La ย่อมาจากอะไร
La ย่อมาจากอะไร? ความหมายและที่มาของคำว่า La
"La" เนี่ยนะ อืม มันก็คือ Los Angeles นั่นแหละ สมัยเรียนภาษาอังกฤษ ตอนนั้นอยู่ ม.ปลาย จำได้เลย ครูสอนว่าตัวย่อคือ L.A. ครูฝรั่งชื่อมิสเจน ตอนนั้นแกชอบเล่าเรื่องเมืองที่แกเคยอยู่ อธิบายซะเราอยากไปมาก เมืองที่แดดแรงๆ มีต้นปาล์มเยอะๆ อะ
ครั้งแรกที่ไปเยือนจริงๆ ก็หลายปีมาแล้วนะ ประมาณสัก 2017 หรือ 2018 ไม่แน่ใจเป๊ะๆ แต่จำได้ว่าไปช่วงหน้าร้อน เดือนกรกฎาคมโน่นเลย มันร้อนจริงจัง ร้อนแบบแห้งๆ ไม่เหมือนบ้านเราที่ร้อนชื้น ที่นั่นรถเยอะมากกก บนฟรีเวย์นี่ติดเป็นชั่วโมงๆ ขนาดเพื่อนที่มารับที่สนามบิน LAX ยังบ่นเลยว่าขับรถในแอลเอนี่มันเหนื่อยกว่าทำงานอีกนะ พูดแล้วยังขำอยู่เลยเนี่ย
เรื่องประชากรเนี่ย ไม่แปลกใจหรอกที่เขาบอกว่ามีคนเยอะรองจากนิวยอร์ก เพราะตอนเดินที่ Hollywood Blvd. หรือไป Universal Studios คนมันก็มหาศาลจริงๆ เบียดเสียดกันจะตาย บางทีรู้สึกว่าที่ตรงนั้นมันแคบไปเลยนะ ไม่ชอบที่คนเยอะขนาดนั้น แต่ก็เข้าใจแหละว่ามันเป็นเมืองใหญ่จริงๆ
สรุปแล้ว "La" ก็คือ Los Angeles นั่นแหละ ไม่ต้องคิดมาก มันก็แค่ชื่อย่อที่คนเขาใช้กันติดปากมานานแล้ว ก็เหมือนคนไทยเรียกกรุงเทพฯ ว่า กทม. นั่นแหละ ง่ายๆ ดี ไม่เห็นต้องมีอะไรซับซ้อนเลยจริงๆ
La อยู่จังหวัดอะไร
LA ไม่ได้อยู่จังหวัด มันอยู่ รัฐแคลิฟอร์เนีย บ้านเราไม่มีแบบนี้หรอก
- LA คือ ลอสแอนเจลิส
- เป็น เมือง ไม่ใช่จังหวัด
- อยู่ใน สหรัฐอเมริกา
LA มีที่เที่ยวอะไรบ้าง
LA มีอะไรบ้างวะ
- ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ฮอลลีวูด— โชว์หนัง. เครื่องเล่น. ความบันเทิงโคตรเยอะ.
- พิพิธภัณฑ์รถยนต์ Petersen— เหล็ก. ความเร็ว. งานศิลป์ของเครื่องยนต์.
- เดอะโกรฟ— ที่รวมตัวคนมีเงิน. หรือแค่อยากเดินดูอะไรสวยๆ.
- ป้ายฮอลลีวูด— มองจากจุดที่เห็นก็พอ. ไม่ต้องบ้าปีน.
- หลุมน้ำมันดิน La Brea และพิพิธภัณฑ์— ซากดึกดำบรรพ์. พิกัดสำคัญทางประวัติศาสตร์โลก.
- Crypto.com Arena— ดูบาส. คอนเสิร์ต. มวยก็จัด.
- วอลต์ ดิสนีย์ คอนเสิร์ตฮอลล์— สถาปัตย์โคตรเจ๋ง. เสียงดีระดับโลก.
- พิพิธภัณฑ์ศิลปะเทศมณฑลลอสแอนเจลิส (LACMA)— ศิลปะ. ไม่ใช่ทุกคนเข้าใจ. แต่ก็นะ.
อยากรู้มากกว่านี้? นี่คือบางอย่าง:
- ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ฮอลลีวูด: ไม่ใช่แค่สวนสนุก แต่คือหลังฉากของหนังฮอลลีวูดที่โคตรอลังการ. สตูดิโอทัวร์ต้องไป. รู้จัก Harry Potter World หรือเปล่า? ที่นี่ก็มี.
- พิพิธภัณฑ์รถยนต์ Petersen: รวมรถยนต์หายาก คลาสสิกยันซูเปอร์คาร์. ไม่ใช่แค่รถ. มันคือ วัฒนธรรม. ถ้ามึงชอบเครื่องจักร ก็มา.
- เดอะโกรฟ: แหล่งช้อปปิ้งกลางแจ้ง. ร้านหรูๆ เพียบ. หรือจะแค่จิบกาแฟดูชีวิตคนรวย. มึงก็เลือกเอา. Farmers Market ข้างๆ ก็ไม่เลว.
- ป้ายฮอลลีวูด: มันคือสัญลักษณ์. จุดถ่ายรูปเยอะแยะ. ไม่ต้องเสี่ยงอันตรายไปใกล้. แค่มองจาก Griffith Observatory หรือ Runyon Canyon ก็พอแล้ว. วิวโคตรดี.
- หลุมน้ำมันดิน La Brea และพิพิธภัณฑ์: ตรงกลางเมืองบ้าๆ นี่แหละ. มี ซากแมมมอธ ในหลุมน้ำมันดินจริง. โบราณกว่าที่คิดเยอะ. ฟรีโซน ให้ดูของจริงก่อนเข้าพิพิธภัณฑ์.
- Crypto.com Arena: เมื่อก่อนชื่อ Staples Center. บ้านของ Lakers และ Kings. บรรยากาศโคตรเดือด. ไม่ต้องดูแข่งก็ได้ แค่มาสัมผัสก็พอ.
- วอลต์ ดิสนีย์ คอนเสิร์ตฮอลล์: สถาปัตยกรรมของ Frank Gehry. รูปทรงโค้งมน เหล็กเงาวับ. เสียงในฮอลล์คือ สุดยอด. เป็นอะไรที่ต้องเห็นด้วยตาตัวเอง.
- LACMA: พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่สุดในตะวันตกของอเมริกา. Urban Light โคมไฟนับร้อยนี่แหละ ไอคอน. มึงจะอินหรือไม่ก็แล้วแต่. แต่มันคือ แลนด์มาร์ค.
ลอสแอนเจลิส อยู่รัฐอะไร?
แคลิฟอร์เนีย.
- แอลเอ เมืองนี้แม่งใหญ่จริง. ประชากรในเมืองราว 3.8 ล้านคน. ทั้งมหานครเกือบ 13 ล้านคน.
- ศูนย์กลาง เศรษฐกิจ, วัฒนธรรม, บันเทิง ระดับโลก.
- ตั้งเป็นเมืองตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 1850. เก่าพอตัว.
- ฉายาเด็ดๆ ก็ "เมืองแห่งทวยเทพ" หรือ "ทินเซลทาวน์" โดยเฉพาะตรงฮอลลีวูด.
- อุตสาหกรรมหลัก: หนัง เพลง เทคโนโลยี แฟชั่น. ฮอลลีวูด นี่แหละตัวขับเคลื่อน.
- อากาศส่วนใหญ่โคตรดี แดดจัด. เป็นแบบเมดิเตอร์เรเนียนชัดๆ.
- ต้องไปดู ป้ายฮอลลีวูด, หอดูดาวกริฟฟิธ, ชายหาดเวนิส. ไม่งั้นถือว่ามาไม่ถึง.
CA ย่อมาจากรัฐอะไร?
CA ย่อมาจาก รัฐแคลิฟอร์เนีย ไงครับ
จริงๆ แล้ว การที่เราเห็นตัวย่อ CA เนี่ย มันก็มาจากชื่อเต็มๆ ของรัฐนั่นแหละครับ เป็นเหมือนรหัสประจำตัวที่ทำให้เรารู้ทันทีว่าเป็นรัฐไหน ไม่ต้องอธิบายอะไรยาว
- รหัสไปรษณีย์: CA (ไม่ต้องมีตัวเลขต่อท้าย แค่นี้ก็รู้เรื่องแล้ว)
- รหัส ISO 3166: US-CA (อันนี้จะเจาะจงหน่อยว่ามาจากสหรัฐอเมริกา)
- อักษรย่อเดิม:Calif., Cal. (บางทีก็เห็นแบบนี้ แต่ CA นี่คุ้นตากว่าเยอะ)
ไอ้ละติจูด 32°32′ เหนือ ถึง 42° เหนือ เนี่ย ก็บอกให้รู้ว่ารัฐนี้ยาวมาก จากเหนือจรดใต้มันกินพื้นที่เยอะจริงๆ นะ ลองนึกภาพดูสิ มันก็สะท้อนถึงความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ของแคลิฟอร์เนียได้ดีเหมือนกัน
บางทีสิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างตัวย่อเนี่ย มันก็ซ่อนเรื่องราวและความหมายไว้เยอะกว่าที่เราคิดนะ มันเหมือนกับว่าทุกอย่างมันมีความเชื่อมโยงกันหมด แค่เราสังเกตมันดีๆ
ค่าครองชีพในลอสแองเจลิสเป็นอย่างไร?
ลอสแอนเจลิสเนี่ย ต้องบอกว่าค่าครองชีพสูงกว่าค่าเฉลี่ยของสหรัฐอเมริกาอยู่ราวๆ 70% เลยนะ คือมันไม่ใช่แค่แพงกว่านิดหน่อย แต่มันคนละระดับกันเลย นี่คือภาพรวมที่หลายคนอาจต้องเตรียมใจล่วงหน้า.
ถ้าดูเรื่องที่อยู่อาศัยเนี่ย ราคาบ้านเฉลี่ยตอนนี้อยู่ที่ประมาณ $980,000 แล้วนะ คือตัวเลขเกือบแตะล้าน และสำหรับคนที่เลือกเช่า ค่าเช่าเฉลี่ยก็ตกเดือนละ $3,296 นี่คือตัวเลขที่สะท้อนถึงดีมานด์ที่สูงลิบลิ่ว และพื้นที่ที่มีจำกัดจริงๆ จะว่าไปแล้วมันก็เป็นเรื่องของกลไกตลาดที่ซับซ้อนดีเหมือนกันนะ.
ส่วนค่าใช้จ่ายพื้นฐานอื่นๆ อย่าง ค่าไฟเฉลี่ยก็อยู่ที่ประมาณ $196 ต่อเดือน อันนี้อาจจะดูไม่กระโดดมากเท่าค่าที่พัก แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่รวมกันแล้วก็ไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ บางทีการเลือกอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีโอกาสมันก็มาพร้อมกับต้นทุนที่ต้องจ่ายเสมอ LA ก็เป็นเหมือนพอร์ตลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงแต่ผลตอบแทนก็อาจจะสูงเช่นกันนะ ขึ้นอยู่กับว่าเรามองหาอะไร.
ทีนี้มาลงรายละเอียดเพิ่มเติมกันหน่อย เผื่อใครกำลังชั่งใจย้ายมาที่นี่:
- โครงสร้างตลาดแรงงาน: ลอสแอนเจลิสเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมบันเทิง เทคโนโลยี และการค้า การแข่งขันสูงก็จริง แต่ก็มีโอกาสสำหรับสายอาชีพเฉพาะทางเยอะมากนะ ส่วนตัวมองว่าถ้าเก่งจริง ยังไงก็หาทางอยู่รอดได้เสมอแหละ.
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ: นอกจากที่พักแล้ว ค่าเดินทางก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ รถสาธารณะอาจจะยังไม่ครอบคลุมเท่าที่ควร หลายคนเลยต้องมีรถส่วนตัว ซึ่งนั่นก็หมายถึงค่าประกัน ค่าแก๊ส ค่าจอดรถที่แพงหูฉี่ตามมาอีก สภาพจราจรก็ติดสุดๆ คิดแล้วก็ปวดหัวแทนเลย.
- ค่าอาหารและบันเทิง: อันนี้แล้วแต่ไลฟ์สไตล์เลยนะ ถ้าเน้นทำอาหารเองก็ประหยัดได้เยอะ แต่ถ้าชอบออกไปทานนอกบ้านหรือเที่ยวบ่อยๆ ก็เตรียมงบไว้เยอะๆ ได้เลย ร้านอาหารดีๆ หรือกิจกรรมในเมืองก็ราคาสูงตามมาตรฐานเมืองใหญ่เขาเลยแหละ.
- ภาษี: แคลิฟอร์เนียมีอัตราภาษีที่ค่อนข้างสูง ทั้งภาษีรายได้และภาษีขาย อันนี้ก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาตอนคำนวณรายรับสุทธิด้วยเหมือนกันนะ คือเงินเดือนอาจจะดูสูง แต่พอหักนู่นหักนี่ออกไปแล้ว ก็อาจจะไม่เหลือเยอะอย่างที่คิดก็ได้.
- คุณภาพชีวิต: แม้ค่าครองชีพจะสูง แต่ LA ก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งอากาศที่ดี ชายหาดสวยๆ วัฒนธรรมที่หลากหลาย และโอกาสในการพบเจอผู้คนจากทั่วโลก บางทีการจ่ายแพงกว่าก็คือการซื้อประสบการณ์ที่ไม่สามารถประเมินค่าได้นั่นแหละ สำหรับเรา การได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ได้มันก็คุ้มค่าเสมอ.
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต