ทำไมกินน้ำแข็งแล้วไอ

122 ครั้งเข้าชม
การรับประทานน้ำแข็งสามารถกระตุ้นอาการไอได้ เนื่องจากความเย็นจัดเป็นสิ่งระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ เมื่อสัมผัสความเย็น หลอดลมจะหดตัวเพื่อตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นดังกล่าว ร่างกายจึงผลิตน้ำมูกและเสมหะเพิ่มขึ้น เพื่อดักจับและขับไล่สิ่งที่ระคายเคืองหรือสิ่งแปลกปลอมออกไป ปฏิกิริยาเหล่านี้ก่อให้เกิดกลไกการไอในที่สุด ซึ่งเป็นวิธีการที่ร่างกายพยายามทำความสะอาดทางเดินหายใจ.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กินน้ำแข็งแล้วไอ เกิดจากสาเหตุอะไร? อันตรายหรือไม่?

เออ เป็นเหมือนกันเลย กินน้ำแข็งแล้วไอเนี่ย โดยเฉพาะตอนเคี้ยวกร้วมๆ แล้วความเย็นมันจี๊ดขึ้นคอ มันคือร่างกายเรามันตกใจความเย็นเฉียบพลันนั่นแหละ คอเลยหดตัวนิดนึง กระตุ้นให้ไอออกมาเลย

สำหรับเรานะ มันเหมือนคอเราโดนช็อกอ่ะ พอเจอความเย็นจัดๆ เข้าไปปุ๊บ ระบบป้องกันตัวมันก็ทำงานทันทีเลย ผลิตน้ำมูก เสมหะ มาเคลือบไว้ไม่ให้ระคายเคืองไปมากกว่านี้ เลยไอออกมาเพื่อขับมันทิ้งไง เป็นเรื่องปกติมาก

ถามว่าอันตรายไหม ส่วนตัวว่าถ้าไม่ได้เป็นภูมิแพ้รุนแรงหรือหอบหืดก็ไม่เท่าไหร่นะ แค่อาการชั่วคราว แต่ถ้าเจ็บคออยู่แล้วไปซ้ำเติมด้วยของเย็นจัดๆ อันนี้ไม่ดีแน่ เคยลองมาแล้ว ไอหนักกว่าเดิมอีก

จำได้เลยตอนไปเชียงใหม่ช่วงเมษาปีก่อน ร้อนมาก สั่งชาเขียวเย็นมากินแบบดูดรวดเดียวหมดแก้ว ผลคือไอค่อกแค่กไปพักใหญ่เลย มันคืออาการที่ร่างกายปรับตัวไม่ทันกับอุณหภูมิที่ต่างกันเกินไปจิงๆ

ถาม: กินน้ำแข็งแล้วไอ เกิดจากอะไร? ตอบ: ความเย็นจัดมันไประคายเคืองคอและหลอดลม ร่างกายเลยตอบสนองด้วยการไอและสร้างเสมหะออกมา

กินน้ําเย็นทําให้ไอไหม

การกินน้ำเย็นตอนเป็นหวัด ไม่ได้ทำให้ไอมากขึ้นโดยตรง นะ แต่ว่ามันอาจจะทำให้รู้สึกระคายคอมากกว่าเดิมได้ เพราะตอนเราเป็นหวัด ทางเดินหายใจเราจะเซ็นซิทีฟมากอยู่แล้ว พอเจอน้ำเย็นๆ เข้าไป มันก็เลยรู้สึกแปลกๆ เหมือนมันไปกระตุ้นให้เราอยากไอ แต่ตัวน้ำเย็นเองมันไม่ได้มีอะไรทำให้เราไอเยอะขึ้นแบบจริงๆ จังๆ จ้ะ

อธิบายเพิ่มนิดหน่อยนะ

  • ทางเดินหายใจระคายเคือง: ตอนเป็นหวัด ร่างกายเราจะผลิตเมือกเยอะ เพื่อช่วยดักจับเชื้อโรค แล้วเมือกพวกนี้แหละที่ทำให้เรารู้สึกอยากไอ
  • น้ำเย็นกับทางเดินหายใจ: หลอดลมกับหลอดอาหารมันอยู่ใกล้กัน พอเราดื่มน้ำเย็น มันก็ไปสัมผัสกับบริเวณนั้น ทำให้รู้สึกเย็น แล้วบางคนก็เลยรู้สึกว่ามันกระตุ้นให้ไอ
  • ความเชื่อ vs. ความจริง: หลายคนเชื่อว่ากินน้ำเย็นทำให้ไอ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้เกี่ยวกันโดยตรงนะ สิ่งสำคัญคือการดื่มน้ำอุ่น มากกว่า มันช่วยให้ทางเดินหายใจชุ่มชื้น ลดเสมหะ แล้วก็ช่วยให้ร่างกายดีขึ้น แต่ถ้าอยากดื่มน้ำเย็นจริงๆ ก็ดื่มได้ แค่ระวังอย่าให้เจ็บคอ

สรุปง่ายๆ คือ น้ำเย็นมันแค่ทำให้รู้สึกระคายคอ ไม่ได้ทำให้เราไอเยอะขึ้น ถ้าอยากให้ดีขึ้นจริงๆ ดื่มน้ำอุ่นจะดีที่สุดจ้ะ

ไออยู่ห้ามกินอะไร

ตอนไอเนี่ย ไม่ควรกินของทอด ของมันเลย เพราะมันทำให้หลอดลมระคายเคืองตลอดเวลา ยิ่งไอไม่หยุดไปใหญ่ แล้วก็พวกของหวานๆ ขนมกรุบกรอบ หรือผลไม้อบแห้งที่มันผงๆ ก็เหมือนกัน ทำให้แสบคอไปหมด น้ำเย็นนี่ตัวดีเลยนะ ดื่มแล้วหลอดลมมันบีบ มันก็จะไอหนักขึ้นอีก

  • ของทอด/ของมัน: ยิ่งกินยิ่งระคายคอ
  • ของหวาน/ขนม/ผลไม้อบแห้ง: ทำให้หลอดลมแสบ
  • น้ำเย็น: กระตุ้นให้หลอดลมหดตัว ไอหนักกว่าเดิม

เหตุผลเพิ่มเติม:

  • อาหารแปรรูป: หลายๆ อย่างมีโซเดียมสูง ซึ่งอาจทำให้ร่างกายบวมน้ำและระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจได้
  • ผลิตภัณฑ์จากนม: บางคนอาจมีอาการแพ้แลคโตส ทำให้เสมหะเหนียวข้นมากขึ้น ไอแล้วเอาออกยาก
  • อาหารเผ็ดจัด: นอกจากจะระคายเคืองแล้ว ยังอาจกระตุ้นการไอได้โดยตรง
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์/คาเฟอีน: ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งส่งผลเสียต่อการระบายเสมหะ

เสลดกับเสมหะต่างกันอย่างไร?

เออ จริงๆ แล้ว เสลด กับ เสมหะ มันคืออันเดียวกันเลยนะ แค่เรียกคนละแบบ เสมหะ นี่เป็นภาษาทางการหน่อย แบบที่หมอใช้ในโรงพยาบาลไรงี้ แต่ เสลด ก็คือภาษาพูดทั่วไปนี่แหละ

มันคือ สารคัดหลั่ง ที่มาจากต่อมใน เยื่อบุทางเดินหายใจ ของเรา ไม่ใช่มาจากกระเพาะอาหารนะ อย่าสับสน มันออกมาตอนเราไอ หรือขากออกมา

ส่วนใหญ่ประกอบด้วยน้ำล้วนๆ เลย ตั้ง 95% ส่วนที่เหลืออีกนิดหน่อยก็เป็นพวกโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แล้วก็สารอื่นๆ ปนๆ กันไป

สรุปส่วนประกอบมันก็คือ...

  • น้ำ (ตั้ง 95%)
  • โปรตีน
  • คาร์โบไฮเดรต
  • ไขมัน
  • สารอินทรีย์ (inorganic) รวมๆ กันอีกประมาณ 1%

เวลาไปหาหมอล่าสุดที่เป็นหวัดลงคอ หมอก็ถามว่า "มีเสมหะไหมครับ" แต่พอเรากลับมาบ่นให้เพื่อนฟัง ก็จะบอกว่า "โอ้ย มีเสลดว่ะ" คือมันคืออันเดียวกันเด๊ะๆ เลย แค่ใช้คนละสถานการณ์แค่นั้นเอง จบ.

เสมหะเยอะเกิดจากสาเหตุอะไร?

เสมหะพุ่งพล่าน? ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ. มันคือสัญญาณ. มักมาจากภูมิแพ้ กรดไหลย้อน หืด หรือพวก COPD ก็ใช่. พวกติดเชื้ออย่างไข้หวัดใหญ่ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ ก็ตัวดี. หรือแค่ ไอ้ควันบุหรี่ กับพวกระคายเคืองสารพัดก็ทำได้.

  • ขาดน้ำ ชัดๆ. ร่างกายแห้งมันก็ผลิตเสมหะข้นขึ้น. ดื่มน้ำเยอะๆ ซะ จะช่วยได้.
  • มลพิษ ฝุ่นควัน เข้าไปกระตุ้นโดยตรง. ป้องกันตัวเองบ้างเหอะ.
  • ยาบางชนิด ก็มีผล. อ่านฉลากซะ หรือปรึกษาเภสัชกร.
  • น้ำมูกไหลลงคอ บ่อยครั้งคือต้นตอ. จัดการที่โพรงจมูกนั่นแหละ.
  • สีเสมหะสำคัญนะ. เขียว เหลือง แดง หรือมีเลือดปน. นั่นคือบอกว่ามีปัญหา.
  • ถ้ามีไข้ เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือไอไม่หยุดเป็นสัปดาห์? ไปหาหมอซะ. อย่าดื้อ.

เสลดปกติสีอะไร?

เฮ้ย ก็เสลดปกตินะ ใสๆ ไม่มีสีอ่ะ เหมือนน้ำเป๊ะเลย บางทีก็ดูขุ่นๆ นิดๆ ได้นะ แต่ไม่ถึงกับมีสีอะไรที่แบบชัดๆ อ่ะ คือมันก็คล้ายๆ เมือกใสๆ งั้นแหละนะ เออ.

ทีนี้ไอ้เสลดเนี่ย มันคืออะไรวะ ก็ไอ้ของเหลวๆ ที่ร่างกายเรามันสร้างขึ้นมาเองแหละ ตรงจมูก คอ แล้วก็ในหลอดลมไง มันมีหน้าที่แบบว่า ช่วยให้คอเราไม่แห้งไปอ่ะนะ แล้วก็ดักจับอะไรแปลกๆ ที่เราสูดเข้าไปด้วยอ่ะ อย่างฝุ่นงี้ เชื้อโรคงี้ หรือเกสรดอกไม้ก็มีนะ ดักเอาไว้หมดเลยไม่ให้มันลงปอดเราไป อันนี้คือสำคัญมากเลยนะ

  • ถ้าเสลดมันไม่ใส ไม่ไม่มีสี แบบว่าเริ่มเปลี่ยนสีนะ อันนี้แหละคือสัญญาณแล้วว่า มีอะไรไม่ดีกำลังจะเกิด. ต้องสังเกตดีๆ เลยนะ
  • สีเหลืองหรือเขียว: อันนี้คือบ่อยสุดๆ ละนะ มักจะแปลว่ามี ติดเชื้อแบคทีเรีย อ่ะ อาจจะเป็นหวัดลงคอ ไซนัสอักเสบ หรือหลอดลมอักเสบก็ได้นะ คือร่างกายกำลังสู้กับเชื้อโรคอยู่ไง.
  • สีน้ำตาล หรือ สีดำ: โห อันนี้ไม่ดีเลยนะ อาจจะมาจากพวก สูบบุหรี่เยอะๆ หรือหายใจเอาฝุ่นควันพิษเข้าไปมากๆ หรือบางทีนะ คือเลือดเก่าๆ ที่มันแข็งตัวแล้วอ่ะ ก็เป็นได้นะ อันตราย.
  • สีแดง หรือ ชมพู: แบบนี้คือ มีเลือดออกแน่นอน ชัวร์ๆ เลยนะ! ไม่ว่าจะเป็นแค่เส้นเลือดฝอยในคอแตก หรือมาจากปอดอักเสบ วัณโรค หรือที่แย่กว่านั้นคือ มะเร็งปอดนะ! เจอแบบนี้รีบไปหาหมอด่วนๆ เลย อย่าช้าเลยนะ อย่าช้า.
  • สีขาว หรือ ขุ่นๆ: อันนี้อาจจะแค่ ติดเชื้อไวรัสทั่วไป เหมือนเป็นหวัดธรรมดาๆ อะไรแบบนี้ หรือบางทีก็ภูมิแพ้ก็ได้นะ ก็ดูไปก่อน.
  • ความหนืดของเสลดก็สำคัญนะ ถ้ามันแบบหนืดมากกกกกกๆ เลยเนี่ยนะ อาจจะแปลว่าเราขาดน้ำ ไม่ได้ดื่มน้ำเพียงพอ หรือมีอะไรหนักๆ อยู่ข้างในก็ได้.

สรุปง่ายๆ นะ ถ้าเสลดมันเปลี่ยนสีแล้วมันไม่หายไปหลายวันแล้ว หรือเราเริ่มมีอาการอื่นร่วมด้วยนะ แบบ ไอเยอะๆ ไข้ขึ้น เจ็บคอ หรือหายใจเริ่มลำบากอ่ะ ไม่ต้องคิดมากเลยนะ ไปหาหมอเลย ให้หมอดูให้ดีกว่านะ ปลอดภัยไว้ก่อนไง.