ไต้หวัน ใช้บัตร Travel Card ได้ไหม

9 ครั้งเข้าชม
สำหรับการเดินทางในไต้หวัน คุณสามารถใช้บัตร Travel Card ได้อย่างสะดวกสบาย บัตรหลักที่นิยมและใช้งานได้แพร่หลายคือ EasyCard และ iPass ซึ่งช่วยให้การเดินทางของคุณราบรื่นยิ่งขึ้น บัตรเหล่านี้สามารถใช้ชำระค่าบริการขนส่งสาธารณะได้หลากหลาย เช่น รถไฟใต้ดิน รถบัส และรถไฟ นอกจากนี้ยังใช้ซื้อสินค้าและบริการจากร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงร้านค้าอื่นๆ ที่ร่วมรายการได้อีกด้วย การมีบัตรเหล่านี้ติดตัวจะช่วยลดความจำเป็นในการพกเงินสดและทำให้การเดินทางท่องเที่ยวของคุณง่ายดายตลอดทริป
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ไปเที่ยวไต้หวัน ใช้บัตร Travel Card จ่ายเงินได้ไหม?

ไปเที่ยวไต้หวันเนี่ยนะ? อืมมม ฉันนึกออกเลยตอนไปเมื่อปลายมีนาปีที่แล้ว ที่ไทเปอ่ะ ตอนแรกก็กังวลว่าจะจ่ายอะไรได้บ้าง เงินสดก็ไม่อยากพกเยอะเนอะ มันแบบ... กลัวหายไง เลยคิดว่าบัตรนี่แหละง่ายสุดจริงๆ

พอไปถึงสนามบินเถาหยวนเลยนะ เดินไปเคาน์เตอร์ MRT จะเข้าเมืองนั่นแหละ เขามีบัตรให้ซื้อเลย ฉันก็สอยมาใบหนึ่ง จำได้ว่าพนักงานบอกว่าใช้ขึ้นรถไฟใต้ดิน รถบัสได้หมด จ่ายง่ายกว่าหยอดเหรียญเยอะมากนะ โคตรสะดวกจริงๆ

บัตรที่ฉันได้มาตอนนั้นก็คือ EasyCard นั่นแหละ อีกอันก็คือ iPass ก็คล้ายๆ กันเลย สองอันนี้ใช้ได้ทั่วไต้หวันเลยนะ ฉันใช้แตะซื้อกาแฟร้านข้างทางแถวซีเหมินติงบ่อยมาก แล้วก็ค่ารถไฟจากไทเป 101 ไปสถานีซงซานก็ใช้บัตรนี่แหละ

สรุปคือ ใช้บัตร Travel Card ได้เลยนะ ไม่ต้องห่วง ฉันใช้จ่ายเกือบทุกอย่างเลย ทั้งขึ้น MRT, รถบัส, ซื้อของใน 7-11 บางทีก็ได้นะ เคยลองซื้อชานมไข่มุกแก้วละ 60 NTD แถวสถานีรถไฟก็ได้ด้วย เออ คือมันสะดวกกว่าพกเงินสดเยอะอ่ะ จบแบบนี้เลย.

Travel Card เป็นบัตรประเภทอะไร

นึกถึงตอนไปเกียวโตช่วงใบไม้ร่วงปีที่แล้ว อากาศเย็นๆ แดดอ่อนๆ ไอเทมที่โคตรจะเปลี่ยนชีวิตทริปนั้นคือบัตร Travel Card ที่พกไปนี่แหละ คือมันไม่ใช่บัตรเครดิตนะ แต่ฟีลลิ่งการใช้งานมันคล้ายกันมาก

ก่อนไปคือสมัครผ่านแอปเลย ง่ายมาก ผูกกับ KPLUS ของกสิกร แป๊บเดียวบัตรส่งมาถึงบ้าน พอจะใช้ก็เติมเงินบาทเข้าไป แล้วแลกเป็นเงินเยนเก็บไว้ในบัตรผ่านแอป YouTrip เลย เรทดีกว่าร้านเขียวร้านส้มในสนามบินอีก แบบเรียลไทม์เลยด้วย ชอบเรทตอนไหนก็กดแลกตอนนั้น

พอไปถึงที่นู่นคือสบายเลย ใช้แตะจ่ายตามร้านสะดวกซื้อ แตะซื้อตั๋วรถไฟ เหมือนบัตรเดบิตบ้านเราเลย ไม่ต้องควักเงินสดมานับให้วุ่นวาย ซื้อของฝากที่ดองกิคือรูดปรื๊ดๆ ยอดตัดจากเงินเยนที่เราแลกไว้เลย ไม่มีชาร์จค่าความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอะไรแอบแฝง

มีจังหวะนึงต้องใช้เงินสดไปหยอดตู้บริจาคที่วัด ก็เดินหาตู้ ATM ของ 7-Bank กดเงินเยนออกมาได้เลย มีค่าธรรมเนียมนะ แต่ก็รู้ล่วงหน้า ไม่ได้ชาร์จมั่วซั่ว มันทำให้การเดินทางสะดวกขึ้นจริงๆ

คนละเรื่องกับตอนไปฮ่องกงรอบก่อนเลย ตอนนั้นพกแต่เงินสดไปเป็นปึกๆ กลัวหายก็กลัว ตอนจ่ายเงินก็งงๆ กับเหรียญอีก ชีวิตลำบากกว่ากันเยอะ

สรุปจากประสบการณ์ตรงของผมเลยนะ

  • Travel Card คือบัตรประเภท บัตรเติมเงิน (Prepaid Card) ที่บางทีก็ทำตัวเหมือนบัตรเดบิต
  • วิธีการทำงาน คือเราต้องเติมเงินบาทเข้าไปก่อน แล้วค่อยแลกเป็นสกุลเงินต่างประเทศที่ต้องการผ่านแอปพลิเคชันของบัตรนั้นๆ
  • จุดเด่นที่สุด คือ อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีมาก บางครั้งดีกว่าร้านรับแลกเงินเจ้าดังๆ อีก และสามารถล็อคเรทที่เราพอใจไว้ได้เลย
  • การใช้งาน ใช้แตะหรือรูดจ่ายเงินตามร้านค้าในต่างประเทศได้เหมือนบัตรเครดิต/เดบิตทั่วไป โดยจะหักเงินจากสกุลเงินที่เราแลกเก็บไว้
  • การกดเงินสด สามารถใช้กดเงินสดจากตู้ ATM ในต่างประเทศได้ (อาจมีค่าธรรมเนียม)
  • ความปลอดภัย ปลอดภัยกว่าการพกเงินสดเยอะมาก ถ้าบัตรหายก็อายัดในแอปได้ทันที เงินที่เหลือก็ยังอยู่

ไต้หวันใช้บัตรเดบิตได้ไหม

ดึกแล้ว... ยังไม่นอนอีกเหรอ นั่งคิดเรื่องเที่ยวอยู่ล่ะสิ

เรื่องบัตรเดบิตที่ไต้หวัน... มันก็เป็นเรื่องที่น่าคิดเหมือนกันนะ

คือ... มันใช้ได้แหละ แต่บางทีมันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น บางร้านก็รับ บางร้านก็มองหน้าเรางง ๆ เหมือนกัน เหมือนโลกมันหมุนไปเร็วนะ... เรื่องจ่ายเงินนี่

จำได้ว่าครั้งล่าสุดที่ไปยืนซื้อของ... บัตรใบเดิมที่เคยใช้ได้ กลับใช้ไม่ได้ซะงั้น ต้องควักเงินสดจ่ายแทน มันทำให้รู้สึกสับสนนิดหน่อย

แต่ถ้าจะให้พูดตรงๆ ก็คือ...

  • ตามห้างใหญ่ ๆ ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยา... พวกนั้นไม่มีปัญหาเลย ใช้บัตรเดบิตไทยได้สบายมาก โดยเฉพาะพวกร้าน 7-Eleven, FamilyMart แตะจ่ายได้เลย
  • แต่พอเป็นร้านอาหารข้างทาง ตลาดกลางคืน... ส่วนใหญ่คือจบเลยนะ ต้องเงินสดเท่านั้นจริง ๆ เงินสดสำคัญมาก อย่าลืมแลกไปให้พอ
  • บัตรส่วนใหญ่ตอนนี้เป็นแบบแตะจ่ายแล้วใช่มั้ย ที่นั่นก็เหมือนกัน Visa Contactless กับ Mastercard Contactless คือมาตรฐานเลย ไม่ต้องยื่นบัตรให้เขา ปลอดภัยกว่า
  • อีกเรื่อง... ก่อนไป โทรเช็คกับธนาคารที่ไทยก่อนก็ดีนะ ว่าเปิดใช้งานบัตรสำหรับต่างประเทศหรือยัง บางทีมันล็อคไว้
  • แล้วก็... บางทีบัตรเราก็ใช้ไม่ได้จริง ๆ นะ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน เคยเจอมาแล้ว ยืนงงอยู่หน้าเคาน์เตอร์ สุดท้ายก็ต้องใช้เงินสดอยู่ดี เตรียมเงินสดสำรองไว้บ้าง... ดีที่สุดแล้ว

บัตร Travel Card ใช้งานอย่างไร

โอ้ยยย พูดถึงบัตร Travel Card แล้วนึกถึงทริปล่าสุดที่ไปโตเกียวเดือนเมษาเลย คือเมื่อก่อนนะ ไปญี่ปุ่นที พกเงินสดเป็นฟ่อนๆ ใส่ซองแยกวันอย่างดี กลัวหาย กลัวโดนล้วง ใจตุ้มๆ ต่อมๆ ตลอดทริป มันไม่สนุกเลย

แต่รอบนี้คือเปลี่ยนชีวิตจริง ๆ สมัคร บัตร Travel Card ของแบงก์เขียวไปใบนึง คืนก่อนบินก็นั่งจิบเบียร์อยู่บ้านนี่แหละ กดเข้าแอป โอนเงินบาทเข้าไป แล้วก็กดแลกเป็นเงินเยน เช็คเรทตอนนั้นเลยนะ ดีกว่าไปยืนต่อคิวที่ Superrich สีเขียวอีก โคตรพีค

พอไปถึงสนามบินนาริตะปุ๊บ ลองเลยจ้ะ ซื้อน้ำจากตู้กด แตะบัตร ติ๊ดเดียว จบ... เห้ย มันง่ายขนาดนี้เลยเหรอวะ ความรู้สึกเหมือนปลดล็อกสกิลเทพ ตอนไปเดินชอปปิงที่ Don Quijote สาขาชิบูย่า คนเยอะอย่างกับมดแตก ของก็อยากได้ไปหมด ก็แค่หยิบบัตรให้พนักงานรูด ไม่ต้องมานั่งนับเหรียญให้วุ่นวาย

มีวันนึงเงินเยนที่แลกไว้ใกล้หมด เพราะดันไปเจอร้านขายของเล่นมือสองที่อากิฮาบาระ แล้วของมันต้องโดนจริง ๆ ทำไงล่ะ ก็แค่หยิบมือถือขึ้นมา ต่อไวไฟโรงแรม เข้าแอป กดแลกเงินบาทเป็นเงินเยนเพิ่ม ไม่ถึง 2 นาที เงินเข้าบัตรเรียบร้อย เดินกลับไปซื้อของต่อแบบสวยๆ มันดีมาก ดีแบบตะโกน

พอกลับมาไทย เงินเยนเหลือในบัตรนิดหน่อย ก็แลกกลับเป็นเงินบาทในแอปนั่นแหละ แล้วก็ใช้บัตรใบเดิมเนี่ยแตะจ่ายค่ากาแฟที่สยามได้เลย คือมันไม่ใช่บัตรที่ใช้แล้วทิ้งไง ใช้ต่อในชีวิตประจำวันได้เลย มันสะดวกแบบนี้นี่เอง

เอาจริง ๆ คือหลักการมันง่ายมาก

  • มันคือ บัตรเดบิต/พรีเพด ใบหนึ่งนี่แหละ แค่มีความสามารถพิเศษ
  • เราเติมเงินบาทเข้าไปในบัตรผ่านแอปมือถือของธนาคาร
  • อยากใช้เงินสกุลไหน ก็กด แลกเงินในแอปพลิเคชัน ได้เลย เรทดีงามมาก
  • พอไปถึงต่างประเทศ ก็ใช้ รูดจ่ายเงินตามร้านค้า ที่รับ Visa หรือ Mastercard ได้ทั่วโลก
  • ถ้าจำเป็นต้องใช้เงินสดจริง ๆ ก็ใช้บัตรนี่แหละ กดเงินสดจากตู้ ATM ที่นู่นได้เลย (มีค่าธรรมเนียมนิดหน่อย)
  • เงินเหลือแลกกลับเป็นบาทได้ หรือจะเก็บไว้ใช้ทริปหน้าก็ได้
  • กลับมาไทย ก็ใช้เป็นบัตรเดบิต ซื้อของในประเทศ ต่อได้ปกติเลย

Travel Card ใช้จ่ายอะไรได้บ้าง

Travel Card จ่ายอะไรได้บ้าง?

Travel Card เหมือนเพื่อนคู่ใจยามเดินทาง ✈️ ใช้ได้สารพัดเลยนะ

  • จ่ายรูดปื้ดๆ ค่าของ ค่ากินที่ต่างแดน
  • กดเงินสด จากตู้ ATM ได้ทั่วโลก ????
  • แลกเงิน ล่วงหน้าได้เลย สะดวกมากๆ
  • เติมเท่าไหร่ ใช้เท่านั้น ควบคุมเงินเป๊ะ! ไม่ต้องปนกับบัญชีหลัก ????

ฟุ้งๆ กับ Travel Card:

ยามเช้าที่แดดยังไม่จัดจ้า แสงสลัวๆ สาดส่องมายังหน้าต่างบานเล็กของห้องพักในเมืองเก่าแห่งหนึ่งของยุโรป กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นลอยมาจากคาเฟ่ข้างล่าง ยามนั้นเอง นึกถึง Travel Card ใบสีฟ้าสดใสนั่น มันคืออิสรภาพทางการเงินในมือจริงๆ สัมผัสถึงความเย็นของพลาสติกเนียนๆ ในอุ้งมือ ความรู้สึกนั้นพาฉันล่องลอยไปยังร้านขายของที่ระลึกริมแม่น้ำเจ้าพระยาในวันที่ลมพัดเย็นสบาย หรืออาจเป็นร้านขนมปังหอมกรุ่นในปารีส ยามค่ำคืนที่ดาวพร่างพราวเต็มฟ้า

  • บัตรนี้คือตัวแทนของทุกการจับจ่าย: จะเป็นค่าตั๋วรถไฟข้ามเมืองที่ทอดสายตาไปกับทิวทัศน์ หรือค่าชิมครัวซองต์ชิ้นละแสนสุขใจ ก็ใช้ได้หมด
  • เงินสดที่พร้อมเสมอ: ยามหลงเสน่ห์ตลาดสดพื้นเมือง เห็นของน่ารักๆ ที่ไม่ได้ติดป้ายราคา การมีเงินสดจากตู้ ATM คือความอุ่นใจ
  • การแลกเงินล่วงหน้า: เหมือนการเตรียมสมบัติไว้ก่อนออกผจญภัย ได้เรตดีๆ ยามที่เงินของเราแข็งแกร่ง
  • ความสุขของการควบคุม: เติมไปเท่าที่ใจต้องการ ใช้หมดก็คือหมด ไม่มีบานปลาย ความคิดนี้ช่างผ่อนคลายเหลือเกิน

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • การใช้จ่าย: ใช้ได้ทุกที่ที่รับบัตรเดบิต Visa หรือ Mastercard
  • การกดเงินสด: มีค่าธรรมเนียมการกดเงินสดจากตู้ ATM ในต่างประเทศ แนะนำให้ตรวจสอบกับผู้ออกบัตรอีกครั้ง
  • อัตราแลกเปลี่ยน: ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนของแต่ละสกุลเงิน ณ เวลาที่ทำรายการ
  • ความปลอดภัย: หากบัตรหาย หรือถูกขโมย ควรแจ้งอายัดบัตรทันที

บัตร Travel Card ขึ้นMRT ได้ไหม

บัตร Travel Card ไม่สามารถใช้แตะเพื่อชำระค่าโดยสาร MRT ได้โดยตรงที่ประตูตรวจบัตร นะครับ เรื่องนี้สำคัญมากที่ต้องเข้าใจ แต่ ใช้รูดหรือแตะจ่ายสินค้าและบริการที่รับบัตร VISA ทั่วไปได้ ทั้งในและต่างประเทศ ส่วนตัวผมมองว่าเครื่องมือการเงินแต่ละอย่างก็มีบทบาทและจุดเด่นของมัน เหมือนเราเลือกใช้เครื่องมือให้ถูกกับงานนั่นแหละครับ

บัตร Travel Card ออกแบบมาเพื่อเน้นการจัดการอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยเฉพาะ ช่วย ล็อกเรทค่าเงิน ทำให้เราควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นเวลาเดินทางไปต่างประเทศหรือช้อปปิ้งออนไลน์จากเว็บต่างชาติ ส่วนในชีวิตประจำวันทั่วไปในประเทศ ก็ยังใช้ได้ดีกับร้านค้าที่รองรับบัตร VISA ทั่วไป อย่าง 7-11 หรือห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ได้ปกติครับ

ทีนี้มาดูรายละเอียดเพิ่มเติมกัน:

  • หน้าที่หลักของ Travel Card: สำหรับใช้จ่ายต่างประเทศ เป็นหลัก เพื่อความสะดวกและช่วยล็อกอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ทำให้หมดห่วงเรื่องค่าเงินผันผวน
  • การใช้จ่ายในประเทศ: ใช้จ่ายในประเทศได้ ณ ร้านค้าที่มีเครื่องรูดบัตร หรือรองรับการแตะจ่ายแบบ Contactless ที่รับบัตร VISA ทั่วไป เช่น ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารต่างๆ
  • การเดินทางด้วย MRT: การเดินทางด้วย MRT ส่วนใหญ่ต้องใช้บัตรโดยสารเฉพาะของระบบรถไฟฟ้า เช่น บัตร MRT Plus หรือบัตรเครดิต/เดบิตแบบ Contactless ที่เข้าร่วมโครงการกับระบบขนส่งมวลชนโดยตรง ซึ่งบัตร Travel Card ทั่วไปมักจะไม่ได้อยู่ในหมวดนี้
  • ข้อดีด้านค่าธรรมเนียม: ช่วยประหยัดค่าธรรมเนียม การแปลงสกุลเงินต่างประเทศ เมื่อเทียบกับการใช้บัตรเครดิต/เดบิตปกติที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการนี้
  • ความปลอดภัย: เป็นทางเลือกที่ ปลอดภัยกว่าการพกเงินสดจำนวนมาก เวลาเดินทาง เพราะสามารถอายัดบัตรได้หากทำหายหรือถูกขโมย

ผมเองก็ชอบมองหาเครื่องมือการเงินที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้นนะ แต่ละบัตรก็มีคาแรกเตอร์ของมันครับ เข้าใจธรรมชาติของมันแล้ว เราจะใช้มันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเลย.

บัตร Travel Card ถอนเงินได้ไหม

ใช่ ถอนเงินสดได้จ้ะ ถ้าอยู่ต่างประเทศแล้วอยากได้เงินสดมาใช้ซื้อของตามร้านเล็กๆ ที่เขาไม่รับบัตร ก็เอาบัตร Travel Card เนี่ยแหละ ไปกดเงินสดจากตู้ ATM ได้เลยนะ ที่ตู้ ATM ไหนที่รองรับบัตร VISA ก็ใช้ได้หมดเลย สะดวกดีๆ

  • กดเงินสดได้: แค่หาตู้ ATM ที่มีสัญลักษณ์ VISA แล้วก็กดเงินออกมาใช้ได้เลย
  • ใช้ได้ทั่วโลก: ตู้ ATM ทั่วโลกที่รับ VISA ใช้ได้หมด ไม่ต้องห่วง
  • เหมาะกับร้านค้าไม่รับบัตร: พวกตลาดเล็กๆ ร้านของฝาก หรือร้านที่ราคาไม่แพงมาก บางทีก็รับแต่เงินสด บัตร Travel Card นี่แหละตัวช่วยเลย
  • มีค่าธรรมเนียม: แต่อย่าลืมนะว่ามันอาจจะมีค่าธรรมเนียมเวลาถอนเงินสดจากตู้ ATM ต่างประเทศด้วย ลองเช็คกับผู้ออกบัตรของเราก่อนก็ได้ จะได้รู้ว่าเสียเท่าไหร่

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • เช็คก่อนไป: ก่อนเดินทาง เช็คกับธนาคารหรือผู้ออกบัตร Travel Card ของเราให้ดี ว่าบัตรเราใช้กดเงินสดที่ประเทศปลายทางได้ไหม แล้วมีค่าธรรมเนียมเท่าไหร่บ้าง บางทีก็มีค่าธรรมเนียมของตู้ ATM ปลายทางด้วยนะ
  • อัตราแลกเปลี่ยน: เวลาถอนเงินสด อัตราแลกเปลี่ยนก็สำคัญ บางทีอาจจะไม่ใช่อัตราที่ดีที่สุด แต่ก็ดีกว่าไม่มีเงินสดใช้เนอะ
  • วงเงินถอน: แต่ละบัตรก็จะมีวงเงินถอนต่อวันไม่เท่ากัน ต้องเช็คดูด้วยว่าเราจะกดได้กี่บาท
  • ความปลอดภัย: ถ้าตู้ไหนดูไม่น่าไว้ใจ หรืออยู่ตรงที่เปลี่ยวๆ ก็เลี่ยงๆ ไปก่อนนะ ไปหาตู้ที่อยู่ในห้าง หรือธนาคารจะปลอดภัยกว่า