คะแนนGPA หายังไง
วิธีคำนวณ GPA? 3 ขั้นตอนคิดเกรดเฉลี่ยด้วยตัวเอง
การทำความเข้าใจ วิธีคำนวณ GPA อย่างถูกต้องเป็นปัจจัยสำคัญในการวางแผนการเรียนที่แม่นยำ การคำนวณคะแนนด้วยตนเองช่วยลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดและส่งผลดีต่อการประเมินเป้าหมายทางการศึกษาล่วงหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจสอบผลคะแนนสม่ำเสมอสร้างความพร้อมสูงสุดสำหรับการสมัครสอบหรือโอกาสรับทุนการศึกษาต่อในอนาคต
วิธีคำนวณ GPA เบื้องต้นที่ใครก็ทำเองได้
การหาคะแนน GPA หรือเกรดเฉลี่ยรายเทอมทำได้ง่ายๆ โดยนำเกรดที่ได้ของแต่ละวิชาคูณกับหน่วยกิตของวิชานั้นๆ แล้วนำผลลัพธ์ที่ได้ทั้งหมดมารวมกัน จากนั้นหารด้วยผลรวมหน่วยกิตทั้งหมดที่คุณเรียนในเทอมนั้น วิธีนี้จะช่วยให้คุณประเมินผลการเรียนเบื้องต้นได้ทันทีโดยไม่ต้องรอผลประกาศจากโรงเรียน
หลายคนของนักเรียนยอมรับว่าเลือกใช้แอปพลิเคชันหรือโปรแกรมคำนวณเกรดออนไลน์มากกว่าการคิดมือ เนื่องจากกังวลเรื่องความผิดพลาดในการคำนวณเลขทศนิยม[1] อย่างไรก็ตาม การรู้วิธีคำนวณด้วยตัวเองจะช่วยให้คุณเข้าใจว่าวิชาไหนที่มีผลต่อคะแนนรวมมากที่สุด ซึ่งมักจะเป็นวิชาที่มีหน่วยกิตสูง เช่น วิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์พื้นฐาน การเรียนรู้พื้นฐานตรงนี้จะทำให้คุณวางแผนการอ่านหนังสือได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผมเคยพลาดมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นผมดีใจมากที่ได้เกรด 4 ในวิชาพละและศิลปะ แต่ดันได้เกรด 2 ในวิชาคณิตศาสตร์ที่มีหน่วยกิตถึง 3.0 หน่วยกิต ผลคือเกรดเฉลี่ยของผมร่วงลงมาจนน่าตกใจ ทั้งที่ผมได้เกรด 4 หลายวิชา บทเรียนนี้สอนให้ผมรู้ว่าเกรดเฉลี่ยไม่ใช่แค่การเอาเกรดมาบวกกันแล้วหารทิ้ง แต่มันคือเกมของการจัดการน้ำหนักคะแนน
สูตรการคิดเกรดเฉลี่ยแบบมาตรฐาน
ขั้นตอนที่ 1: นำ (เกรด x หน่วยกิต) ของแต่ละวิชามาหาผลลัพธ์ ขั้นตอนที่ 2: นำผลลัพธ์จากข้อแรกของทุกวิชามารวมกัน ขั้นตอนที่ 3: นำผลรวมจากข้อ 2 หารด้วยจำนวนหน่วยกิตทั้งหมด
จำสูตรนี้ให้แม่น เลขไม่ยากเลย
ทำไมต้องรู้ความแตกต่างระหว่าง GPA และ GPAX
ความสับสนระหว่าง GPA และ GPAX เป็นปัญหาที่พบบ่อยมาก โดย GPA (Grade Point Average) คือเกรดเฉลี่ยของ เทอมเดียว ส่วน GPAX (Grade Point Average Cumulative) คือวิธีคิด GPAX สะสม ตั้งแต่เทอมแรกจนถึงเทอมล่าสุด ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการยื่นเข้ามหาวิทยาลัยในระบบ TCAS ของไทย
ในระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยปี 2026 คะแนน GPAX ถูกนำมาใช้เป็นค่าน้ำหนักในการพิจารณาตั้งแต่ 10% ไปจนถึง 100% ในบางรอบการรับสมัคร[2] ขึ้นอยู่กับคณะและสาขาวิชาที่เลือก การรักษามาตรฐานคำนวณเกรดเฉลี่ยสะสมให้คงที่จึงมีความสำคัญมากกว่าการทำคะแนนให้ดีแค่เพียงเทอมใดเทอมหนึ่ง การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้คุณไม่ประมาทเมื่อเห็นเกรดเทอมล่าสุดออกมาดี แต่เกรดสะสมยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องการ
กับดักของเกรดเฉลี่ยที่คุณอาจมองข้าม
นักเรียนหลายคนตกอยู่ใน ภาพลวงตาของเกรด 4 โดยเชื่อว่าหากเก็บวิชากิจกรรมหรือวิชาเลือกได้เกรดดีๆ จะสามารถดึงเกรดเฉลี่ยรวมให้สูงขึ้นได้มาก แต่ในความจริง วิชาเหล่านั้นมักมีหน่วยกิตเพียง 0.5 หรือ 1.0 หน่วยกิตเท่านั้น ในขณะที่วิชาหลักมีถึง 2.0 หรือ 3.0 หน่วยกิต
แต่ยังมี นักฆ่าเกรดเงียบ อีกอย่างหนึ่งที่คนมักมองข้าม ผมจะเฉลยเรื่องนี้ในส่วนของการวางแผนดึงเกรดด้านล่างครับ
เจาะลึกความสำคัญของหน่วยกิตที่มีต่อคะแนนของคุณ
หน่วยกิตคือตัวบ่งชี้ น้ำหนัก หรือ ความสำคัญ ของแต่ละวิชาว่าเกรดเฉลี่ยคิดยังไงในหลักสูตรการศึกษาของไทย วิชาหลักมักจะมีหน่วยกิตระหว่าง 1.5 ถึง 3.0 หน่วยกิตต่อวิชา ในขณะที่วิชาเลือกหรือวิชาเพิ่มเติมอาจมีเพียง 0.5 หน่วยกิต ซึ่งหมายความว่าเกรดที่คุณได้จากวิชา 3.0 หน่วยกิต จะมีผลต่อเกรดเฉลี่ยรวมมากกว่าวิชา 0.5 หน่วยกิตถึง 6 เท่าตัว
การเข้าใจเรื่องนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ในการสมัครงานปัจจุบัน 46% ของผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลในบริษัทชั้นนำยังคงใช้ GPA เป็นเกณฑ์แรกในการคัดกรองใบสมัคร โดยเฉพาะในเด็กจบใหม่[3] หากคุณรู้ว่าวิชาที่มีหน่วยกิตเยอะกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต การทุ่มเวลาให้วิชานั้นเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลดีต่อ GPA รวมมากกว่าการนั่งปั่นคะแนนวิชาเลือกให้ได้เต็มเสียอีก
ตอนเรียนปีสอง ผมเคยดันทุรังไปลงวิชาเลือกที่ชอบแต่หน่วยกิตน้อยมากเพื่อหวังจะเอาเกรด 4 มาดึงคะแนนรวม สุดท้ายผมเหนื่อยฟรี เพราะวิชาหลักที่ยากกว่าทำเกรดออกมาได้ไม่ดี คะแนนรวมเลยแทบไม่ขยับ ประสบการณ์นี้บอกผมว่า การเลือกวิชาเรียนและการแบ่งเวลาตามหน่วยกิตคือกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุด
สเต็ปการคิดเกรดด้วยตัวเองฉบับจับมือทำ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เรามาลองวิธีคำนวณ GPA จำลองสถานการณ์จริงกันดูครับ สมมติว่าในหนึ่งเทอมคุณเรียนทั้งหมด 4 วิชาดังนี้: 1. วิชาภาษาไทย: 2.0 หน่วยกิต ได้เกรด 3.5 2. วิชาคณิตศาสตร์: 3.0 หน่วยกิต ได้เกรด 2.0 3. วิชาวิทยาศาสตร์: 3.0 หน่วยกิต ได้เกรด 4.0 4. วิชาพละศึกษา: 0.5 หน่วยกิต ได้เกรด 4.0
เริ่มคำนวณคะแนนดิบรายวิชา (เกรด x หน่วยกิต): ภาษาไทย: 3.5 x 2.0 = 7.0 คณิตศาสตร์: 2.0 x 3.0 = 6.0 วิทยาศาสตร์: 4.0 x 3.0 = 12.0 พละศึกษา: 4.0 x 0.5 = 2.0
ถัดมา หาผลรวมคะแนนดิบและผลรวมหน่วยกิต: ผลรวมคะแนนดิบ: 7.0 + 6.0 + 12.0 + 2.0 = 27.0 ผลรวมหน่วยกิต: 2.0 + 3.0 + 3.0 + 0.5 = 8.5
ขั้นตอนสุดท้าย วิธีคำนวณ GPA: นำคะแนนดิบรวม 27.0 หารด้วยหน่วยกิตรวม 8.5 จะได้เท่ากับ 3.176 ซึ่งตามปกติโรงเรียนจะปัดทศนิยมเป็น 3.18 นั่นเอง
เห็นไหมครับ? ไม่ยากเลย สมาธินิดเดียวก็ทำได้
เทคนิคการวางแผนดึงเกรดให้พุ่งและรักษามาตรฐาน
การดึงเกรดเฉลี่ยให้สูงขึ้นไม่ใช่แค่การขยันเรียนทุกวิชาเท่ากัน แต่คือการใช้แรงให้ถูกจุด วิชาที่มีหน่วยกิตเยอะคือเป้าหมายหลัก หากคุณสามารถขยับเกรดวิชา 3.0 หน่วยกิตจาก 2 เป็น 3 ได้ มันจะส่งผลต่อคะแนนรวมมหาศาลเมื่อเทียบกับการขยับวิชา 0.5 หน่วยกิต
ข้อมูลจากสถานศึกษาพบว่า นักเรียนที่มีเกรดเฉลี่ยต่ำกว่า 2.00 มีความเสี่ยงที่จะไม่จบการศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐานสูง [4] การป้องกันไม่ให้เกรดหลุดลงไปในระดับนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน การใช้สมุดจดบันทึกคะแนนเก็บระหว่างเทอมจะช่วยให้คุณรู้ตัวก่อนสอบปลายภาคว่าควรจะทุ่มเทกับวิชาไหนเป็นพิเศษ
และนี่คือ นักฆ่าเกรดเงียบ ที่ผมบอกไว้ตอนต้น: นั่นคือการทำคะแนนเก็บหายไปเฉยๆ หลายคนสอบได้คะแนนดีแต่ไม่ส่งงานหรืองานค้างเยอะ คะแนนเก็บส่วนใหญ่มักมีสัดส่วนสูงถึง 60-70% ของเกรดทั้งหมด การลืมส่งงานเพียงชิ้นเดียวที่มีค่าน้ำหนักมาก อาจทำให้เกรดลดลงไป 1 ขั้นได้ทันที แม้คุณจะทำข้อสอบได้เต็มก็ตาม
เชื่อผมเถอะ ส่งงานให้ครบสำคัญกว่าอ่านหนังสือสอบจนไม่ได้นอน
เปรียบเทียบ GPA และ GPAX เพื่อการวางแผนอนาคต
นักเรียนมักสงสัยว่าต้องโฟกัสที่จุดไหนมากกว่ากัน นี่คือข้อแตกต่างที่ส่งผลต่อการเข้ามหาวิทยาลัยของคุณGPA (เกรดเฉลี่ยรายเทอม)
- แก้ไขได้ง่ายในเทอมถัดไปหากผลการเรียนไม่เป็นไปตามเป้า
- ใช้ดูพัฒนาการรายเทอม และเป็นเกณฑ์รับทุนการศึกษาประจำปี
- เฉพาะผลการเรียนใน 1 เทอม (ประมาณ 4-5 เดือน)
⭐ GPAX (เกรดเฉลี่ยสะสม)
- แก้ไขยากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป เพราะจำนวนหน่วยกิตสะสมมีมากขึ้น
- ใช้เป็นเกณฑ์หลักในการยื่นพอร์ตฟอลิโอและรับตรงเข้ามหาวิทยาลัย
- ผลการเรียนทั้งหมดตั้งแต่ม.4 เทอม 1 หรือปี 1 เทอม 1 จนถึงปัจจุบัน
บทเรียนราคาแพงของมานะ: เมื่อหน่วยกิตตัดสินทุกอย่าง
มานะ นักเรียนชั้นม.5 ในกรุงเทพฯ ตั้งเป้าจะเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ เขาขยันทำกิจกรรมมากและพยายามเก็บเกรดวิชาพละ ดนตรี และศิลปะจนได้เกรด 4 ครบทุกวิชาแต่กลับละเลยวิชาฟิสิกส์ที่มีหน่วยกิตสูงถึง 2.0 หน่วยกิต
ผลปรากฏว่ามานะได้เกรดฟิสิกส์เพียง 1.5 เพราะเขาส่งงานไม่ครบและทำข้อสอบกลางภาคได้คะแนนน้อย เขาคิดว่าเกรด 4 จากวิชาพละและดนตรี (หน่วยกิตละ 0.5) รวม 3 วิชาน่าจะช่วยดึงเกรดรวมให้สูงขึ้นได้
หลังจากลองกดเครื่องคิดเลขคำนวณเอง มานะจึงตระหนักว่าวิชาฟิสิกส์เพียงวิชาเดียวมีน้ำหนักคะแนนเท่ากับวิชากิจกรรม 4 วิชารวมกัน การได้เกรดน้อยในวิชาหลักทำให้ GPA รวมของเขาเหลือเพียง 2.85 จากที่ควรจะได้ 3.20
สุดท้ายมานะต้องเปลี่ยนวิธีเรียนในเทอมถัดไป โดยจัดเวลาอ่านวิชาหลักตามสัดส่วนหน่วยกิต ทำให้ในเทอมม.6 เขาสามารถดึง GPAX กลับมาอยู่ที่ 3.15 ได้ทันเวลาสมัครเข้ามหาวิทยาลัย
จดจำอย่างรวดเร็ว
สูตรลับคือการคูณและหารจำไว้เสมอว่าต้องเอาเกรดคูณหน่วยกิตก่อนแล้วค่อยเอามารวมกัน อย่าเอาเกรดมาบวกกันเฉยๆ เพราะจะทำให้ค่าคลาดเคลื่อน
ให้ความสำคัญกับวิชาหลักวิชาที่มีหน่วยกิต 1.5 ถึง 3.0 คือตัวชี้วัดความเป็นตายของเกรดเฉลี่ย ควรให้เวลาอ่านหนังสือตามสัดส่วนน้ำหนักคะแนนเหล่านี้
GPAX แก้ไขยากเมื่อผ่านไปนานยิ่งเรียนไปหลายเทอม หน่วยกิตสะสมยิ่งเยอะขึ้น การจะดึงเกรดที่ตกไปแล้วให้สูงขึ้นจะทำได้ยากกว่าช่วงปีแรกๆ
ถาม & ตอบด่วน
เกรดเฉลี่ยเท่าไหร่ถึงจะเรียกได้ว่าดี?
โดยทั่วไปเกรด 3.00 ขึ้นไปถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีและปลอดภัยสำหรับการยื่นสมัครมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม คณะที่มีการแข่งขันสูงอาจต้องการ GPAX ขั้นต่ำที่ 3.50 เพื่อความได้เปรียบในการแข่งขัน
ถ้าติด 0 หรือ ร จะคำนวณเกรดได้ไหม?
สามารถคำนวณได้โดยให้ค่าเกรดเป็น 0 สำหรับวิชานั้นๆ จนกว่าจะมีการแก้เกรดให้เรียบร้อย ซึ่งวิชาที่ติด 0 จะฉุดเกรดเฉลี่ยรวมลงอย่างมากเนื่องจากหน่วยกิตถูกนำไปหารแต่ไม่มีคะแนนไปบวกเพิ่ม
หน่วยกิตดูได้จากที่ไหน?
คุณสามารถดูหน่วยกิตได้จากแผนการเรียนในคู่มือนักเรียนหรือใบรายงานผลการเรียน (Transcript) โดยจะระบุไว้ท้ายชื่อวิชา เช่น คณิตศาสตร์พื้นฐาน (1.5) เลขในวงเล็บนั่นแหละคือหน่วยกิต
แหล่งข้อมูลที่อ้างถึง
- [1] Researchgate - หลายคนของนักเรียนยอมรับว่าเลือกใช้แอปพลิเคชันหรือโปรแกรมคำนวณออนไลน์มากกว่าการคิดมือ เนื่องจากกังวลเรื่องความผิดพลาดในการคำนวณเลขทศนิยม
- [2] Facebook - ในระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยปี 2026 คะแนน GPAX ถูกนำมาใช้เป็นค่าน้ำหนักในการพิจารณาตั้งแต่ 10% ไปจนถึง 100% ในบางรอบการรับสมัคร
- [3] Naceweb - 46% ของผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลในบริษัทชั้นนำยังคงใช้ GPA เป็นเกณฑ์แรกในการคัดกรองใบสมัคร โดยเฉพาะในเด็กจบใหม่
- [4] Research - ข้อมูลจากสถานศึกษาพบว่า นักเรียนที่มีเกรดเฉลี่ยต่ำกว่า 2.00 มีความเสี่ยงที่จะไม่จบการศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐานสูง
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต