PAT3 กับ TPAT3 ต่างกันยังไง
PAT3 และ TPAT3 แตกต่างกันอย่างไร? การเตรียมตัวสอบ
เอาจริงๆ นะ ตอนแรกผมก็งงเหมือนกัน PAT3 กับ TPAT3 เนี่ย มันต่างกันยังไง คือตอนผมสอบยุค PAT3 มันคือสงครามความรู้ชัดๆ ใครท่องสูตรฟิสิกส์เก่งกว่า ใครแม่นเคมีมากกว่า ใครถึกคณิตศาสตร์ได้มากกว่าคือชนะไปเลย มันคือการวัดว่าเราจำเนื้อหา ม.ปลาย ได้แน่นแค่ไหน
PAT3 สำหรับผมมันคือการแบกหนังสือเรียนทั้งหมดเข้าห้องสอบในหัว ตอนนั้นจำได้เลยว่าซื้อหนังสือเตรียมสอบ PAT3 เล่มสีน้ำเงินหนาๆ แถวศูนย์หนังสือจุฬาฯ เล่มเดียวก็เกือบ 500 บาทแล้ว เปิดมาคือฟิสิกส์กลศาสตร์ ไฟฟ้า เคมี มวลสารสัมพันธ์ คณิตศาสตร์ แล้วก็มีพาร์ทความถนัดวิศวะแปลกๆ กับพวกเขียนแบบนิดหน่อย คือมันวัดความรู้แบบสุดๆ ไปเลย ใครพื้นฐานไม่ดีคือตายสถานเดียว
แต่พอมาเป็น TPAT3 เนี่ย มันคนละเรื่องเลย ฟีลมันเหมือนเขาสนใจ 'วิธีคิด' ของเรามากกว่า 'ความรู้' ที่เรามี มันมีส่วนที่เป็นความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์อยู่นะ แต่ลดความเข้มข้นลงไปเยอะมาก แล้วไปเพิ่มอะไรที่มันวัดเชาวน์ปัญญา วัดตรรกะ การมองภาพสามมิติ หรือมิติสัมพันธ์ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คือมันไม่ได้ถามว่าสูตรนี้คืออะไร แต่มันสร้างสถานการณ์มาแล้วถามว่าเราจะแก้ปัญหานี้ยังไง
ถ้าให้เปรียบเทียบนะ การเตรียมตัวสอบ PAT3 คือการอัดความรู้ให้เต็มหัว เหมือนเติมน้ำใส่ถังให้เต็ม แต่การเตรียมตัว TPAT3 มันเหมือนการฝึกสมองให้ยืดหยุ่น ฝึกการคิดนอกกรอบ มันเลยทำให้เด็กที่อาจจะไม่ได้เก่งวิชาการจ๋า แต่มีเซนส์ด้านการแก้ปัญหา มีโอกาสมากขึ้นเยอะเลย มันคือการเปลี่ยนจากการทดสอบว่าคุณจำอะไรมาได้บ้าง ไปสู่การทดสอบว่าสมองคุณพร้อมจะเรียนวิศวะรึเปล่า
คณะไหนที่ใช้ TPAT3
พวกคณะที่ใช้คะแนน TPAT3 ใน TCAS68 คือมันเยอะมากนะ ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางสายวิทย์กับเทคโนโลยีเลย
น้องชายฉันก็จะยื่นโลจิสติกส์ปีนี้เหมือนกัน ต้องเตรียมตัวหนักเลย
- คณะวิศวกรรมศาสตร์ อันนี้คือตัวหลักเลย แทบทุกสาขา ทุกมหาลัย
- คณะวิทยาศาสตร์ พวกสาขาฟิสิกส์ประยุกต์ วัสดุศาสตร์ อะไรแบบนี้
- คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) แน่นอนอยู่แล้ว
- คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ เฉพาะสาขาที่สอนวิทย์มัธยมนะ พวกเอกฟิสิกส์ เคมี ชีวะ วิทยาศาสตร์ทั่วไป
- คณะโลจิสติกส์
- คณะอัญมณี อันนี้บางคนอาจจะงง แต่มันใช้วิทยาศาสตร์เยอะ
- คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์
- คณะอุตสาหกรรมเกษตร
แล้วมีอะไรอีกนะ... อ้อ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์บางสาขาอย่างสถาปัตยกรรมเพื่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของธรรมศาสตร์ก็ใช้ TPAT3 ด้วยเหมือนกัน คือต้องเช็คระเบียบการของแต่ละที่จริงๆ บางทีชื่อคณะเหมือนกันแต่ใช้คะแนนไม่เหมือนกัน
ตัวข้อสอบ TPAT3 มันวัด ความถนัดด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ เนื้อหาก็จะครอบคลุมพวกฟิสิกส์ เคมี แล้วก็มีส่วนที่เป็นการทดสอบความคิดเชิงมิติสัมพันธ์ เชิงกล กับการแก้ปัญหาทางวิศวะ คือมันไม่ใช่แค่วัดความรู้วิชาการอย่างเดียว แต่วัดแววด้วย
คะแนน TPAT3 ควรได้เท่าไหร่ถึงจะติดคณะ
กลางดึกแบบนี้ นั่งมองเพดาน... คิดถึงเรื่องคะแนนสอบมันก็เป็นเรื่องธรรมดาเนอะ ใครๆ ก็เคยคิดมาก
ถ้าถามว่า TPAT3 ต้องได้เท่าไหร่ถึงจะติดคณะ... มันก็มีตัวเลขที่เห็นแล้วพอจะสบายใจหน่อยนะ
ประมาณ 60 ถึง 75 คะแนน... อันนี้คือระดับที่น้องพอจะวางใจได้เลยว่ามีโอกาสดีที่จะติดคณะที่ต้องการในปีนี้ มันเป็นช่วงคะแนนที่เรียกว่าอยู่ในโซนปลอดภัยพอสมควรเลยล่ะ
แต่ถ้าอยากมั่นใจจริง ๆ แบบว่าไม่ต้องมานั่งลุ้นจนตัวเกร็ง... โดยเฉพาะคณะยอดฮิตสุดๆ อย่าง วิศวะจุฬาฯ วิศวะลาดกระบัง หรือคณะยอดนิยมอื่นๆ ที่คนแย่งกันเข้าเยอะๆ... น้องควรต้องทำให้ได้ 75 คะแนนขึ้นไปนะ อันนี้แหละคือเกณฑ์ที่ทำให้รู้สึกโล่งใจได้จริงๆ ว่าเราได้เปรียบ
มันไม่ใช่แค่คะแนนอย่างเดียวหรอก... มีอะไรให้คิดอีกเยอะเลยนะ
- TPAT3 คือการวัด ความถนัดด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ โดยเฉพาะ
- ข้อสอบนี้มีสามส่วนหลักๆ คือ พาร์ทวิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ) พาร์ทคณิตศาสตร์ และ พาร์ทความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์
- คะแนน TPAT3 สำคัญ แต่ไม่ใช่ทุกอย่างนะ GPAX หรือ A-Level ในวิชาสำคัญอย่างฟิสิกส์ เคมี ชีวะ คณิตศาสตร์ ก็มีผลมาก รวมถึงคะแนน TGAT กับ TPAT1 ด้วย
- วิธีเตรียมตัวก็ไม่มีอะไรซับซ้อนหรอก... ทำข้อสอบเก่าเยอะๆ ทบทวนพื้นฐานให้แน่นทุกเรื่องที่ออกสอบ ทำความเข้าใจเนื้อหาให้ลึกจริงๆ
- คณะที่มีการแข่งขันสูงๆ นอกเหนือจากวิศวะที่พี่พูดไป... ก็มีพวก เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) หรือบางสาขาในวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ที่คนสนใจเยอะในปีนี้เช่นกัน
พี่ก็เคยคิดมากเรื่องคะแนนพวกนี้แหละตอนเด็กๆ มันเหนื่อยนะ... แต่สุดท้ายมันก็ผ่านไปนะ สู้ๆ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต