มหาลัยคณะไหนเรียนง่ายสุด
เรียนจบง่ายไม่ยาก: 3 คณะที่เหมาะกับคุณ
หากคุณกำลังมองหาคณะที่ไม่เน้นการคำนวณที่ยุ่งยาก หลายคนมักเริ่มต้นที่สายศิลป์และสังคมศาสตร์ มหาลัยคณะไหนเรียนง่ายสุด จึงเป็นคำถามที่ตอบด้วยการเน้นไปที่ทักษะการท่องจำและการวิเคราะห์ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ผู้เรียนส่วนใหญ่สามารถทำความเข้าใจได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
สรุปคำตอบสั้นๆ มหาลัยคณะไหนเรียนง่ายสุดในมุมมองเด็กไทย
คำตอบของคำถามที่ว่า มหาลัยคณะไหนเรียนง่ายสุด อาจขึ้นอยู่กับนิยามของแต่ละคน แต่หากพิจารณาจากสถิติจบการศึกษาและความซับซ้อนของเนื้อหา คณะสายสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ เช่น คณะศึกษาศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ และคณะนิเทศศาสตร์ มักถูกจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของคณะที่เรียนจบง่ายที่สุด เนื่องจากเน้นความเข้าใจและการประยุกต์ใช้มากกว่าการคำนวณหรือการปฏิบัติในห้องแล็บที่เข้มข้นเหมือนสายวิทยาศาสตร์
อย่างไรก็ตาม การมองหา มหาลัยคณะไหนเรียนง่ายสุด อาจมีจุดดักควาย - และนี่คือสิ่งที่หลายคนมองข้าม - ซึ่งอาจทำให้คณะที่ดูเหมือนชิลล์กลายเป็นนรกสำหรับคุณได้ ผมจะเฉลยเรื่องปัจจัยลับที่สำคัญกว่าชื่อคณะในส่วนของโครงสร้างหลักสูตรด้านล่าง การทำความเข้าใจความถนัดของตนเองควบคู่ไปกับลักษณะวิชาเรียนจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณเรียนจบได้โดยไม่เครียดจนเกินไป
ในความเป็นจริง อัตราการสำเร็จการศึกษาในคณะกลุ่มศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์นั้นค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับคณะสายวิศวกรรมศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ที่อาจมีอัตราการดรอปเรียนหรือรีไทร์สูงกว่า[1] ในบางมหาวิทยาลัย ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าเนื้อหาการเรียนในสายสังคมมีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับทักษะพื้นฐานของคนส่วนใหญ่มากกว่า
เจาะลึกคณะสายสังคมและมนุษยศาสตร์: ทางเลือกสำหรับคนเน้นการอ่านและการคิดวิเคราะห์
คณะสายศิลป์ที่เรียนง่ายที่สุด มักถูกเรียกว่า คณะสายชิลล์ เพราะไม่มีวิชาคำนวณขั้นสูงอย่างแคลคูลัสหรือฟิสิกส์มาทำให้ปวดหัว เนื้อหาส่วนใหญ่เน้นไปที่การทำความเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ สังคม และภาษา ซึ่งเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและสามารถทำความเข้าใจได้ผ่านการอ่านและการสังเกต
คณะศึกษาศาสตร์และครุศาสตร์: เน้นทักษะเฉพาะทางและการถ่ายทอด
คณะนี้เรียนง่ายในแง่ของเนื้อหาวิชาการที่ไม่ซับซ้อนจนเกินไป วิชาส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับจิตวิทยาการเรียนรู้ วิธีการสอน และการจัดการห้องเรียน ซึ่งเป็นเรื่องที่เน้นความจำและการฝึกปฏิบัติในการเป็นครู อัตราส่วนของผู้ที่เรียนจบตามเกณฑ์ 4-5 ปี (ตามหลักสูตร) สูงเกือบ 95% ในมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่
บอกตรงๆ นะ ผมเคยเห็นเพื่อนหลายคนที่เรียนไม่เก่งในสายสามัญ แต่พอมาเรียนครูเขากลับทำคะแนนได้ดีมาก เพราะเขามีใจรักในการสอนและทักษะการสื่อสารที่ดี สิ่งที่ยากที่สุดของคณะนี้ไม่ใช่การสอบ แต่คือการฝึกสอนในโรงเรียนจริงที่ต้องใช้ความอดทนสูงมาก
คณะมนุษยศาสตร์และศิลปศาสตร์: ทักษะภาษาที่นำไปใช้ได้จริง
สำหรับคนที่ชอบอ่านหนังสือหรือสนใจภาษาต่างประเทศ คณะนี้คือสวรรค์ เพราะคุณจะได้คลุกคลีกับวรรณกรรม วัฒนธรรม และทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน อัตราการรีไทร์ในคณะกลุ่มนี้ต่ำมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานมหาวิทยาลัยทั่วไป[2] ซึ่งถือว่าน้อยมาก
แต่ต้องระวังไว้หน่อย - ความง่ายจะหายไปทันทีถ้าคุณเลือกเรียนภาษาที่คุณไม่ได้รักจริงๆ - เพราะการท่องจำคำศัพท์และไวยากรณ์ต้องการวินัยที่สมอ่ำเสมอ ผมเคยพยายามลงเรียนวิชาเลือกภาษาฝรั่งเศสเพราะคิดว่าชิลล์ ผลคือต้องนั่งมึนอยู่หน้าตำรานานกว่า 3 ชั่วโมงต่อวันเพื่อไม่ให้สอบตก
กลุ่มคณะสายบริหารและนิเทศศาสตร์: เน้นความคิดสร้างสรรค์และการทำงานจริง
หากคุณเป็นคณะที่ไม่เน้นคำนวณแต่ชอบทำกิจกรรม หรือชอบคิดโปรเจกต์ใหม่ๆ กลุ่มคณะนี้จะตอบโจทย์คุณมากที่สุด เพราะสัดส่วนของการทำรายงานกลุ่มและการลงมือปฏิบัตินั้นสูงกว่าการสอบทฤษฎีเพียงอย่างเดียว
คณะนิเทศศาสตร์: ความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่มีถูกผิด
นิเทศศาสตร์มักถูกมองว่าเป็นคณะไหนเรียนไม่ยากสำหรับคนชอบกิจกรรม วิชาเรียนอย่างการถ่ายภาพ การแสดง การผลิตสื่อ หรือการประชาสัมพันธ์ เน้นไปที่การลงมือทำจริงมากกว่าการท่องจำเพื่อสอบ อัตราการผ่านวิชาพื้นฐานในคณะนี้มักสูงกว่า 90% ในแต่ละภาคเรียน
หลายคนอาจบ่นเรื่องการอดนอนทำโปรเจกต์ แต่เชื่อมั้ยว่าความเหนื่อยจากการตัดต่อวิดีโอ 10 ชั่วโมง กับการนั่งแก้โจทย์แคลคูลัส 1 ชั่วโมงนั้นให้ความรู้สึกต่างกันลิบลับ ความสนุกในการสร้างผลงานทำให้ความยากกลายเป็นเรื่องที่ทนได้
คณะบริหารธุรกิจ: พื้นฐานการทำงานในโลกอนาคต
แม้จะมีวิชาคำนวณบ้างอย่างบัญชีหรือเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น แต่ในสาขาอย่างการตลาดหรือการจัดการ เนื้อหาจะเน้นไปที่เคสศึกษา (Case Studies) และการวางแผนกลยุทธ์ ซึ่งเข้าถึงง่ายและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ทันที โดยทั่วไปหลักสูตรบริหารธุรกิจจะมีวิชาที่ต้องคำนวณหนักๆ เพียง 1-2 ตัวเท่านั้นตลอดทั้งหลักสูตร
รายได้เริ่มต้นของบัณฑิตคณะบริหารธุรกิจในประเทศไทยมักอยู่ในช่วง 15,000 - 35,000 บาท [3] ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความยากในการเรียนที่อยู่ในระดับปานกลางค่อนไปทางง่าย
ความลับของการเรียนง่ายที่หลายคนมองข้าม: โครงสร้างหลักสูตรและวิชาเลือก
จำปัจจัยลับที่ผมบอกไว้ตอนต้นได้มั้ย? ความลับนั้นคือ หน่วยกิตวิชาเลือกเสรี และสัดส่วนคะแนนเก็บ หลายคนเลือกคณะตามชื่อ แต่ลืมดูว่ามหาลัยคณะไหนจบง่ายในแต่ละมหาวิทยาลัยนั้นๆ เพราะอาจมีความยากต่างกันราวฟ้ากับเหว
โครงสร้างหลักสูตรที่เรียนง่ายมักมีลักษณะดังนี้: สัดส่วนคะแนนเก็บสูง: เช่น คะแนนจากรายงานและงานกลุ่ม 60-70% และคะแนนสอบเพียง 30-40% มีวิชาเลือกเสรีเยอะ: ช่วยให้คุณสามารถเลือกวิชาที่ถนัดเพื่อดึงเกรดเฉลี่ย (GPA) ขึ้นได้ ไม่มีวิชาตัวต่อ (Prerequisite) ที่ซับซ้อน: ทำให้ถ้าสอบตกวิชาหนึ่ง ก็ยังสามารถลงเรียนวิชาอื่นต่อได้โดยไม่ทำให้แผนการเรียนพัง
คุณควรตรวจสอบคู่มือนักศึกษาของมหาวิทยาลัยก่อนสมัคร เพื่อดูว่ามีวิชาบังคับที่เราเกลียดซ่อนอยู่กี่ตัว แนะนำคณะสำหรับคนเรียนไม่เก่งมักเป็นคณะที่ยืดหยุ่น นี่คือจุดตายที่ทำให้คนเรียนไม่จบมานักต่อนักแล้ว
เปรียบเทียบความยาก-ง่ายของคณะยอดนิยมแต่ละด้าน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราได้จำลองสัดส่วนเนื้อหาการเรียนของ 3 กลุ่มคณะที่ขึ้นชื่อว่าเรียนง่าย เพื่อให้คุณเลือกได้ตามความถนัด
คณะศึกษาศาสตร์ / ครุศาสตร์
- ปานกลางถึงสูง (ทฤษฎีการสอนและจิตวิทยา)
- สูงมาก (ต้องฝึกสอนจริงในโรงเรียน)
- ต่ำมาก (เน้นเฉพาะวิชาสถิติเพื่อการวิจัยพื้นฐาน)
คณะมนุษยศาสตร์ (ภาษา)
- สูงมาก (ต้องอ่านวรรณกรรมและท่องศัพท์สม่ำเสมอ)
- ปานกลาง (เน้นการใช้ภาษาในห้องเรียน)
- แทบไม่มีเลย (มักไม่มีวิชาเลขบังคับในสาขาภาษา)
คณะนิเทศศาสตร์ ⭐ (แนะนำสำหรับสายชิลล์)
- ต่ำถึงปานกลาง (เน้นความเข้าใจบริบทสังคม)
- สูงมาก (เน้นโปรเจกต์งานสร้างสรรค์และงานกลุ่ม)
- ต่ำมาก (เน้นวิชาการวิจัยผู้บริโภคเบื้องต้น)
บทเรียนจากความผิดพลาดของ ใหม่: จากวิทย์-คณิต สู่การพบคำตอบที่นิเทศฯ
ใหม่ นิสิตสาวจากเชียงใหม่ เคยเลือกเรียนคณะวิทยาศาสตร์ตามความคาดหวังของครอบครัว แม้เธอจะรู้ตัวว่าเกลียดวิชาฟิสิกส์มาตลอด 3 ปีในมัธยมปลาย เธอต้องเผชิญกับภาวะเครียดสะสมและเกรดเฉลี่ยที่ร่วงลงไปแตะ 1.8 ในปีแรก
เธอพยายามฝืนอ่านหนังสือจนเช้าวันละหลายชั่วโมง แต่ผลที่ได้คือการสอบตกวิชาเคมีพื้นฐานซ้ำถึงสองครั้ง ความรู้สึกล้มเหลวทำให้เธอเกือบตัดสินใจลาออกจากการศึกษาและกลับไปอยู่บ้านเฉยๆ
หลังจากปรึกษารุ่นพี่คนหนึ่ง เธอตระหนักได้ว่าปัญหาไม่ใช่เพราะเธอโง่ แต่เป็นเพราะโครงสร้างสมองของเธอไม่ถนัดการคำนวณ เธอตัดสินใจซิ่ว (ย้ายคณะ) มาเรียนนิเทศศาสตร์ในมหาวิทยาลัยเดิม โดยยอมรับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ช้ากว่าเพื่อน
ผลลัพธ์คือใหม่ได้รับเกรดเฉลี่ย 3.6 ในเทอมแรกที่ย้ายมา เธอพบว่าการตัดต่อภาพยนตร์และเขียนบทคือสิ่งที่เธอทำได้ดีโดยไม่ต้องฝืน หลังจบ 4 ปี เธอได้งานในเอเจนซี่โฆษณาด้วยเงินเดือน 22,000 บาท และยืนยันว่าการเลือกคณะที่เรียนง่ายสำหรับตนเองคือการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิต
คู่มือดำเนินการทันที
ความง่ายเป็นเรื่องเฉพาะตัวคณะที่คนอื่นบอกว่าชิลล์ อาจยากสำหรับคุณถ้าคุณไม่มีความสนใจพื้นฐานในเรื่องนั้นเลย
เช็คสถิติการรีไทร์คณะที่มีอัตราการรีไทร์ต่ำกว่า 5% มักจะมีระบบสนับสนุนนักศึกษาที่ดีและเนื้อหาไม่กดดันจนเกินไป
ดูโครงสร้างคะแนนเก็บเลือกวิชาเรียนที่สัดส่วนคะแนนเก็บมากกว่า 50% จะช่วยให้เรียนจบได้ง่ายขึ้นแม้จะสอบไม่เก่ง
อย่ากลัววิชาคำนวณในบริหารคณะบริหารธุรกิจส่วนใหญ่มีวิชาเลขหนักๆ เพียง 1-2 ตัวเท่านั้น ซึ่งสามารถติวผ่านได้ไม่ยาก
คุณอาจสนใจ
คณะที่เรียนง่ายจบมาจะมีงานทำมั้ย?
มีแน่นอนครับ เพราะคณะเหล่านี้เน้นทักษะ Soft Skills เช่น การสื่อสารและการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นที่ต้องการสูงในตลาดงานปัจจุบัน กว่า 80% ของตำแหน่งงานทั่วไปเปิดรับผู้จบจากทุกสาขา โดยเฉพาะสายบริหารและนิเทศศาสตร์
จริงมั้ยที่ว่าคณะมนุษยศาสตร์ไม่ต้องเรียนเลขเลย?
ส่วนใหญ่ของสาขาวิชาเอกภาษาในคณะมนุษยศาสตร์ไม่มีวิชาคณิตศาสตร์บังคับ[4] แต่อาจมีวิชาสถิติเบื้องต้น 1 ตัวในหมวดวิชาศึกษาทั่วไป ซึ่งระดับความยากจะเท่ากับคณิตศาสตร์มัธยมปลายพื้นฐานเท่านั้น
ถ้าเรียนไม่เก่งเลย ควรเลือกคณะไหนดีที่สุด?
แนะนำคณะนิเทศศาสตร์หรือคณะสังคมศาสตร์ในสาขาที่เน้นการทำกิจกรรมครับ เพราะคะแนนส่วนใหญ่มาจากงานกลุ่มและโปรเจกต์ ซึ่งช่วยพยุงเกรดได้ดีกว่าการฝากชีวิตไว้กับการสอบไล่เพียงอย่างเดียว
การอ้างอิง
- [1] Sanook - ในความเป็นจริง อัตราการสำเร็จการศึกษาในคณะกลุ่มศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์นั้นค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับคณะสายวิศวกรรมศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ที่อาจมีอัตราการดรอปเรียนหรือรีไทร์สูงกว่า
- [2] Sanook - อัตราการรีไทร์ในคณะกลุ่มนี้ต่ำมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานมหาวิทยาลัยทั่วไป
- [3] Videshguru - รายได้เริ่มต้นของบัณฑิตคณะบริหารธุรกิจในประเทศไทยมักอยู่ในช่วง 15,000 - 35,000 บาท
- [4] Tcaster - ส่วนใหญ่ของสาขาวิชาเอกภาษาในคณะมนุษยศาสตร์ไม่มีวิชาคณิตศาสตร์บังคับ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต