ตรวจโรคไปต่างประเทศตรวจโรคอะไรบ้าง
ตรวจโรคต่างประเทศ มีโรคอะไรบ้างที่ตรวจได้?
เอาจริงดิ ถามว่าตรวจโรคต่างประเทศมีอะไรบ้าง? คือมันเยอะมากนะ แล้วแต่ประเทศอีก เอาที่เคยเจอกับตัวเลยละกัน ตอนไปทำงานที่...เอ่อ จำไม่ได้ว่าประเทศอะไร (ขอโทษที สมองปลาทอง) แต่เค้าบังคับตรวจสุขภาพก่อน
สิ่งที่ตรวจก็จะมี… เอิ่ม… ที่แน่ๆคือเจาะเลือดไปเช็คแบบละเอียดอ่ะ เค้าเรียกอะไรนะ CBC ป้ะ? แล้วก็กรุ๊ปเลือดด้วยอันนี้แน่นอน HIV นี่ก็ต้องตรวจอยู่แล้ว โรคตับอักเสบบีก็ด้วยนะ แล้วก็…ซิฟิลิสอ่ะ ใช่ๆ อันนี้ก็ตรวจ
แล้วก็มีตรวจปัสสาวะ ตรวจอุจจาระอีก โอย เยอะแยะไปหมด ส่วนเอ็กซ์เรย์ปอดนี่ไม่แน่ใจว่าตรวจทุกคนรึเปล่า แต่ตอนนั้นเราโดนด้วย แล้วก็เจาะเลือดวัดน้ำตาล จำได้ว่าตอนนั้นแอบกังวลเพราะกินขนมก่อนไปตรวจเยอะมาก 5555 สรุปคือ… น่าจะประมาณนี้แหละที่เค้าตรวจกันตอนไปทำงานต่างประเทศนะ แต่ละที่อาจจะไม่เหมือนกันเป๊ะๆ ลองเช็คกับบริษัทที่จะไปทำงานด้วยดีกว่า
ไปต่างประเทศต้องตรวจโรคอะไรบ้าง
ไปตปท.? ตรวจร่าง. จบ.
- ร่างกาย: หมอรู้.
- เลือด: เม็ดๆ สำคัญ. CBC คือคำตอบ.
- ฉี่: ปัสสาวะบอกโรค.
- อึ: เลือดแฝง? ส่องกล้อง.
- ปอด: X-ray. ภาพเดียวรู้เรื่อง.
- หัวใจ: EKG. ไฟฟ้าช็อต (เบาๆ).
- กามโรค: VDRL. ไม่ใช่เรื่องเล่น.
- HIV: เช็คก่อนสาย.
เพิ่มเติม: บางทีต้องฉีดวัคซีน. ถามหมอ. โควิดยังอยู่. ระวัง.
ไปไต้หวัน ตรวจอะไรบ้าง
ไปเที่ยวไต้หวันนะ เตรียมตัวให้พร้อม! อย่าให้ความสนุกมาดับเพราะเรื่องเล็กๆน้อยๆ เช่นลืมพาสปอร์ต! นี่คือ checklist ที่เอาจริงเอาจัง (แต่ก็ขำๆนะ)
พาสปอร์ตกับวีซ่า: อันนี้สำคัญโคตร! ถ้าลืมนี่คือไปไม่ถึงแน่ๆ พาสปอร์ตหมดอายุก็อย่าไปเสี่ยง เสียเวลาทำใหม่ เที่ยวไม่สนุกแน่ๆ ไปขอวีซ่าล่วงหน้าด้วยนะ ถ้าจำเป็น อย่ามัวแต่รอให้ใกล้ๆวันเดินทางแล้วค่อยทำ ปีนี้ 2024 เตรียมตัวให้พร้อม!
สุขภาพแข็งแรงปึ๋งปั๋ง: ก่อนไปตรวจสุขภาพให้เรียบร้อย วัคซีนอะไรที่ต้องฉีด ฉีดไปเลย! อย่าให้ไข้หวัดมาทำให้ทริปพัง เรื่องโควิด เช็คข้อกำหนดล่าสุดจากทางการไต้หวัน อย่ามโนเอาเอง ปีนี้ 2024 นโยบายอาจเปลี่ยนแปลง ไปเช็คข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการดีที่สุด
เงินในกระเป๋าตุงๆ: เอาให้พร้อม! เปลี่ยนเงินเป็น NTD หรือพกบัตรเครดิต แต่เตรียมเงินสดไว้บ้างก็ดีนะ บางร้านอาจไม่รับบัตร ร้านเล็กๆนี่แหละ เจอมาแล้ว! อย่าให้เงินหมดกลางทาง เที่ยวไม่สนุกนะ
ศุลกากรจอมโหด: อย่าพกของต้องห้ามเข้าไป พืช,สัตว์ ยาเสพติดอะไรพวกนี้ ไม่ต้องคิด! ของละเมิดลิขสิทธิ์ก็ด้วย โดนจับได้นี่ ซวยแน่ๆ เตรียมเอกสารแสดงแหล่งที่มาของสินค้าไว้ด้วยก็ดี ปลอดภัยไว้ก่อนเนอะ
ที่พักและตั๋วเครื่องบิน: อันนี้สำคัญมาก อย่าลืมจองล่วงหน้า ไม่งั้นอาจจะไม่มีที่พักหรือตั๋วเครื่องบิน แล้วจะไปเที่ยวได้ยังไง วางแผนล่วงหน้า เลือกที่พักและเที่ยวบินที่เหมาะสมกับงบประมาณ อย่าลืมเช็คโปรโมชั่นต่างๆ ด้วยนะ
เพิ่มเติมเล็กน้อย: อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ชาร์จโทรศัพท์ พาวเวอร์แบงค์ และที่สำคัญ อย่าลืมใจเย็นๆ เที่ยวให้สนุก! อย่าเครียด ชีวิตคนเรามีอะไรให้เครียดมากพอแล้ว การเที่ยวคือการพักผ่อน อย่าทำให้มันกลายเป็นภาระ
ปีนี้ 2024 โปรดตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการอีกครั้ง นโยบายต่างๆอาจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ นี่คือคำแนะนำจากประสบการณ์ส่วนตัว (เคยลืมพาวเวอร์แบงค์ตอนไปญี่ปุ่น อุบาทว์มาก!)
โรคอะไรไปทำงานต่างประเทศไม่ได้
อืม... กลางคืนแบบนี้ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเนอะ เรื่องไปทำงานต่างประเทศนี่ มันก็มีหลายอย่างที่ต้องคิด จริงๆ โรคภัยไข้เจ็บนี่แหละ เป็นปัญหาใหญ่เลย
อย่างแรกเลย ถ้าเป็นโรคติดต่อร้ายแรง แบบวัณโรคที่ยังแพร่เชื้ออยู่ นี่ก็ไปยาก ประเทศเขาเข้มงวดเรื่องพวกนี้ เขาคงไม่อยากรับความเสี่ยง ใช่ไหม? แล้วก็ โรคที่ต้องดูแลตลอดเวลา ต้องกินยาต่อเนื่อง ค่าใช้จ่ายสูงๆ อันนี้ก็ลำบาก ทั้งตัวเอง ทั้งประเทศที่เราจะไปทำงานด้วย
ปีนี้ ฉันมีเพื่อนคนนึง เขาอยากไปทำงานที่ออสเตรเลีย แต่ติดปัญหาเรื่องโรคภูมิแพ้ เขาแพ้หนักมาก ถึงขั้นต้องพกยาตลอดเวลา และต้องไปหาหมอเป็นประจำ สุดท้ายเขาก็เลยต้องเลื่อนแผนไปก่อน เพราะกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย และความพร้อมในการดูแลตัวเอง ถ้าเกิดอะไรขึ้นระหว่างอยู่ที่นั่น
- วัณโรคระยะแพร่เชื้อ
- โรคที่ต้องดูแลต่อเนื่อง ค่าใช้จ่ายสูง
- โรคภูมิแพ้รุนแรง (อาจเป็นกรณีเฉพาะ)
- โรคจิตเวชที่ควบคุมไม่ได้
อืม... เหนื่อยจัง แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว ยิ่งคิดถึงอนาคต ยิ่งรู้สึกกังวล กว่าจะได้ไปทำงานต่างประเทศ มันไม่ง่ายเลย จริงๆ
ไปไต้หวันต้องเตรียมอะไรบ้าง 2566?
เฮ้ย! จะไปไต้หวันปี 66 เนี่ยนะ ไม่ใช่ไปซื้อก๋วยเตี๋ยวปากซอยนะเว้ย ต้องเตรียมตัวให้พร้อม เดี๋ยวจะเงิบกินแห้วที่สนามบิน
- พาสปอร์ต: นี่สำคัญสุด! ต้องเหลืออายุเกิน 6 เดือนนะเฟ้ย ไม่งั้นเค้าไม่ให้เข้าประเทศหรอก จะหาว่าไม่เตือน
- ตั๋วเครื่องบิน: ขาไปอย่างเดียวไม่ได้นะจ๊ะ ต้องมีขากลับด้วย เค้ากลัวแกไปแล้วไม่กลับมาไง!
- ที่พัก: จองโรงแรมให้เรียบร้อย อย่าไปตายเอาดาบหน้า เดี๋ยวไม่มีที่ซุกหัวนอน
- แผนเที่ยว: อันนี้เผื่อไว้เฉยๆ ถ้าโดน ตม. ถาม ก็โชว์ไปเหอะ ว่าไม่ได้ไปแบบไม่มีจุดหมาย
โดน ตม. เรียก: เตรียมใจไว้เลย อาจโดนถามนู่นนี่นั่น ก็ตอบไปตามความจริง อย่าโกหก!
ประกัน: Luma Health Insurance อ่ะเหรอ? ไม่รู้เว้ย ไม่เคยทำ แต่ถ้าสบายใจก็ซื้อไปเหอะ!
เพิ่มเติม:
- เงิน: แลกเงินไต้หวัน (TWD) ติดตัวไปด้วย อย่าหวังพึ่งแต่บัตรเครดิต
- ปลั๊กไฟ: ไต้หวันใช้ปลั๊กแบบ Type A และ B เตรียม Adapter ไปด้วยนะ
- เสื้อผ้า: ดูพยากรณ์อากาศก่อน จะได้เตรียมเสื้อผ้าให้ถูก
- ยา: ยาประจำตัวอย่าลืมพกไปด้วยนะ
- ใจ: เตรียมใจให้พร้อม ไปเที่ยวให้สนุก!
คำเตือน: อย่าลืมเช็คข้อมูลล่าสุดจากสถานทูตไต้หวันด้วยนะเว้ย! ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน!
ไต้หวัน ชอปปิ้งอะไรดี?
โอ๊ย ไต้หวันเนี่ยนะ ช้อปปิ้งเพลินมากกกก! ไปมาเมื่อต้นปี (มกราคม 2567) คือเตรียมเงินไปไม่พอจริงๆ
- ชาอู่หลง: นี่ขาดไม่ได้เลย เราซื้อที่ร้านชาแถวหมู่บ้านจิ่วเฟิ่น คือหอมมากกกก กลิ่นมันแบบ...ธรรมชาติสุดๆ ต่างจากที่เคยกินที่ไทยเยอะเลย เค้าชงให้ชิมก่อนด้วยนะ ฟิน! (แอบกระซิบว่าราคาแรงเอาเรื่อง แต่คุ้มค่าจริงๆ)
- ของกระจุกกระจิกจากตลาดกลางคืน: พวกพวงกุญแจน่ารักๆ ตุ๊กตาแปลกๆ คือเยอะมากกกก เดินเพลินสุดๆ เราไปตลาดซื่อหลินมา คือละลานตามาก ซื้อมาฝากเพื่อนหลายอันเลย (ระวังโดนโก่งราคานะ ต่อเยอะๆ)
- ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว: อันนี้เราว่าดีจริง ไปซื้อที่ร้าน Watson มา พวกมาส์กหน้าไต้หวัน คือใช้ดีมาก หน้าชุ่มชื้นขึ้นเยอะเลย เราซื้อยี่ห้อ Dr. Morita มาลอง คือเริ่ด!
- ขนมไต้หวัน: พายสับปะรดต้องซื้อ! เราซื้อที่สนามบินตอนขากลับ มีให้ชิมก่อนด้วย อร่อยดี หวานอมเปรี้ยว กินกับชาคือดี! แล้วก็พวกขนมโมจิก็อร่อยนะ หนึบๆ หวานๆ
เพิ่มเติม:
- รองเท้าผ้าใบ: ไต้หวันมีแบรนด์รองเท้าผ้าใบน่ารักๆ เยอะมาก ลองเดินดูตามห้าง หรือร้านรองเท้าเล็กๆ ดู
- เครื่องสำอาง: พวกเครื่องสำอางเกาหลี ญี่ปุ่น ก็มีขายเยอะนะ ราคาอาจจะถูกกว่าไทยนิดหน่อย
- ยา: พวกยาแก้ปวด ยาแก้หวัด ก็ซื้อติดไม้ติดมือกลับมาได้นะ (แต่เช็คกฎหมายการนำเข้ายาของไทยก่อนนะ)
สรุปคือ ไปไต้หวัน เตรียมเงินไปเยอะๆ นะทุกคน! ช้อปปิ้งเพลินจริงๆ เตือนแล้วนะ! ????
ไต้หวัน ใช้บัตรเครดิตอะไรดี?
...ไต้หวันเหรอ
KTC... ใช่ KTC ใช้ได้หมดเลยนะ Visa, Mastercard, JCB, UnionPay ก็ใช้ได้
...
ตอนนั้นไป... อืม รูด KTC แพลทินัมนะ ก็โอเค ไม่ได้มีปัญหาอะไร
บัตรที่น่าจะดีถ้าไปเที่ยวไต้หวันตอนนี้:
- KTC Visa/Mastercard: เรทแลกเปลี่ยนอาจจะดีกว่านิดหน่อย แล้วก็ร้านค้าส่วนใหญ่รับ
- KTC JCB: บางทีมีโปรโมชั่นร้านอาหารญี่ปุ่น หรือร้านค้าที่คนไทยชอบไป
- KTC UnionPay: อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจ แต่เห็นบางร้านใหญ่ๆ ในไทเปก็รับนะ
ทำไมถึงคิดว่า KTC โอเค:
- ความสะดวก: กดเงินสดที่ตู้ ATM ได้ ถ้าฉุกเฉิน
- โปรโมชั่น: เช็คดีๆ อาจมีผ่อน 0% หรือส่วนลดโรงแรม/ตั๋วเครื่องบิน
- ความคุ้นเคย: เราใช้ KTC อยู่แล้ว ก็เลยไม่ได้กังวลเรื่องค่าธรรมเนียมแปลกๆ
แต่เอาจริงๆ นะ... ก่อนไป แลกเงินสดติดตัวไปด้วยก็ดี กันเหนียว
บัตร Travel Card คืออะไร?
อืมมม บัตร Travel Card น่ะเหรอ คือแบบนี้ ปีนี้ฉันไปญี่ปุ่นมา ก็เลยต้องหาบัตรที่จะใช้จ่ายสะดวกๆ ไม่ต้องพกเงินสดเยอะ ก็ไปเจอบัตรใบนี้มา มันเป็นบัตรเครดิตแหละ แต่เค้าโฆษณาว่าดีกับการใช้ต่างประเทศ แลกเงินก็สะดวก ใช้แอปฯเดียวจบ จริงๆ ฉันก็ไม่ค่อยรู้เรื่องบัตรเครดิตเท่าไหร่ แต่ตอนนั้นก็จำเป็น ต้องรีบจองโรงแรม จองตั๋ว ก็เลยใช้บัตรนี้แหละ สะดวกดีนะ ใช้จ่ายที่ญี่ปุ่นได้เลย ไม่ต้องไปหาตู้แลกเงินให้เสียเวลา เงินบาทแปลงเป็นเยนในแอปฯได้เลย ก็สบายดี
แต่เรื่องค่าธรรมเนียมนี่แหละ หลังจากกลับมาไทย ฉันไปเช็คยอด อื้อหือ เยอะเหมือนกันนะ ค่าธรรมเนียมนู่นนี่นั่น โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมการใช้ต่างประเทศ แพงกว่าที่คิดไว้เยอะเลย ตอนนั้นก็เสียดายตังค์เหมือนกัน เลยต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อใช้ให้คุ้มค่ากว่านี้ ปีหน้าจะไปเที่ยวอีก ต้องวางแผนดีๆ แล้วล่ะ
- ข้อดี: สะดวก ใช้จ่ายต่างประเทศได้เลย แลกเปลี่ยนเงินง่าย
- ข้อเสีย: ค่าธรรมเนียมค่อนข้างสูง ต้องศึกษาเงื่อนไขให้ดีก่อนใช้
โอ๊ย พูดแล้วก็ยังเสียดายตังค์อยู่เลย ปีนี้ได้บทเรียนมาแล้ว ปีหน้าต้องระวังเรื่องค่าธรรมเนียมให้มากกว่านี้ ต้องศึกษาให้ละเอียดกว่านี้ ไม่งั้นได้เสียตังค์ฟรีๆ แน่ๆ เลย
บัตร Travel Card ต้องเติมเงินไหม?
Travel Card ต้องเติมเงินครับ ใช่เลย เหมือนบัตรเติมเงินที่เราใช้กันทั่วไปนั่นแหละ ต้องมีเงินบาทในบัตรก่อน แล้วค่อย "แลก" เป็นสกุลเงินต่างประเทศที่ต้องการ
- หลักการง่ายๆ: เติมเงินบาท > แลกเป็นสกุลเงิน > ใช้จ่าย (รูดปรื๊ดๆ อย่างที่ว่า)
- ข้อดี: แลกเงินเก็บไว้ได้ล่วงหน้าตอนเรทดีๆ เหมือนเล่นหุ้นเลยนะเนี่ย
- เรื่องที่ต้องรู้: บางบัตรอาจมีค่าธรรมเนียมในการเติมเงินหรือแลกเงิน ลองเช็ครายละเอียดดู
เกร็ดเล็กน้อย: ผมเคยเจอ Travel Card บางเจ้าที่ให้เรทแลกเปลี่ยนดีกว่า Superrich อีกนะ แต่ต้องเทียบดีๆ ก่อนตัดสินใจ
ปรัชญาส่วนตัว: ชีวิตก็เหมือน Travel Card ต้องเติมพลังใจให้พร้อม ก่อนออกไปเผชิญโลกกว้าง
Travel Card ต่างจากบัตรเครดิตยังไง?
เรื่อง Travel Card กับบัตรเครดิตเนี่ยนะ คือมันคนละอย่างกันเลยแหละ จำได้ตอนไปเที่ยวญี่ปุ่นปีนี้ ใช้ Travel Card ซื้อของสะดวกมาก ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเท่าไหร่ แต่บัตรเครดิตนี่... เคยใช้ที่อเมริกาปีที่แล้ว ค่าธรรมเนียมบานเลย โอย เซ็ง!
Travel Card: เหมือนบัตรเดบิตที่ใช้เงินในบัญชีเราโดยตรง ปลอดภัยกว่าเวลาซื้อของออนไลน์ด้วยนะ เพราะมันไม่ใช่เงินที่เราต้องไปผ่อนชำระอะไร
บัตรเครดิต: ให้วงเงินเครดิตเราใช้ก่อน ต้องจ่ายคืนภายในกำหนด อันนี้เสี่ยงถ้าควบคุมการใช้จ่ายไม่ดี เผลอๆ ติดหนี้บานตะไทเลย
เรื่องค่าธรรมเนียมกดเงินสดต่างประเทศ Travel Card มันก็จะมีบ้าง แต่บัตรเครดิตนี่แพงกว่าเยอะ รู้สึกว่าโดนหักไปหลายร้อยเลยตอนอยู่ที่อเมริกา จำได้แม่นเลย! เรื่องผ่อนชำระนี่ Travel Card ไม่มีให้ผ่อน บัตรเครดิตถึงมี แต่ก็เสี่ยงเรื่องหนี้สินไง
ส่วนคะแนนสะสมนี่ บัตรเครดิตได้แต้มคืน แต่ Travel Card ไม่มี แต่สำหรับฉันแล้ว ความสะดวกสบายและความปลอดภัยของ Travel Card คุ้มค่ากว่า ไม่ต้องมานั่งเครียดเรื่องค่าธรรมเนียมบ้าๆ บอๆ ตอนนั้นที่อเมริกาแทบจะร้องไห้เลย ค่าธรรมเนียมอะไรแพงมาก
สรุปง่ายๆ ก็คือ
- ค่าธรรมเนียมการกดเงินสด: Travel Card น้อยกว่า บัตรเครดิตเยอะ
- ค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน: Travel Card น้อยกว่า บัตรเครดิต
- ขอผ่อนชำระ: Travel Card ไม่ได้ บัตรเครดิตได้
- คะแนนสะสม: Travel Card ไม่ได้ บัตรเครดิตได้
อ้อ ลืมบอกไป ตอนไปญี่ปุ่น ใช้ Travel Card รู้สึกปลอดภัยกว่า เพราะมันใช้เงินเราจริงๆ ไม่ใช่เงินที่ต้องไปผ่อน สบายใจกว่าเยอะ แต่ก็ต้องดูแลเรื่องเงินในบัญชีเราดีๆ ด้วยนะ ถ้าใช้หมดก็คือหมดจริงๆ ไม่มีวงเงินให้ใช้แบบบัตรเครดิต แต่สำหรับฉัน มันโอเคกว่าเยอะ
ฉันจะยกเลิกบัตร Krungthai Travel Card ได้อย่างไร?
ยกเลิก Krungthai Travel Card เหรอ... อืมมม...
โทรไป 02 111 1117 นี่แหละ เร็วสุดแล้วมั้ง (เบอร์นี้ของปี 2567 นะ เช็คมาแล้ว)
ถ้าบัตรหาย ต้องรีบโทรเลยนะ อายัดด่วน! สำคัญมาก
ตอนโทรไป เตรียมข้อมูลบัตรไว้ด้วยนะ จะได้เร็วขึ้น
รู้สึกเหมือนเคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน... ตอนนั้นมันวุ่นวายไปหมดเลย... แต่ก็ผ่านมาได้
เมื่อก่อนตอนไปเที่ยวต่างประเทศชอบใช้เจ้านี่แหละ สะดวกดี ไม่ต้องพกเงินสดเยอะ แต่ตอนนี้... ไม่รู้สิ ขี้เกียจไปแลกเงินแล้วมั้ง
การอายัดบัตร: สำคัญมาก กันคนอื่นเอาไปใช้
เตรียมข้อมูล: เลขบัตร ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร
ช่องทางอื่น: ลองเช็คในแอป KTB ดูนะ เผื่อมีช่องทางยกเลิกออนไลน์
บัตร Travel Card กรุงไทย คืออะไร?
บัตร Krungthai Travel Debit Card with Global Savings นี่มันเทพบุตรแห่งวงการบัตรเดบิตชัดๆ! ไม่ใช่แค่บัตรเที่ยวธรรมดา แต่เป็นบัตรรวมมิตรความหรูหราอลังการ เหมือนเอาไฮโซมาผสมกับนักลงทุนพันล้าน ได้ทั้งความสะดวกสบายในการท่องเที่ยวและความคุ้มค่าจากการลงทุน นี่มันฟังก์ชั่นล้นหลามเกินบรรยาย เรียกว่าครบเครื่องกว่าร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยอีก!
แลกเงินได้ 20 สกุล: ไม่ต้องพกเงินสดเป็นกำๆ เหมือนเป็นเศรษฐีที่ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินเลย 20 สกุลนี่เลือกได้ตามใจชอบ จะไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วแลกเยน หรือจะไปอิตาลีแลกยูโรก็ได้หมด สะดวกแบบสุดๆ ไม่ต้องเสียเวลาไปต่อคิวแลกเงินที่แบงค์อีกต่อไป
ดอกเบี้ยสูงถึง 2.5%: นี่ไม่ใช่บัตรเครดิตนะจ๊ะ แต่เป็นบัตรเดบิตที่ให้ดอกเบี้ยสูงถึง 2.5% ต่อปี ผ่าน Global Savings เหมือนเอาเงินไปฝากธนาคารแล้วได้กำไรเพิ่ม เป็นการลงทุนที่แทบไม่ต้องทำอะไรเลย นอนรอรับเงินอย่างเดียว
Cashback สูงสุด 5,000 บาท/ปี: ช้อปปิ้งได้ใจสั่น ได้เงินคืนแบบจุใจ ถึง 5,000 บาทต่อปี นับเป็นอีกหนึ่งความคุ้มค่าที่หาที่ไหนไม่ได้ เหมือนได้เงินเพิ่มโดยที่ไม่ต้องออกแรง แค่รูดบัตรก็พอ
ไม่เสียค่าธรรมเนียม 2.5%: ข้อนี้สำคัญมาก หลายบัตรต้องเสียค่าธรรมเนียมในการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ แต่บัตรนี้ไม่เสีย ประหยัดเงินในกระเป๋าได้เยอะ เหมือนได้ส่วนลดพิเศษแบบเงียบๆ
ปีนี้ (2566) บัตรนี้ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับนักเดินทางและนักลงทุน ที่อยากได้บัตรเดียวจบครบทุกความต้องการ เอาเป็นว่า ถ้ายังไม่มี รีบไปสมัครด่วน ก่อนจะพลาดโอกาสดีๆ ไปนะคร้าบบบบ
(อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบกับทางธนาคารกรุงไทยอีกครั้ง)
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต