กินอะไรให้เกล็ดเลือดขึ้น ไข้เลือดออก
วิธีเพิ่มเกล็ดเลือดสำหรับผู้ป่วยไข้เลือดออก?
เอ่อ... ตอนเป็นไข้เลือดออกนะ (เมื่อนานมาแล้ว ประมาณช่วงปิดเทอมใหญ่ตอน ม.3 ได้มั้ง) คือทรมานสุดๆ อ่ะ!
จำได้ว่าตอนนั้นแม่ฉันแกป้อนน้ำใบมะละกอคั้นให้ทุกวันเลย ขมปี๋! แต่ก็ต้องกินไง เพราะผู้ใหญ่เค้าบอกว่ามันช่วยเพิ่มเกล็ดเลือดได้ดี จำได้เลยว่าหน้าเบ้ทุกครั้งที่กิน (ฮา)
นอกจากน้ำใบมะละกอแล้วอ่ะ พวกผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงๆ ก็สำคัญนะ กีวี เกรปฟรุต มะนาว อะไรพวกนี้อ่ะ กินเข้าไปเยอะๆ เลย จะได้ช่วยให้ร่างกายมันฟื้นตัวเร็วๆ
แล้วก็อย่าลืมพวกผักใบเขียวเข้มด้วยนะ ผักโขม บร็อคโคลี่ กินเข้าไปเถอะ ถึงมันจะไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่ แต่ร่างกายต้องการ!
คือตอนนั้นแม่ฉันแกเน้นมากเรื่องอาหารอ่ะ แบบว่าอะไรที่เค้าว่าดีต่อคนเป็นไข้เลือดออก แกหามาให้กินหมด (แม้ว่าฉันจะแอบบ่นในใจบ้างก็เถอะนะ 555)
วิธีเพิ่มเกล็ดเลือดสำหรับผู้ป่วยไข้เลือดออก:
- ผักใบเขียวเข้ม: ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
- ผลไม้ที่มีวิตามินซี: กระตุ้นภูมิคุ้มกัน
- น้ำใบมะละกอคั้น: ช่วยเพิ่มเกล็ดเลือด
ทำยังไงให้เกล็ดเลือดกลับมาปกติ
เรื่องเกล็ดเลือดนี่มันปวดหัวจริงๆ เดือนก่อนหมอบอกเกล็ดเลือดฉันต่ำ ตกใจเลย! รีบหาข้อมูล พบว่าต้องปรับเรื่องอาหาร ฉันเลยจัดหนักวิตามิน B12 กินตับบดทุกวันเลยช่วงนั้น แถมกินผักใบเขียวเพิ่มด้วย จำได้ว่ากินสลัดผักโขมทุกมื้อเย็นเลยที่ร้านแถวบ้าน ร้าน "ครัวคุณยาย" ตรงแยกอารีย์ อร่อยด้วยนะ แต่ราคาแรงไปหน่อย
ออกกำลังกายก็เปลี่ยน ไม่วิ่งแล้ว เปลี่ยนเป็นเดินเร็วๆ ช่วงเย็นที่สวนลุม วันละประมาณ 45 นาที เหนื่อยแต่ก็รู้สึกดี รู้สึกว่าตัวเองดูแลตัวเองมากขึ้น เรื่องพักผ่อนนี่สำคัญมาก ฉันพยายามนอนให้ครบ 7-8 ชั่วโมงทุกคืน แต่บางคืนก็ทำไม่ได้ งานยุ่งมากช่วงนั้น แถมเครียดด้วย ทำงานที่บริษัท บริษัทเอกชนชื่อดังแถวสีลม งานหนักมาก พักผ่อนไม่พอจริงๆ นอนดึกเป็นประจำ
ผลตรวจล่าสุด เกล็ดเลือดขึ้นมาเยอะเลย โล่งใจมาก แต่ก็ต้องดูแลตัวเองต่อไป ไม่ประมาท
- อาหาร: ตับบด, ผักใบเขียว (ผักโขม, คะน้า) , อาหารเสริมวิตามิน B12
- ออกกำลังกาย: เดินเร็วที่สวนลุม วันละ 45 นาที
- พักผ่อน: พยายามนอน 7-8 ชั่วโมง (แต่บางคืนทำไม่ได้)
ปล. ยังไม่หายขาดนะ ต้องไปเช็คกับหมออีกเดือนหน้า แต่ดีใจที่มันดีขึ้น สู้ๆ
ทำยังไงให้เกล็ดเลือดกลับมาปกติ
ฟื้นฟูเกล็ดเลือด: ทางเลือกจำกัด
อาหาร: วิตามิน B12 สำคัญ ตับ, ปลา, ไข่ (ข้อมูล 2566: ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานอาหารเสริม)
ออกกำลังกาย: ปานกลาง อย่าหักโหม (ปี 2566: วิ่งจ๊อกกิ้ง 30 นาที สัปดาห์ละ 3 วัน เป็นต้น)
พักผ่อน: สำคัญที่สุด ทั้งกายและใจ (ปี 2566: นอนอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน)
ระดับเกล็ดเลือดต่ำ สาเหตุแตกต่าง การรักษาจึงต่าง อย่าประมาท ปรึกษาแพทย์
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต