ลดนน.กินส้มตำได้ไหม
กินส้มตำ ลดน้ำหนักได้ไหม?
กินส้มตำแล้วจะผอม? เอ่อ...อันนี้ตอบยากนะ คือมันกินได้แหละ ตอนลดน้ำหนักผมก็กินประจำ! แต่ประเด็นคือ "น้ำส้มตำ" ตัวดีเลย โซเดียม น้ำตาล เพียบ!
จำได้เลยตอนนั้นลดน้ำหนักจริงจัง กินส้มตำปูปลาร้า (ของโปรด!) แต่ขอเค้าน้ำน้อยๆ แทบไม่ใส่น้ำตาลเลยอ่ะ คือมันต้องบาลานซ์ไง ไม่ใช่กินส้มตำแล้วหวังจะผอมเลยนะ ต้องคุมอย่างอื่นด้วย
ที่เค้าบอกกินแล้วบวมๆ อ่ะ น่าจะเพราะตอนลดกินแบบคลีนๆ พอลดเสร็จกลับไปกินส้มตำรสจัดเหมือนเดิม ร่างกายมันช็อคไง! ผมว่านะ
สรุปคือ กินได้ แต่ต้องฉลาดกิน อย่าโทษส้มตำอย่างเดียว ต้องดูภาพรวมการกินของเราด้วย เข้าใจป่ะ? เหมือนตอนที่ผมไปวิ่งที่สวนลุมฯ ทุกเช้าอ่ะ ไม่ใช่แค่วิ่งอย่างเดียว ต้องวอร์มอัพ คูลดาวน์ ยืดเส้นด้วย ถึงจะดี!
ลดหุ่นกินส้มตําได้ไหม
ลดหุ่นกินส้มตำได้ไหม? ได้ดิ! แต่ต้องมี "แต่" ตัวเบ้อเริ่มเลยนะ
จำได้เลย ตอนนั้นอยากผอมมากกกก กินแต่ส้มตำทุกวันอะ คิดว่าผักเยอะไง ไม่อ้วนหรอก! สั่งพิเศษไม่ใส่ถั่ว ไม่เอากุ้งแห้ง ลดน้ำตาลไปอีก แต่สุดท้าย...น้ำหนักไม่ลงแถมบวมกว่าเดิมอีก เซ็งเป็ด!
คือส้มตำมันอร่อยจริง แต่โซเดียมมันสูงปี๊ดดดดดไงพวกเธอ น้ำปลา ปูเค็ม ผงชูรส (ถึงจะบอกแม่ค้าไม่ใส่ก็เถอะ) มันมาเต็ม! บวมน้ำสิคะรออะไร แถมบางทีไปกินร้านที่แบบ...ไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่ ท้องเสียอีก ชีวิต!
สรุปคือ กินได้ แต่ต้องรู้จักกิน อย่ากินทุกวัน! แล้วถ้าป่วยเป็นโรคไต หรือความดันสูง ต้องระวังให้มากกกก อย่าหาทำ!
- ส้มตำ 1 จาน: ประมาณ 120 kcal เองนะ (ถ้าไม่ใส่เครื่องเยอะ)
- โซเดียมตัวร้าย: น้ำปลา ปูเค็ม กุ้งแห้ง ผงชูรส เพียบ!
- โรคประจำตัว: โรคไต ความดันสูง ต้องระวังเป็นพิเศษ
คือตอนนี้ฉลาดขึ้นแล้ว กินส้มตำแต่พอดี เน้นโปรตีน ผัก ผลไม้ ออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย ชีวิตดีขึ้นเยอะเลยจ้าาาา
คนเป็นไข้กินส้มตำได้ไหม
กินได้ป่ะ? ขึ้นอยู่กับอาการเลยนะ ถ้าไข้ไม่มาก แค่ตัวร้อนๆ กินได้นิดหน่อย แต่ถ้าท้องเสีย หรืออาเจียน นี่คือต้องงดเลยนะ ส้มตำเผ็ดมาก กระเพาะเราอ่อนแออยู่ กินแล้วอาจจะแย่ลง
แนะนำให้กินอาหารอ่อนๆก่อนดีกว่า เช่น
- โจ๊ก
- ข้าวต้ม
- ข้าวต้มกุ๊ย (แบบที่ฉันชอบกินอ่ะ)
กินแล้วรู้สึกดีขึ้นค่อยกินอย่างอื่น ฉันเคยไข้หวัดใหญ่ ปีก่อน กินส้มตำไม่ได้เลย กินแล้วท้องเสียหนักมาก จำได้แม่นเลย ตอนนั้นทรมานสุดๆ กว่าจะหาย เกือบอาทิตย์
ดื่มน้ำเยอะๆด้วยนะ สำคัญมาก พักผ่อนเยอะๆด้วย ร่างกายถึงจะแข็งแรงไวๆ
กินส้มตำยังไงให้ไม่บวมโซเดียม
โอ๊ย! สู ส้มตำนี่มันของแซ่บเนาะ แต่กินจั่งได๋ให้บ่บวมโซเดียม นี่สูตรลับฉบับคนมักนัวแต่กลัวบวม ตามมาเบิ่งโลด!
- งดน้ำปลา ซีอิ๊ว ผงชูรส: อันนี้เบสิคเด้อสู! น้ำปลา ซีอิ๊วนี่ตัวดีเลย โซเดียมสูงปรี๊ด ถ้าอยากนัวจริง ใส่ปลาร้าอย่างเดียวพอ! แต่ย้ำเด้อ ปลาร้าต้มสุกสะอาดเด้อสู! บ่แม่นปลาร้าดิบๆ เดี๋ยวท้องเสียบ่ฮู้โต!
- ซดน้ำเปล่าคือกินยาลด: สู! กินส้มตำแล้ว ต้องซดน้ำตามหลายๆ น้ำนี่ล่ะสิพาโซเดียมออกไป! กินน้ำจนพุงป่องไปเลย สูอย่าเสียดายน้ำ! คิดซะว่ากินยาลดเด้อ!
- ออกกำลังกายเบิร์นไขมัน: สูเอ้ย! กินส้มตำแซ่บๆแล้ว กะต้องออกกำลังกายนำเด้อ! เหงื่อสิได้ไหลออกมาพร้อมโซเดียม! วิ่งรอบบ้านจัก 10 รอบ โซเดียมหนีเบิ๊ด!
- บีบมะนาวเพิ่มความเปรี้ยว: สู! ถ้าบ่ใส่น้ำปลา ซีอิ๊ว มันสิบ่มีรสเค็ม กะต้องบีบมะนาวเพิ่มความเปรี้ยวซะ! มะนาวนี่ล่ะสิซอยให้ส้มตำแซ่บขึ้นโดยบ่ต้องง้อโซเดียม!
ข้อมูลเพิ่มเติมฉบับคนมักกินส้มตำ:
- เลือกผักสดๆ: ผักสดๆ กรอบๆ มันสิซอยลดความอยากโซเดียมได้เด้อสู! ลองหาผักพื้นบ้านมากินกับส้มตำเบิ่ง แซ่บหลาย!
- อย่ากินส้มตำทุกมื้อ: สู! ส้มตำมันแซ่บกะจริง แต่กินทุกมื้อกะบ่ดีเด้อ! กินแต่พอดี ให้ร่างกายได้พักผ่อนบ้าง!
- เฮ็ดส้มตำกินเอง: สู! ถ้าเฮ็ดส้มตำกินเองได้ มันสิควบคุมปริมาณโซเดียมได้ดีกว่าเด้อ! ลองเฮ็ดเบิ่ง สูสิฮู้ว่าส้มตำเฮ็ดเองมันแซ่บคัก!
คำเตือน: สู! สูตรนี้เป็นแค่สูตรลดโซเดียมเด้อ! บ่ได้ซอยให้ผอมลงเด้อ! ถ้าอยากผอมจริง ต้องออกกำลังกายและควบคุมอาหารอย่างสม่ำเสมอเด้อสู! อย่าขี้คร้าน!
คนเป็นเบาหวานทานส้มตำได้ไหม
ส้มตำ... ปัญหาโลกแตกของผู้ป่วยเบาหวานเลยครับ
- ส้มตำไทย: ตัวร้ายเบอร์หนึ่ง เพราะน้ำตาลปี๊บเน้นๆ บางทีหวานกว่าขนมอีกครับ เลี่ยงได้เลี่ยงเลย
- ถ้าอยากกินจริงๆ: สั่งพิเศษ! ย้ำว่าไม่ใส่น้ำตาล น้ำปลาก็ขอเบาๆ เน้นมะนาว พริก กระเทียม รสชาติอาจจะไม่ "นัว" เท่าเดิม แต่สุขภาพต้องมาก่อน
- ปริมาณ: กินได้ แต่แค่พอหายอยาก คำว่า "พอดี" ของคนทั่วไป อาจจะไม่ใช่ "พอดี" ของผู้ป่วยเบาหวานนะครับ ต้องระวัง
เกร็ดเล็กน้อย: จริงๆ แล้วอาหารทุกอย่างกินได้หมดแหละครับ อยู่ที่ปริมาณและความถี่มากกว่า ไม่มีอะไรที่ "กินแล้วตาย" หรือ "กินแล้วหาย" ในทันทีหรอก มันคือสมดุล... เหมือนชีวิตเลยครับ ????
ข้อมูลเพิ่มเติม: ดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index: GI) ของอาหารแต่ละชนิดมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด ส้มตำ (ที่ปรุงแบบปกติ) มีค่า GI ค่อนข้างสูง ผู้ป่วยเบาหวานควรศึกษาค่า GI ของอาหารต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกรับประทานครับ
ส้มตำมีสารอาหารอะไรบ้าง
ส้มตำนี่มันมากกว่าอาหารข้างทางนะ ลองมองลึกลงไป จะเห็นสารอาหารเพียบเลย ที่สำคัญคือมันปรับเปลี่ยนได้ตามใจคนกิน เหมือนชีวิตที่ต้องปรับตัวตลอดเวลา
- ไขมันอิ่มตัว: น้อยมาก แค่ 0.1 กรัม หรือ 1% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน ใครกลัวอ้วน ส้มตำช่วยได้เยอะ
- คลอเรสเตอรอล: ศูนย์เลยจ้า สบายใจได้
- โซเดียม: มีบ้าง 11.6 มิลลิกรัม คิดเป็น 1% แต่ถ้าใส่ปลาร้าเยอะๆ ก็อีกเรื่องนะ (อันนี้พูดเล่น!)
- โพแทสเซียม: อันนี้ดี 263.9 มิลลิกรัม หรือ 8% ช่วยเรื่องสมดุลน้ำในร่างกาย
- ใยอาหาร: 2.5 กรัม หรือ 10% ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย
- โปรตีน: 0.7 กรัม หรือ 2% ไม่เยอะ แต่ก็มีนะ
ส้มตำเป็นอาหารที่แสดงให้เห็นว่า ของอร่อยก็มีประโยชน์ได้เหมือนกันนะเออ แต่ถ้ากินทุกวันแล้วไม่กินอย่างอื่นเลย ก็ไม่ดีนะจ๊ะ ต้องกินอาหารให้หลากหลายเหมือนชีวิตที่ต้องมีหลายๆ ด้าน
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย: เคยสงสัยไหมว่าทำไมส้มตำแต่ละร้านรสชาติไม่เหมือนกัน? นอกจากสูตรแล้ว วัตถุดิบก็มีผลนะ มะละกอที่ยังไม่สุกจัดจะมีเอนไซม์ที่ช่วยย่อยโปรตีนด้วยนะเออ และที่สำคัญ อย่าลืมกินผักสดแกล้มด้วยนะ จะได้วิตามินเพิ่ม!
กินส้มตำทุกวันจะผอมไหม
กินส้มตำทุกวันจะผอมไหม? ถามได้! แต่ตอบแบบนี้เลยนะ... อย่าหวัง! จะผอมหรืออ้วนมันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ใช่แค่ส้มตำจานเดียว! คิดซะว่าส้มตำคือดาบสองคม คมแรกคือแคลอรี่ต่ำ คมที่สองคือโซเดียมสูงปรี๊ด! ถ้ากินทุกวัน เตรียมตัวบวมน้ำเป็นเจ้าหญิงน้ำแข็งได้เลยจ้าาาาา!
- แคลอรี่ต่ำจริง แต่... 120 กิโลแคลอรีต่อจานมันน้อยจริง แต่ถ้ากินกับข้าวเหนียว 1 ถ้วย น้ำอัดลมอีกขวด คุณคิดว่าจะผอมไหมล่ะคะคุณขาาาา?!
- โซเดียมสูงเวอร์! น้ำปลา ปูเค็ม กุ้งแห้ง ผงชูรส... โอ้โห! นี่มันระเบิดโซเดียมชัดๆ! บวมแน่ๆ ค่ะ บวมแน่ๆ! ปีนี้ไปเที่ยวทะเล จะไปใส่บิกินี่โชว์หุ่น ได้แค่ฝัน!
- อย่าลืมเครื่องเคียง! กุ้งแห้ง ปูเค็ม ถั่วลิสง นี่คือศัตรูตัวฉกาจของคนลดน้ำหนัก! แคลอรี่พุ่งปรี๊ด! ยิ่งใส่เยอะยิ่งอ้วนจ้าาา!
- ส้มตำไม่ใช่ยา! อย่าคิดว่ากินส้มตำแล้วจะผอม มันแค่ช่วยลดแคลอรี่ได้บ้าง แต่ต้องควบคุมอาหารอื่นๆ ด้วย ออกกำลังกายด้วย ถึงจะเห็นผล!
สรุปง่ายๆ ปีนี้ก็ยังผอมไม่ได้! ถ้ายังกินส้มตำทุกวันอยู่แบบไม่ระวัง เตรียมตัวรับมือกับอาการบวมน้ำ ความดันสูง และ...ความอ้วน! เปลี่ยนไปกินผักต้มแทนบ้างก็ได้นะ (ฮาาาาาา!)
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต