Leave มีกี่แบบ

74 ครั้งเข้าชม
ประเภทการลางานที่ควรรู้การลางานแบ่งได้เป็นประเภทหลักๆ ตามการรับค่าจ้างและสิทธิประโยชน์ ดังนี้ Paid Leave: การลาที่ยังได้รับค่าจ้างตามปกติ เช่น การลาป่วย ลากิจ และลาพักร้อน ซึ่งเป็นสิทธิพื้นฐานของพนักงาน Leave of Absence: คือการลาโดยไม่รับค่าจ้าง แต่ยังคงสถานะพนักงานและได้รับสิทธิประโยชน์สำคัญ เช่น ประกันสุขภาพ Unpaid Leave: การลาที่ไม่ได้รับทั้งค่าจ้างและสิทธิประโยชน์ใดๆ จากบริษัทตลอดช่วงเวลาที่ลา
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

สิทธิวันลาของพนักงานตามกฎหมาย มีกี่ประเภทและมีอะไรบ้าง?

โอ้ เรื่องวันลานี่ เข้าใจเลยว่าบางทีก็สับสนเนอะ

สำหรับสิทธิวันลาของพนักงานตามกฎหมายบ้านเรานะ หลักๆ ก็จะมีหลายแบบเลย ถ้าให้นึกถึงจากประสบการณ์ทำงานมาบ้าง

ก็จะมีประเภท ลากิจ ลาป่วย ลาพักร้อน อันนี้คือที่เราคุ้นเคยกันดี ได้รับค่าจ้างตามปกติ

แล้วก็มีอีกประเภทที่เรียกว่า ลาโดยไม่รับค่าจ้าง (Unpaid Leave) อันนี้คือจะลาได้ แต่เงินเดือนก็ไม่คิดนะ สิทธิประโยชน์บางอย่างอาจจะหายไปด้วย อันนี้ต้องคุยกับบริษัทดีๆ

ส่วน Leave of Absence อันนี้มันจะกว้างกว่าหน่อย บางทีก็คือการลาโดยไม่รับค่าจ้างเหมือนกัน แต่ยังคงพวกสิทธิประโยชน์บางอย่างไว้ได้ เช่น ประกันสุขภาพ หรือวันหยุดพักร้อนที่สะสมไว้ อันนี้แล้วแต่นโยบายของบริษัทด้วยแหละ

บางทีนะ การลาแต่ละประเภทมันก็มีเงื่อนไขต่างกันไปอีก เช่น ลาป่วยต้องมีใบรับรองแพทย์ หรือลากิจต้องแจ้งล่วงหน้า อันนี้ขึ้นอยู่กับว่าเราทำงานที่ไหนด้วย

เคยเจอเคสที่ต้องลาแบบด่วนๆ แล้วนายเราบอกว่า "อันนี้เป็นลาโดยไม่รับค่าจ้างนะ แต่สิทธิประกันกลุ่มยังอยู่นะ" ก็เลยรอดไป.

สรุปง่ายๆ ก็มี ลากิจ ลาป่วย ลาพักร้อน (ได้เงิน) กับ ลาโดยไม่รับค่าจ้าง (ไม่น่าได้เงิน) และ Leave of Absence ที่อาจจะมีสิทธิประโยชน์คงเหลืออยู่บ้าง.

ลากิจธุระ มีอะไรบ้าง

ลากิจน่ะเหรอ โถ! มันไม่ใช่แค่จะโดดงานไปเที่ยวเล่นนะโว้ย! นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายระดับชาติ ที่ต้องไปทำธุระสำคัญสุดๆ ชนิดที่ถ้าไม่ไปเนี่ย ชีวิตอาจจะพลิกผันไปตลอดกาลได้เลยนะเออ! ไม่ใช่เรื่องป่วยไข้ ไม่ใช่เรื่องไปนอนตีพุงพักร้อน แต่เป็นภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่รอเราอยู่ข้างนอกนั่นแหละ คิดดูเอา!

อย่างแรกเลยนะ ก็ไอ้พวก ทำธุรกรรมราชการ เนี่ยแหละ ที่ถ้าไม่ไปทำวันนี้นะ เหมือนโดนสาปให้ชีวิตหยุดชะงักไปเลย! ลองคิดภาพดิ ไปทำบัตรประชาชนใหม่ที่รูปเหมือนใครก็ไม่รู้ ไม่ใช่เราแน่นอน! หรือไปเปิดบัญชีธนาคารที่คิวยาวเป็นหางว่าว ยิ่งกว่ารอซื้อไอโฟนรุ่นใหม่เอี่ยมอีกนะ ถ้าไม่ลานะ มีหวังเอกสารสำคัญขาดอายุ ต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ ตายละหว่า!

ต่อมาก็เรื่อง ดูแลครอบครัว ไง! อันนี้แหละตัวดีเลยที่เดาไม่ถูกว่าอะไรจะโผล่มาวันไหน เหมือนดูละครหลังข่าวเลยนะ! บางทีญาติผู้ใหญ่ไม่สบายกะทันหัน หรือมีงานศพญาติสนิทมิตรสหายที่เราต้องไปกราบลาเป็นครั้งสุดท้าย ไม่ไปไม่ได้นะ ขาดเราไปแล้วงานอาจจะกร่อยไม่มีคนช่วยหิ้วของเลยก็ได้ (ล้อเล่นนะ) มันเป็นเรื่องของจิตใจและหน้าตาทางสังคมน่ะคุณ!

และสุดท้ายที่เจอบ่อยนะ มันก็คือพวก เหตุฉุกเฉินส่วนตัว แบบฟ้าผ่าเปรี้ยงลงกลางหัวใจเลยนั่นแหละ! เช่น รถดันไปจุ๊บกันเองอย่างกะพระเอกนางเอกในซีรีส์เกาหลี (แต่ของเราชนจริงจังนะ) หรือบ้านดันเจอเซอร์ไพรส์น้ำท่วมตอนไม่ได้อยู่ เหมือนผีเข้าสิงน้ำทะลักมาเฉย! พวกนี้มันเรื่องจริงที่ต้องรีบไปจัดการเดี๋ยวนั้น ทิ้งไว้ไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว ไม่งั้นวุ่นวายกว่าเดิมเป็นสิบเท่า!

สรุปนะ ถ้าถามว่า ลากิจ มันมีอะไรบ้างที่คนเขาใช้กันประจำๆ เนี่ย ก็มีหลักๆ แบบนี้แหละ ที่เห็นกันเกลื่อนเมืองเลยนะเออ:

  • ธุระราชการ / ธนาคาร: ไปจัดการเรื่องเอกสารสำคัญๆ ที่ถ้าไม่ไปทำเนี่ย เรื่องจะไม่เดิน หน้าที่การงานอาจติดขัดไปหมดเลย
  • เรื่องในครอบครัว: ดูแลญาติที่ป่วยไข้ หรือไปร่วมงานสำคัญของคนในครอบครัว อันนี้เป็นเรื่องของใจล้วนๆ
  • เหตุการณ์ฉุกเฉิน: พวกอุบัติเหตุหรือภัยธรรมชาติที่จู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว ต้องรีบไปจัดการด่วนจี๋ ไม่งั้นยุ่งแน่

ลาพักผ่อน กับลากิจ ต่างกันอย่างไร

โอ๊ยยย เหนื่อยจัง อยากลาพักผ่อนแบบยาวๆ สักที เบื่อออฟฟิศจะแย่ละ... ว่าแต่ลานี่มันมีกี่แบบกันแน่ งงไปหมด ลากิจ ลาพักร้อน ลาป่วย อะไรรวมกันอีรุงตุงนัง

ลากิจ คือ ลาทำธุระส่วนตัว เช่น ไปธนาคาร ไปทำบัตรประชาชนอะไรพวกนี้ บริษัทส่วนใหญ่จ่ายค่าจ้าง นะ แต่ก็มีบางที่ระเบียบไม่เหมือนกันนะ ต้องเช็กดีๆ แต่ละที่ไม่เหมือนกันเป๊ะๆ หรอกนะ บางที่ก็กำหนดกี่วัน บางที่ก็ไม่ให้มั้ง ไม่รู้ดิ่ เหมือนต้องลุ้นเอาเองง่ะ

ส่วน ลาพักร้อน นี่สิดีงาม! คือ ลาพักผ่อนประจำปี ที่กฎหมายกำหนดไว้เลยว่าพนักงานทุกคนต้องได้สิทธิ์ ได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน สบายใจกว่าเยอะเลย แบบว่าได้พักผ่อนจริงจัง ไปเที่ยวไกลๆ ได้เลย ปีนี้อยากไปทะเลจังเลยนะ แต่ยังไม่ได้วางแผนเลย ฮือออ

แล้วก็มี ลาคลอด อันนี้เฉพาะสาวๆ ที่เป็นแม่ ลาได้ 90 วัน เยอะมากกกก ตามกฎหมายแรงงานปี 2567 เลยนะ เพื่อให้ได้ดูแลลูกน้อยเต็มที่ ดีจังเลย เห็นเพื่อนที่เพิ่งคลอดก็ลากันยาวๆ งี้แหละ สงสารคนดูแลเด็กเล็กๆ ต้องพักเยอะๆ ถูกแล้ว

ยังไม่หมดนะ! มี ลาทำหมัน กับ ลารับราชการทหาร อีก อันนี้ก็เป็น ลาเฉพาะกรณี ที่กฎหมายให้สิทธิ์ไว้เหมือนกัน พวกนี้ก็สำคัญนะ ไม่ใช่แค่ลากิจลาพักร้อนเฉยๆ โอ๊ยยยย มันเยอะไปหมด จำไม่หวาดไม่ไหวเลยเนี่ย สรุปง่ายๆ คือ มันมีหลายแบบมากๆ!

แล้ว ลาป่วยนี่มันยังไงนะ ลาได้กี่วันกันนะ? ทำไมมันถึงแยกจากลากิจอ่ะ คือถ้าป่วยเล็กน้อยต้องบอกว่าเป็นลากิจมั้ย หรือลาป่วยเลย? สับสนจริงจังเลยทีเดียวเชียวแหละ ฮืออออ ทุกคนก็ต้องเจอปัญหานี้แหละมั้งตอนเข้าทำงานใหม่ๆ นี่แหละ

ยังมีลาแบบอื่นๆ ที่ควรรู้ด้วยนะ

  • ลาป่วย ถ้าป่วยจริงก็ลาได้เลย ไม่เกิน 30 วันต่อปี โดย ได้รับค่าจ้าง ถ้าเกิน 30 วันนี่ต้องดูระเบียบบริษัทละนะ
  • ลาเพื่อสมรส บริษัทส่วนใหญ่มีให้ ประมาณ 3-7 วัน สำหรับพนักงานที่แต่งงาน แต่ต้องยื่นเอกสารถูกต้องนะ
  • ลาเพื่ออุปสมบท หรือบวชเรียน อันนี้ก็แล้วแต่บริษัทอีก บางที่ให้ บางที่ก็ไม่ให้ สูงสุดอาจถึง 15 วัน ได้มั้ง แล้วแต่ระเบียบ
  • ลาเพื่อจัดงานศพ ของคนในครอบครัว พ่อแม่ ลูก คู่สมรส มักจะลาได้ ประมาณ 3-7 วัน อันนี้สำคัญเลย ควรเช็กนโยบายบริษัทไว้
  • ลาไปฝึกอบรม หรือประชุมสัมมนา อันนี้มักจะเกี่ยวกับงาน ได้รับค่าจ้าง ปกตินะ
  • วันหยุดตามประเพณี อันนี้คือ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ที่รัฐบาลประกาศนั่นแหละ ต้องได้หยุด และ ได้รับค่าจ้าง ด้วยนะ อย่างน้อย 13 วันต่อปีในปี 2567 เนี่ยแหละ

ลากิจไม่อนุมัติได้ไหม

ก็... ไม่ได้นะ

ถ้าระเบียบบริษัทเขียนไว้แบบนั้น... มันก็คือสิทธิของเรา มันคือข้อตกลงที่เขากำหนดขึ้นมาเอง

นายจ้างจะมาบอกว่าไม่ได้... มันก็ไม่ถูก มันเหมือน... เขาเขียนกฎขึ้นมาเอง แล้วก็ไม่ทำตามกฎของตัวเอง มัน... มันแปลกนะ

ทำไมต้องทำให้มันยากด้วยก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่ทุกอย่างมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว

  • ตามกฎหมายเลยนะ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 34 กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลากิจธุระอันจำเป็นได้ ปีละไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน โดยได้รับค่าจ้าง

  • บริษัทมีสิทธิกำหนดหลักเกณฑ์ได้ว่า "กิจธุระอันจำเป็น" คืออะไรบ้าง แต่เมื่อลูกจ้างทำตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทเขียนไว้ทุกอย่างแล้ว นายจ้างก็ต้องอนุมัติ จะปฏิเสธไม่ได้

  • การที่นายจ้างขอเหตุผลในการลา ก็เพื่อพิจารณาว่ามันเข้าข่าย "กิจธุระอันจำเป็น" ตามที่ตกลงกันไว้จริง ๆ หรือเปล่า ไม่ใช่เพื่อจะปฏิเสธตามใจชอบ

  • ถ้าเขาไม่อนุมัติ ทั้งที่เราทำตามระเบียบทุกอย่างเป๊ะๆ การกระทำนั้นอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม เราสามารถปรึกษาหรือยื่นเรื่องร้องเรียนที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้