ชาเขียวมัทฉะ ควรกินตอนไหน
ชาเขียวมัทฉะ กินเวลาไหนดีที่สุด? ผลลัพธ์ที่ได้คืออะไร?
ตอนแรกก็ งง ๆ เหมือนกัน ว่าเมื่อไหร่จะเหมาะสุด แต่จากที่เคยลองๆ มานะ ดื่มหลังอาหารสักครึ่งชั่วโมงนี่กำลังดีเลย รู้สึกได้เลยว่ามันช่วยให้ย่อยง่ายขึ้น พวกไขมันที่กินเข้าไปเหมือนมันถูกจัดการง่ายกว่าเดิม
มันมีสารที่ชื่อ แคทีชิน น่ะ ตัวนี้แหละตัวดี ช่วยเรื่องเผาผลาญ ทำให้ร่างกายเราดึงไขมันออกมาใช้ได้ดีขึ้น เหมือนเป็นการบูสต์ระบบไปในตัว
ที่สำคัญคือ มันช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า ไม่เฉื่อยชาหลังมื้ออาหาร บางทีก็รู้สึกว่ากินอะไรไปเยอะแล้ว แต่พอจิบมัทฉะเข้าไป มันก็เบาลง ไม่หนักท้องเหมือนเดิม
ก็ไม่ได้มีวิจัยอะไรเป๊ะๆ แต่นี่คือจากประสบการณ์ตรง สมัยก่อน หลังกินข้าวเที่ยง รู้สึกง่วงตลอด พอเปลี่ยนมาดื่มมัทฉะ อาการง่วงก็ลดลงไปเยอะ เหมือนมันช่วยปลุกให้ร่างกายตื่นตัว
จริงๆ แล้ว ดื่มตอนไหนก็ได้นะ แต่ถ้าอยากให้เห็นผลเรื่องย่อยและเผาผลาญ หลังอาหารนี่แหละ เวิร์คสุดสำหรับฉัน
มัทฉะดื่มตอนท้องว่างได้ไหม
มัทฉะตอนท้องว่าง? อย่าหาทำ. คาเฟอีนกับคาเทชินมันแรง. กระเพาะเปล่าๆ เจอไปมีแต่พัง. คลื่นไส้ชัวร์ หรือไม่ก็ปวดบิด. สารดีๆ ที่มัทฉะมี? ดูดซึมไม่ทันหรอก. เสียดายของ.
- เรื่อง L-Theanine: มันช่วยให้สมองปลอดโปร่ง แต่ไม่กระสับกระส่าย. ทำงานดีสุดตอนมีอะไรรองท้อง.
- สารต้านอนุมูลอิสระ (EGCG): โคตรเยอะ. ดีต่อร่างกายจริง แต่ต้องพร้อมรับ. ดื่มตอนท้องว่างก็ไร้ประโยชน์.
- เวลาที่ควรดื่ม: หลังอาหารเช้าไปแล้ว. หรือบ่ายๆ ก็ได้. อย่าตอนเพิ่งตื่น.
- วิธีชง: ใช้น้ำร้อน 70-80 องศาเซลเซียสพอ. ร้อนกว่านั้นรสเสีย. เย็นไปก็ไม่หอม.
- ข้อควรระวัง: คนที่ไวคาเฟอีนเตรียมใจเลย. มัทฉะก็มี. และอาจขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กได้. ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ.
ดื่มชาตอนไหนดีที่สุด
โอ๊ย! วันเสาร์บ่ายโมงกว่าๆ นี่แหละ หลังโซ้ยข้าวเที่ยงบุฟเฟต์ไปชุดใหญ่ๆ รู้สึกท้องมันแน่นอึดอัดไปหมด ทำอะไรก็ไม่คล่องตัวเลย อยากนอนแผ่บนโซฟาอย่างเดียว นี่แหละปัญหาประจำตัวฉันเลยนะ กินแล้วชอบแน่นท้อง
ปกติฉันก็ชอบจิบชาอยู่แล้วไง แต่ก่อนก็จิบไปเรื่อย ดื่มหลังอาหารทันทีบ้าง ตอนเช้าบ้าง แล้วแต่ฟีลลิ่งเลย ไม่ได้คิดอะไรมาก ดื่มแทนน้ำเปล่าบางทีก็มี
จนวันนึงนั่งคุยกับเพื่อนที่ร้านชาเล็กๆ แถวทองหล่อ เขาทักว่า ชาที่เราดื่มมันมีผลนะ ถ้าดื่มผิดเวลาจะยิ่งทำให้ไม่สบายท้องกว่าเดิม ฉันก็อ้าวเหรอ ตอนนั้นงงมาก นึกว่าชาช่วยได้ตลอด
เพื่อนก็เลยเล่าให้ฟังว่า ควรดื่มชาหลังอาหารไปแล้ว 2-3 ชั่วโมง มันจะดีกว่ามากๆ มันช่วยเรื่องการย่อย ให้กระเพาะทำงานได้เต็มที่ น้ำย่อยจะพอดีสำหรับย่อยวิตามินต่างๆ ไม่เหมือนตอนดื่มทันทีที่อาหารยังกองเต็มกระเพาะอยู่เลย
ตั้งแต่วันนั้นฉันก็ลองปรับเลยนะ อย่างวันนี้แหละ กินข้าวเสร็จเที่ยงครึ่ง ฉันก็รอเลย ไม่แตะชา รอดูไปก่อน พอประมาณบ่ายสามโมงกว่าๆ ก็เริ่มชงชาเขียวอ่อนๆ มาจิบช้าๆ
เฮ้ย! มันรู้สึกสบายท้องกว่าเดิมเยอะเลยนะ ไม่แน่น ไม่จุกเหมือนเมื่อก่อน การรอ 2-3 ชั่วโมง นี่แหละ สำคัญจริง เหมือนร่างกายได้มีเวลาทำงานของมันไปก่อน
มีอีกเรื่อง เพื่อนฉันคนนึงชอบดื่มชาแบบเข้มๆ จิบแทนน้ำเปล่าทั้งวันเลย แล้วเขาก็ปวดท้องประจำ เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบด้วย คุณหมอแนะนำให้เปลี่ยนมาดื่ม ชาแบบอ่อน แทนชาแก่จัดๆ เลยนะ ไม่งั้นอาการจะแย่ลง ส่วนตัวฉันก็เลยชอบชาที่รสไม่จัดอยู่แล้วด้วย พอรู้แบบนี้ก็ยิ่งมั่นใจว่ามาถูกทาง ชาอ่อนๆ จิบสบายๆ ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องท้องปั่นป่วนอีกเลย โล่งเลย.
- ดื่มชาหลังอาหาร 2-3 ชั่วโมง
- กระตุ้นการย่อยอาหาร
- ช่วยการหลั่งน้ำย่อย
- เหมาะกับการย่อยวิตามิน
- ผู้ที่ดื่มชาแทนน้ำเปล่า ควรเลือกชาอ่อน
- ผู้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ควรเลือกชาอ่อน
มัทฉะ ห้ามกินตอนไหน
มัทฉะห้ามกินตอนไหน?
อย่าหาว่าสอนนะ! มัทฉะอะดีต่อใจ แถมยังเป็นซุปเปอร์ฟู้ดอีกต่างหาก แต่ถ้าจะดื่มให้ปัง ต้องรู้จังหวะ!
ท้องว่าง? โป้ง! ขืนซดมัทฉะตอนท้องโล่งๆ มันเหมือนเอาแชมเปญไปเทใส่กระเพาะเปล่าๆ อาจมีอาการคลื่นไส้ เวียนหัว จุกเสียดตามมาเป็นขบวน แนะนำให้รองท้องด้วยอะไรรองท้องนิดหน่อยก่อน แล้วค่อยจัดมัทฉะแก้วโปรด มันจะช่วยลดอาการระคายเคืองได้เยอะ.
ดื่มเยอะไป? บาย! มัทฉะนี่ไม่ใช่แค่น้ำชาเขียวธรรมดานะ มันมีคาเฟอีนสูงพอตัว ถ้าดื่มมากเกินลิมิต อาจจะเกิดอาการใจสั่น กระสับกระส่าย นอนไม่หลับแบบตาค้างไปเลย แนะนำให้ดื่มพอประมาณ แค่ 1-2 ถ้วยต่อวันก็พอแล้ว สุขภาพดี แถมหลับสบาย.
ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องมัทฉะ:
- คาเฟอีนในมัทฉะ: ถึงจะมีคาเฟอีน แต่ก็มี L-theanine ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ทำให้การกระตุ้นของคาเฟอีนไม่แรงเท่ากาแฟ ทำให้สมองปลอดโปร่ง มีสมาธิ.
- สารต้านอนุมูลอิสระ: มัทฉะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะ EGCG ที่มีฤทธิ์สูงกว่าชาเขียวทั่วไปหลายเท่า ดีต่อการชะลอวัยและป้องกันโรค.
- เวลาที่เหมาะสม: ช่วงเช้าถึงบ่ายต้นๆ คือเวลาทองของการดื่มมัทฉะ เพื่อให้ได้พลังงานและสมาธิไปตลอดวัน.
- ข้อควรระวังสำหรับบางคน: ผู้ที่มีปัญหาเรื่องกรดไหลย้อน หรือไวต่อคาเฟอีน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่ม.
- การชงมัทฉะ: ใช้น้ำอุณหภูมิประมาณ 70-80 องศาเซลเซียส เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด และไม่ขมเกินไป.
กินมัทฉะหลังอาหารกี่ชั่วโมง
กินข้าวเสร็จแล้วดื่มมัทฉะตามทันทีเลยเหรอ... นี่คือสิ่งที่ฉันเจอมาตลอด แต่จริงๆ แล้วมันไปขวางสารอาหารนะ
ควรรออย่างน้อย 1 ชั่วโมงหลังกินข้าวเสร็จ นี่คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด ให้ร่างกายมันได้ย่อย ได้ดูดซึมอะไรที่กินเข้าไปก่อน
บางทีถ้าวันไหนกินมื้อหนักๆ แบบบุฟเฟต์งี้ ฉันรอไปเลย 2 ชั่วโมง. รู้สึกสบายท้องกว่าเยอะ. การดื่มทันทีมันทำให้รู้สึกอืดๆ แน่นๆ บอกไม่ถูก.
ทำไมต้องรอ? มันมีเหตุผลของมันอยู่
- สารแทนนิน (Tannin) ในมัทฉะอะ ตัวการหลักเลย มันจะไปจับกับสารอาหารบางอย่าง
- โดยเฉพาะ ธาตุเหล็ก จากพืช (Non-heme iron) ที่เราได้จากพวกผักใบเขียวหรือถั่วต่างๆ
- โปรตีนกับแคลเซียมก็โดนผลกระทบไปด้วย ทำให้ร่างกายเอาไปใช้ได้น้อยลง
แล้วถ้าดื่มก่อนอาหารล่ะ? อันนี้ทำได้นะ ดื่มก่อนสัก 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงไปเลย ช่วยเรื่องกระตุ้นระบบเผาผลาญได้ด้วย แต่ถ้าใครกระเพาะไม่ค่อยดี ดื่มตอนท้องว่างจัดๆ อาจจะรู้สึกคลื่นไส้ได้เหมือนกัน. ต้องลองดูว่าร่างกายตัวเองรับไหวแบบไหน.
สุดท้ายแล้ว... ถ้าเป็นมัทฉะลาเต้ล่ะ? นมวัวที่ใส่เข้าไปมันจะไปช่วยลดผลกระทบของแทนนินได้มั้ยนะ... หรือมันจะไปตีกันเอง? ต้องไปหาข้อมูลเพิ่มซะแล้ว. แต่ยังไงซะ การเว้นระยะก็เป็นทางที่ปลอดภัยที่สุด.
มัทฉะมีคาเฟอีนอยู่ได้นานแค่ไหน
เช้านี้ ตีห้าครึ่ง ผมตื่นมาด้วยความงัวเงียมากๆ คือเมื่อคืนนอนน้อยไปหน่อย ปกติผมจะตรงไปที่เครื่องชงกาแฟเลยนะ แต่ช่วงปีนี้ ผมเปลี่ยนมาดื่มมัทฉะตลอด
เมื่อก่อนนะ ผมจำได้ว่าดื่มกาแฟตอนเจ็ดโมงเช้า ตอนแรกคือตื่นเต็มที่เลย ห้านาทีแรกหัวโล่งมาก แต่พอสิบโมงเท่านั้นแหละ เริ่มรู้สึกหัวอื้อละ มันเหมือนพลังงานมันหมดเร็วมากๆ เลยนะ ใจก็แอบสั่นนิดๆ ด้วย พอเที่ยงก็ง่วงอีกแล้ว
แต่กับมัทฉะนี่สิ มันแปลกนะ ไม่ได้พุ่งปรี๊ดเหมือนกาแฟตอนแรกที่ดื่มเลย แต่มันมาแบบนิ่งๆ เรื่อยๆ ผมจะชงที่โต๊ะทำงานเลย ใช้ผงมัทฉะโปรดในถ้วยใบประจำ ตีด้วยฉะเซนให้เกิดฟองนุ่มๆ สีเขียวมรกต กลิ่นหอมฟุ้งดีงาม
ผมสังเกตตัวเองเลยว่า พอจิบไปเรื่อยๆ คือมันไม่ได้ตื่นตาปุบปับเหมือนกาแฟเลยนะ แต่ความตื่นตัวมันจะอยู่นานจริงๆ ผมยังรู้สึกสดชื่นไปได้ถึงบ่ายสองบ่ายสามสบายๆ แบบเออ มันดีนะ ไม่ต้องเติมเพิ่มเลย
แล้วอีกอย่างที่ผมชอบมากๆ คือมันไม่ทำให้ใจสั่น ไม่กระวนกระวายเลยนะ คือมันโฟกัสงานได้ดีกว่าเยอะมากๆ เลย รู้สึกผ่อนคลายด้วย ไม่เครียดแบบตอนกาแฟหมดฤทธิ์เลย ชิลมากจริงๆ ว้าว คือความแตกต่างมันชัดเจนมาก
- คาเฟอีนในมัทฉะคงฤทธิ์ได้นาน 4-6 ชั่วโมง
- ออกฤทธิ์ยาวนานกว่าคาเฟอีนในกาแฟที่ปกติประมาณ 3 ชั่วโมง
- มีแอล-ธีอะนีน ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล
- ช่วยให้มีสมาธิและรู้สึกสงบมากขึ้น
- ไม่ก่อให้เกิดอาการใจสั่นหรือกระวนกระวายเหมือนกาแฟ
- ช่วยป้องกันอาการถอนคาเฟอีนได้ดี
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต