งดน้ำตาลกินอะไรแทนได้บ้าง

71 ครั้งเข้าชม
งดน้ำตาล กินอะไรแทน? ทางเลือกขนม: อัลมอนด์, ปลาเส้น, แครกเกอร์โฮลวีต, โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ผลไม้: แก้วมังกร, เสาวรส, ฝรั่ง, บลูเบอร์รี่, แอปเปิ้ลเขียว (เลือกชนิดน้ำตาลต่ำ) เคล็ดลับ: ลดน้ำตาลในเลือด/ลดน้ำหนัก เลือกขนม/ผลไม้ที่แนะนำ Sugar Detox: Challenge 7 วัน เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น (อ้างอิงจาก corporate.lotuss.com)
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คำถาม?

คำถาม: ลดน้ำตาลในเลือด VS ลดน้ำหนัก เลือกอะไรดี?

เออ... เรื่องลดน้ำตาลในเลือดกับลดน้ำหนักเนี่ย มันก็เหมือนไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกันเลยนะ คือถ้าเราคุมน้ำตาลได้ดี น้ำหนักมันก็มักจะลงตามมาเองแหละ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเป็นแบบนั้นเสมอไปนะ

ขนมทางเลือกสำหรับคนอยากคุมน้ำตาล:

พวกขนมที่น้ำตาลน้อยๆ อ่ะ อัลมอนด์เอย ปลาเส้นเอย (แต่เลือกแบบไม่ปรุงรสจัดนะ) แครกเกอร์โฮลวีท หรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติก็โอเคอยู่ แต่ส่วนตัวชอบกินผลไม้มากกว่านะ สดชื่นกว่าเยอะ

ผลไม้... กินได้แต่ต้องเลือก:

แก้วมังกร เสาวรส ฝรั่ง บลูเบอร์รี่ แอปเปิ้ลเขียว... พวกนี้แหละตัวเลือกที่ดี แต่ก็กินแต่พอดีนะ ไม่ใช่ว่ากินทีเดียวหมดสวน เดี๋ยวจะกลายเป็นเพิ่มน้ำตาลแทนที่จะลด

Sugar Detox Challenge ใน 7 วัน?

เคยลองทำ Sugar Detox Challenge ตามที่ Lotus's เค้าว่ามานะ (corporate.lotuss.com)... ช่วง 2-3 วันแรกคือทรมานมากกก อยากกินทุกอย่างที่เป็นของหวาน แต่พอผ่านไปได้ก็รู้สึกดีขึ้นนะ น้ำหนักลงไปนิดหน่อย ผิวก็ดูใสขึ้นด้วย (อันนี้คิดไปเองรึเปล่าก็ไม่รู้ 555) แต่ก็ต้องบอกก่อนว่าอันนี้เป็นแค่ประสบการณ์ส่วนตัวนะ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องได้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน

สรุป:

สุดท้ายแล้วการลดน้ำตาลหรือลดน้ำหนัก มันต้องบาลานซ์กันไปอ่ะเนอะ เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายบ้าง พักผ่อนให้เพียงพอ... ทำทุกอย่างแต่พอดี ชีวิตมันก็จะดีเองแหละ

ทานอะไรแทนน้ำตาล

เอาล่ะ! ใครเบื่อน้ำตาลล่ะ! มาดูสารให้ความหวานธรรมชาติแทนกันดีกว่า อิอิ บอกเลยว่าบางอย่างหวานสะใจกว่าน้ำตาลซะอีก!

  • หญ้าหวาน: นี่คือเจ้าของฉายา "หวานกว่าน้ำตาล 300 เท่า!" โอ้โห! หวานเว่อร์วังอลังการงานสร้าง ไม่ต้องใส่มากก็ได้รสหวานแล้ว ประหยัดไปเลยจ้าาา

  • น้ำหวานมะพร้าว: กลิ่นหอมอ่อนๆ รสชาติหวานละมุน เหมือนได้กินมะพร้าวทั้งลูก! อารมณ์ประมาณนางเอกละครไทย หวานปนเศร้า (แต่ไม่มีเศร้าหรอกนะ อร่อยจริงๆ!)

  • น้ำตาลหล่อฮังก๊วย: อันนี้แหละ ดั้งเดิม! คุณปู่คุณย่าท่านใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ความหวานแบบคลาสสิก ไม่ต้องพึ่งสารเคมี ปลอดภัยหายห่วง

  • น้ำเชื่อมอินทผลัม: ใครชอบความเข้มข้น ต้องลอง! หวานจัดจ้าน เหมือนชีวิตของคนที่ลุยๆ ไม่หวานอ่อนหวาน มันส์สะใจ!

  • น้ำเชื่อมเมเปิล: เอากลิ่นหอมๆ ของป่ามาไว้ในแก้วน้ำ หวานนุ่มนวล กินแล้วรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในป่าใหญ่ สงบจิตสงบใจ (แต่จริงๆแล้ว อาจจะติดหวานนิดนึงนะ)

  • น้ำเชื่อมบัวหิมะ: หวานสะอาด เหมือนความรักแรกพบ ใสซื่อบริสุทธิ์ (แต่ถ้ากินมากไป อาจจะเลี่ยนเล็กน้อยนะจ๊ะ)

ปล. ตารางสารอาหารที่ให้มา... นี่มันสารอาหารอะไรเนี่ย งงมากกก เอาเป็นว่า กินอย่างพอเหมาะพอดี ดีที่สุด เนอะๆๆ ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมปีนี้ ขอโทษด้วยครับ ผมไม่มีข้อมูลอัพเดท ต้องขออภัยอย่างสูง

ทำยังไงให้ไม่อยากน้ำตาล

เลิกอยากน้ำตาล: 10 ทางเลือก

  • โปรตีน: กินเยอะๆ อิ่มนาน จบนะ

  • ไขมันดี: อะโวคาโด ถั่ว ช่วยได้จริง

  • ไฟเบอร์: ผัก ผลไม้ ไม่ต้องเยอะเกิน

  • น้ำเปล่า: ดื่มให้พอ อย่าขี้เกียจ

  • งดน้ำหวาน: เลิกเดี๋ยวนี้ จบ

  • ผลไม้: หวานธรรมชาติ พอได้

  • นอน: พักผ่อนให้เพียงพอ สำคัญ

  • ลดเครียด: โยคะ เดินเล่น ทำไป

  • ออกกำลัง: ช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน

  • หาสิ่งอื่นทำ: เบี่ยงเบนความสนใจ ทำอย่างอื่นซะ

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • โครเมียม: แร่ธาตุที่อาจช่วยลดความอยากน้ำตาลได้ (ปรึกษาแพทย์ก่อน)
  • หญ้าหวาน (Stevia): สารให้ความหวานจากธรรมชาติ ทางเลือกที่ดี
  • อินนูลิน: พรีไบโอติก ช่วยปรับสมดุลลำไส้ ลดอยากน้ำตาล

หมายเหตุ: อาการอยากน้ำตาลซับซ้อนกว่าที่คิด หากรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการ

งดแป้ง น้ำตาล กินอะไรแทน

พระอาทิตย์อัสดงสีเลือดหมู ทาบทาบนผิวน้ำทะเลสีคราม... งดแป้งงดน้ำตาลเนี่ยนะ ใจหายแปลกๆ เหมือนขาดอะไรไป...

  • โปรตีนนี่แหละ ทางรอด! เนื้อปลาทับทิมย่างสมุนไพร กลิ่นหอมฉุย ลอยมาแตะจมูก กินกับผักสดๆ กรุบกรอบ โอ๊ยยย ฟินนนน! ปีนี้ฉันติดใจปลาทับทิมย่างมากเลย อร่อยสุดๆ

  • ไข่ดาวไหม? ไข่แดงเยิ้มๆ ราดบนข้าวกล้อง ร้อนๆ หอมๆ แค่คิดก็น้ำลายไหลแล้ว แต่ต้องกินแต่น้อยนะ จำไว้ๆ สุขภาพสำคัญกว่า

  • ถั่วต่างๆ ได้ยินเสียงกรุบๆ เวลาเคี้ยวถั่วลันเตาอบแล้ว รู้สึกมีความสุข แถมได้โปรตีนเต็มๆ ปีนี้ปลูกถั่วเองด้วย อิ่มเอมใจจัง

  • เต้าหู้ นุ่มนวล เนียนละมุน ทำอะไรก็อร่อยไปหมด สลัดเต้าหู้ ต้มจืดเต้าหู้ กินกับอะไรก็ได้ อารมณ์เหมือนกำลังล่องลอยอยู่บนก้อนเมฆ เบาๆ สบายๆ

ฟ้าเริ่มมืดแล้ว แสงดาวระยิบระยับ เงียบสงบ เหมือนใจฉันตอนนี้ สงบ และกำลังปรับตัว กับการกินแบบใหม่ แต่ก็ไม่เครียดนะ เพราะมีของอร่อยๆ ให้กินเยอะแยะ

(ข้อมูลเพิ่มเติม: การงดแป้งและน้ำตาลควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ เพื่อวางแผนการรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับสุขภาพของแต่ละบุคคล)

เราจำเป็นต้องกินน้ำตาลไหม

จำเป็นมั้ยต้องกินน้ำตาล? ฮาาาาา คำถามนี้มันโคตรลึกซึ้ง! เหมือนถามว่าจำเป็นมั้ยต้องหายใจ!

เอาจริงๆนะ ร่างกายเราต้องการกลูโคสเป็นพลังงาน เหมือนรถต้องใช้น้ำมันไง แต่กลูโคสไม่ได้มีแค่ในน้ำตาลอย่างเดียวนะจ๊ะ แป้งก็ให้กลูโคสเหมือนกัน! แต่ที่มันต่างกันคือความเร็วในการดูดซึม น้ำตาลนี่มันไวปานจรวด! แป้งนี่ล้าหลังกว่าเยอะ เหมือนรถสปอร์ตกับรถไถนั่นแหละ!

  • น้ำตาล: ไว แรง แต่ถ้ามากเกินไปก็อันตรายนะ เหมือนกินเบนซินแทนน้ำมัน เดี๋ยวเครื่องพัง!
  • แป้ง: ช้า แต่ปลอดภัยกว่า เหมือนรถไถ วิ่งช้าแต่ไปถึงจุดหมายแน่นอน
  • กลูโคส: คือพลังงานสำคัญ ไม่กินน้ำตาลก็ต้องกินอย่างอื่นที่ให้กลูโคส ไม่งั้นสมองก็ทำงานไม่เต็มที่ อ่อนเพลีย เซื่องซึม เหมือนแบตหมด!

สรุปง่ายๆ ไม่ต้องกินน้ำตาลก็ได้ถ้าหาแหล่งกลูโคสอื่นมาทดแทน แต่เลือกอย่างฉลาดหน่อยนะ อย่าให้เหมือนกินแต่ขนมหวานทั้งวัน ไม่งั้น อ้วน เบาหวาน ตามมาแน่ๆ ปีนี้ผมก็เลยลดน้ำตาลลงเยอะเลย เปลี่ยนมากินผลไม้กับพวกธัญพืชแทน สุขภาพดีขึ้นเยอะ น้ำตาลไม่ใช่ตัวร้าย แต่ถ้าใช้ไม่เป็น ก็กลายเป็นตัวร้ายได้ง่ายๆ!

งดน้ำตาล เริ่มยังไง

งดน้ำตาล เริ่มยังไง?

  • ค่อยๆ ลด: ลดปริมาณน้ำตาลทีละน้อย เหมือนปรับตัวในเรื่องอื่นๆ ของชีวิต เริ่มจากเครื่องดื่มประจำวัน ลดความหวานลงทีละสเต็ป (100% -> 75% -> 50% -> 25%)

  • อย่าหักดิบ: การงดน้ำตาลแบบทันที อาจทำให้ร่างกายโหยหามากขึ้น และกินมากกว่าเดิมในที่สุด (เหมือนเวลาไดเอทแล้วตบะแตก)

  • ทางเลือกอื่น: มองหาความหวานจากแหล่งธรรมชาติ เช่น ผลไม้ หรือหญ้าหวาน

  • อ่านฉลากโภชนาการ: เช็คปริมาณน้ำตาลในอาหารและเครื่องดื่มที่เรากินอยู่เป็นประจำ จะพบว่าบางอย่างมีน้ำตาลซ่อนอยู่เยอะมาก

วิธีแก้คนติดหวาน?

  • โฟกัสอาหารที่มีประโยชน์: กินอาหารที่มีโปรตีนและไฟเบอร์สูง จะช่วยให้อิ่มนานและลดความอยากน้ำตาล

  • ออกกำลังกาย: การออกกำลังกายช่วยลดความเครียด ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนอยากกินของหวาน

  • นอนหลับให้เพียงพอ: การอดนอนส่งผลต่อฮอร์โมนที่ควบคุมความอยากอาหาร ทำให้เราอยากกินของหวานมากขึ้น

  • จัดการความเครียด: หาทางผ่อนคลายความเครียด เช่น ทำสมาธิ อ่านหนังสือ ฟังเพลง

  • เข้าใจตัวเอง: การติดหวานส่วนหนึ่งมาจาก "ความเคยชิน" และ "อารมณ์" ลองสำรวจว่าทำไมเราถึงอยากกินของหวาน และหาทางรับมือกับความรู้สึกนั้น

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้บริโภคน้ำตาลที่เติมเข้าไปไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน (ประมาณ 25 กรัม)
  • การบริโภคน้ำตาลมากเกินไป อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ เช่น โรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ และฟันผุ
  • ปัจจุบันมีสารให้ความหวานทางเลือกมากมาย เช่น หญ้าหวาน อิริทริทอล และหล่อฮังก๊วย
  • บางครั้ง "ความอยาก" ก็เป็นเรื่องของ "จิตใจ" มากกว่า "ร่างกาย" ลองหากิจกรรมอื่นทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ