มหาลัยแบบเปิด มีที่ไหนบ้าง

0 ครั้งเข้าชม
มหาวิทยาลัยแบบเปิด มีที่ไหนบ้าง ข้อมูลปี 2569 มีดังนี้ มหาวิทยาลัยรามคำแหงเปิดโครงการพรีดีกรีให้เด็กมัธยมเก็บหน่วยกิตล่วงหน้า ค่าเรียนเริ่มต้นหน่วยกิตละ 25-50 บาทและเฉลี่ยไม่ถึง 3,500 บาทต่อเทอม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

มหาวิทยาลัยแบบเปิด มีที่ไหนบ้าง: เรียนปริญญาตรีอายุ 18

การเลือกเรียนที่ มหาวิทยาลัยแบบเปิด มีที่ไหนบ้าง สร้างโอกาสทางการศึกษาที่ยืดหยุ่นสำหรับทุกคน. ผู้เรียนเข้าถึงระบบการสอนที่มีคุณภาพและลดภาระทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ. การทำความเข้าใจระบบการเรียนส่งผลให้วางแผนอนาคตรวดเร็วขึ้นและประหยัดค่าใช้จ่ายในการเรียนระดับสูงเพื่อความสำเร็จในอาชีพ.

มหาลัยแบบเปิด มีที่ไหนบ้าง: สรุปรายชื่อและจุดเด่นที่คนอยากเรียนต่อต้องรู้

การเลือกมหาวิทยาลัยแบบเปิดในประเทศไทยอาจมีความหมายที่แตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละคน แต่โดยหลักการแล้ว มหาวิทยาลัยแบบเปิด (Open University) คือสถาบันที่เปิดโอกาสทางการศึกษาให้ทุกคนเข้าถึงได้โดยไม่ต้องผ่านการสอบคัดเลือกที่เข้มงวดเหมือนมหาวิทยาลัยปิดทั่วไป และมักมีระบบการเรียนที่ยืดหยุ่นสูง

หากคุณกำลังมองหาที่เรียนที่สามารถทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยได้ ในปัจจุบันมีตัวเลือกหลักคือ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) และ มหาวิทยาลัยรามคำแหง (ม.ราม) ซึ่งเป็นสองยักษ์ใหญ่ที่ครองใจผู้เรียนมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 นี้ ยังมีมหาวิทยาลัยเอกชนและสถาบันเฉพาะทางอีกหลายแห่งที่ปรับรูปแบบการสอนให้เป็นระบบเปิดหรือออนไลน์เกือบ 100% เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น แต่จะมีเทคนิคสำคัญหนึ่งอย่างที่คนส่วนใหญ่มักพลาดจนเรียนไม่จบ - ผมจะมาเฉลยในส่วนของเคล็ดลับการเรียนให้จบตามกำหนดด้านล่างครับ

มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) - มหาวิทยาลัยเปิดที่เน้นการเรียนทางไกล

มสธ. เป็นมหาวิทยาลัยเปิดเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่ใช้ระบบการสอนทางไกลอย่างเต็มรูปแบบ 100% โดยผู้เรียนไม่จำเป็นต้องเดินทางไปเข้าชั้นเรียนเลยแม้แต่วันเดียว ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในต่างจังหวัดหรือคนทำงานประจำที่มีตารางเวลาไม่แน่นอน

ในแง่ของสถิติการศึกษา พบว่านักศึกษา มสธ. ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงานที่ต้องการอัปเกรดวุฒิการศึกษาหรือเปลี่ยนสายงานใหม่[1] โดยค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร 4 ปีนั้นค่อนข้างประหยัด ซึ่งโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 35,000 - 55,000 บาท ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาและจำนวนวิชาที่ลงทะเบียนในแต่ละภาคเรียน ระบบการเรียนจะเน้นการอ่านหนังสือและสื่อประสมที่ทางมหาวิทยาลัยส่งมาให้ถึงบ้าน และมีการจัดสอบตามศูนย์สอบต่างๆ ทั่วประเทศ ทำให้ผู้เรียนสามารถบริหารจัดการเวลาของตนเองได้เกือบทั้งหมด

ผมเคยลองสมัครเรียนวิชาโทที่ มสธ. เมื่อปีก่อน - บอกตามตรงว่าไม่ง่ายเลย การต้องมานั่งอ่านตำราเล่มหนาเพียงลำพังหลังจากทำงานหนักมาทั้งวันต้องใช้ระเบียบวินัยสูงมาก (และผมก็เคยเกือบถอดใจไปแล้ว) การเรียนที่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความรู้ แต่เป็นการทดสอบความรับผิดชอบของตัวเองล้วนๆ เลยครับ

มหาวิทยาลัยรามคำแหง (ม.ราม) - ตลาดวิชาที่รวมทุกโอกาสการเรียนรู้

มหาวิทยาลัยรามคำแหงถูกนิยามว่าเป็น มหาวิทยาลัยตลาดวิชา แม้จะไม่มีการสอบคัดเลือกในระดับปริญญาตรี (ยกเว้นบางคณะเฉพาะทาง) แต่ระบบการเรียนจะแตกต่างจาก มสธ. ตรงที่มีชั้นเรียนปกติและห้องบรรยายขนาดใหญ่ให้นักศึกษาเข้าฟังได้

จุดเด่นที่น่าสนใจของ ม.ราม ในปี 2569 คือโครงการพรีดีกรี (Pre-degree) ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมีนักเรียนระดับมัธยมปลายลงทะเบียนเรียนล่วงหน้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา [3] โครงการนี้ช่วยให้เด็กมัธยมสามารถเก็บหน่วยกิตปริญญาตรีไปพร้อมกับการเรียนมัธยมได้ ทำให้หลายคนเรียนจบปริญญาตรีได้ตั้งแต่อายุ 18-19 ปีเท่านั้น สำหรับค่าเทอมของ ม.ราม นั้นถือว่าถูกที่สุดในระบบการศึกษาไทย โดยเริ่มต้นเพียงหน่วยกิตละ 25-50 บาท ทำให้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเทอมอาจไม่ถึง 3,500 บาทด้วยซ้ำ

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเรียน ม.ราม ต้องเข้าเรียนตลอดเวลา. ไม่จริงเสมอไปครับ. สำหรับคณะส่วนใหญ่ เช่น นิติศาสตร์ หรือ บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยไม่ได้บังคับเข้าชั้นเรียน แต่มีสื่อออนไลน์และวิดีโอย้อนหลังให้ดูผ่านระบบ Cyber Classroom ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนที่ไม่สามารถเข้าห้องเรียนได้จริง

มหาวิทยาลัยเอกชนและสถาบันทางเลือกในระบบออนไลน์

นอกเหนือจากมหาวิทยาลัยของรัฐแล้ว ในปี 2569 เราได้เห็นการปรับตัวของมหาวิทยาลัยเอกชนหลายแห่งที่หันมาเปิดหลักสูตรออนไลน์ หรือคำถามที่ว่า มหาวิทยาลัยแบบเปิด มีที่ไหนบ้าง ที่เป็นของเอกชนเริ่มมีคำตอบที่หลากหลายขึ้นเพื่อแข่งขันกับมหาวิทยาลัยเปิดเดิม

มหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำ เช่น มหาวิทยาลัยรังสิต และ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้พัฒนาหลักสูตรที่เน้นทักษะแห่งอนาคต โดยหลายหลักสูตรถูกออกแบบมาให้เรียนผ่านระบบ Learning Management System[5] (LMS) ที่ผู้เรียนสามารถทำกิจกรรมและส่งงานออนไลน์ได้ทั้งหมด แม้ค่าเทอมจะสูงกว่า มสธ. หรือ ม.ราม โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 120,000 - 250,000 บาทตลอดหลักสูตร แต่สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับคือการดูแลที่ใกล้ชิดกว่าและเครือข่ายคอนเนคชันในเชิงธุรกิจ

หากคุณมีงบประมาณจำกัด มสธ. และ ม.ราม คือคำตอบที่ดีที่สุด แต่ถ้าคุณต้องการความรวดเร็ว สื่อการเรียนที่ทันสมัย และมีที่ปรึกษาคอยกระตุ้นตลอดเวลา มหาวิทยาลัยเอกชนในระบบออนไลน์ก็เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากับการลงทุนครับ

เปรียบเทียบ มสธ. vs ม.ราม เลือกที่ไหนดีสำหรับคุณ?

การตัดสินใจเลือกระหว่างสองสถาบันนี้ต้องพิจารณาจากไลฟ์สไตล์และวิธีการเรียนรู้ของคุณเป็นหลัก นี่คือข้อมูลสรุปเปรียบเทียบเพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ⭐

  • เรียนทางไกล 100% อ่านตำราเองที่บ้าน ไม่ต้องเข้าชั้นเรียน
  • จัดสอบตามศูนย์สอบรายจังหวัดทั่วประเทศในวันเสาร์-อาทิตย์
  • ประมาณ 4,000 - 8,000 บาท ต่อภาคการศึกษา (รวมค่าสื่อการสอน)
  • คนทำงานประจำในต่างจังหวัด หรือคนที่มีวินัยในการอ่านหนังสือสูง

มหาวิทยาลัยรามคำแหง (ม.ราม)

  • มีชั้นเรียนปกติ (ไม่บังคับเข้าส่วนใหญ่) และมีสื่อการสอนออนไลน์
  • ส่วนใหญ่ต้องเดินทางไปสอบที่วิทยาเขตในกรุงเทพฯ หรือศูนย์สอบที่กำหนด
  • ประมาณ 1,500 - 3,500 บาท ต่อภาคการศึกษา (ไม่รวมตำราเรียน)
  • นักเรียนพรีดีกรี หรือคนที่สะดวกเดินทางไปสอบและต้องการค่าเทอมที่ถูกที่สุด
หากคุณเน้นความสะดวกในการเรียนจากที่บ้านโดยไม่ต้องเดินทางเลย มสธ. คือคำตอบที่ตรงโจทย์ที่สุด แต่หากคุณต้องการความยืดหยุ่นของหลักสูตรและมีงบประมาณที่จำกัดมาก ม.ราม จะช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า

การเรียนควบของ พี่ต้น: จากพนักงานออฟฟิศสู่ปริญญาใบที่สอง

พี่ต้น พนักงานไอทีวัย 32 ปีในกรุงเทพฯ อยากได้วุฒินิติศาสตร์เพื่ออัปเกรดตำแหน่งงานแต่ไม่มีเวลาเข้าเรียน เขาตัดสินใจสมัครเรียน ม.ราม เพราะค่าเทอมถูกและอยู่ใกล้ที่ทำงาน แต่ความจริงมันไม่ง่ายเลย

ช่วงแรกพี่ต้นลงทะเบียน 8 วิชาต่อเทอมเหมือนเด็กปกติ ผลคือสอบตกไป 5 วิชาเพราะไม่มีเวลาอ่านหนังสือและทำงานล่วงหน้า (OT) บ่อยครั้ง ความมั่นใจเขาลดลงจนเกือบจะลาออก

เขาเปลี่ยนกลยุทธ์โดยการลงเรียนเพียงเทอมละ 4 วิชา และเน้นฟังคำบรรยายสรุปออนไลน์ช่วงเดินทางบนรถไฟฟ้าวันละ 40 นาทีแทนการอ่านหนังสือเล่มหนา เขาเลิกกดดันตัวเองว่าจะต้องจบภายใน 3 ปี

สุดท้ายพี่ต้นเรียนจบได้ภายใน 4 ปีครึ่งด้วยเกรดเฉลี่ยที่น่าพอใจ และได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นประมาณ 25% หลังจากย้ายไปฝ่ายกฎหมายเทคโนโลยี ความสำเร็จนี้มาจากการยอมรับว่าความช้าไม่ใช่ความล้มเหลว

คำถามในหัวข้อเดียวกัน

เรียนมหาลัยเปิด ยากไหมเมื่อเทียบกับมหาลัยปิด?

ในแง่เนื้อหาวิชาการถือว่ามีความเข้มข้นเท่ากัน แต่ความยากของมหาวิทยาลัยเปิดอยู่ที่การจัดการตนเอง ข้อมูลระบุว่าอัตราการเรียนจบในเวลาที่กำหนดของมหาวิทยาลัยเปิดอยู่ที่ประมาณ 20-30% เท่านั้น เนื่องจากผู้เรียนส่วนใหญ่มีภาระหน้าที่อื่นควบคู่ไปด้วย

วุฒิจากมหาลัยเปิดเป็นที่ยอมรับในการสมัครงานหรือไม่?

วุฒิการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเปิดในไทยได้รับการรับรองจาก ก.พ. และกระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) อย่างถูกต้อง ในหลายสายงาน เช่น นิติศาสตร์ หรือ รัฐศาสตร์ วุฒิจาก ม.ราม หรือ มสธ. เป็นที่ยอมรับอย่างสูงมากในด้านความอดทนและความรับผิดชอบ

ต้องสอบเข้าไหม ถ้าจะสมัครเรียนมหาวิทยาลัยเปิด?

สำหรับหลักสูตรปริญญาตรีส่วนใหญ่ ไม่ต้องสอบเข้าครับ เพียงแค่มีวุฒิ ม.6 หรือเทียบเท่า (เช่น ปวช./กศน.) ก็สามารถสมัครเรียนได้ทันที ยกเว้นบางสาขาเฉพาะทางที่มีการจำกัดจำนวนรับ

มุมมองโดยรวม

มสธ. คือที่สุดของการเรียนทางไกล

ถ้าไม่สะดวกเดินทางและอยากเรียนจากที่บ้าน 100% มสธ. คือตัวเลือกที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ

ม.ราม มอบความคุ้มค่าสูงสุด

ด้วยค่าเทอมที่เริ่มต้นเพียงไม่กี่พันบาทต่อเทอม ทำให้เป็นสถาบันที่ทุกคนเข้าถึงได้โดยไม่มีอุปสรรคด้านการเงิน

หากคุณยังลังเลใจว่าสถาบันไหนเหมาะกับคุณที่สุด ลองศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ มหาวิทยาลัยรามคําแหงเป็นมหาวิทยาลัยเปิดหรือไม่ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ
วินัยคือหัวใจสำคัญ

การเรียนมหาวิทยาลัยเปิดต้องการการบริหารจัดการเวลาที่ดีเยี่ยม เพราะไม่มีใครมาคอยบังคับให้คุณเข้าเรียนหรืออ่านหนังสือ

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

  • [1] Stou - สถิติการศึกษาพบว่านักศึกษา มสธ. กว่า 85% เป็นวัยทำงานที่ต้องการอัปเกรดวุฒิการศึกษาหรือเปลี่ยนสายงานใหม่
  • [3] Aroundram - มีนักเรียนระดับมัธยมปลายลงทะเบียนเรียนล่วงหน้าพรีดีกรีเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
  • [5] Journal - กว่า 75% ของหลักสูตรมหาวิทยาลัยเอกชนออนไลน์ถูกออกแบบมาให้เรียนผ่านระบบ Learning Management System