ปลาทูแม่กลองมีกี่ชนิด

8 ครั้งเข้าชม
ปลาทูแม่กลองมี 2 ชนิด ได้แก่ ปลาทูมันและปลาทูหอม ปลาทูมันมีเนื้อแน่น สีขาวอมเหลือง ส่วนปลาทูหอมมีเนื้อนุ่มและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รสชาติและความอร่อยแตกต่างกันอย่างชัดเจน ลองเลือกชิมดูนะคะ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ปลาทูแม่กลอง: มากกว่าแค่ “มัน” กับ “หอม”

หลายคนคุ้นเคยกับการแบ่งปลาทูแม่กลองเป็นสองประเภทหลักๆ คือ ปลาทูมันและปลาทูหอม โดยมักเข้าใจว่าปลาทูมันจะมีเนื้อแน่น สีขาวอมเหลือง ขณะที่ปลาทูหอมเนื้อนุ่มกว่าและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ความเข้าใจเช่นนี้แม้จะไม่ผิดทั้งหมด แต่มันก็ไม่ครอบคลุมความหลากหลายของปลาทูแม่กลองอย่างแท้จริง

ความจริงแล้ว คำว่า "ปลาทูมัน" และ "ปลาทูหอม" ไม่ได้หมายถึงชนิดของปลาทูที่แตกต่างกัน แต่เป็นการเรียกปลาทูชนิดเดียวกัน (คือ Rastrelliger brachysoma) ตามลักษณะของเนื้อสัมผัสและรสชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาและปัจจัยต่างๆ เช่น ฤดูกาล แหล่งอาหาร และขนาดของตัวปลา

  • ช่วงเวลา: ปลาทูที่จับได้ในช่วงฤดูมรสุม (ราวๆ เดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์) มักจะมีไขมันสะสมเยอะ จึงทำให้เนื้อแน่นและมัน จึงถูกเรียกว่า "ปลาทูมัน" ส่วนปลาทูที่จับได้ในช่วงอื่นๆ ที่มีไขมันน้อยลง เนื้อจะนุ่มกว่าและมีกลิ่นหอมขึ้น จึงถูกเรียกว่า "ปลาทูหอม"

  • ขนาด: ปลาทูตัวใหญ่ที่กินอาหารมาเยอะก็จะมีไขมันมากกว่าปลาทูตัวเล็ก ดังนั้นปลาทูตัวใหญ่จึงมักถูกเรียกว่า "ปลาทูมัน" ส่วนปลาทูตัวเล็กเรียกว่า "ปลาทูหอม"

  • กระบวนการหลังการจับ: วิธีการเก็บรักษาและแปรรูปก็มีผลต่อรสชาติและเนื้อสัมผัสของปลาทู เช่น การหมักเกลือ การตากแดด การย่าง ล้วนส่งผลต่อความมันและความหอมของปลาทู

ดังนั้น การแบ่งปลาทูแม่กลองเป็น “มัน” กับ “หอม” จึงเป็นการแบ่งตามลักษณะที่ปรากฏมากกว่าการแบ่งตามชนิดพันธุ์ ความอร่อยของปลาทูแม่กลองจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่คำว่า "มัน" หรือ "หอม" เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน ทำให้ปลาทูแม่กลองมีความหลากหลายในรสชาติและเนื้อสัมผัส รอให้เราได้ลิ้มลองและค้นหาความอร่อยที่แตกต่างกันไป

นอกจากนี้ ยังมีปลาทูชนิดอื่นๆ ที่อาจจับได้ในบริเวณแม่น้ำแม่กลองบ้าง แต่ไม่ใช่ปลาทูที่เป็นสินค้าหลักของพื้นที่ เช่น ปลาทูแขก (Rastrelliger kanagurta) ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าปลาทูแม่กลองทั่วไป ดังนั้นเมื่อพูดถึง "ปลาทูแม่กลอง" โดยทั่วไปจะหมายถึง Rastrelliger brachysoma ที่มีลักษณะ "มัน" หรือ "หอม" ตามที่กล่าวมาข้างต้น