OPD ตรวจอะไรบ้าง
OPD ตรวจรักษาโรคอะไรบ้าง?
OPD เนี่ยนะ? อืม... เท่าที่ฉันจำได้ ตอนไปตรวจสุขภาพประจำปีที่ รพ.กรุงเทพ เมื่อ 14 กุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว (จำได้แม่นเลยเพราะวันเกิดแฟนฉัน) เค้าก็ตรวจทั่วไป วัดความดัน ชั่งน้ำหนัก แล้วก็ถามประวัติสุขภาพ แบบทั่วไปอะ ไม่เจาะจงโรคอะไรเป็นพิเศษหรอก ถ้าเจอปัญหาอะไร ก็คงต้องไปพบแพทย์เฉพาะทางอีกที ค่าใช้จ่ายตอนนั้น ประมาณ 2000 บาท รวมตรวจเลือดด้วยนะ แพงเอาเรื่องอยู่ ถ้าไม่มีประกันนี่ จุกแน่ๆ
ส่วนประกัน OPD เนี่ย พี่สาวฉันทำไว้ เค้าบอกว่า ครอบคลุมโรคเล็กๆน้อยๆ แบบไม่ต้องนอนโรงพยาบาล เหมือนไข้หวัด เจ็บคอ อะไรประมาณนั้น แต่ รายละเอียด เค้าก็ไม่ได้เล่าให้ฟังละเอียดมากนะ แค่บอกว่าคุ้มค่า เพราะค่ารักษาพยาบาล มันก็ไม่น้อยเลย ถ้าเจ็บป่วยบ่อยๆ แต่โรคหนักๆ แบบต้องผ่าตัด อะไรแบบนั้น คงไม่ครอบคลุมนะ ต้องดูรายละเอียดในกรมธรรม์อีกที
สรุปนะ OPD สำหรับฉัน มันคือการตรวจสุขภาพทั่วไป แบบไม่เจาะจงโรค แต่ถ้าเป็นโรคเรื้อรัง หรือ โรคหนักๆ คงต้องไปหาหมอเฉพาะทาง และประกัน OPD ก็เหมาะสำหรับคนไม่อยากจ่ายแพงเวลาป่วยเล็กๆน้อยๆ แต่ต้องดูเงื่อนไขแต่ละที่ด้วยนะ ไม่เหมือนกันทุกเจ้าหรอก ฉันก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องนี้มากนัก แค่เล่าจากประสบการณ์ตัวเองแค่นั้นแหละ
ประกัน OPD เบิกอะไรได้บ้าง
โอ้โห ประกัน OPD เนี่ยนะ เรื่องจริงเลย ปีนี้ผมใช้ประกัน OPD บ่อยมาก เพราะปีนี้สุขภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เริ่มต้นเดือนมีนาคม ผมเป็นไข้หวัดใหญ่ ไอจนเหนื่อยเลย ไปหาหมอที่ รพ. กรุงเทพ พระโขนง ตอนนั้นค่าใช้จ่าย รวมๆ แล้วประมาณ 8,000 บาท ประกันจ่ายให้หมด โล่งอกไปที
พฤษภาคม ตรวจสุขภาพประจำปีที่เวชกร เจอหมอผู้หญิงใจดีมาก ตรวจละเอียด ค่าใช้จ่าย 5,000 กว่าบาท ประกันจ่ายครอบคลุมอีก ดีใจมาก ไม่งั้นคงกระเป๋าฉีก
แล้วก็เดือนสิงหาคม ผมไปตรวจร่างกายที่ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เพราะรู้สึกปวดท้อง หมอบอกเป็นลำไส้อักเสบ ต้องจ่ายค่าตรวจ ค่ายา ประมาณ 4,000 บาท โชคดีที่มีประกันช่วยเหลือ ไม่อย่างนั้นคงลำบาก
- ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD)
- ค่าแพทย์
- ค่ายา
- ค่าตรวจ
- ค่าทำหัตถการ (บางรายการ)
- ตรวจสุขภาพประจำปี
สรุปง่ายๆ ประกัน OPD ช่วยผมได้เยอะมาก ปีนี้ สำหรับค่ารักษาพยาบาล ประหยัดไปหลายหมื่น คุ้มค่าจริงๆ
OPD ครั้งละกี่บาท
OPD? เลือกแบบไหน?
- ครั้งละ: จ่ายตามจริง 500-3,000 บ. สูงสุด 30 ครั้ง/ปี ทั่วโลก (ประกันบางเจ้า)
- เหมาจ่าย: 15,000-100,000 บ./ปี ไม่จำกัดครั้ง ทั่วโลก (ประกันบางเจ้า)
- ต้องถาม: "เจ็บป่วยบ่อยแค่ไหน?"
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- OPD: Outpatient Department (ผู้ป่วยนอก) รักษาที่ไม่ต้องนอน รพ.
- ประกันกลุ่มบริษัท อาจมี OPD ให้พนักงาน ควรรู้สิทธิ
- "คุ้มครองทั่วโลก" อ่านเงื่อนไขดีๆ ว่ามีข้อยกเว้นไหม
- บางแผน OPD อาจ ไม่ครอบคลุมโรคเรื้อรังที่มีมาก่อน
- Tip: ถ้าป่วยไม่บ่อย...จ่ายเองอาจคุ้มกว่า จ่ายเองเจ็บน้อยกว่า
OPD เด็ก ทำ อะไรบ้าง
โอ๊ย...OPD เด็กน่ะเหรอ? เหมือนสวรรค์น้อยๆ ของพ่อแม่ที่ลูกร้องไห้ไม่หยุดนั่นแหละ!
- หน้าที่: คลินิกสารพัดนึกสำหรับเด็ก ตั้งแต่หวัดลงคอ ยันไส้ติ่งจะแตก! ตรวจ วินิจฉัย รักษา ฟื้นฟู โอ้โห...ครบเครื่อง!
- เป้าหมาย: ทำให้เด็กหายป่วย (อันนี้แน่นอน) และทำให้พ่อแม่หายบ้า (อันนี้สำคัญกว่า!) บริการดีเลิศตามมาตรฐาน (ว่าไปนั่น!)
- ขอบเขตการให้บริการ: ตั้งแต่โรคจิ๊บๆ ยันโรคที่ต้องผ่าตัดใหญ่โตมโหฬาร! อะไรที่เกี่ยวกับเด็ก จัดมาให้หมด!
ทีนี้มาดูข้อมูลแบบชาวบ้านๆ เพิ่มเติม:
- ตรวจโรคทั่วไป: หวัด ไอ จาม ท้องเสีย ผื่นคัน สารพัดโรคที่ทำให้พ่อแม่นอนไม่หลับ!
- โรคซับซ้อน: อันนี้ก็แล้วแต่เวรแต่กรรมของเด็กแต่ละคน อาจจะต้องส่งตัวไปหาหมอเฉพาะทางอีกที!
- ส่งเสริมสุขภาพ: ฉีดวัคซีน ตรวจพัฒนาการ ให้คำแนะนำเรื่องอาหารการกิน (อันนี้สำคัญ เดี๋ยวนี้น้ำหนักเกินกันทั้งนั้น!)
สรุป: OPD เด็กคือที่พึ่งของพ่อแม่ยามลูกป่วย แต่ถ้าไม่อยากไป ก็ดูแลลูกให้ดีๆ เด้อ!
ผู้ป่วย OPD คืออะไร
OPD ย่อมาจาก Out Patient Department แปลตรงตัวคือ "แผนกผู้ป่วยนอก" นั่นเองครับ ง่ายๆ คือ คนไข้ที่ไปหาหมอแล้วกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล คิดง่ายๆ เหมือนไปตรวจสุขภาพประจำปี หรือไปหาหมอเพราะเป็นหวัดนิดหน่อย แล้วก็กลับบ้านได้เลย
แตกต่างจาก IPD (In Patient Department) หรือ ผู้ป่วยใน ที่ต้องนอนโรงพยาบาลพักรักษาตัว อย่างเช่น คนไข้ผ่าตัดใหญ่ หรือเจ็บป่วยหนัก ต้องใช้เวลารักษาตัวในโรงพยาบาลหลายวัน
จุดสำคัญของการแยกประเภทผู้ป่วยแบบนี้ คือเพื่อจัดการทรัพยากรทางการแพทย์ให้มีประสิทธิภาพ และสะดวกทั้งต่อผู้ป่วยและโรงพยาบาล มันเป็นระบบการจัดการที่ค่อนข้างสำคัญเลยนะครับ ในบริบทการแพทย์สมัยใหม่
- OPD: ตรวจรักษาแล้วกลับบ้านได้
- IPD: ต้องนอนโรงพยาบาลพักรักษาตัว
การจำแนกแบบนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม และลดภาระของระบบสาธารณสุข ผมเองก็เคยทำงานวิจัยเกี่ยวกับระบบการจัดการโรงพยาบาลมา และพบว่า การจัดการผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน เป็นหัวใจสำคัญของประสิทธิภาพของโรงพยาบาลเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2566 นี้ ที่ระบบสาธารณสุขเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา
(เพิ่มเติม: การจัดการผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ยังเกี่ยวข้องกับระบบการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย และการประกันสุขภาพอีกด้วย เป็นระบบที่ซับซ้อนกว่าที่คิดมาก แต่ก็สำคัญมากต่อการเข้าถึงการดูแลสุขภาพของประชาชน)
ประกัน OPD เบิกอะไรได้บ้าง
ประกัน OPD เบิกไรได้มั่งอะหรอ?
เอางี้ ประกัน OPD อ่ะ มันก็คือประกันสุขภาพแบบไม่ต้องนอน รพ. อ่ะแหละ เบิกได้หลายอย่างนะ ที่หลักๆ ก็
- ค่าหมอ: อันนี้เบิกได้แน่ๆ ค่าตรวจ ค่าวินิจฉัยไรเงี้ย
- ค่ายา: ยาที่หมอสั่งอ่ะ เบิกได้หมดแหละ ยกเว้นพวกยาบำรุงสวยๆ งามๆ
- ค่าตรวจ: พวกตรวจเลือด ตรวจฉี่ เอกซเรย์ อ่ะเบิกได้นะ แล้วแต่แผนอะนะ
- ค่าทำแผล: ถ้ามีแผลต้องทำไรเงี้ย เบิกได้เหมือนกัน
แล้วก็...เออ บางทีนะ บางแผนมันครอบคลุมไปถึงพวก
- กายภาพบำบัด: ถ้าปวดหลังปวดไร ไปทำกายภาพ เบิกได้
- วัคซีน: บางทีก็มีให้ฉีดวัคซีนฟรีด้วยนะ ลองดูดีๆ ดิ
- ทันตกรรม: บางแผนใจดี มีค่าทำฟันให้อีก (แต่ส่วนมากไม่ค่อยมีนะ)
แต่! ต้องดูดีๆ นะ ว่าแผนที่เราทำอ่ะ มันมี วงเงิน เท่าไหร่ แล้ว เงื่อนไข เป็นยังไง เพราะแต่ละที่มันไม่เหมือนกัน
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย (ที่อาจจะไม่ได้เกี่ยวมาก):
- ตอนทำประกันอ่ะ ลองถามพวกโบรคเกอร์ดูดิ เค้าจะช่วยเปรียบเทียบให้ได้ ว่าอันไหนคุ้มสุด
- บางทีถ้าเราซื้อประกันพร้อมกับของพ่อแม่หรือแฟน จะได้ส่วนลดด้วยนะ
- อย่าลืมดูพวก ระยะเวลารอคอย นะ บางทีทำวันนี้ อีก 30 วันถึงจะเคลมได้ไรงี้
- ถ้าเคลมบ่อยๆ ปีต่อมาอาจจะโดนขึ้นค่าเบี้ยนะจ๊ะ
- ช่วงนี้มีประกันสุขภาพแบบที่เคลมออนไลน์ได้ด้วยนะ ลองหาดูสะดวกดี
- โอ้ย! พูดเรื่องประกันแล้วปวดหัว จ่ายเงินก็เจ็บใจ แต่ไม่ทำก็กลัวป่วยแล้วไม่มีตังค์จ่ายอีก เซ็งเป็ด!
ประกัน OPD ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
ประกัน OPD คุ้มครองอะไรบ้างเหรอ...
มันเหมือนตอนที่เราไม่สบายเล็กๆ น้อยๆ อ่ะ ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล แต่ก็ต้องไปหาหมอใช่ไหม
- ค่าหมอ: ไปหาหมอ หมอก็ต้องคิดเงิน อันนี้ประกันจ่ายให้
- ค่ายา: หมอสั่งยา เราก็ต้องซื้อ ประกันก็จ่ายให้อีก
- ค่าทำแผล: ถ้าเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย ต้องไปทำแผล อันนี้ก็เบิกได้
- ค่าฉีดยา: บางทีต้องฉีดยา ประกันก็ช่วยจ่าย
คือ... มันเหมือนเป็นตัวช่วยเวลาเราป่วยแบบไม่ต้องแอดมิทอ่ะ แต่ก็ยังต้องใช้เงินอยู่ดี
บางทีก็คิดนะ... ทำไมต้องมีประกันด้วยนะ? แต่ถ้าไม่มี... เราจะทำยังไง?
OPD ครั้งละกี่บาท
งงๆ นิดนึงนะ คือถามเรื่องค่า OPD ใช่มั้ย แบบต่อครั้งกับเหมาจ่ายอะ
แบบต่อครั้งนี่ เจอมาปีนี้ ที่บริษัทผมทำประกันไว้ เค้าเบิกได้ครั้งละ 500-3000 บาท ปีนึงเบิกได้ไม่เกิน 30 ครั้ง ทั่วโลกด้วยนะ โอเคอยู่นะ
แต่ถ้าแบบเหมาจ่าย เห็นเพื่อนมันทำ ปีละ 15,000-100,000 บาท เบิกได้กี่ครั้งก็ได้ จนกว่าจะหมดวงเงิน มันบอกคุ้มกว่า ไปหาหมอได้บ่อยขึ้น แต่ก็ต้องดูวงเงินด้วยนะ ว่าเราจะใช้เยอะมั้ย
สรุปคือ
- OPD ต่อครั้ง: 500-3000 บาท/ครั้ง สูงสุด 30 ครั้ง/ปี
- OPD เหมาจ่าย: 15,000-100,000 บาท/ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
เลือกแบบไหนดี แล้วแต่เลย ถ้าไปหาหมอบ่อยๆ เหมาจ่ายอาจจะดีกว่า แต่ถ้าไม่ค่อยป่วย ต่อครั้งก็ประหยัดดี ลองคิดดูดีๆ นะ ผมก็ไม่รู้ว่าอันไหนดีกว่า เพราะเพื่อนผมก็ใช้เหมาจ่าย แต่ผมใช้แบบต่อครั้ง แต่ปีนี้ยังไม่เคยใช้เลย ฮ่าๆๆ ก็แล้วแต่คนนะ
OPD เด็ก ทำ อะไรบ้าง
OPD เด็กน่ะเหรอ? โอ้โห! ที่นั่นมันเหมือนสวนสัตว์ขนาดย่อมเลยนะแก! หน้าที่หลักๆ ก็คือ...เอ่อ...พยายาม หยุดเด็กไม่ให้ร้องไห้เสียงดัง นั่นแหละ! (ล้อเล่นน่า!)
- ตรวจๆ รักษาๆ: ตั้งแต่หวัดลงคอ ยันไข้เลือดออก (หวังว่าคงไม่เจอเคสแปลกๆ แบบเด็กกลืนเหรียญนะ!)
- ฟื้นฟู: เด็กซนๆ วิ่งชนโต๊ะ ก็ต้องปฐมพยาบาลกันไป! (แผลถลอกนิดหน่อย ทำเป็นร้องไห้เหมือนโดนสิบล้อชน!)
- ป้องกันโรค: ฉีดวัคซีนนี่แหละ ตัวดีเลย! เด็กบางคนเห็นเข็มแล้ววิ่งหนีรอบโรงพยาบาล! (โอ๊ย! ปวดหัว!)
- ส่งเสริมสุขภาพ: สอนให้แปรงฟัน สอนให้กินผัก (เด็กสมัยนี้ชอบกินแต่ขนมหวาน! สงสัยจะกลัวผักมากกว่ากลัวผี!)
เป้าหมาย: อยากให้เด็กๆ แข็งแรง โตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีของสังคม (แต่ตอนนี้ขอแค่ไม่ดื้อ ไม่ซน ก็บุญแล้ว!)
ขอบเขตการให้บริการ: ตั้งแต่แรกเกิดยันวัยรุ่น (แต่บางทีวัยรุ่นก็งอแงยิ่งกว่าเด็กอีกนะ!)
ป.ล. อย่าลืมพกขนมไปเยอะๆ นะ! เผื่อเจอเด็กงอแง จะได้เอาไว้ล่อ! ????
แผนก OPD ทำอะไรบ้าง
โอเค จะเล่าให้ฟังนะ เรื่องแผนก OPD น่ะ คือเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง แม่ฉันป่วย ไอหนักมาก เลยพาไปโรงพยาบาลกรุงเทพ สาขาพัทยา ตอนบ่ายสองกว่าๆ อากาศร้อนตับแตก จำได้แม่นเลย ที่จอดรถก็หายาก หาจนเหงื่อท่วมตัว กว่าจะถึงเคาน์เตอร์ลงทะเบียนก็เกือบสามโมงเย็น
พอถึงคิวตรวจ หมอตรวจ ก็ฟังเสียง ตรวจปอด ซักประวัติทั่วไป แล้วก็วินิจฉัยว่าเป็นหวัด ธรรมดา ก็ฉีดยา จ่ายยาแก้ไอ แก้เจ็บคอมา ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง ก็กลับบ้านได้ ค่าใช้จ่ายก็... จำได้ลางๆ ประมาณสามพันกว่าบาท
เรื่อง OPD ที่เจอมา ก็อย่างที่เล่าไป คือตรวจ วินิจฉัย รักษาเบื้องต้น แล้วกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องนอนค้างคืน ไม่ต้องอยู่โรงพยาบาลนาน จริงๆมันก็คล้ายๆคลินิกทั่วไปแหละ แต่ว่าอุปกรณ์ครบครันกว่า และแพทย์ก็มีความเชี่ยวชาญมากกว่า
- ตรวจร่างกาย
- วินิจฉัยโรค
- ฉีดยา
- จ่ายยา
- ทำกายภาพบำบัด (บางกรณี)
- ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
- เวลาการรักษาไม่เกิน 6 ชั่วโมง
อ้อ ลืมบอกไป ที่โรงพยาบาลกรุงเทพนี่ ระบบค่อนข้างดี สะอาด พนักงานก็บริการดี แต่คนเยอะมาก นี่คือประสบการณ์ตรงของฉันนะ อาจจะแตกต่างกันไปบ้าง แล้วแต่โรงพยาบาล และความเจ็บป่วยของแต่ละคนด้วย
OPD Ortho ทำอะไรบ้าง
เห้อ... คิดแล้วก็เหนื่อยนะ OPD Ortho น่ะเหรอ... ก็ตรวจรักษาโรคกระดูกและกล้ามเนื้อนี่แหละ แบบทั่วไปอะ ไม่ใช่เคสหนักๆ อย่างที่ฉันเคยเจอมา เพื่อนสนิทฉันน่ะ เข่าเสื่อม ไปหาหมอที่ OPD Ortho บ่อยมาก ปีนี้ก็ไปหลายรอบแล้ว หมอก็ให้กายภาพบำบัด ยาแก้อักเสบ บางทีก็ฉีดยา
มันก็ช่วยบรรเทาได้บ้างแหละ แต่ไม่หายขาดหรอก เพื่อนฉันบอกว่าหมอบอกต้องดูแลตัวเอง ออกกำลังกายเบาๆ งดทำกิจกรรมหนักๆ เป็นเรื่องที่น่าเบื่อมากเลยนะ การต้องจำกัดตัวเอง
- ตรวจร่างกาย
- ให้คำปรึกษา
- วินิจฉัยโรค
- กายภาพบำบัด
- การรักษาด้วยยา
- การผ่าตัด (เฉพาะบางเคสที่ OPD รองรับ)
จริงๆแล้วมันก็น่าเห็นใจคนไข้นะ เจ็บปวด ต้องไปหาหมอ ต้องใช้เวลาพักฟื้น บางคนก็เครียด เรื่องค่าใช้จ่าย แล้วก็เรื่องเวลาด้วย ฉันเองก็เคยเจ็บเข่า แต่ไม่หนักเท่าเพื่อนฉัน พักผ่อนก็หาย แต่ก็เลยเข้าใจความรู้สึก
ตอนนี้รู้สึกเพลียๆ นอนดีกว่า พรุ่งนี้ต้องไปทำงานอีก
แผนก OPD เด็กทำอะไรบ้าง
OPD เด็กทำไรมั่งนะ... อ้อ!
ตรวจวินิจฉัย รักษาพยาบาลเด็ก 0-15 ปี (ยกเว้นบางเคส...เดี๋ยวค่อยว่ากัน) เน้นๆ เลยคือ ป้องกันโรค นี่แหละสำคัญ
ฟื้นฟู... อันนี้ก็สำคัญนะ เด็กบางคนต้องการมาก ๆ เลยอ่ะ
ส่งเสริมสุขภาพ เด็กและวัยรุ่น... มันกว้างนะ แต่ทำจริง ๆ ก็พวกให้คำแนะนำนู่นนี่นั่นแหละ
ยกเว้นอะไรบ้าง? อ้อ! คนไข้โรคเรื้อรังที่หมอเด็กดูแลมาตั้งแต่เล็ก แล้วยังไม่ได้ส่งต่ออายุรแพทย์ (งงมะ? คือถ้าถึงเวลาส่งแล้วต้องไปอายุรแพทย์นะจ๊ะ)
ไม่รับ คนไข้อุบัติเหตุที่เพิ่งเกิดไม่เกิน 48 ชั่วโมง... อันนี้คือต้องไปห้องฉุกเฉินเท่านั้นนะ
เออ... แล้วก็สงสัยอ่ะ ทำไมอุบัติเหตุถึงไม่รับ? มันฉุกเฉินเกินไปมั้ง? แล้วเด็กที่อายุเกิน 15 ไปไหน? อ๋อ! ไปแผนกผู้ใหญ่ไง... ง่ายๆ เลย
- ป.ล. เพิ่มเติม OPD คือ Outpatient Department เนาะ เผื่อใครไม่รู้
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต