บัตร JCB ใช้ประเทศไหนได้บ้าง

11 ครั้งเข้าชม
บัตรเครดิต JCB มอบสิทธิประโยชน์หลากหลายทั่วโลก ผู้ถือบัตรสามารถใช้บริการห้องรับรองสนามบินในญี่ปุ่นและฮาวายได้โดยตรง นอกจากนี้ยังเข้าใช้ LoungeKey ในหลายประเทศ อาทิ จีน ไต้หวัน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม รวมถึงเยอรมนีและสหราชอาณาจักร พร้อมรับการบริการจาก JCB Plaza Lounge และเลขาส่วนตัวผ่าน JCB Plaza ที่มีอยู่ทั่วโลก.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

บัตรเครดิต JCB ใช้จ่ายที่ต่างประเทศไหนได้บ้างทั่วโลก?

Q: บัตรเครดิต JCB ใช้ที่ต่างประเทศไหนได้บ้าง? A: JCB ใช้ได้ทั่วโลกโดยเฉพาะในเอเชียอย่างญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน สิงคโปร์ และยังมีห้องรับรองสนามบินในญี่ปุ่น ฮาวาย และผ่าน LoungeKey ในหลายประเทศ.

พูดถึง JCB ก็นึกถึงญี่ปุ่นเลย ตอนไปซัปโปโรเมื่อปลายปี 2022 คือรูดทุกอย่างจริงๆ ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อยันร้านราเม็งข้างทาง ไม่เคยโดนปฏิเสธเลยสักครั้ง มันคนละเรื่องกับบัตรค่ายอื่นเลย

ส่วนเลาจน์สนามบินนี่ตัวดีเลย ที่นาริตะกับฮาเนดะคือสวรรค์ของคนถือบัตร JCB จริงๆ แค่ยื่นบัตรให้ดู ก็เข้าไปนั่งชิลล์ๆ ได้เลยนะ ที่ฮาวายก็เหมือนกัน สนามบิน Daniel K. Inouye มีเลาจน์เฉพาะให้เลย มันให้ความรู้สึกพิเศษดี

ไต้หวันกับเกาหลีใต้นี่ก็สบายมาก ล่าสุดไปไทเปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รูดซื้อชานมไข่มุกร้านดังแถวซีเหมินติงก็ผ่านฉลุย ร้านค้าส่วนใหญ่รับหมดนะ คือถ้าเห็นสัญลักษณ์ JCB ก็ยื่นไปเลย ไม่ต้องคิดมาก

แต่ที่อื่นที่ไม่ใช่ญี่ปุ่นมันจะผ่าน LoungeKey อันนี้ต้องเช็คดีๆ ตอนไปแฟรงก์เฟิร์ตก็ลองใช้ดู มันเข้าได้จริงนะ แต่ต้องโชว์ boarding pass คู่กับบัตร JCB ของเราด้วย ไม่ใช่แค่ยื่นบัตรเฉยๆ เหมือนที่ญี่ปุ่น สิงคโปร์ก็ใช้ได้เหมือนกัน

อ่อ แล้วก็มี JCB Plaza Lounge อีกอันนะ อย่าสับสนกับเลาจน์ในสนามบิน อันนี้มันเหมือนเป็นศูนย์บริการมากกว่า เคยแวะไปที่ปารีส เขาช่วยจองร้านอาหารให้ได้ด้วย มีเจ้าหน้าที่คนญี่ปุ่นเลย บริการดีมาก แต่ไม่มีอาหารเครื่องดื่มให้นะ

บัตร JCB ใช้ประเทศอะไรได้บ้าง

ดึกแล้ว... ก็ยังคิดเรื่องบัตร JCB นี่แหละนะ ว่ามันใช้ที่ไหนได้บ้าง... คือมันใช้ได้ทั่วโลกเลยนะ ไม่ต้องห่วงอะไรมากนักหรอก ครอบคลุมไปถึง เอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ แล้วก็อเมริกาใต้ นี่คือข้อมูลตรง ๆ ที่มี

แต่ที่เห็นชัด ๆ เลยนะว่านิยมมาก ๆ คือ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นี่แหละ ไปทางนั้นก็เจอแต่ JCB ใช้กันเยอะจริง ๆ อืม... มันก็ดีนะ พกบัตรเดียวแล้วใช้ได้หลายที่แบบนี้ มันทำให้เราสบายใจขึ้นเยอะเลยล่ะ

ร้านค้าหรือธุรกิจที่รับบัตรน่ะ ก็คือที่เค้าร่วมกับเครือข่าย JCB ทั่วโลกเลยนะ อันนี้ถ้าไม่แน่ใจจริง ๆ ก่อนเดินทางน่ะ เช็คเว็บไซต์ JCB คือวิธีที่ชัวร์ที่สุดเลยนะ จะได้รู้ว่าบัตรเราใช้ได้จริง ๆ ที่นั่นไหม ไม่ต้องมานั่งกังวลตอนไปถึงที่

  • เครือข่ายบัตร: JCB เป็นแบรนด์บัตรเครดิตจากญี่ปุ่น ก่อตั้งในปี 1961
  • ความนิยม: ได้รับการยอมรับอย่างสูงในประเทศแถบเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และไทย
  • พันธมิตร: มีการร่วมมือกับเครือข่ายอื่น ๆ เช่น Discover ในสหรัฐอเมริกา เพื่อขยายการเข้าถึงของบัตร
  • ชำระออนไลน์: สามารถใช้บัตร JCB ทำรายการชำระเงินออนไลน์กับร้านค้าที่รองรับได้ทั่วโลก
  • สิทธิพิเศษ: ผู้ถือบัตรมักจะได้รับโปรโมชันและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ โดยเฉพาะเมื่อใช้จ่ายในญี่ปุ่น
  • สกุลเงิน: สามารถทำธุรกรรมได้ในสกุลเงินท้องถิ่นของแต่ละประเทศที่รองรับ
  • ความปลอดภัย: มีระบบรักษาความปลอดภัยในการทำธุรกรรมที่เชื่อถือได้

บัตร JCB ใช้ที่ญี่ปุ่นดียังไง

บัตร JCB ในญี่ปุ่นมันคือเจ้าบ้านครับ การยอมรับของบัตรแทบจะ 100% ทุกร้านค้า ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อไปจนถึงร้านค้าท้องถิ่นเล็กๆ ในต่างจังหวัด ซึ่งบัตรค่ายอื่นอาจจะมีปัญหาบ้างในบางที่

มันคือความได้เปรียบของระบบนิเวศที่ถูกสร้างมาเพื่อรองรับกันและกันโดยเฉพาะ ของที่เกิดมาเพื่อสิ่งแวดล้อมหนึ่ง ย่อมทำงานได้ดีที่สุดในสภาพแวดล้อมนั้นเสมอ นี่คือความจริงที่ไม่ซับซ้อนแต่ทรงพลัง

ส่วนบัตร KTC JCB ก็มีสิทธิประโยชน์ที่ออกแบบมาเพื่อคนเดินทางไปญี่ปุ่นโดยเฉพาะจริงๆ มันไม่ใช่แค่บัตรเครดิต แต่เป็นเหมือนเครื่องมือที่ทำให้การเดินทางราบรื่นขึ้น

  • คะแนน KTC FOREVER x2 ทุกการใช้จ่ายเป็นสกุลเงินเยนที่ญี่ปุ่น โดยไม่มีกำหนดยอดขั้นต่ำและไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ใช้แล้วได้เลย

  • บริการ Airport Lounge ในสนามบินหลักของญี่ปุ่นกว่า 28 แห่ง เช่น นาริตะ, ฮาเนดะ, คันไซ, ฟุกุโอกะ และอีกมากมาย รวมถึงที่สุวรรณภูมิด้วย

  • ส่วนลดและโปรโมชันเฉพาะ กับร้านค้ายอดนิยมที่คนไทยชอบไป อันนี้คือจุดแข็งจริงๆ พวก Don Quijote, Matsumoto Kiyoshi, Bic Camera หรือห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ อย่าง Marui และ Takashimaya มีโปรตลอด

  • JCB Plaza Lounge บริการห้องรับรองใจกลางเมืองใหญ่ๆ อย่างโตเกียวและโอซาก้า สามารถเข้าไปนั่งพักผ่อน ฝากสัมภาระ หรือให้เจ้าหน้าที่ช่วยจองร้านอาหารและบริการต่างๆ ได้

  • ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี อันนี้ตรงไปตรงมาแต่สำคัญมาก ทำให้เราสามารถถือบัตรไว้เพื่อรอทริปญี่ปุ่นครั้งต่อไปได้อย่างสบายใจ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง

บัตรเครดิตอะไรที่ใช้ในต่างประเทศได้

บัตรเครดิตใช้ต่างประเทศได้. KTC มีตัวเลือก. เรทแลกเปลี่ยนดี คือสิ่งสำคัญ.

  • KTC VISA SIGNATURE
  • KTC PLATINUM MASTERCARD
  • KTC JCB PLATINUM
  • KTC VISA INFINITE (ทุกประเภท)
  • KTC WORLD MASTERCARD (ทุกประเภท)
  • KTC UNIONPAY ASIA PRESTIGE DIAMOND

เงินเคลื่อนย้าย. นั่นคือชีวิต.

  • เรทแลกเปลี่ยน: ส่วนใหญ่ VISA, Mastercard, JCB มีเรทมาตรฐาน. มักดีกว่าแลกเงินสด.
  • ค่าความเสี่ยง: ปกติเรียกเก็บ 1-2.5% จากอัตราแลกเปลี่ยน. KTC บางบัตรอาจมีโปรพิเศษ. ตรวจสอบปีนี้.
  • สิทธิประโยชน์:ห้องรับรอง, ประกันเดินทาง, คะแนนสะสม ต่างประเทศ. ใช้ให้คุ้มค่า.
  • ความปลอดภัย: แจ้งเดินทางก่อนใช้บัตร. ป้องกันการระงับ.
  • เครือข่าย: พกหลายค่าย. VISA, Mastercard, JCB, UnionPay. ครอบคลุมทั่วโลก. ความพร้อมคือทางออก.

บัตรเครดิตแบบไหนใช้ที่ญี่ปุ่นได้

แสงไฟนีออนระยิบระยับในโตเกียว... ยามพลบค่ำ เสียงผู้คนจอแจ... แต่ในใจ... ความกังวลเรื่องเงิน เงินเยนในมือ... ดูแปลกตา... ตัวเลขยุ่งเหยิง จะใช้ยังไงนะ... บัตรในกระเป๋า... แสงเรืองรอง

ร้านค้าเล็กๆ ในตรอก... กาแฟหอมกรุ่น ยื่นบัตรออกไป... ด้วยความหวั่นใจ... และหวัง วีซ่า... มาสเตอร์การ์ด... เจซีบี... เหมือนชื่อวิเศษ เครื่องรูดบัตรส่งเสียง... เบาๆ... แล้วผ่าน ความโล่งใจเอ่อท่วม... นี่สิ... ความสะดวกสบาย

โรงแรมหรูริมแม่น้ำ... ในเกียวโต... สว่างไสว ร้านอาหารทันสมัย... หรือร้านสะดวกซื้อ บัตรใบเดียว... ก็พอ... ไม่ต้องกังวล ความทรงจำของความสับสน... จางหายไป ทุกที่... ทุกแห่ง... เปิดรับเรา

เดินเล่นในย่านกินซ่า... ผู้คนมากมาย... เสียงหัวเราะ ความมั่นใจ... กลับคืนมา... เต็มเปี่ยม บัตรเครดิต... ไม่ใช่แค่พลาสติก... แต่มันคือความผ่อนคลาย การเดินทางราบรื่น... สบายใจ... โอช่างดีงาม ความกลัวเรื่องเงิน... มันไม่เหลืออยู่เลย

  • บัตรเครดิตที่ใช้ในญี่ปุ่นได้แก่ วีซ่า มาสเตอร์การ์ด และเจซีบี เป็นหลัก.
  • ใช้ชำระเงินได้ใน: โรงแรมหลัก ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารขนาดใหญ่ และร้านค้าส่วนใหญ่ในเมือง.
  • ร้านค้าขนาดเล็กบางแห่ง หรือร้านอาหารพื้นเมืองอาจรับเฉพาะเงินสดเท่านั้น.
  • สามารถถอนเงินสดจากบัตรเครดิตได้ที่ตู้เอทีเอ็มของ 7-Eleven และ Japan Post Bank ซึ่งมีอยู่ทั่วไป.
  • แจ้งธนาคารผู้ออกบัตรก่อนการเดินทางเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาการบล็อกบัตร.
  • ตรวจสอบค่าธรรมเนียมอัตราแลกเปลี่ยน และค่าธรรมเนียมการทำรายการต่างประเทศจากธนาคาร.
  • บัตรเดบิตที่มีสัญลักษณ์เดียวกัน (Visa, Mastercard) ก็สามารถใช้ถอนเงินหรือชำระเงินได้ในลักษณะคล้ายกัน.