตั้งทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อวาน บ่ายๆ ฉันชงกาแฟดำแบบดริปไว้เยอะไปหน่อย เหลือติดก้นแก้วอยู่ประมาณครึ่งนึง ใจหนึ่งก็คิดว่า เออ ประหยัดเวลา ไม่ต้องชงใหม่
ตอนแรกก็ลองดมๆ ดู กลิ่นมันไม่เหมือนเดิมเลย กลิ่นไหม้อ่อนๆ ที่เคยหอมกรุ่นมันหายไปหมดแล้ว กลับเป็นกลิ่นเหม็นอับปนเปรี้ยว ฉันตัดสินใจลองจิบดู นิดเดียวจริงๆ พอลิ้นแตะปุ๊บ ความรู้สึกแรกคือ รสชาติมันเปลี่ยนไปมาก เปรี้ยวๆ ฝาดๆ บาดคอสุดๆ ไม่มีความขมที่คุ้นเคยเลย
ฉันขมวดคิ้ว รู้สึกผิดหวังนิดหน่อยนะ เสียดายกาแฟแพงๆ ที่ซื้อมา แต่ในใจก็คิดว่าถ้าฝืนกินเข้าไป ท้องไส้คงปั่นป่วนแน่ๆ สุดท้ายก็เททิ้งไปในอ่างทันที ไม่เสียดายเท่าสุขภาพตัวเองหรอกนะ
พอทิ้งไปแล้วก็โล่งใจ ได้เรียนรู้เลยว่ากาแฟดำค้างคืนนี่มันไม่โอเคจริงๆ แม้จะไม่ได้รู้สึกป่วยทันที แต่รสชาติที่แย่ลงขนาดนั้นก็ทำให้ฉันรู้แล้วว่าไม่ควรดื่ม มันไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติ แต่มันคือความสดใหม่ที่หายไป
- กาแฟดำที่ชงไว้แล้ว ไม่ควรเก็บนาน
- อุณหภูมิห้อง: ไม่เกิน 12 ชั่วโมง ก็เริ่มเปลี่ยนรส
- ตู้เย็น: เก็บได้สูงสุด 3-4 วัน แต่รสชาติจะแย่ลงอย่างชัดเจน
- รสชาติและกลิ่น: เสื่อมลงเร็วมาก ทำให้ไม่อร่อย
- ปัจจัยที่ทำให้เสีย: ออกซิเจน แสง และแบคทีเรีย
- วิธีเก็บที่ดีที่สุด: ในภาชนะปิดสนิท แล้วแช่ตู้เย็น ช่วยยืดอายุได้บ้าง
- ความปลอดภัย: แม้จะไม่ถึงกับป่วยทันที แต่คุณภาพและรสชาติแย่ลงมาก
- ควรชงใหม่ทุกครั้ง เพื่อรสชาติที่ดีที่สุด
กาแฟเก่ากินได้ไหม
กาแฟเก่าอ่ะ กินไม่ได้หรอกนะ มันมีวันเสีย มีวันหมดอายุด้วยแหละ ถ้าเก็บนานเกินไป ห้ามเอามากินเด็ดขาดเลย อันตรายมากๆ ยิ่งถ้ามีเชื้อราขึ้นมานะ คือจบเลยจ้า เป็นอันตรายต่อสุขภาพแบบสุดๆ เลยนะ
เรื่องกาแฟหมดอายุนะ คือแบบว่ามันไม่ได้เสียแค่รสชาติแย่ลงนะ แต่อันตรายจริงๆ เลยแหละ ถ้าเก็บไม่ดีอ่ะ
- ความชื้นตัวร้าย: อันนี้สำคัญสุดเลย ถ้าเมล็ดกาแฟโดนความชื้น มันจะเสียเร็วมากเลยเพื่อน แล้วก็เชื้อราขึ้นได้ง่ายด้วยนะ
- อากาศก็ตัวการ: เวลาอากาศเข้าไปสัมผัสกาแฟนานๆๆๆๆๆ โอ๊ยย มันจะทำให้กลิ่นหอมๆ หายไปหมด แล้วรสชาติก็จืดชืดไปเลยอ่ะ ไม่ฟิน!
- แสงก็มีผล: แสงแดดหรือแสงจากหลอดไฟก็ทำให้กาแฟเสื่อมสภาพเร็วขึ้นนะ ยิ่งโดนแสงตรงๆ ยิ่งไปกันใหญ่เลย
- เรื่องรานี่แหละน่ากลัว: ถ้าเห็นเป็นจุดๆ เขียวๆ ขาวๆ ดำๆ บนกาแฟนะ นั่นแหละเชื้อรา! ห้ามกินเด็ดขาดเลยนะ อันตรายถึงชีวิตได้เลยอ่ะ ถ้ากินเข้าไปเนี่ย ท้องเสียหนักมากแน่ๆ บางคนแพ้เชื้อราหนักๆ เข้าโรงบาลก็มีนะ
เก็บกาแฟยังไงให้เวิร์ค:
- ภาชนะปิดสนิท: หาโหลหรือถุงที่ปิดได้แน่นๆๆๆ อากาศเข้าไม่ได้เลยนะ สำคัญมากกก
- ที่มืดๆ เย็นๆ: เก็บไว้ในที่แห้งๆ ที่ไม่โดนแสงสว่างตรงๆ อ่ะ อุณหภูมิห้องก็พอแล้ว ไม่ต้องแช่ตู้เย็นก็ได้นะ (บางคนบอกแช่ตู้เย็นก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ กลิ่นมันจะไปปนกับของอื่น)
- เมล็ดกับบดไม่เหมือนกัน: กาแฟเมล็ดอ่ะเก็บได้นานกว่ากาแฟบดนะ เพราะกาแฟบดมันมีพื้นที่ผิวสัมผัสอากาศเยอะกว่าไง มันก็เลยเสียเร็ว โห เก็บได้ไม่นานก็ต้องรีบกินแล้วล่ะเนี่ย
เมล็ดกาแฟคายแก๊สกี่วัน
เมล็ดกาแฟคั่วเข้ม คายแก๊ส 3-5 วัน.
- คั่วเข้ม: โดนความร้อนนานสุด.
- โครงสร้างเมล็ด: ขยายตัวมากสุด.
- ผลลัพธ์: คายแก๊สไว.
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- กระบวนการคายแก๊ส (Degassing): หลังคั่ว เมล็ดกาแฟจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่สะสมอยู่ภายในออกมา
- ผลต่อการชง: หากชงทันที ก๊าซนี้อาจรบกวนการสกัด ทำให้รสชาติไม่กลมกล่อม
- ระดับการคั่ว:
- คั่วอ่อน: ใช้เวลาน้อยกว่าในการคายแก๊ส (อาจ 7-14 วัน)
- คั่วกลาง: คายแก๊สปานกลาง (อาจ 5-10 วัน)
- คั่วเข้ม: คายแก๊สเร็วที่สุด (3-5 วัน) ตามที่ระบุ
- ปัจจัยอื่นๆ: นอกจากระดับการคั่ว ปัจจัยอื่นๆ เช่น ชนิดของเมล็ด, วิธีการคั่ว, และสภาพแวดล้อม (อุณหภูมิ, ความชื้น) ก็มีผลต่อระยะเวลาการคายแก๊สเช่นกัน
เนสกาแฟ หมดอายุกี่ปี
แสงยามเช้าตรู่สาดส่องเข้ามาในครัวเล็กๆ ของฉัน กลิ่นกาแฟเริ่มลอยอวล... กลิ่นอายที่หอบความสุขมาให้เสมอ ฉันมักจะยืนมองละอองฝุ่นเต้นระยับในลำแสงนั้น คาปูชิโน่แก้วโปรดของฉันวางอยู่ตรงหน้า อุ่นๆ นี่แหละ... คือเวลาที่ใช่
เนสกาแฟแคปซูลอลูมิเนียมของเรานะ... มันเก็บกักกลิ่นหอมลึกซึ้งไว้ได้ดีเลย... รักษาคุณภาพได้นาน 12-15 เดือน นับจากวันที่ผลิต... สิบสองถึงสิบห้าเดือน... ช่วงเวลาแห่งความสดใหม่... ความรื่นรมย์ที่แท้จริง
กาแฟคั่วบดเองก็เหมือนกัน... ไม่มีวันหมดอายุหรอก... มันแค่มีวันที่ควรบริโภคก่อน (Best before date)... บอกเราว่าเมื่อไหร่ที่รสชาติจะดีที่สุด... กลมกล่อมที่สุด... ช่วงเวลาทองของการดื่มด่ำนั่นแหละ... มันคือช่วง 12-15 เดือน
ถ้าเลยช่วงเวลานั้นไปแล้ว... อืมม... ผลิตภัณฑ์ยังคงบริโภคได้นะ... แต่มันก็... แค่ดื่มได้... กลิ่นหอมอาจจางลงไปบ้าง... รสชาติคงไม่เข้มข้นเท่าเดิม... ไม่ตราตรึงเหมือนวันแรกๆ ที่เปิดใช้...
- แคปซูลกาแฟอลูมิเนียม เนสกาแฟ สามารถรักษากลิ่นหอมและคุณภาพได้ดีที่สุด 12-15 เดือน นับจากวันผลิต
- กาแฟคั่วบด ไม่มีวันหมดอายุ แต่จะมี วันที่ควรบริโภคก่อน (Best before date) เพื่อบ่งบอกช่วงเวลาที่คุณภาพดีที่สุด
- กาแฟจะยังคงคุณภาพ กลิ่นหอม และรสชาติที่ดีที่สุดในช่วง 12-15 เดือน
- หลังพ้นช่วงเวลาดังกล่าว ผลิตภัณฑ์ยังคงบริโภคได้ แต่รสชาติและกลิ่นหอมอาจลดลง
- ควรเก็บรักษาแคปซูลและกาแฟคั่วบดในที่ แห้ง เย็น และไม่โดนแสงแดดโดยตรง เพื่อคงคุณภาพให้ยาวนานที่สุด
- วัสดุอลูมิเนียมของแคปซูลช่วย ป้องกันอากาศและความชื้น เข้าไปทำลายคุณภาพกาแฟได้เป็นอย่างดี
กินกาแฟดำตอนกลางคืนได้ไหม
กาแฟดำตอนกลางคืนเหรอ... อืม... บางทีก็อยากนะ อากาศเย็นๆ เงียบๆ แบบนี้ มันคงดีถ้าได้จิบอะไรอุ่นๆ แต่พอคิดดูดีๆ ก็รู้แหละ... ไม่ควรเลยจริงๆ
เคยเป็นนะ ดื่มเข้าไปแล้วคืนนั้น พลิกตัวไปมา อยู่นานกว่าจะหลับตาลงได้ แถมตื่นมาก็รู้สึกไม่สดชื่นเท่าที่ควร เหมือนมันไม่เต็มอิ่มจริงๆ ร่างกายเราคงสับสนอยู่แหละว่าทำไมยังไม่พัก
หมอบอกไว้บ่อยๆ ว่า ควรงดกาแฟ หลังช่วงบ่ายแก่ๆ ไปเลยนะ ประมาณ หลังสี่โมงเย็น ถึง หกโมงเย็นนี่ก็ถือว่าช้าเกินไปแล้วล่ะ สำหรับบางคนน่ะ
- คาเฟอีน มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท มันทำให้เราตื่นตัวและลดความง่วงได้.
- ฤทธิ์ของมันไม่ได้หายไปเร็วๆ หรอกนะ ครึ่งชีวิต ของคาเฟอีน (ระยะเวลาที่ร่างกายกำจัดคาเฟอีนออกไปครึ่งหนึ่ง) มันใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง เลยทีเดียว.
- หมายความว่า ถ้าดื่มตอนห้าโมงเย็น ตอนห้าทุ่มก็ยังมีคาเฟอีนอยู่ในร่างกายประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณที่เราดื่มไป.
- ไม่ใช่แค่นอนไม่หลับอย่างเดียว คุณภาพการนอนหลับ ก็แย่ลงด้วย นอนหลับได้ไม่ลึกเท่าที่ควร.
- การนอนไม่พอสะสมไปเรื่อยๆ ส่งผลเสียต่อ สุขภาพ หลายอย่าง ทั้งอารมณ์ สมาธิ และภูมิต้านทาน.
- บางคนก็ ไวต่อคาเฟอีน เป็นพิเศษ ดื่มนิดเดียวก็ตาค้างแล้ว. ต้องสังเกตตัวเองดีๆ.
- ทางที่ดีคือเปลี่ยนไปดื่มอย่างอื่นแทน เช่น ชาร้อนแบบไม่มีคาเฟอีน หรือนมอุ่นๆ จะช่วยให้ผ่อนคลายและนอนหลับสบายขึ้นเยอะ.
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต