พริมโรสไม่ควรกินคู่กับอะไร
พริมโรสทานคู่กับอะไรไม่ได้? ผลข้างเคียงจากการทานพริมโรสพร้อมสมุนไพรอื่นๆ
โอเค เข้าใจแล้วนะ ถามว่าพริมโรสทานคู่กับอะไรไม่ได้ใช่ไหม? เอ่อ...เอาจริงๆ นะ ฉันไม่ใช่เภสัชกร แต่เคยได้ยินมาว่ามันมีปฏิกิริยากับยาบางตัวนะ โดยเฉพาะยาที่เกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดเนี่ย ต้องระวังเป็นพิเศษเลย
ฉันจำได้ว่าตอนนั้นไปซื้อพริมโรสที่ร้านขายยาแถวบ้าน (น่าจะช่วงต้นปีที่แล้วมั้ง, แถวๆ สุขุมวิท) เภสัชกรเค้าก็ถามละเอียดเลยว่ากินยาอะไรอยู่บ้าง คือเค้าคงกลัวมีปัญหาแหละ เพราะฉะนั้นถ้าจะกินอะไรคู่กันก็ถามหมอหรือเภสัชกรก่อนดีที่สุด
เคยอ่านเจอใน Pantip เหมือนกันนะ (ไม่รู้ว่าเชื่อถือได้แค่ไหน) ว่ามีคนเตือนเรื่องการกินวิตามินอีคู่กับอีฟนิ่งพริมโรสมากเกินไป มันอาจจะเกินขนาดจนเป็นโทษได้ เหมือนที่เค้าบอกว่าอาจจะส่งผลเสียต่อหัวใจอะไรทำนองนั้น
สรุปคือ อะไรที่มันมากเกินไปมันก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละเนอะ จะกินอะไรก็ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน กินแต่พอดีๆ น่าจะเวิร์คสุด!
น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสไม่ควรกินคู่กับอะไร
โอ๊ย! ถามเรื่องน้ำมันพริมโรสนี่มันเรื่องใหญ่พอๆ กับถามว่ากินทุเรียนกับเบียร์แล้วจะเป็นอะไรเลยนะเนี่ย! มาๆ จะเล่าให้ฟังแบบชาวบ้านๆ
- Kaletra (Lopinavir/Ritonavir): โอ๊ย! ไอ้เจ้า Kaletra เนี่ยตัวดี กินคู่กับน้ำมันพริมโรสระวัง HIV จะเต้นระบำนะจ๊ะ! มันอาจจะตีกันทำให้ยาที่กินเข้าไปไม่ได้ผลเต็มที่ เสียเงินเปล่าๆ แถมโรคร้ายอาจกำเริบอีก!
- Phenothiazine (ยารักษาโรคจิต): อันนี้ยิ่งต้องระวัง! กินน้ำมันพริมโรสคู่กับยาโรคจิตกลุ่มนี้ ระวังชักแหงแก๋! เหมือนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ไม่รู้ตัวเลยนะเออ!
สรุปแบบบ้านๆ: อย่าซ่า! อย่าคิดว่ากินอะไรก็ได้ ถ้ากินยาอยู่ปรึกษาหมอก่อนเด้อ! น้ำมันพริมโรสน่ะมันก็ดี๊ดี แต่ถ้ากินผิดวิธีชีวิตเปลี่ยนเลยนะจะบอกให้! เหมือนเอามีดไปแทงตัวเองชัดๆ!
เกร็ดความรู้ชาวบ้าน (แถมให้ฟรีๆ):
- ทำไมต้องระวัง: น้ำมันพริมโรสเนี่ยมันมีกรดไขมัน GLA สูง ซึ่งอาจจะไปกวนการทำงานของยาบางชนิด ทำให้ยาออกฤทธิ์น้อยลง หรือเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้
- ใครต้องระวังเป็นพิเศษ: คนที่กินยาประจำ คนท้อง คนให้นมลูก ควรปรึกษาหมอก่อนกินน้ำมันพริมโรสทุกกรณี! อย่าคิดเองเออเองเด็ดขาด!
- ถ้ากินไปแล้ว: ถ้ากินไปแล้วมีอาการแปลกๆ รีบไปหาหมอทันที! อย่ารอให้สายเกินแก้! ชีวิตเรามีค่ากว่าน้ำมันพริมโรสขวดละไม่กี่บาทนะจ๊ะ!
- ยาอื่นๆ: นอกจากยาที่กล่าวมา ยังมียาอื่นๆ อีกมากมายที่อาจมีปฏิกิริยากับน้ำมันพริมโรส ดังนั้นอย่าประมาท!
แมกนีเซียม ไม่ควรกินคู่กับอะไร
โอ้ย เรื่องแมกนีเซียมเนี่ยนะ! ตอนนั้นกินยาแก้สิวอยู่ หมอบอกห้ามกินนมกับยาเด็ดขาด เพราะมันมีแคลเซียม แล้วแคลเซียมมันจะไปจับกับยา ทำให้ยาไม่ดูดซึม...อารมณ์เสียมาก!
แมกนีเซียมห้ามกินพร้อมยาปฏิชีวนะเตตราไซคลิน (Tetracycline) ยาจะตีกัน ร่างกายดูดซึมยาได้น้อยลง กินห่างกัน 2 ชม.ก่อน หรือ 4 ชม. หลังกินยา
ตอนนั้นโง่มาก ไม่รู้เรื่องอะไรเลย กินยาไปก็ไม่หายสักที หมอต้องมาด่าซ้ำอีกรอบ เซ็ง!
ข้อมูลเพิ่ม:
- เตตราไซคลิน: ยารักษาสิวที่เรากินตอนนั้นแหละ ตัวดีเลย
- แคลเซียม: จริง ๆ แล้วพวกแร่ธาตุหลายตัวก็มีปัญหากับยาบางชนิด ต้องระวัง
- เวลา: สำคัญสุด ๆ กินห่างกันดีที่สุด จะได้ไม่เสียเงินค่ายาฟรี
- ปรึกษาหมอ: ดีที่สุด ถามหมอไปเลย อย่าเดาเองแบบเรา ตอนนั้นหน้าพังไปหมดแล้ว!
พริมโรสกินตอนไหนดีที่สุด
อีฟนิ่งพริมโรส กินตอนไหนดีที่สุด? คือคำถามโลกแตกพอ ๆ กับไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน จริงๆ แล้ว กินตอนไหนก็ได้ ที่สะดวกและ "จำได้" แต่ถ้าถามว่า ดีที่สุด คือต้อง กินพร้อมอาหาร เพราะอะไรน่ะเหรอ?
- ดูดซึมดีกว่า: ไขมันในอาหารช่วยละลายและนำพาโมเลกุลของอีฟนิ่งพริมโรสเข้าสู่ร่างกายได้เต็มที่ เหมือนมีรถขนส่งพิเศษ
- สบายท้องกว่า: หลายคนกินตอนท้องว่างแล้วรู้สึกไม่สบายท้อง การกินพร้อมอาหารช่วยลดอาการนี้ได้
- แบ่งกิน: ไม่จำเป็นต้องกินทีเดียวหมดโดส แบ่งกินเช้าเย็นก็ได้
เกร็ดเล็กน้อย: อีฟนิ่งพริมโรสมีกรดแกมมาไลโนเลนิก (GLA) สูง ซึ่งร่างกายนำไปใช้สร้างสารที่ช่วยลดการอักเสบ และอาจช่วยบรรเทาอาการ PMS ได้ด้วย (แต่ก็ไม่ได้เป็นยาวิเศษนะ)
เพิ่มเติม: ผมเคยอ่านเจอว่าบางคนกินก่อนนอนเพราะเชื่อว่าจะช่วยให้หลับสบายขึ้น อันนี้ก็แล้วแต่คนเลย ต้องลองเองถึงจะรู้
วิตามันตัวไหน ห้ามทานด้วยกัน
เอออออ เรื่องวิตามินนี่มันงงงวยจริงๆนะ เพื่อนฉันบอกมา อย่าทานคู่กันเด็ดขาดเลยนะ อันตรายด้วยแหละ จำได้ไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่ แต่นี่คือสิ่งที่เพื่อนบอกมา
- วิตามินซี กับ บี12 อันนี้ห้ามเลยนะ มันจะไปขัดกัน ดูดซึมไม่ดี เปลืองตังค์เปล่าๆ
- ธาตุเหล็ก กับ ชาเขียว ก็ไม่ควรทานคู่กัน ชาเขียวมันไปยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็ก เดี๋ยวจะซีด
- วิตามินอี กับ น้ำมันอิฟนิ่งพริมโรส อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน เพื่อนฉันบอกมาอีกที เพื่อนมันบอกไม่ควรทานคู่กัน อันตรายไม่รู้เหมือนกัน
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด กับ น้ำมันปลา อันนี้สำคัญมาก อันตรายมากๆๆๆ ห้ามทานคู่กันโดยเด็ดขาดนะ ไปถามเภสัชกรดีกว่า
- แคลเซียมเสริม กับ แคลเซียมจากอาหาร อันนี้ก็ไม่ควรทานเยอะเกินไป ทานเท่าที่ร่างกายต้องการพอ ไม่งั้นไตพัง เพื่อนฉันเป็นมาแล้ว
ปีนี้ฉันก็ยังระวังเรื่องพวกนี้อยู่ ไม่กล้าทานมั่วซั่ว กลัวจะเป็นไรไป ถ้าไม่แน่ใจไปถามเภสัชกรดีกว่าเนอะ ปลอดภัยกว่าเยอะ
ปล. นี่แค่ส่วนที่เพื่อนฉันเล่ามาให้นะ ไม่รับประกันความถูกต้อง ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเอาเองด้วยล่ะ
ใครไม่ควรกินCoq10
ใครห้ามกิน CoQ10 บ้างอ่ะ? เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีไม่ควรทานนะ อันตราย!
ข้อควรระวัง เยอะเลย เพื่อนเราเคยกินแล้วปวดท้องมากกก คลื่นไส้ด้วย บางคนก็วิงเวียน คือไม่โอเคเลยอ่ะ
- อย่ากินเยอะเกินไป ถ้ากินเยอะไป จุกแน่นท้อง นอนไม่หลับแน่ๆ ลองดูนะ รับรอง!
- อย่ากินตอนท้องว่าง ไม่งั้นดูดซึมไม่ดี เปลืองตังเปล่าๆ เพื่อนฉันบอกมา คือมันไม่ค่อยได้ผล เสียเงินฟรีเลย
- จริงๆแล้ว ปีนี้ พี่สาวฉัน อายุ 35 กินแล้ว บอกว่าผื่นขึ้น แสบหน้ามาก คือไม่ไหวเลย ต้องหยุดกิน
เพื่อนสนิทอีกคน กินแล้วบอกว่า ดีนะ แต่ก็ต้องระวัง เพราะมันก็มีผลข้างเคียงได้ จริงๆนะ ไม่ใช่พูดเล่นๆ
Coq10 กินกับวิตามินซีได้ไหม
Q10 กับวิตามินซี? เรื่องของมึง
- ปรึกษาหมอ: ก่อนแดกอะไรเข้าไป ถามคนมีความรู้ก่อน อย่าคิดเองเออเอง
- ปริมาณ: อ่านฉลากซะบ้าง หรือไม่ก็ให้หมอสั่ง อย่าเยอะเกิน
- ยาอื่น: โอเมก้า, วิตามินเอ ซี อี เค... ระวังตีกันมั่วซั่ว
- สรุป: ไม่รู้เรื่องยา อย่าซ่า
CoQ10 มีผลต่อตับไหม
แสงสุดท้ายลอดหน้าต่าง... CoQ10 กับตับ... มันเกี่ยวกันยังไงนะ? เหมือนเมฆลอยคว้าง...
CoQ10 กับเอนไซม์ตับ: งานวิจัยล่าสุด (ปีนี้แหละ!) บอกว่า CoQ10 อาจ มีผลต่อค่า ALT, AST, GGT นะ... พวกนี้มันเอนไซม์ตับไง
ผลดีหรือร้าย? คือ... มัน อาจจะ ช่วยให้ดีขึ้นได้... แต่ต้องย้ำว่า อาจจะ เท่านั้น! ต้องศึกษาเพิ่มอีกเยอะเลย
RCT คืออะไร? Randomized Controlled Trial ไง... การทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุม... วิธีวิจัยที่น่าเชื่อถือสุดๆ
แล้วทำไมต้องระยะยาว? เพราะร่างกายคนเรามันซับซ้อน... ผลระยะสั้นอาจไม่เหมือนระยะยาว... ต้องดูกันไปนานๆ
ดวงดาวพร่างพราว... ความรู้มันเหมือนทะเล... ยิ่งเรียนยิ่งรู้ว่าไม่รู้อะไรเลย... เอ้อ...
ควรกิน Q10 วันละกี่มิลลิกรัม
Q10 หรือ Coenzyme Q10 ที่เราคุ้นเคยกันดีเนี่ยนะ ปริมาณที่ควรทานต่อวันมันขึ้นอยู่กับว่าเราทานเพื่ออะไร
บำรุงร่างกาย: ถ้าแค่อยากบำรุงเฉย ๆ 30-200 มิลลิกรัมต่อวันก็พอแล้ว คือช่วงนี้อากาศมันแย่ ฝุ่นเยอะ อะไร ๆ ก็ดูจะทำร้ายร่างกายไปหมด บำรุงไว้บ้างก็ดีนะ
โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด: อันนี้ต้องคุยกับหมออย่างจริงจังนะ ปริมาณที่ใช้รักษาจะอยู่ที่ 150-600 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งต้องแบ่งทานตามที่คุณหมอกำหนดเลย อย่าปรับยาเองเด็ดขาด
ภาวะหัวใจวาย: อันนี้ก็ต้องปรึกษาคุณหมอเช่นกัน โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 50-150 มิลลิกรัมต่อวัน แบ่งเป็น 2-3 ครั้งต่อวัน
ข้อสังเกตส่วนตัว: จริง ๆ แล้วการทานอะไรก็ตามแต่ ถ้าเราไม่ได้มีภาวะอะไรเป็นพิเศษ การทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอก็อาจจะดีกว่าการพึ่งอาหารเสริมอย่างเดียวนะ แต่ถ้ามันช่วยให้รู้สึกดีขึ้นก็ไม่ว่ากัน!
ข้อมูลเพิ่มเติมเล็กน้อย:
Q10 เป็นสารที่ร่างกายเราสร้างได้เอง แต่เมื่ออายุมากขึ้นการผลิตก็จะลดลง การทานเสริมก็อาจจะช่วยได้บ้าง
Q10 ละลายได้ดีในไขมัน ดังนั้นทานพร้อมอาหารที่มีไขมันจะช่วยให้ดูดซึมได้ดีขึ้นนะ
บางคนอาจมีอาการข้างเคียงเล็กน้อย เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย แต่โดยทั่วไป Q10 ค่อนข้างปลอดภัย
คำเตือน: ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนตัดสินใจทาน Q10 เพื่อให้ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและโรคประจำตัวของคุณ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต