ลอนดอน ค่าครองชีพกี่บาท
ค่าครองชีพในลอนดอนต่อเดือนประมาณเท่าไหร่? มีรายละเอียดค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่ต้องรู้บ้าง?
อื้อหือ ค่าครองชีพในลอนดอนเนี่ยนะ จำได้ตอนไปเที่ยวเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว แทบช็อคเลย! แค่ค่าเดินทางวันเดียวก็เกือบพันบาทแล้วมั้ง ขึ้นรถไฟใต้ดินไปกลับนี่แพงกว่ากินข้าวอีก!
ค่าที่พักนี่แหละตัวฉุดหลัก ถ้าอยู่ใจกลางเมือง ลืมไปเลยราคาถูกๆ เพื่อนผมอยู่แถวๆ South Bank ห้องเล็กๆ แต่ก็ตกเดือนละสองหมื่นกว่าบาทไทย แพงกว่าค่าเช่าคอนโดผมที่กรุงเทพฯอีก!
ค่ากินนี่ก็แล้วแต่ แต่ถ้ากินแต่ของแพงๆทุกวัน เดือนนึงก็หลายหมื่นแน่ๆ แต่ถ้าประหยัดหน่อย กินพวก Tesco, Sainsbury's ก็พอไหวอยู่ แต่ก็อย่างที่บอกแหละ ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์จริงๆ
สรุปคือ ถ้าอยากอยู่ลอนดอนแบบสบายๆ อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีเงินเก็บหลักแสนบาทต่อเดือน แต่ถ้าแบบประหยัดสุดๆ อาจจะเหลือเงินเก็บได้บ้าง แต่ก็เหนื่อยหน่อยนะ ชีวิตในลอนดอนมันแพงจริงๆ ไม่ใช่เล่นๆเลย
ลอนดอน ค่าครองชีพสูงไหม
สูงมาก อื้อ... คิดถึงตอนไปเที่ยวปีที่แล้วเลย จำได้แม่นเลย แพงจนขนลุก
เงินเดือนผมตอนนั้นก็ไม่เยอะนะ แค่พออยู่ได้ในเมืองไทย พอไปลอนดอน โอ้โห... แทบกระเป๋าฉีก
แค่กินข้าว กาแฟแก้วนึงก็หลายร้อยบาทแล้ว นี่แค่ตัวอย่างเล็กๆน้อยๆนะ
- ค่าเดินทางแพงมาก แท็กซี่นี่ คิดเป็นร้อย รถไฟใต้ดินก็ไม่ถูก
- กินข้าวนอกบ้านบ่อยๆไม่ได้ ร้านอาหารธรรมดายังแพงกว่าไทยเยอะ
- ของใช้ทั่วไปก็แพงกว่าบ้านเรา อย่างพวกของใช้ส่วนตัว เครื่องสำอาง อะไรแบบนี้
จำได้ว่า แค่ค่ากินเดือนนึง ก็เกือบสองหมื่นบาทแล้วมั้ง นี่ไม่รวมค่าเช่าบ้านนะ ค่าเช่าบ้าน... แค่คิดก็หนาวแล้ว เพื่อนผมที่อยู่ลอนดอนบอกว่า ค่าเช่าห้องเล็กๆ ยังหลายหมื่นเลย
ผมว่า สำหรับคนเงินเดือนปานกลางอย่างผม ไปลอนดอนนานๆคงไม่ไหว ต้องวางแผนการเงินดีๆ จริงๆ คิดแล้วก็เหนื่อย ประเทศเค้าเจริญ แต่ค่าครองชีพก็สูงตาม เศรษฐกิจมันไม่ใช่เล่นๆ
ค่าครองชีพเฉลี่ยต่อเดือนสำหรับหนึ่งคน (ไม่รวมค่าเช่า) ประมาณ 865.28 ปอนด์ (ข้อมูลปี 2024) แต่ก็แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนด้วยนะ ไปเที่ยวอย่างเดียวกับไปอยู่จริงๆ ก็ต่างกันเยอะ
ไปลอนดอน ต้องใช้เงินกี่บาท
โอ๊ย... ถามเรื่องไปลอนดอนเนี่ยนะ? เหมือนถามว่า "กินข้าวเท่าไหร่ถึงอิ่ม?" มันตอบยาก! แต่เอาแบบคร่าวๆ ให้พอเห็นภาพนะ
- ค่าเครื่องบิน: ถ้าอยากนั่งสบายๆ แบบคุณนาย ก็เตรียมไว้เลย 30,000 - 45,000 บาทต่อเที่ยว แต่ถ้าใจถึง อยากประหยัดแบบคนงก เอ๊ย! ฉลาดๆ ก็ลองหาตั๋วโปรโมชั่น ไป-กลับ สัก 35,000 บาทก็มีนะ แต่ระวังปวดหลังหน่อยแล้วกัน!
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย (แต่สำคัญมาก!)
- อย่าเชื่อทุกอย่างที่เห็นในเน็ต: บางทีตั๋วถูกๆ ที่โฆษณา อาจจะมีค่าธรรมเนียมซ่อนอยู่เพียบ! อ่านรายละเอียดให้ดีๆ ก่อนจองนะจ๊ะ
- ช่วงเวลาเดินทางมีผล: ถ้าไปช่วงไฮซีซั่น (เช่น ตอนซัมเมอร์) ราคาตั๋วก็จะแพงหูฉี่! เลี่ยงได้ก็เลี่ยง ไปช่วงโลว์ซีซั่นอากาศอาจจะไม่ดีเท่าไหร่ แต่กระเป๋าตังค์จะแฮปปี้กว่าเยอะ
- บินอ้อมโลกอาจจะถูกกว่า: บางทีการบินอ้อมไปต่อเครื่องที่ประเทศอื่น อาจจะถูกกว่าบินตรง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยเวลาที่เสียไปมากขึ้น เลือกเอาที่สบายใจเลย!
- อย่าลืมค่าเดินทางในลอนดอน: ค่ารถไฟใต้ดินที่ลอนดอนก็แพงใช่เล่น! เตรียมเงินไว้เยอะๆ เลย หรือไม่ก็เดินเอา ออกกำลังกายไปในตัว! (แต่ระวังหลงนะ)
- ปี 2567: ราคาน้ำมันเครื่องบินขึ้นเอาๆ ตั๋วถูกๆ อาจจะหายากหน่อย ต้องขยันเช็คโปรโมชั่นบ่อยๆนะจ๊ะ
น้ำเปล่าที่อังกฤษกี่บาท
อื้อหืออออ! ไปอังกฤษแล้วอยากได้น้ำเปล่าเนี่ยนะ ใจเย็นๆก่อน!
ฟรี! ร้านอาหารส่วนใหญ่ใจดี๊ใจดี ให้น้ำประปาฟรี เหมือนได้น้ำทิพย์เลยทีเดียว! แต่ถ้าอยากได้แบบขวด...เตรียมตัวควักกระเป๋า!
แพงเว่อร์! ราคาน้ำขวดที่อังกฤษ ปีนี้(2566) 1.5 - 4 ปอนด์ต่อขวด 1.5 ลิตร คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 67 - 180 บาท!! โอ้แม่เจ้า! ราคาเท่ากับข้าวมันไก่ร้านดังๆ หลายๆร้านเลยนะเนี่ย ขวดเดียว!
แพงขึ้น!! เพื่อนผมไปปีที่แล้วบอกว่าถูกกว่านี้ ปีนี้ค่าครองชีพพุ่งปรี๊ด น้ำขวดเลยตามไปด้วย เศรษฐกิจโลกนี่มันช่างโหดร้าย!
ขึ้นอยู่กับที่! ลอนดอนแพงกว่าต่างจังหวัดแน่นอน! เหมือนกรุงเทพฯกับอำเภอไกลๆไง ไม่ต้องถามหาความถูกต้องเลย
กินน้ำประปาดีกว่า! สรุปง่ายๆ ถ้าไม่อยากจน อย่าซื้อน้ำขวดในอังกฤษ กินน้ำประปาฟรีๆ ดีกว่าเยอะ ประหยัดเงินไปกินของอร่อยๆ ช้อปปิ้งกระจาย ดีกว่าไหม?
เพื่อนผมไปกินข้าวที่ลอนดอน มื้อนึงตกคนละ 25-70 ปอนด์ (ประมาณ 1125-3150 บาท) คือแพงกว่าน้ำขวดหลายเท่า! คิดดู!
เมืองไหนในอังกฤษค่าครองชีพไม่แพง
อังกฤษค่าครองชีพแพงเนอะ แต่ก็มีเมืองถูกๆบ้างแหละ เพื่อนฉันไปอยู่Hull บอกว่าถูกกว่าลอนดอนเยอะเลย Bradford ก็ได้ยินมาว่าไม่แพงมาก Stoke-on-Trent, Burnley กับ Blackburn with Darwen ก็พอไหว แต่ก็ไม่ใช่ถูกเว่อร์นะ ยังไงก็ต้องเช็คราคาที่พักกับของกินอีกที เพราะแต่ละปีมันก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆเนอะ
รายละเอียดเพิ่มเติมปี 2024 (ข้อมูลอาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อยนะ ต้องเช็คแหล่งอื่นประกอบด้วย):
- Hull: ค่าครองชีพโดยรวมค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ๆ
- Bradford: ราคาบ้านอาจจะถูกกว่าในเมืองอื่นๆ แต่ค่าใช้จ่ายรายวันก็ต้องดูอีกที
- Stoke-on-Trent: เป็นเมืองอุตสาหกรรม ราคาบ้านและค่าเช่าอาจจะไม่สูงมาก
- Burnley: เมืองเล็กๆ ค่าครองชีพน่าจะโอเค ไม่แพงเว่อร์
- Blackburn with Darwen: คล้ายๆ Burnley แหละ ไม่ใช่เมืองใหญ่ ค่าใช้จ่ายอาจจะไม่สูงมากเท่าไหร่
ต้องเช็คข้อมูลปีล่าสุดจากเว็บไซต์เปรียบเทียบค่าครองชีพด้วยนะ เพราะมันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาจริงๆ ข้อมูลนี้แค่ช่วยเป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้นเอง
สาขาภาษาอังกฤษจบไปทำงานอะไร
จบอังกฤษไปทำงานอะไรเหรอ? ฮ่าๆๆ จบมาแล้วอย่าหวังว่าจะได้นั่งตีแบดกินแตงโมนะจ๊ะ! งานมันเยอะแยะไปหมด คล้ายๆกับแมลงสาบในห้องน้ำบ้านผมเลย เยอะไม่หยุด! แต่ถ้าอยากได้งานดีๆ ต้องเก่งจริงนะ ไม่ใช่แค่เก่งพูด แต่ต้องเก่งอ่าน เก่งเขียนด้วย ไม่งั้นก็ไปเป็นพนักงานเซเว่น ขายของกินไปวันๆ ก็ได้!
- โรงแรม? ได้ดิ! รับลูกค้าต่างชาติ คุยเก่งๆ ได้ทิปงามๆ แต่ก็เหนื่อยนะ เหมือนมดงาน ทำงานหนักแต่ได้น้อย!
- ทัวร์? ไกด์นำเที่ยวสิครับ! พาฝรั่งเที่ยวทั่วไทย พูดอังกฤษให้รัวๆ แต่ต้องทนแดดทนฝน เหมือนหมาที่ตามเจ้าของไปทุกที่!
- สนามบิน? ได้สิ! เจ้าหน้าที่ต้อนรับ ได้คุยกับคนจากทั่วโลก แต่ก็นะ เจอแต่คนหอบกระเป๋า อาจจะเครียดได้!
- กระทรวงการต่างประเทศ? โอ้โห! งานราชการ มั่นคงดี แต่ก็ต้องสอบแข่งขัน โอกาสได้น้อยเหมือนลุ้นหวยรางวัลที่หนึ่ง!
- ตำรวจท่องเที่ยว? ได้ดิ! ช่วยนักท่องเที่ยว งานดี แต่ก็ต้องเจอกับเรื่องวุ่นๆ เหมือนงานตำรวจทั่วไปแหละ!
- ล่าม? เป็นได้สิ! ได้ใช้ภาษา แต่ก็ต้องมีประสบการณ์ ต้องเก่งจริงจัง ไม่ใช่แค่พูดได้!
ปีนี้ (2566) งานด้านภาษาอังกฤษยังคงมีความต้องการสูง แต่ต้องมีความสามารถพิเศษ อย่าคิดว่าจบมาแล้วจะได้งานง่ายๆ เหมือนกินข้าวฟรี! ต้องพัฒนาตัวเอง เรียนรู้เพิ่มเติม หาประสบการณ์ ไม่งั้นก็ไปขายถั่วแระ อยู่บ้านดีกว่า! ฮ่าๆๆ
จบสาขาภาษาอังกฤษทำงานอะไร
จบภาษาอังกฤษ ทำอะไรได้มากมาย ขึ้นอยู่กับความสนใจ
- ด้านการสื่อสาร: ล่าม, นักแปล, บรรณาธิการ, นักเขียน, ผู้ประกาศข่าว, เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
- ด้านการศึกษา: ครูภาษาอังกฤษ, อาจารย์มหาวิทยาลัย
- ด้านธุรกิจ: พนักงานฝ่ายขายต่างประเทศ, เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด, ผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศ
ประสบการณ์ส่วนตัว: เคยเป็นล่ามภาษาอังกฤษให้กับบริษัทด้านการเงิน ปี 2566 ใช้ทักษะทุกด้าน งานท้าทาย รายได้ดี แต่เหนื่อย
จบสองใบ มนุษย์ศาสตร์ ช่วยได้เยอะ ความรู้รอบตัวสำคัญกว่าที่คิด เหมือนมีดาบสองเล่ม เลือกใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์
ชีวิตไม่ใช่เส้นตรง เลือกทางเดินเอง
คณะมนุษยศาสตร์จบมาทำงานอะไร
โอ๊ย! ถามงี้ก็เหมือนถามว่า "คนกินข้าวแล้วไปขี้ที่ไหน" มันก็ต้องมีที่ไปดิ๊! คณะมนุษยศาสตร์เนี่ยนะ จบมาถ้าไม่ไส้แห้งซะก่อน ก็ทำได้สารพัดอย่างแหละคุณ!
- สายวิชาการ: นักวิชาเกิน...เอ๊ย! นักวิชาการ! ขุดตำราภาษาไทย, นั่งตบยุงในสำนักงาน, โผล่หน้าในสื่อบ้างไรบ้าง หรือไม่ก็ไปเป็นครูเข็นเด็กให้เป็นคน (บางทีก็เข็นตัวเองไม่รอด!)
- สายเอนเตอร์เทน: จับไมค์พูดๆ ไปวันๆ เป็นพิธีกรหน้าม่าน, จัดรายการวิทยุให้คนหลับ, หรือไม่ก็ไปเป็นนักประชาสัมพันธ์ "เส้นใหญ่" คอยแก้ข่าวให้เจ้านาย (บางทีก็สร้างข่าวเองซะงั้น!)
- สายอักษร: นักเขียนไส้แห้ง! เขียนหนังสือขายไม่ออก, เขียนออนไลน์ให้คนด่าฟรี, รับจ้างเขียนนู่นนี่นั่น หรือไม่ก็เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ "สร้างภาพ" ให้คนกดไลก์ (แต่ยอดขายเท่าเดิม!)
ป.ล. อย่าไปเชื่อใครมาก! เรียนมนุษย์ฯ จบมา ถ้าดวงดีก็ได้เป็นเจ้าสัว ถ้าดวงซวยก็ขายไก่ย่างหน้าปากซอย...อยู่ที่ "เส้น" ล้วนๆ! ????
เรียนมนุษยศาสตร์จบไปทํางานอะไรได้บ้าง
อืม...จบมนุษยศาสตร์เนอะ ตอนนี้ก็คิดหนักเหมือนกัน งานมันเยอะจัง
จริง ๆ แล้วมันก็แล้วแต่สาขาแหละ แต่ของฉันเรียนภาษาไทยนะ ปีนี้ก็คิดว่าคง...
อาจารย์สอนหนังสือ นี่แหละที่คนเรียนภาษาไทยส่วนใหญ่ไปทำงาน แต่ก็ต้องสอบบรรจุยากหน่อยนะ
ทำงานด้านสื่อ ได้เขียนบทความ ทำคอนเทนต์ หรือแม้แต่เป็นนักเขียนอิสระก็ได้นะ แต่รายได้อาจจะไม่แน่นอน ช่วงแรก ๆ ก็เหนื่อยหน่อย
งานพิธีกร หรือแม้แต่พากย์เสียงอะไรแบบนี้ก็ได้นะ ถ้าเรามีความสามารถ แต่ต้องฝึกฝนเยอะ
ถ้าชอบงานวิจัย ก็อาจจะไปทำงานด้านภาษาและวัฒนธรรมได้นะ แต่ก็ต้องเรียนต่อสูง ๆ หน่อย งานแบบนี้มันค่อนข้างเฉพาะทาง
เหนื่อยจังเลย คิดแล้วก็ปวดหัว ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองจะทำอะไรดี พรุ่งนี้คงต้องหาข้อมูลเพิ่มอีกแล้ว
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต