ซื้อผลไม้อะไรไปเยี่ยมคนป่วย

92 ครั้งเข้าชม
เยี่ยมคนป่วยควรเลือกผลไม้สดใหม่ เน้นรสชาติหวานอมเปรี้ยว ไม่จัดจ้าน องุ่นเขียว: สารต้านอนุมูลอิสระสูง ดีต่อสุขภาพหัวใจ สตรอว์เบอร์รี/บลูเบอร์รี่ (ตามฤดูกาล): วิตามินซีสูง รสชาติอร่อย ส้มแมนดาริน: ทานง่าย วิตามินซีสูง แอปเปิ้ล (Envy/เขียว): ใยอาหารสูง ช่วยระบบขับถ่าย ทานง่าย หลีกเลี่ยงผลไม้รสจัด หรือผลไม้ที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้ ควรคำนึงถึงความชอบของผู้ป่วยด้วย เลือกผลไม้ที่สะอาด ปอกเปลือกหรือล้างทำความสะอาดเรียบร้อยก่อนนำไปให้
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ผลไม้ชนิดไหนเหมาะสำหรับเยี่ยมคนป่วย?

ถามว่าผลไม้ไรเหมาะเยี่ยมคนป่วยเนี่ยนะ เอาจริงๆ มันขึ้นอยู่กับคนไข้ด้วยแหละ! จำได้ตอนยายป่วยเป็นหวัดหนักเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ฉันซื้อส้มแมนดารินหวานๆมาให้ เพราะแกทานอะไรหนักๆไม่ได้ กินง่าย ไม่ต้องปอกเปลือกเยอะ ราคาแค่ห้าสิบบาทเองมั้ง แกก็ชอบนะ รู้สึกดีที่แกมีกำลังใจขึ้น

แต่ถ้าเป็นเพื่อนสมัยมหาลัยที่ป่วยหนักกว่า อย่างไอ้เจนนี่ ที่เข้าโรงพยาบาลเพราะอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์เมื่อปี 64 ฉันซื้อองุ่นไปให้ จำได้ว่าแพงอยู่ เกือบสองร้อย! แต่เลือกแบบไร้เมล็ด กินง่าย มันหวานฉ่ำดี เห็นมันกินแล้วก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง แต่ก็ต้องระวังเรื่องน้ำตาลด้วยนะ อันนี้สำคัญมาก

ส่วนผลไม้แบบอื่นๆ อย่างสตรอว์เบอร์รี่หรือบลูเบอร์รี่ ก็ดีนะ แต่ต้องดูว่าคนป่วยแพ้หรือเปล่า บางคนแพ้ผลไม้บางชนิดก็มี แล้วแต่คนจริงๆ นี่ก็ความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ เลยนะ ไม่ใช่คำแนะนำแพทย์ อย่าไปเชื่อมาก! สรุปคือ เลือกผลไม้ที่คนป่วยกินง่าย สด สะอาด ก็พอแล้วมั้ง

กิน อะไร ให้ ฟื้นจากไข้?

ไข้ขึ้น กินอะไรดีวะ? ของง่ายๆนี่แหละ

  • ซุปไก่ร้อนๆ ช่วยได้จริง ไม่ต้องปรุงเยอะ
  • ข้าวต้ม เบาๆกระเพาะ ไม่ต้องคิดมาก
  • วิตามินซี ส้ม ฝรั่ง อะไรก็ได้ จัดไป
  • ผักใบเขียว จำพวกผักบุ้ง กินให้เยอะๆ
  • ชาสมุนไพร ขิง ตะไคร้ อย่าหวังพึ่งมาก

ปีนี้ลองเพิ่ม น้ำเกลือแร่ ดื่มเยอะๆ ชดเชยน้ำที่เสียไป สำคัญกว่าที่คิด อย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอด้วย ไม่งั้นก็ไม่หายสักที พวกยาแก้ไข้ก็กินตามแพทย์สั่ง อย่ามั่วเอง เสี่ยงเปล่าๆ

คนป่วยกินอะไรถึงมีแรง?

โอ๊ย! ตอนป่วยเนี่ยนะ ชีวิตพังมากแม่! ตอนเป็นไข้หวัดใหญ่รอบล่าสุดเมื่อต้นปี (มกราคม 2567) คือทรมานสุดๆ กินอะไรก็ไม่ลง คลื่นไส้ตลอดเวลา น้ำเปล่ายังไม่อยากจะกลืน

แต่พอเริ่มดีขึ้นนิดนึงนะ สิ่งที่อยากกินที่สุดคือ...

  • ซุปไก่ร้อนๆ: ซื้อจากร้านป้าข้างบ้านนั่นแหละ ป้าแกทำอร่อยสุด! กินแล้วโล่งคอมาก
  • ข้าวต้มหมู: ต้องเป็นข้าวต้มหมูที่ใส่ขิงเยอะๆ นะ ซดน้ำซุปคล่องคอดี
  • น้ำเต้าหู้ผสมน้ำมะนาว: อันนี้แปลกแต่จริง! แม่บอกว่ามันช่วยให้สดชื่น แถมมีโปรตีนด้วย
  • แอปเปิล: กรอบๆ เย็นๆ ชื่นใจสุดๆ ตอนนั้นกินไป 2 ลูกเลย
  • ส้ม: วิตามินซีช่วยได้เยอะจริงๆ นะ ส้มแมนดารินคือเดอะเบสท์!
  • กล้วย: กินง่าย เคี้ยวสบาย ได้พลังงานเยอะ
  • ไข่ต้ม: โปรตีนสำคัญมาก! ต้องกินเพื่อฟื้นฟูร่างกาย
  • อกไก่ย่าง: อีกหนึ่งแหล่งโปรตีน กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยเหาะ!

เพิ่มเติมนะ: ที่จริงตอนป่วยอะ อยากกิน "โจ๊ก" มากกว่าข้าวต้มอีก แต่แถวบ้านหากินยาก เลยกินข้าวต้มแทนก็ได้ฟีลลิ่งคล้ายๆ กันแหละ ???? แล้วก็ "น้ำขิง" ก็ดีนะ ช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้เยอะเลย!

กินอะไรซ่อมแซมร่างกาย?

กินอะไรซ่อมร่างกาย? โปรตีนไง! ตอนเด็กๆ ล้มเข่าถลอก แม่จะให้กินไข่ต้มเยอะๆ บอกว่า "กินไข่แล้วเนื้อจะเต็มไวๆ" ตอนนั้นไม่เข้าใจหรอก แต่ก็กินตาม

โปรตีน นี่แหละตัวช่วยซ่อมแซมร่างกายชั้นดีเลยนะ เนื้อปลา โยเกิร์ต ถั่วพวกนี้กินประจำเวลาออกกำลังกายหนักๆ รู้สึกว่ากล้ามเนื้อมันฟื้นตัวเร็วจริงๆ

  • เนื้อปลา: แซลมอนนี่ชอบมาก นอกจากโปรตีนสูง ยังมีโอเมก้า 3 ด้วย
  • ไข่ขาว: กินหลังออกกำลังกายประจำเลย สะดวกดี
  • โยเกิร์ต: เลือกแบบธรรมชาติ ไม่เติมน้ำตาล อร่อยแถมมีประโยชน์
  • ธัญพืช: ควินัว, ข้าวโอ๊ต ก็กินบ่อย ทำโจ๊กบ้าง ทำสลัดบ้าง
  • ถั่ว: อัลมอนด์, วอลนัท กินเป็นของว่างเพลินๆ

เวลามีแผล ถ้ากินโปรตีนเยอะๆ มันจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นนะ แต่ก็ต้องกินอาหารอย่างอื่นด้วยนะ ไม่ใช่กินแต่โปรตีนอย่างเดียว! วิตามิน เกลือแร่ ก็สำคัญเหมือนกัน ผักผลไม้นี่ขาดไม่ได้เลย

จำได้ว่าตอนผ่าตัดไส้ติ่ง คุณหมอบอกให้กินโปรตีนเยอะๆ เพื่อให้แผลหายไวๆ ก็เลยจัดเต็มพวกเนื้อปลา กินวนไปเลยจ้าาา

คนป่วยรถล้ม กินอะไรได้บ้าง?

อุบัติเหตุรถล้มเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง เจ็บแขนซ้ายหนักมาก หมอบอกต้องพักผ่อนเยอะๆ แผลก็ยังไม่หายดี เรื่องกินนี่ลำบากเลย ตอนนั้นที่โรงพยาบาล จำได้แม่นเลย พยาบาลบอกให้กินอาหารที่มีโปรตีนสูงๆ แบบเนื้อไก่ต้ม ไข่ต้ม นม ผักต้ม แล้วก็ผลไม้ แต่ผลไม้ก็ต้องเลือกกินนะ อย่างส้ม มะนาว อะไรแบบนี้ หมอสั่งห้ามกินของหมักดองเด็ดขาดเลย เพราะกลัวแผลจะติดเชื้อ ยิ่งของมันๆ เค็มๆ ด้วยยิ่งห้ามใหญ่ โค้ก เป๊ปซี่ พวกเครื่องดื่มชูกำลัง อันนี้ก็ไม่ให้กิน

ตอนนี้ก็พยายามกินตามที่หมอแนะนำอยู่ แต่บางทีก็ท้อ เพราะอาหารมันจืดชืดไปหมด แต่ก็จำใจต้องทน ไม่อยากให้แผลหายช้า ตอนนี้ก็ยังต้องคอยระวังอย่าไปโดนแผล หรือไปเกา ไปแคะอะไรมัน ต้องรักษาความสะอาดด้วย ล้างแผลบ่อยๆ ก็ต้องระวังเรื่องการติดเชื้อ กลัวแผลจะหายช้ากว่าเดิมอีก

  • เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน (ไก่ต้ม, ปลาต้ม)
  • ไข่ต้ม
  • นม
  • ผักต้ม
  • ผลไม้รสเปรี้ยว (ส้ม, มะนาว)
  • งดของหมักดอง
  • งดอาหารมันๆ เค็มๆ
  • งดเครื่องดื่มชูกำลัง

ตอนนี้แผลเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่ยังต้องดูแลตัวเองอย่างระมัดระวังต่อไป กว่าจะหายสนิทคงอีกหลายอาทิตย์ เซ็งเลย แต่ก็ต้องอดทน เพราะไม่อยากให้เป็นแผลเป็นใหญ่ แล้วก็ต้องระวังเรื่องสุขภาพให้ดีด้วย จะได้ไม่เจ็บป่วยอีก ชีวิตนี้เหนื่อยจริงๆ

กินอะไรให้หายไข้เร็ว?

โอ๊ย...เพิ่งหายไข้เมื่ออาทิตย์ก่อนเลย เข็ดขยาด

ตอนนั้นนะ เป็นช่วงสงกรานต์พอดี (เมษา 2567) อากาศมันร้อนๆ ฝนๆ ฉันไปเดินเล่นสยามกับเพื่อน แดดเปรี้ยงๆ แล้วก็เจอฝนซะงั้น กลับมาบ้าน ไข้ขึ้นจี๊ดเลย

สิ่งที่ช่วยชีวิตฉันไว้คือ...

  • น้ำขิงผสมมะนาว: แม่ฉันชงให้กินเลย ขิงแก่ๆ เผ็ดร้อน ซื้อมะนาวมาจากตลาดแถวบ้าน (ตลาดสดตรงซอยอารีย์) บีบใส่ลงไป จิบไปเหงื่อออกไป สบายตัวขึ้นเยอะเลย
  • ซุปไก่: อันนี้ก็แม่ทำอีกเหมือนกัน ซุปไก่บ้าน ใส่แครอท หัวไชเท้า คือมันอุ่นท้อง แล้วก็รู้สึกมีแรงขึ้นมาหน่อย
  • โยเกิร์ต: แฟนฉันซื้อมาให้กินทุกวันเลย เป็นโยเกิร์ตธรรมชาติ (ยี่ห้อเมจิ) กินแล้วมันรู้สึกดีกับท้องอ่ะ ไม่รู้ทำไม
  • ส้ม: สั่งเดลิเวอรี่มาเลย ส้มสายน้ำผึ้ง หวานอมเปรี้ยว ชื่นใจมาก กินไปดู Netflix ไป เพลินๆ
  • นอน: อันนี้สำคัญสุดเลย นอนแบบไม่เล่นมือถือ ไม่คิดอะไรมาก ปล่อยให้ร่างกายมันพักจริงๆ

เพิ่มเติม:

  • ยาพารา: กินด้วยนะ ถ้าไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส อย่าฝืน
  • เช็ดตัว: ช่วยลดไข้ได้ดีมากๆ เลย
  • หลีกเลี่ยงของเย็น: กินน้ำอุ่นๆ ไปก่อน
  • ถ้าอาการไม่ดีขึ้น: ไปหาหมอเถอะ อย่าดื้อ! ฉันเกือบไปแล้ว ดีที่แม่จับป้อนน้ำขิงทัน

เวลาเป็นไข้ไม่ควรกินอะไร?

ไข้สูง: งดอาหารรสจัด

  • เผ็ด ร้อน เปรี้ยว มัน - เพิ่มความร้อนในร่างกาย

  • เน้นอาหารเย็น - แตงโม ฟัก ฯลฯ (ข้อมูล 2566)

  • น้ำมาก สำคัญที่สุด - ช่วยระบายความร้อน

    ความร้อนคือศัตรู ความเย็นคือมิตร อย่าลืมหลักง่ายๆนี้

  • เพิ่มการสังเกตอาการ หากไข้สูงเกินควร ไปพบแพทย์

หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ อาการไข้แต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม