น้ำตาล230อันตรายไหม
น้ำตาล 230 อันตรายแค่ไหน? เช็คระดับน้ำตาลสูง และวิธีดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น
คือแบบว่า... จำได้ตอนไปตรวจสุขภาพประจำปีที่ รพ.รามคำแหง เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ปีที่แล้ว หมอแจ้งว่าระดับน้ำตาลฉันสูงถึง 230 ตกใจเลย! ใจสั่นไปหมด หมอบอกว่าอันตรายนะ ถ้าปล่อยไว้ไม่ดีแน่ๆ
จำได้ลางๆว่าหมออธิบายอะไรเกี่ยวกับความเสียหายต่อไต กับเส้นประสาท แต่ฉันก็มึนๆไปหมดตอนนั้นแหละ คือมันเยอะเกินไป แค่ฟังก็เครียดแล้ว
หลังจากนั้นฉันก็เปลี่ยนพฤติกรรมเลยนะ ลดหวานลงเยอะมาก ขนมหวานนี่แทบไม่แตะ ข้าวก็ทานน้อยลง แล้วก็พยายามออกกำลังกาย อย่างน้อยอาทิตย์ละสามครั้ง วิ่งที่สวนลุมฯ ประมาณ 30 นาทีต่อครั้ง เหนื่อยนะ แต่เพื่อสุขภาพ ก็ต้องสู้
ค่าใช้จ่ายก็มีบ้าง ค่าตรวจเลือด ค่าวิตามินเสริม ประมาณสองสามพันบาท แต่ก็คุ้มค่า เพราะสุขภาพสำคัญที่สุด ตอนนี้ระดับน้ำตาลก็ลงมาอยู่ในเกณฑ์ปกติแล้ว สบายใจขึ้นเยอะเลย
เอาเป็นว่า ถ้าใครระดับน้ำตาลสูงขนาดนั้น อย่าชะล่าใจ รีบไปหาหมอนะคะ อย่ารอให้มันสายเกินไป เพราะฉันเคยประสบมากับตัวเอง มันไม่สนุกเลยจริงๆ
น้ำตาล280อันตรายไหม
น้ำตาล 280 นี่อันตรายนะ! ตอนนั้นแม่เราน้ำตาลขึ้นไป 300 กว่า เกือบช็อคคาบ้านเลย ต้องเรียกรถพยาบาลด่วนๆ ไปโรงพยาบาลวิชัยเวช หมอบอกว่าถ้ามาช้ากว่านี้อาจจะไม่รอด
ตอนนั้นตกใจมาก ใจเสียสุดๆ เห็นแม่ทรมานขนาดนั้น รู้เลยว่าเรื่องน้ำตาลสูงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ต้องคุมอาหาร ออกกำลังกาย แล้วก็กินยาตามหมอสั่งอย่างเคร่งครัด
- Ketones คืออะไร: เป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นเมื่อขาดอินซูลิน ทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันแทนที่จะเป็นกลูโคส
- อาการที่ต้องระวัง: ลมหายใจกลิ่นผลไม้ (อันนี้ชัดมาก), หายใจหอบ, ปากคอแห้ง, คลื่นไส้, ปวดท้อง, เพลียมาก, น้ำหนักลดฮวบฮาบ
- ทำไงถ้าเจออาการ: รีบไปหาหมอ! อย่าปล่อยไว้นาน อันตรายถึงชีวิตจริงๆ
- วิธีป้องกัน (จากประสบการณ์ตรง):
- คุมอาหาร: ลดหวาน มัน เค็ม (อันนี้ยากสุด)
- ออกกำลังกาย: เดินเร็วๆ สักวันละ 30 นาทีก็ยังดี
- กินยา: ถ้าหมอสั่ง ต้องกินตามเวลาเป๊ะๆ
- ตรวจน้ำตาล: เช็คบ่อยๆ จะได้รู้ตัวแต่เนิ่นๆ
- ค่าปกติ (คร่าวๆ นะ): หลังอดอาหาร (8-12 ชั่วโมง) ควรต่ำกว่า 100 mg/dL, หลังอาหาร 2 ชั่วโมง ควรต่ำกว่า 140 mg/dL (แต่ปรึกษาหมอดีที่สุด)
ตอนนี้แม่เราดีขึ้นเยอะเลย แต่ก็ต้องดูแลตัวเองตลอดชีวิต เหนื่อยแต่ก็ต้องทำเพื่อคนที่เรารักเนอะ!
ทำยังไงให้น้ำตาลสะสมลดลง
โอ๊ยตาย! น้ำตาลในเลือดพุ่งปรี๊ด! เหมือนเครื่องบินเจ็ตทะยานขึ้นฟ้าเลยล่ะ! อย่าได้ชะล่าใจ! ต้องจัดการด่วนๆ ก่อนจะกลายเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 (ซึ่งบอกเลยว่า..ไม่สนุกแน่!)
วิธีรับมือแบบฉบับคนขี้เล่น (แต่จริงจังนะ):
ลดของหวานลงหน่อยเถอะ! ขนมเค้ก ไอศกรีม โดนัท พวกนี้มันคือศัตรูตัวฉกาจของน้ำตาลในเลือด! คิดซะว่าพวกมันคือปีศาจร้ายที่แอบซ่อนอยู่ในถ้วย ต้องกำจัดให้สิ้นซาก! (อันนี้จริงจังนะ) ปีนี้ผมเองก็พยายามลดพวกนี้ลงเยอะมาก จากกินวันละ 2 ชิ้น เหลือแค่ 1 ชิ้น หรือบางวันก็ไม่ได้กินเลย
อาหารมันๆ เน้นน้อยลง เหมือนเราไปวิ่งมาราธอนแล้วดันกินแต่ไขมัน เดี๋ยวก็เหนื่อยเร็ว น้ำตาลก็พุ่ง! ลองเปลี่ยนเป็นอาหารต้ม นึ่ง ย่าง แทนการทอดดูสิครับ ดีต่อสุขภาพและกระเป๋าตังค์ด้วย (ประหยัดน้ำมันด้วยนะ!)
ออกกำลังกายแบบไม่ต้องโหดมากก็ได้! แค่เดินเร็วๆ สัก 30 นาที วันละ 5 วัน ก็พอแล้ว อย่าไปคิดว่าต้องวิ่งมาราธอนทุกวัน เหนื่อยเปล่าๆ ปีนี้ผมก็เปลี่ยนจากวิ่งเป็นว่ายน้ำแทน รู้สึกว่าดีกับเข่ากว่าเยอะ
ควบคุมน้ำหนัก อย่าปล่อยให้ตัวเองกลายเป็น "คนกลมๆ" (คืออ้วนไง!) น้ำหนักขึ้น น้ำตาลก็ขึ้นตาม หาสูตรลดน้ำหนักที่เหมาะสมกับตัวเอง อย่าไปตามกระแส ที่สำคัญคือต้องทำได้อย่างยั่งยืน ปีนี้ผมลดน้ำหนักลงได้ 5 กิโล โดยการกินคลีนและว่ายน้ำ ดีงามมาก!
จำไว้! การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ อย่าประมาท ไม่งั้นเดี๋ยวจะมาบ่นทีหลังว่าทำไมไม่ดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ! (พูดแรงไปหน่อย แต่จริง!)
เบาหวานลงขามีอาการอย่างไร
เบาหวานลงเท้า: สังเกต อาการ.
ชา ปลายเท้า. ลาม.
ปวด. เหมือนไฟช็อต.
แผลหายช้า. สิ่งที่มองข้าม.
ผิวแห้ง แตก. ง่ายต่อการติดเชื้อ.
ความรู้สึกเปลี่ยน. ร้อนเย็น สัมผัส. ไม่ปกติ.
ปวดเมื่อย. ไม่ใช่แค่เดินเยอะ.
ผู้ป่วยเบาหวานมีชีวิตอยู่ได้กี่ปี
ผู้ป่วยเบาหวานอยู่ได้กี่ปี?
โอ๊ย... ถามงี้เหมือนถามว่ากินข้าวได้กี่คำถึงจะอิ่ม! คือมันบ่มีสูตรตายตัวดอกพี่น้องเอ๊ย! เบาหวานนี่มันตัวร้ายกาจ ถ้าคุมดีก็ยืดได้ยาวๆ ถ้าปล่อยปละละเลยก็สั้นจู๋ แต่เอาเป็นว่าโดยเฉลี่ยแล้ว คนเป็นเบาหวานอาจจะอายุสั้นกว่าคนทั่วไปนิดหน่อยเด้อ
- เลขกลมๆ: ซาวปีที่แล้ว หมอบอกว่าคนเป็นเบาหวานตอนอายุ 60 อาจจะสั้นกว่าคนปกติ 5-6 ปี ตอน 90 ก็อาจจะสั้นกว่าปีนึง! แต่เดี๋ยวนี้ยาดีขึ้น หมอเก่งขึ้น อาจจะต่างกว่านี้ก็ได้เด้อ
- สำคัญอีหลี: คุมน้ำตาลดีๆ กินยาตามหมอสั่ง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลี่ยงของหวานมันทอด เท่านี้ก็แซงคนบ่เป็นเบาหวานไปเลย!
- ความจริงอันโหดร้าย: ถ้าปล่อยให้น้ำตาลขึ้นสูงปรื๊ดๆ ไม่ดูแลตัวเอง อันนี้ก็ตัวใครตัวมันเด้อ!
ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบบ้านๆ):
- เบาหวานไม่ได้ฆ่า แต่ความประมาทฆ่า: เบาหวานมันพาโรคแทรกซ้อนมาด้วย เช่น หัวใจ ไต เส้นเลือดตีบ ถ้าคุมเบาหวานได้ดี โอกาสเกิดโรคพวกนี้ก็น้อยลง
- ไม่ใช่แค่ยา: อาหารการกินสำคัญสุดๆ ลดหวาน ลดมัน เพิ่มผักผลไม้ กินข้าวกล้องแทนข้าวขาว จะซอยหลาย
- ออกกำลังกาย: ขยับเขยื้อนร่างกายบ้าง เดินเล่น วิ่งเหยาะๆ ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เลือกเอาที่ชอบที่ถนัด
- กำลังใจสำคัญ: อย่าท้อแท้! เบาหวานเป็นแล้วต้องสู้! หาเพื่อนคุย หาข้อมูล อ่านหนังสือ ดูแลตัวเองให้ดีที่สุด!
คำเตือน: ข้อมูลนี้เป็นแค่ข้อมูลทั่วไป อย่าเชื่อหมดใจ ไปปรึกษาหมอประจำตัวดีที่สุด! หมอรู้ดีที่สุดว่าเฮาต้องเฮ็ดจั่งได๋!
จะรู้ได้ยังไงว่าเป็นเบาหวาน
เบาหวาน สังเกตเงียบๆ
- กระหาย ดื่มไม่หยุด
- ฉี่บ่อย ผิดปกติ
- หิวจัด กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม
- ผอมลง ทั้งที่กินเยอะ
- ตามัว มองอะไรก็เบลอ
- อ่อนล้า เหมือนแบตหมด
- แผลหายยาก ติดเชื้อง่าย
- ชาปลายมือ ปลายเท้า
ข้อมูลเสริม:
- A1C: ตรวจเลือด วัดระดับน้ำตาลเฉลี่ย 3 เดือน แม่นยำกว่า
- Fasting Plasma Glucose (FPG): งดอาหาร 8 ชม. เจาะเลือด
- Oral Glucose Tolerance Test (OGTT): ดื่มน้ำตาลกลูโคส แล้วเจาะเลือดเป็นระยะๆ (มักใช้กับหญิงตั้งครรภ์)
รู้เร็ว คุมได้ อย่าประมาท
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต