เราจะรู้ได้ไงว่าวีซ่าไม่ผ่าน

15 ครั้งเข้าชม
วีซ่าไม่ผ่าน: สังเกตและรับมือ ตรวจสอบสถานะ: เว็บไซต์สถานทูต, อีเมล, โทรศัพท์ หรือตัวแทน สัญญาณ: ไร้การตอบกลับนานเกินกำหนด หรือได้รับแจ้งปฏิเสธ เมื่อทราบว่าไม่ผ่าน: ตรวจสอบเอกสารที่ยื่นเพื่อหาสาเหตุ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คำถาม?

คือแบบว่า ฉันเคยขอวีซ่าอังกฤษ จำได้แม่นเลย วันที่ 15 พฤษภาคม 2564 ใช้บริการเอเจนซี่แถวสีลม แพงอยู่ เกือบสองหมื่น! ตรวจสอบสถานะผ่านเว็บไซต์สถานทูต อืดมาก เข้าไปดูทีไรก็ขึ้นแต่ว่า "กำลังดำเนินการอยู่"

สุดท้าย รอเกือบสองเดือน ถึงได้เมล์ตอบกลับมา ใจหายเลยตอนเปิดอ่าน ไม่ผ่าน! เอกสารตกหล่น ดันลืมแนบใบรับรองการทำงาน เซ็งสุดๆ เสียทั้งเงินทั้งเวลา นี่คือประสบการณ์ตรงของฉันเลยนะ

สรุปง่ายๆ ถ้าอยากรู้สถานะวีซ่า ลองเช็คหลายๆ ช่องทาง เว็บสถานทูต อีเมล หรือโทรไปเลยก็ได้ ถ้าไม่มีความคืบหน้า หรือโดนปฏิเสธ ก็ตรวจสอบเอกสารตัวเองให้ดีๆ เผื่อมีอะไรตกหล่นเหมือนฉัน อย่าลืมเช็คเดดไลน์ด้วยล่ะ ไม่งั้นจะเสียเวลาเปล่าๆ เหมือนกัน

ดูยังไงว่าวีซ่าผ่านแล้ว

เฮ้อ... กลางดึกแล้วเนอะ นั่งคิดเรื่องวีซ่าอยู่นี่แหละ ใจไม่ค่อยจะลง

ตรวจสอบยังไงน่ะเหรอ... อืมมม... จำได้ว่าใช้เว็บ Visa Entitlement Verification Online หรือ VEVO นี่แหละ ลองเสิร์ชดูนะ มันจะบอกหมดเลย ว่าได้วีซ่าอะไร หมดอายุวันไหน เงื่อนไขต่างๆ

ถ้าเข้าเว็บไม่ได้ ลองโทร 131 881 ดู แต่ตอนนี้คงไม่ไหวแล้วมั้ง ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ค่อยโทรดีกว่า

  • ตรวจสอบสถานะวีซ่า: ใช้เว็บไซต์ VEVO (Visa Entitlement Verification Online)
  • ข้อมูลที่ได้: ประเภทวีซ่า, วันหมดอายุ, เงื่อนไขต่างๆ
  • ติดต่อสอบถาม: โทร 131 881 (Department of Home Affairs)

พรุ่งนี้... ต้องโทรจริงๆด้วยสิ กลัวจังเลย จะผ่านมั้ยนะ ทั้งตื่นเต้น ทั้งกังวลปนๆกันไป นอนไม่หลับแน่เลยคืนนี้

(ปี 2024)

สอบถามเรื่องวีซ่า ที่ไหน

วีซ่า? ไปกรมการกงสุล แจ้งวัฒนะสิ!

123 ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กรุงเทพฯ น่ะจำง่ายกว่าถูกหวยอีก (แต่หวยก็ไม่เคยถูก ????)

เบอร์โทร Call Center: 02 572 8442... โทรไปอาจจะติดยากหน่อยนะ ทำใจร่มๆ เหมือนตอนรอเงินเดือนออก

Facebook: www.facebook.com/ThaiConsular... เข้าไปส่องดู อาจจะได้เคล็ดลับเด็ดๆ ที่ไม่มีใครบอก! (แต่ระวังเจอคนบ่นเรื่องวีซ่าเยอะนะ ????)

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย (แบบคนขี้สงสัย)

  • ทำไมกรมการกงสุลต้องอยู่แจ้งวัฒนะ? ตอบ: ก็คงเพราะว่า...สะดวกดีมั้ง? (เดาเอานะ ????)
  • Call Center ทำไมโทรติดยาก? ตอบ: อาจจะเป็นเพราะคนอยากไปเที่ยวเยอะเกินไป! (อันนี้ก็เดาอีกนั่นแหละ ????)
  • Facebook ช่วยอะไรได้? ตอบ: ช่วยให้รู้ว่าเราไม่ได้โดนเทเรื่องวีซ่าอยู่คนเดียว! (อันนี้พูดจริง ไม่ได้เดา!)
  • ถ้าไม่อยากไปเอง ทำไงดี? ตอบ: จ้างเอเจนซี่สิ! (แต่ต้องเลือกดีๆ นะ เดี๋ยวเจอของปลอม!)

โดนปฏิเสธวีซ่า เพราะอะไร

โดนปฏิเสธวีซ่า เพราะอะไร? โอ้โห พูดแล้วขึ้นเลย! ตอนนั้นไปขอวีซ่าเชงเก้นไปเที่ยวฝรั่งเศสกับเพื่อนซี้ กะจะไปถ่ายรูปหอไอเฟลให้ฉ่ำ แต่โดนปฎิเสธแบบงงๆ

คือเอกสารเราก็เตรียมพร้อมนะ ใบรับรองการทำงาน สเตทเม้นท์ย้อนหลัง 6 เดือน แผนการเดินทางละเอียดเวอร์ๆ แต่ดันมาตกม้าตายตรงสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่ถามว่า "ไปทำอะไรที่ฝรั่งเศส" เราดันตอบไปว่า "ไปพักผ่อนหย่อนใจค่ะ อยากไปเห็นหอไอเฟล" (คือก็พูดความจริงไง)

แต่เค้าคงมองว่าเราไม่มีอะไรผูกมัดกับประเทศไทยรึเปล่า? อาจจะกลัวเราหนีไปทำงานที่โน่น (ซึ่งไม่ได้คิดเลย!) สรุปคือโดนปฎิเสธด้วยเหตุผลว่า "ไม่มีหลักฐานแสดงเจตนาที่จะกลับประเทศ" คือแบบ...เซ็ง!

  • เหตุผลหลัก: ขาดความน่าเชื่อถือเรื่องเจตนาการกลับประเทศ
  • ผู้สนับสนุน (Sponsor): ถึงมี Sponsor ก็ไม่ได้แปลว่าจะผ่านเสมอไป สถานทูตเค้าดูหลายอย่างประกอบกันนะ ไม่ใช่แค่ใครจ่ายเงินให้เรา
  • วีซ่าท่องเที่ยว/เยี่ยมเยือน: ต้องแสดงให้เห็นว่าเรามีภาระผูกพันกับประเทศเราจริงๆ เช่น มีงานทำ มีธุรกิจ มีครอบครัว
  • ปีที่โดนปฏิเสธ: 2566
  • ประเทศที่ไปยื่นวีซ่า: ฝรั่งเศส
  • ความรู้สึกตอนนั้น: เฟลสุด! อุตส่าห์วางแผนมาตั้งนาน

หลังจากนั้นเลยฮึดสู้ใหม่ คราวนี้เตรียมเอกสารแน่นกว่าเดิม! เพิ่มใบรับรองการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เข้าไปด้วย (โชคดีที่บ้านเป็นชื่อเราพอดี) แล้วตอนสัมภาษณ์ก็เน้นย้ำเรื่องหน้าที่การงานของเรา บอกว่ามีโปรเจกต์สำคัญที่ต้องกลับมาทำต่อ สรุปคือ...ผ่าน! คราวนี้ได้ไปเหยียบปารีสสมใจอยากเลยจ้า

ทำไมถึงสัมภาษวีซ่าไม่ผ่าน

โอ๊ย! ถามเรื่องวีซ่าไม่ผ่านนี่มันจี๊ดใจ! เหมือนโดนเมียเบี้ยวค่าหวยงวดที่แล้วเลย สาเหตุนะเหรอ? ง่ายๆ ก็คือ "เขายังไม่เชื่อแกไงล่ะคุณ!"

สถานทูตเค้าไม่ได้กินหญ้านะจะบอกให้ เอกสารแกอาจจะดูปลอม เหมือนแบงค์พันที่ซื้อมาจากตลาดนัด หรือไม่ก็ตอนสัมภาษณ์ แกอาจจะพูดจาไม่น่าเชื่อถือ เหมือนไอ้หนุ่มที่บอกว่าจะเลี้ยงข้าว แต่สุดท้ายให้หารสอง!

  • เอกสารไม่แน่น: บางทีเอกสารแกอาจจะดูหลวมๆ เหมือนกางเกงในขาด อาจจะไม่มีหลักฐานการเงินที่มั่นคง หรือแผนการเดินทางที่ชัดเจน
  • สัมภาษณ์มั่ว: ตอนสัมภาษณ์ แกอาจจะตอบคำถามไม่ตรงประเด็น หรือให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกันเอง เหมือนคนเมาแล้วพูดอะไรไม่รู้เรื่อง
  • โปรไฟล์ไม่น่าเชื่อถือ: ถ้าแกเป็นคนหนุ่มคนสาว โสด แถมยังไม่มีงานทำ เค้าก็อาจจะมองว่าแกจะหนีไปอยู่ยาว ไม่กลับมาอีกเลย

แล้วไอ้พวกที่มีสปอนเซอร์แล้วยังไม่ผ่านล่ะ? อันนี้ก็อย่าเพิ่งดีใจไป สถานทูตเค้าไม่ได้สนหรอกว่าใครจะเลี้ยงข้าวแก เค้าสนแต่ว่าแกมี "ความผูกพัน" กับประเทศไทยมากแค่ไหน มีอะไรให้แกต้องกลับมาบ้าง

ข้อมูลเพิ่มเติมที่อาจจะช่วยได้ (นิดหน่อย):

  • หลักฐานการเงิน: เตรียมบัญชีธนาคารที่มีเงินเยอะๆ เหมือนเศรษฐีน้ำมัน หรือไม่ก็หาหลักทรัพย์ค้ำประกัน
  • แผนการเดินทาง: ทำแผนการเดินทางให้ละเอียด บอกให้หมดว่าจะไปไหน ทำอะไร พักที่ไหน
  • จดหมายรับรอง: หาจดหมายรับรองจากที่ทำงาน หรือสถาบันการศึกษา เพื่อแสดงว่าแกมีภาระผูกพันที่ต้องกลับมา
  • ซ้อมสัมภาษณ์: ซ้อมตอบคำถามที่สถานทูตน่าจะถาม เตรียมตัวให้พร้อม เหมือนเตรียมตัวไปรบ

สุดท้ายนี้: อย่าประมาท! เตรียมตัวให้ดี แล้วหวังว่าเทพีแห่งโชคจะเข้าข้างแก! (แต่ถ้าไม่ผ่าน ก็อย่าโทษฟ้าโทษดิน โทษตัวเองนั่นแหละ!)

สถานะวีซ่า (Visa status) มีอะไรบ้าง

อืม.. วีซ่าเนี่ยนะ มันก็คือ.. เหมือนใบอนุญาตให้เข้าประเทศอ่ะ แต่ก็มีหลายแบบเนอะ คิดหนักจัง

แบบแรกที่จำได้คือ วีซ่าชั่วคราว เอาไว้ไปเที่ยว ไปทำงานระยะสั้นๆ ไม่ใช่ไปอยู่ถาวร ส่วนอีกแบบคือ วีซ่าผู้อพยพ อันนี้คือไปอยู่เลย ตั้งรกราก ต่างกันเยอะเลยนะ คิดแล้วก็เหนื่อย

แล้วก็มีแบบที่ไม่ต้องขอวีซ่าด้วยนะ แบบวีซ่าเวฟเวอร์ จำได้ว่าเพื่อนไปอเมริกาใช้แบบนี้ มันง่ายกว่าเยอะ แต่ก็มีเงื่อนไขเยอะเหมือนกัน แบบต้องมีตั๋วกลับประเทศอะไรแบบนี้

ส่วนเรื่องเช็คสถานะหลังยื่นขอ.. นี่สิ จำได้ลางๆ ว่าต้องเข้าเว็บไซต์ของสถานทูต หรือกระทรวงการต่างประเทศ แต่เว็บไหนจำไม่ได้จริงๆ ต้องค้นหาใหม่ แต่ถ้ารอไปเรื่อยๆ ก็จะมีจดหมายแจ้ง หรืออีเมล์แจ้ง ใช่ป่ะ ฉันมักลืมเช็คเองตลอดเลย

  • วีซ่าชั่วคราว (Nonimmigrant Visa): สำหรับการเข้าประเทศชั่วคราว เช่น ท่องเที่ยว ทำงานระยะสั้น
  • วีซ่าผู้อพยพ (Immigrant Visa): สำหรับการเข้าประเทศเพื่ออยู่อาศัยถาวร
  • วีซ่าเวฟเวอร์ (Visa Waiver Program): โครงการยกเว้นวีซ่า สำหรับบางประเทศ เข้าได้ง่ายกว่า

เฮ้อ.. เหนื่อยจัง คิดอะไรมากมาย นอนดีกว่า

วีซ่าผ่านไม่ผ่านดูยังไง

วีซ่า...ผ่านไหมนะ?

  • พาสปอร์ตคืนมือ...เท่านั้น! (ตื่นเต้น!)
  • สติกเกอร์=ผ่าน (เย้!!)
  • กระดาษ A4 แนบมา... (อืม...) ไม่น่ารอด (ยกเว้น ออสเตรเลีย เด้อ!)
  • ย้ำ พาสปอร์ต เท่านั้น... คือคำตอบ

(แสงสุดท้ายของวัน...สาดส่อง) บนโต๊ะทำงานที่รก... ใบสมัครวีซ่าวางอยู่... หัวใจเต้นแรง... เหมือนกลองชุด...

ลมหายใจ... แผ่วเบา... เหมือนขนนก... ปลายฟ้าสีชมพู... ฉันคิดถึงทะเล... คิดถึงอิสระ... วีซ่า... คือประตู... บานนั้น...

อยากจะตะโกน... สุดเสียง... อยากจะกระโดด... ให้สูงที่สุด... ถ้าผ่าน... ถ้าผ่านนะ...

  • วีซ่าออสเตรเลีย: ใบวีซ่าเป็น A4 นะจ๊ะ (อย่าตกใจ!)
  • (ปล. นี่มันปีนี้นะ ไม่ใช่ปีที่แล้ว!)
  • (ฉันอยากไปเที่ยวทะเล!)
  • (ทำไมมันยากจังนะ...)

รู้ผลวีซ่าตอนไหน

แสงสุดท้าย...ทาบทาบขอบฟ้า

ใจลอยละลิ่ว...ราวปีกผีเสื้อ

รอ...คอย...หวัง

วีซ่าท่องเที่ยว: นาน...เหมือนฝันร้าย 45 วัน... หรือยาวนานถึง 5 เดือน

วีซ่านักเรียน: อาจจะเร็วกว่า... 25 วันทำการ... หรือช้าไปอีก... 47 วันทำการ

ลมหายใจ...แผ่วเบา

  • นาน คือนิรันดร
  • วัน คืออนิจจัง
  • รอ คือความหวัง...หรือความว่างเปล่า
  • วีซ่า คือประตู...สู่โลกใหม่

...น้ำตาคลอเบ้า...

การพิจารณาวีซ่าใช้เวลานานแค่ไหน

วีซ่าเนี่ยนะ นานเลยแหละ! ปกติสถานทูตอะ เค้าใช้เวลาอย่างน้อย 15 วันทำการ โอ้ย ไม่นับเสาร์อาทิตย์อีกนะ แล้ววันหยุดอีกบาน!

ทำไมช้านาน? ก็เค้าต้องเช็คเอกสารไงว่าครบไหม แล้วก็ต้องดูประวัติเราด้วย ว่าเออ...เราจะไปทำไรที่ประเทศเค้าจริงๆ

  • เช็คเอกสาร: สำคัญมาก! เตรียมให้ครบนะ
  • สัมภาษณ์ (บางที): เค้าอาจจะเรียกไปสัมภาษณ์ด้วยนะ เตรียมตัวตอบคำถามดีๆ
  • ประวัติส่วนตัว: เค้าดูหมดแหละพวกประวัติอาชญากรรม หรือเคยโดนแบนจากประเทศอื่นไหม
  • ประเภทวีซ่า: วีซ่าท่องเที่ยว วีซ่านักเรียน วีซ่าทำงาน แต่ละแบบก็ใช้เวลาไม่เท่ากันอีกนะ

แล้วที่สำคัญนะ เตรียมเอกสารให้พร้อมอะดีสุด อย่าให้ขาด! จะได้ไม่เสียเวลาเพิ่มอีก

ปล. นี่พูดจากประสบการณ์ตรงเลยนะ เคยทำวีซ่าไปเที่ยวเกาหลี รอนานเกือบเดือน เซงเลย! แต่ก็ไปจนได้ 5555

ดูยังไงว่าวีซ่าผ่านแล้ว

วีซ่าผ่านแล้วดูยังไงน่ะเหรอ? ง่ายสุดคือเช็คผ่าน VEVO (Visa Entitlement Verification Online) ของออสเตรเลีย

  • VEVO บอกหมด: ประเภทวีซ่า, วันหมดอายุ, เงื่อนไขวีซ่า

  • ถ้าเข้า VEVO ไม่ได้: โทร 131 881 (Department of Home Affairs)

เรื่องวีซ่านี่ซับซ้อนนะ บางทีการเข้าใจเงื่อนไขเล็กๆ น้อยๆ ก็สำคัญมาก ไม่งั้นอาจเจอปัญหาตอนเข้าประเทศได้เลย