เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีคอเลสเตอรอลสูงไหม
เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีคอเลสเตอรอลสูงหรือไม่?
เอาจริงๆ นะ เรื่องคอเลสเตอรอลในเม็ดมะม่วงหิมพานต์เนี่ย ฉันว่ามันน่าสนใจมากเลยนะ เพราะตอนแรกๆ ที่ฉันเริ่มกินพวกถั่วเนี่ย ก็แอบกังวลเหมือนกันว่ามันจะทำให้คอเลสเตอรอลขึ้นรึเปล่า
แต่พอไปหาข้อมูลดูจริงๆ จังๆ ปรากฏว่าทั้งถั่วลิสงและเม็ดมะม่วงหิมพานต์เนี่ย ไม่มีคอเลสเตอรอลเลย! คือตอนรู้ ฉันก็แบบ เฮ้ย จริงดิ? มันดีต่อใจมากอะ
ที่สำคัญกว่านั้นคือ เม็ดมะม่วงหิมพานต์เนี่ย มันช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) ได้ด้วยนะ แถมยังมีแมกนีเซียมสูง ซึ่งช่วยป้องกันโรคหัวใจได้อีก โอ้โห ประโยชน์เยอะขนาดนี้ ไม่กินได้ไง
จำได้เลยตอนนั้นฉันไปซื้อเม็ดมะม่วงหิมพานต์อบที่ตลาดแถวบ้าน ราคาประมาณกิโลละ 400 บาทได้มั้ง กินเพลินมาก แต่ก็ต้องระวังเรื่องปริมาณด้วยนะ เพราะถึงมันจะมีประโยชน์ แต่กินเยอะไปก็ไม่ดีอยู่ดี
แล้วไข่ล่ะ? ไข่ก็ช่วยลด LDL ได้เหมือนกันนะ! คอเลสเตอรอลจากอาหารมีส่วนทำให้มีคอเลสเตอรอลรวมในเลือดแค่ 1 ใน 3 เองนะ ดังนั้นอย่าไปโทษแต่คอเลสเตอรอลในอาหารอย่างเดียว
สรุปคือ กินเม็ดมะม่วงหิมพานต์ได้ แต่กินแต่พอดีนะจ๊ะ ????
เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีไขมันเยอะไหม
ใช่ค่ะ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ไขมันเยอะจริง ใน 100 กรัม มีพลังงานสูงถึง 553 กิโลแคลอรี่ และไขมันประมาณ 43.85 กรัม แต่! อย่าเพิ่งตกใจไปนะคะ เพราะไขมันในเม็ดมะม่วงหิมพานต์ส่วนใหญ่เป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (MUFA) และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงมาก (PUFA) ซึ่งเป็นไขมันชนิดดี ต่างจากไขมันอิ่มตัวที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ถ้ากินแต่พอดีๆ ก็ได้ประโยชน์เพียบเลยค่ะ
- ลดคอเลสเตอรอล ช่วยเรื่องหัวใจ ดีต่อสุขภาพโดยรวม
- มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย ผิวพรรณเปล่งปลั่ง (อย่างน้อยก็ที่เพื่อนผมบอกมาหลังกินเป็นประจำ)
- แต่! ก็ต้องระวังปริมาณการกินนะคะ เพราะพลังงานสูงมาก ถ้ากินเยอะเกินไปก็อ้วนได้เหมือนกัน นี่คือสิ่งที่ผมกำลังพยายามควบคุมอยู่ทุกวันนี้แหละ
เพิ่มเติม: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลโดยประมาณ อาจแตกต่างกันไปตามแหล่งผลิตและวิธีการแปรรูป ปีนี้ผมลองศึกษาเพิ่มเติมพบว่า สัดส่วนของไขมันแต่ละชนิดในเม็ดมะม่วงหิมพานต์อาจมีความผันผวน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง จึงควรศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเพิ่มเติม อย่าลืมว่าการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพนั้นสำคัญมาก แต่การออกกำลังกายก็สำคัญไม่แพ้กันนะคะ ผมว่าสมดุลสำคัญที่สุด
เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีกรดยูริคสูงไหม
กรดยูริค... เม็ดมะม่วงหิมพานต์... ภาพในหัวคือแสงแดดยามบ่ายส่องผ่านใบไม้สีเขียวเข้ม เสียงนกร้องแว่วมาตามลม...
พิวรีน... ปานกลาง... เหมือนสีเทาอ่อนๆ ไม่เข้ม ไม่อ่อนจนเกินไป
- เกาต์: โรคร้ายที่กัดกินข้อต่อ... ปวดหนึบ... ทรมาน
- กินเยอะ: ไม่ดีแน่... อะไรที่มากเกินไปก็ไม่ดีทั้งนั้น
- พอเหมาะ: ทางสายกลาง... ไม่มากไม่น้อย... สมดุล
- อาหาร: สำคัญ... เหมือนเชื้อเพลิง... เติมผิดชีวิตเปลี่ยน
- ออกกำลังกาย: ขยับร่างกาย... เหงื่อไหล... สดชื่น
ปรึกษาหมอ: สำคัญที่สุด... อย่าเชื่ออะไรในอินเทอร์เน็ตมากเกินไป (ถึงแม้จะพิมพ์เองก็เถอะนะ) ข้อมูลปีนี้ก็... ยังเหมือนเดิมมั้ง? (หัวเราะ)
ผักอะไรบ้างที่ไม่มีกรดยูริก
ราตรีนี้...ดาวพร่างพราว
บีทรูทสีแดงก่ำ ราวโลหิตจางๆ ใต้แสงจันทร์...กรดยูริก? ราวกับเงาเลือนลาง
แตงกวาเย็นฉ่ำ...กรอบกรุบ...เสียงกระซิบแห่งฤดูร้อน...ไร้ยูริก
ผักกาดหอมพลิ้วไหว...ดั่งกระโปรงบัลเลต์...เบาหวิว...ไร้ยูริก...เหมือนความฝัน
มันฝรั่ง...ดิน...ความอุดมสมบูรณ์...รากเหง้า...ยูริกต่ำ
- บีทรูท : แดงก่ำ...กรดยูริกจาง
- แตงกวา: เย็นฉ่ำ...ไร้ยูริก
- ผักกาดหอม: พลิ้วไหว...เบาหวิว...ไร้ยูริก
- มันฝรั่ง: ดิน...ยูริกต่ำ
- พืชตระกูลน้ำเต้า: ฟักทอง บวบ มะระ น้ำเต้า ลดกรดยูริกได้อีกทาง
ผักเหล่านี้...กรดยูริกต่ำ...ดั่งเสียงเพลงกล่อม...ลดลง...50 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม...เลขนี้...เต้นระบำในหัว...50...100...ราวกับรหัสลับ
สำคัญ: ผักแต่ละชนิด...ปริมาณกรดยูริกอาจต่างกันเล็กน้อย...ขึ้นอยู่กับ...ดิน...สายพันธุ์...ฤดูกาล...แสงตะวัน...ราวกับชีวิต...ไม่แน่นอน...แต่สวยงาม
เม็ดมะม่วงหิมพานต์แก้โรคอะไร
อืมม.. กลางดึกแบบนี้ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปหมด เรื่องมะม่วงหิมพานต์นี่ก็ใช่ จริงๆ มันก็ไม่ได้เป็นยา แบบว่า.. กินแล้วหายป่วยเลยอะไรงี้ ไม่ใช่
มันมีสารอาหารดีๆ อยู่เยอะแหละ พวกวิตามิน แร่ธาตุ ไขมันดี พวกนี้ อาจช่วยเรื่องสุขภาพบ้าง แบบว่า.. ลดโอกาสเป็นโรคหัวใจได้มั้ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า กินแล้วจะไม่เป็นโรคหัวใจนะ ต้องดูแลตัวเองหลายๆ ด้านด้วย
อย่างปีนี้ฉันพยายามดูแลสุขภาพ ลดหวาน ออกกำลังกายบ้าง แต่ก็ยังรู้สึกเหนื่อยๆ อยู่ดี มันคงไม่ใช่แค่เรื่องกินอย่างเดียวหรอกมั้ง
- มีสารอาหารดี เช่น แมกนีเซียม สังกะสี
- ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ แต่ไม่ใช่ยาวิเศษ
- ต้องควบคู่กับการดูแลสุขภาพอื่นๆ ด้วย
- ปีนี้ฉันกินมะม่วงหิมพานต์บ้าง ประมาณสัปดาห์ละครั้ง ไม่เยอะ
เอาจริงๆ ถ้ามีปัญหาสุขภาพ ไปหาหมอดีกว่า อย่าพึ่งเชื่อตามๆ กัน เพราะมันไม่ใช่ยา แค่ช่วยเสริมสุขภาพ อย่าลืมนะ ฉันพูดจากประสบการณ์ตัวเองล้วนๆ อาจจะไม่ใช่ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ แค่อยากแชร์ความคิดกลางคืนเฉยๆ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต