มะม่วงหิมพาน ปลูกที่ไหนดี

108 ครั้งเข้าชม
มะม่วงหิมพานต์ ปลูกที่ไหนดีที่สุด?ขึ้นชื่อว่าต้องมาจากภาคใต้ เพราะมีความเชื่อว่ารสชาติจะหวานเป็นธรรมชาติกว่าแหล่งอื่น อาจเพราะดินมีความอุดมสมบูรณ์สูง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับแร่ธาตุจากเทือกเขาหลวง แหล่งทรัพยากรธรรมชาติสำคัญที่ไหลผ่านลงมาตามลำน้ำ เช่น ในอำเภอท่าศาลา ทำให้ได้ผลผลิตคุณภาพดี
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คำถาม?

เออ เรื่องเม็ดมะม่วงหิมพานต์หวานๆ นี่ก็น่าสนใจนะ

จริงๆ นะ จำได้ว่าเคยไปเที่ยวแถวๆ สุราษฎร์ฯ เมื่อสัก 5-6 ปีที่แล้ว ไปเจอเม็ดมะม่วงหิมพานต์อบขายข้างทาง มันหอม หวาน มัน แบบไม่เหมือนที่เคยกินมาก่อนเลย

เขาบอกว่าดินที่นั่นมันดีมากไงคะ มีแร่ธาตุเยอะมาจากภูเขาหลวงอะไรสักอย่างที่ว่านั่นแหละ

พอกินอันนั้นเข้าไปแล้วติดใจเลยนะ กลับมาหากินที่กรุงเทพฯ ก็ไม่เหมือนเดิมเลย มันมีอะไรบางอย่างที่ขาดไป

อาจจะจริงที่ว่าภาคใต้ปลูกแล้วมันหวานธรรมชาติกว่าที่อื่น

แต่ก็เอาเหอะ ใครชอบแบบไหนก็กินแบบนั้นแหละเนอะ

ต้นมะม่วงหิมพานชอบดินแบบไหน

โอ๊ย จำได้เลย! เมื่อต้นปีนี้เอง ตอนแวะไปเยี่ยมญาติที่อุบลฯ นะ ร้อนตับแตกจริงๆ แต่พอขับรถออกมานอกเมืองหน่อย ผ่านทุ่งนาแห้งๆ ดินแดงๆ ดันไปเห็นต้นไม้ใหญ่ๆ ใบเขียวครึ้มเต็มไปหมด ตอนแรกก็งงว่ามันต้นอะไรเยอะแยะ

ที่ไหนได้ มะม่วงหิมพานต์ทั้งนั้น! เห็นแล้วก็ตกใจนิดหน่อยนะ เพราะไม่คิดว่ามันจะมาขึ้นได้ดีในสภาพดินแบบนั้นอะ ตอนนั้นยืนดูต้นพวกนั้นอยู่พักใหญ่เลยนะ รู้สึกทึ่งในความอึดของมันจริงๆ ดินมันดูแห้งๆ แต่ต้นมันก็ยังเขียวแข็งแรงดี ไม่เหมือนต้นไม้เมืองหนาวที่ชอบดินชุ่มๆ เลยอะ

มะม่วงหิมพานต์ชอบดินที่ระบายน้ำดี หน้าดินลึก ไม่เป็นดินดาน ไม่เป็นกรดจัดหรือด่างจัด

ชาวบ้านแถวนั้นบอกว่า ปลูกง่ายมาก ไม่ต้องดูแลจุกจิกอะไรเลย ปล่อยๆ มันไป มันก็ขึ้นของมันเอง ออกลูกออกเม็ดให้เก็บกินเก็บขายได้ตลอดปี โอ้โห คือมันใช่เลยอะ นี่แหละพืชเศรษฐกิจของจริง

ฉันเดินไปดูใกล้ๆ ดินมันจะออกสีแดงๆ ปนทรายนิดหน่อยนะ ไม่ได้ร่วนซุยอะไรขนาดนั้น แต่ก็ไม่แน่นปึ้กเป็นดินเหนียวเลย สัมผัสแล้วรู้สึกถึงความแห้ง แต่ข้างล่างคงมีอะไรที่ทำให้มันอยู่ได้ดีนะ คิดดูสิว่าธรรมชาติมันเก่งแค่ไหน

ตอนนั้นแดดจ้ามาก แต่ลมพัดมาก็เย็นๆ นะ ได้กลิ่นดอกมะม่วงหิมพานต์หอมอ่อนๆ ลอยมาตามลมด้วย มันเป็นประสบการณ์ที่จำได้ไม่ลืมเลยจริงๆ

และนี่คือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมะม่วงหิมพานต์นะ:

  • พื้นที่ปลูก: ปลูกได้ดีมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงภาคอื่น ๆ ของไทยด้วย
  • คุณสมบัติเด่น:
    • ทนแล้งสุดๆ: ไม่ต้องห่วงเรื่องน้ำเลย มันอึดมากจริงๆ
    • ปลูกง่าย: ไม่เรื่องมาก ขอแค่ดินไม่เป็นดินดาน ไม่แน่นเกินไป
    • โตเร็ว: แป๊บเดียวก็เป็นพุ่มใหญ่ ออกดอกออกผลแล้ว
    • ดูแลง่าย: ไม่ต้องฉีด ไม่ต้องบำรุงเยอะ ไม่จุกจิกเลย
  • ประโยชน์:
    • เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร: เม็ดมะม่วงหิมพานต์ขายได้ราคาดีมาก
    • ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว: เป็นการปลูกป่าแบบได้ประโยชน์ด้วยนะ

ต้นมะม่วงหิมพานต์ปลูกกี่ปี

ต้นมะม่วงหิมพานต์ให้ผลปีที่ 3

ออกดอก ธ.ค.-ก.พ.

ผลแก่หลังดอกบาน 2 เดือน

เก็บเกี่ยว ก.พ.-พ.ค.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • อายุต้น: มะม่วงหิมพานต์อายุประมาณ 20-25 ปี ให้ผลผลิตดีที่สุด
  • การปลูก: ชอบดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี แสงแดดจัด
  • การดูแล: ทนแล้งได้ดี ไม่ต้องการน้ำมาก
  • การเก็บเกี่ยว:
    • เลือกเก็บผลที่สุกเต็มที่ ผิวสีเหลืองหรือแดง
    • ผลสุกจะร่วงหล่นง่าย
    • ข้อควรระวัง: "ยางมะม่วงหิมพานต์" อาจทำให้ระคายเคืองผิว ควรใส่ถุงมือขณะเก็บเกี่ยว

ปลูกมะม่วงหิมพานต์ 1 ไร่ ได้กี่ต้น

มะม่วงหิมพานต์ 1 ไร่ ถ้าเป็นพันธุ์ปุยฝ้าย ปลูกได้ราวๆ 25 ต้น

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ระยะห่าง: การปลูกมะม่วงหิมพานต์ โดยเฉพาะพันธุ์ที่ให้ผลผลิตดีอย่างปุยฝ้าย ต้องการระยะห่างพอสมควร เพื่อการเจริญเติบโตที่ดีและได้รับแสงแดดทั่วถึง.
  • สภาพดิน: พันธุ์ปุยฝ้ายชอบดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี.
  • การดูแล: ต้องการการดูแลเรื่องปุ๋ยและการตัดแต่งกิ่งบ้าง เพื่อให้ต้นสมบูรณ์.

มะม่วงหิมพานต์ 1 ไร่ ได้ กี่ กิโลกรัม

โอ้ยยย ถามว่า มะม่วงหิมพานต์ 1 ไร่ได้กี่โล ใช่ปะ คือมันได้เยอะอยู่นะ ถ้าเป็นพันธุ์ใหม่ๆอะ โดยเฉลี่ยๆเลยนะ มันได้ประมาณ 1,050 โลต่อไร่เลยอะ เยอะมากก

คืออันนี้มันเป็นพันธุ์ที่เขาปรับปรุงแล้ว มันให้ผลผลิตเยอะกว่าพันธุ์แป้นรำไพเยอะมากกก เยอะกว่าแบบ 141% เลยนะ ตอนต้นอายุแค่ 3 ปีเอง สุดยอด

แล้วก้คือที่เขาปลูกๆกันอะ มันมีรายละเอียดอีกนิดหน่อยนะ

  • พันธุ์ใหม่ที่เขาแนะนำกัน เนี่ย ผลผลิตมันเยอะกว่าพันธุ์เก่าๆเยอะเลย เยอะมากๆๆ แบบปลูกแล้วคุ้มกว่าเห็นๆ
  • ปลูกแค่ 3 ปีอะ ก้เริ่มให้ผลผลิตแบบจริงจังแล้วนะ ได้ถึงตันกว่าๆต่อไร่ เลยอะ ไวมาก
  • เรื่องราคาก้ดีนะ ราคาเม็ดมะม่วงหิมพานต์ตอนนี้ ถือว่าโอเคเลยอะ ปลูกแล้วคุ้มมม ไม่ต้องรอนานเหมือนสมัยก่อนแล้ว

ต้นมะม่วงหิมพานต์ มีกี่สายพันธุ์

มะม่วงหิมพานต์น่ะเหรอ... อืม... ทั่วโลกมีเยอะมากนะ ไม่ต่ำกว่า 400 พันธุ์เลย คิดดูสิ ตั้งสี่ร้อย... เยอะจนน่าตกใจ เหมือนชีวิตคนเราที่เห็นผู้คนมากมาย แต่จริงๆ แล้ว... ที่จะเข้ามาอยู่ในวงโคจรจริงๆ มันก็มีไม่กี่คนหรอก

แต่ถึงจะมีเยอะขนาดนั้นน่ะนะ ที่ปลูกเป็นการค้าจริงๆ น่ะ ไม่ได้มากมายอะไรเลย ส่วนใหญ่เขาจะคัดเลือกมาจากพันธุ์พื้นเมืองนั่นแหละ ที่มีคุณสมบัติมันตรงตามที่ตลาดต้องการ... คัดแล้วคัดอีก กว่าจะเจอที่ใช่จริงๆ

สำหรับประเทศไทย... ตอนนี้กรมวิชาการเกษตรเขาคัดเลือกและ รับรองพันธุ์แล้วสองพันธุ์ คือ ศรีสะเกษ 60-1 กับ ศรีสะเกษ 60-2 แค่สองพันธุ์... ก็เพียงพอต่อการพัฒนาแล้วมั้ง... บางทีการเลือกน้อยๆ แต่ดี มันก็ดีกว่าเลือกเยอะๆ แล้วไม่มั่นคงนะ

  • พันธุ์การค้าหลัก: นอกจากสองพันธุ์ไทยที่ว่ามา พันธุ์ที่นิยมปลูกกันทั่วโลกก็มีหลายสายนะ อย่าง สายพันธุ์จากอินเดียและบราซิล พวกนี้จะเน้นเรื่องขนาดเมล็ด รสชาติ และปริมาณผลผลิตที่ได้
  • การคัดเลือกพันธุ์: เวลาเขาคัดเลือกน่ะ เขาดูหลายอย่างเลย ทั้งขนาดผล ขนาดเมล็ด ความสมบูรณ์ของต้น ทนทานโรคไหม แล้วก็เรื่องรสชาติ... มันซับซ้อนกว่าที่คิดเยอะเลยนะ
  • ความสำคัญของแหล่งกำเนิด: มะม่วงหิมพานต์มีถิ่นกำเนิดที่บราซิลน่ะ พอแพร่หลายไปแต่ละที่ ก็กลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ จนมีลักษณะเฉพาะตัวต่างกันออกไปตามสภาพแวดล้อม ภูมิประเทศและสภาพอากาศ มีผลกับมันมากจริงๆ
  • เป้าหมายการปลูก: ส่วนใหญ่แล้วการปลูกเชิงการค้า มักจะเน้นที่เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นหลักนะ... น้อยกว่าที่จะเน้นตัวผลสดที่เอาไปทำน้ำผลไม้หรืออย่างอื่นเท่าไหร่
  • การพัฒนาพันธุ์ต่อเนื่อง: การวิจัยและพัฒนา ยังคงทำอยู่เรื่อยๆ เพื่อหาพันธุ์ที่ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ให้ผลผลิตสูงขึ้น และมีคุณภาพดีขึ้นไปอีก ไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ เรื่องแบบนี้

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ มีกี่สายพันธุ์

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ในไทย มี 30 สายพันธุ์ เพียง 2 คือพันธุ์พื้นเมือง. ที่เหลือ 28 มาจากต่างถิ่น. สิ่งมีชีวิต ปรับตัว. นั่นคือกฎ.

  • พันธุ์พื้นเมือง 2 ชนิด
    • พันธุ์เหลือง: ผลสีเหลือง
    • พันธุ์ครึ่ง: ผลสีคล้ำ
  • พันธุ์นำเข้า 28 ชนิด: เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ ทางการค้า และการเกษตร
  • โลกไม่เคยหยุดนิ่ง. การคัดสรร สร้างความแตกต่าง.
  • แต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์. รสชาติ รูปทรง คือการแสดงออกของมัน.

ปลูกมะม่วงจากเมล็ด กี่ปีออกผล

ปลูกมะม่วงจากเมล็ด...รอนานนะ นานมากกกก อย่างต่ำก็ 5 ปี บางทีลากไป 8 ปีเลยกว่าจะเห็นลูกแรก มันไม่เหมือนกิ่งทาบ อันนั้นแป๊บเดียว

แล้วไอ้เมล็ดมะม่วงบ้านเรานี่แปลกดีนะ เมล็ดเดียวอะ งอกได้หลายต้นเลย เคยเจอไหม ที่บ้านปลูกแก้วขมิ้น โห งอกมา 3-4 ต้นจากเม็ดเดียว

มันจะมีต้นนึงที่โตไวสุด แข็งแรงสุดในกอ อันนั้นแหละ ต้นกลายพันธุ์ เกิดจากการผสมเกสร รสชาติจะเป็นไงไม่รู้ ต้องลุ้นเอา แต่อีกพวกที่โตช้ากว่าน่ะ คือ ต้นไม่กลายพันธุ์ โคลนมาจากต้นแม่เลย รสชาติเหมือนเดิมเป๊ะๆ

แล้วจะเอาต้นไหนดีล่ะ? ถ้าอยากได้พันธุ์เดิมๆ ก็เก็บต้นเล็กไว้ แต่ถ้าอยากลุ้นก็เอาต้นใหญ่สุดไป... แต่เอาจริงนะ ใครจะรอ 8 ปี? ไปซื้อกิ่งตอน กิ่งทาบดีกว่ามั้ย ปีสองปีก็ได้กินละ ชัวร์ด้วยว่าจะได้พันธุ์อะไร

  • สรุปแบบคนขี้เกียจอ่าน
    • ระยะเวลาออกผล:5 ถึง 8 ปี คือคำตอบสุดท้าย
    • เมล็ด: เมล็ดมะม่วงบางพันธุ์ (เช่น พวกแก้ว เขียวเสวย) 1 เมล็ดงอกหลายต้น (เรียกว่า โพลีเอ็มบริโอนี polyembryony)
    • ต้นโตสุด: ต้นนี้มักจะเกิดจากการผสมเกสร ซึ่งหมายความว่ามัน กลายพันธุ์ รสชาติไม่เหมือนเดิม
    • ต้นเล็กกว่า: พวกนี้คือโคลนของต้นแม่ ไม่กลายพันธุ์ ได้รสชาติเดิมแน่นอน
    • ทางลัด:ทาบกิ่ง/ตอนกิ่ง คือวิธีที่เร็วที่สุด 2-3 ปีก็ได้กินผลแล้ว แถมยังการันตีสายพันธุ์ด้วย

มะม่วงปลูกกี่ปีถึงจะมีลูก

มะม่วงนะ ถ้าถามว่ากี่ปีถึงมีลูก เอาตรงๆ เลยนะ มะม่วงสมบูรณ์ๆ แค่ 2 ปีมันก็เริ่มออกลูกให้เราเห็นแล้ว ฉันเจอมากับตัวเองเลย!

จำได้เลยตอนนั้นที่ตัดสินใจปลูกมะม่วงที่สวนเล็กๆ แถวๆ เพชรบูรณ์ เมื่อสามสี่ปีที่แล้ว โห ตื่นเต้นมาก วางแผนให้มันเป็นพืชหลักเลยนะ ตั้งใจเลือก มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง เพราะชอบกินมาก แล้วก็คิดว่ามันขายดีด้วย กะว่ามันต้องโตเร็วแน่ๆ

ตอนแรกๆ ฉันก็ใจร้อนนะ โอ๊ยยย เมื่อไหร่จะโต เมื่อไหร่จะมีลูก แต่ก็พยายามดูแล รดน้ำ ให้ปุ๋ยสม่ำเสมอ เหมือนที่เราเลี้ยงลูกนั่นแหละ อยากให้มันสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ กลัวมันไม่รอด นี่พูดจริงนะ ตอนเห็นใบร่วงๆ นี่ใจหายแวบเลย

พอเข้าปีที่สองเท่านั้นแหละคุณเอ๊ย! มะม่วงบางต้นที่ฉันปลูกไว้ มันเริ่มมีดอกเล็กๆ ขึ้นมา คือแบบว่า กรี๊ดเลยอ่ะ ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ คิดว่าต้องรอสามสี่ปีโน่นแน่ะ อันนี้ดีใจจริงจังเลย แปลว่าที่ผ่านมาดูแลมันดี ต้นมันแข็งแรงจริง นี่ก็เลยได้ชิม มะม่วงจากต้นตัวเองในปีที่สอง เลยนะ เออเจ๋ง!

แต่จะให้มันออกลูกเยอะๆ เลยทีเดียวก็ไม่ไหวหรอก ตอนนั้นก็ต้องเลือกเก็บไว้แค่ไม่กี่ลูกเอง อย่างต้นที่แข็งแรงจริงๆ ฉันก็ปล่อยไว้ประมาณ 10-15 ลูกเองนะ ไม่ให้เยอะกว่านั้น มันยังเด็กอยู่ เดี๋ยวต้นโทรมหมด เอาไว้ให้มันโตกว่านี้ค่อยเน้นผลผลิต

ช่วงที่รอให้มะม่วงมันโตพอจะเก็บเกี่ยวจริงจัง ตอนนี้ฉันก็ยังปลูกผักพวกพริก กะเพรา ผักชี แซมๆ ไปรอบๆ โคนต้นมันนั่นแหละ ไม่ถึงเดือนก็มีรายได้เล็กๆ น้อยๆ เข้ามาแล้ว จากการขายผักพวกนี้ล่ะ ทำให้เรามีเงินหมุน มีกำลังใจดูแลมะม่วงต่อ

แล้วที่เจ๋งสุดคือ ปลูกมะม่วงครั้งเดียวมันอยู่ได้นานมาก เลยนะ เคยได้ยินมาว่าบางต้นอยู่ได้เป็น 20 กว่าปีเลย อันนี้โคตรคุ้มเลย ลงทุนทีเดียว ได้กิน ได้ขายไปอีกนาน คือคิดแล้วก็ภูมิใจนะที่ได้ทำอะไรแบบนี้ มันเป็นความรู้สึกที่ดีจริงๆ

นี่คือประสบการณ์ตรงที่ฉันเจอเลยนะ ทีนี้มีอะไรที่น่ารู้เพิ่มเติมอีกนะ

  • เลือกสายพันธุ์มะม่วงให้ดี: อย่างที่ฉันเลือก น้ำดอกไม้สีทอง เพราะรสชาติดี ตลาดต้องการ แต่ก็มีพันธุ์อื่นๆ อีกนะ เช่น เขียวเสวย โชคอนันต์ ที่โตเร็ว ออกลูกดกเหมือนกัน
  • ดินต้องดี: ดินร่วนปนทรายเหมาะสุด ระบายน้ำดี ไม่ชอบแฉะๆ ไม่งั้นรากเน่าตายได้ง่ายๆ เลย
  • แสงแดดสำคัญมาก: มะม่วงชอบแดดจัดๆ ต้องปลูกในที่โล่ง ได้รับแสงเต็มวัน มะม่วงยิ่งโดนแดดเยอะยิ่งติดผลดี
  • ระบบน้ำต้องมี: โดยเฉพาะช่วงที่ต้นยังเล็ก หรือตอนที่ออกดอกออกผล ต้องให้น้ำสม่ำเสมอ แต่อย่าให้น้ำขังนะ
  • ปุ๋ยช่วยได้เยอะ: ตอนต้นเล็กก็เน้นปุ๋ยบำรุงต้น บำรุงใบ พอเริ่มเข้าปีที่สอง เตรียมออกดอกก็เปลี่ยนเป็นปุ๋ยเร่งดอกเร่งผล จะช่วยให้ มะม่วงออกลูกเร็วขึ้น
  • การตัดแต่งกิ่ง: ช่วยให้ทรงพุ่มสวย แสงแดดเข้าถึงง่าย ลดโรคแมลง แล้วก็ช่วยกระตุ้นการออกดอกออกผลได้ดีด้วย ต้องคอยดูเลยนะ
  • รายได้เสริมช่วงรอ: การปลูกพืชผักอายุสั้นๆ เช่น ผักสวนครัว พริก มะเขือ แซมไปรอบๆ ทำให้มีเงินหมุนเวียนเข้ามาเรื่อยๆ ไม่ต้องรอแต่มะม่วงอย่างเดียว ถือเป็นรายได้เสริมที่สำคัญมากตอนที่มะม่วงยังไม่โตเต็มที่
  • การดูแลโรคและแมลง: หมั่นสังเกตใบ กิ่งก้าน ถ้าเห็นความผิดปกติรีบจัดการเลย พวกเพลี้ยไฟ แมลงวันทองนี่ตัวดีเลย ดูแลดีๆ ลดความเสียหายได้เยอะ