Ph.d คือตำแหน่งอะไร
ปริญญาเอก Ph.D. คืออะไร?
ปริญญาเอก Ph.D. คืออะไร? อืมม… พูดง่ายๆ ก็คือมันคือ "สุดทาง" ของการเรียนเฉพาะทางในสาขาวิชานั้นๆ น่ะแหละ เหมือนเราไต่บันไดวิชาการไปจนถึงขั้นสูงสุดแล้ว ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์นั้นๆ อย่างแท้จริง
จำได้เลยตอนที่ฉันไปงานรับปริญญาของเพื่อนสนิทเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว (น่าจะปี 2018?) ที่จุฬาฯ เพื่อนรับปริญญาเอกด้านวิศวกรรม คือแบบ...เท่มากกก! ดูภูมิใจสุดๆ แถมพ่อแม่เขาก็ปลื้มมากด้วยอ่ะ เข้าใจเลยว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ กว่าจะผ่านมาได้แต่ละด่าน
รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต อักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิต อะไรพวกนี้ก็คือชื่อเรียกปริญญาเอกที่เจาะจงไปในสาขานั้นๆ มากขึ้น สมมติเราอยากเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์ เราก็ต้องเรียนจนจบดุษฎีบัณฑิต (Ph.D.) สาขารัฐศาสตร์นั่นเอง
พูดถึงเรื่องนี้แล้วก็คิดถึงตอนตัวเองเรียนจบโทเลย ตอนนั้นก็แอบคิดนะว่าจะเรียนต่อเอกดีไหม แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าขอทำงานเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก่อนดีกว่า ฮ่าๆ ตอนนี้ก็ยังคิดอยู่เลยนะเนี่ย! แต่เอาจริงๆ การมี Ph.D. มันก็เหมือนเป็นใบเบิกทางที่สำคัญมากๆ เลยนะ โดยเฉพาะถ้าอยากเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย หรือทำงานวิจัยอะไรแบบนี้
ดอกเตอร์ กับ PhD ต่างกันอย่างไร
ดอกเตอร์กับ PhD ต่างกันอย่างไร? ประเด็นนี้ละเอียดอ่อนกว่าที่คิดนะ เหมือนถามว่า "กาแฟดำ" กับ "เอสเพรสโซ" ต่างกันยังไง คือมันก็ดำเหมือนกัน แต่ที่มาที่ไปต่างกัน
PhD: รากศัพท์คือ Doctor of Philosophy แต่ไม่ต้องตกใจว่าต้องเป็นนักปรัชญาเสมอไป มันคือปริญญาเอกทางวิชาการเน้นการวิจัย คิดค้นองค์ความรู้ใหม่ เหมาะกับคนที่อยากเป็นอาจารย์ นักวิจัย หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่ต้องขุดลึกลงไปในศาสตร์นั้นๆ ดั่งขุดทองคำ
Doctorate (อื่นๆ): ไม่ได้มีแค่ PhD นะ มี Doctor of Education (EdD), Doctor of Business Administration (DBA), Doctor of Medicine (MD) อะไรแบบนี้อีกเยอะแยะ ซึ่งแต่ละอันก็เจาะจงสาขาอาชีพไปเลย เหมือนเครื่องมือที่ออกแบบมาเฉพาะงานนั้นๆ
แล้วมันต่างกันตรงไหน?
เป้าหมาย: PhD เน้นสร้าง "นักวิชาการ" ส่วน Doctorate อื่นๆ เน้นสร้าง "ผู้เชี่ยวชาญ" หรือ "ผู้นำ" ในสายอาชีพนั้นๆ
รูปแบบ: PhD จะเน้นการทำวิจัย ดุษฎีนิพนธ์ (dissertation) อย่างเข้มข้น แต่ Doctorate อื่นๆ อาจมีส่วนของการเรียนการสอน หรือโปรเจกต์ที่เน้นการประยุกต์ใช้มากกว่า
สรุปง่ายๆ:
- อยากเป็นศาสตราจารย์: ไป PhD เลยครับ
- อยากเป็น CEO หรือผู้บริหารระดับสูง: Doctorate อื่นๆ น่าจะตอบโจทย์กว่า (แต่ก็ไม่เสมอไปนะ ขึ้นอยู่กับองค์กรและสายงานด้วย)
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย:
- สมัยก่อน (นานมาก) PhD แทบจะเป็นปริญญาเอก "เดียว" ที่มี แต่โลกมันเปลี่ยนไป ความต้องการของตลาดแรงงานก็เปลี่ยนไป ทำให้เกิด Doctorate สาขาอื่นๆ ขึ้นมา
- บางคนบอกว่า PhD คือ "ปริญญาเอกบริสุทธิ์" ส่วน Doctorate อื่นๆ คือ "ปริญญาเอกประยุกต์" อันนี้ก็แล้วแต่มุมมอง
- สุดท้ายแล้ว มันก็แค่ชื่อเรียก สิ่งสำคัญคือ "ความรู้" และ "ทักษะ" ที่คุณได้เรียนรู้มาต่างหาก
เพิ่มเติม:
- การเลือกเรียน PhD หรือ Doctorate สาขาอื่นๆ ขึ้นอยู่กับความสนใจและเป้าหมายในอาชีพของคุณ พิจารณาให้ดีว่าอะไรที่ตอบโจทย์คุณมากที่สุด
- อย่าลืมดูหลักสูตรของแต่ละมหาวิทยาลัยด้วย เพราะแต่ละที่ก็มีจุดเน้นที่แตกต่างกัน
- ปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษา หรือคนที่ทำงานในสายงานที่คุณสนใจ เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม
- และที่สำคัญที่สุด อย่าลืมถามใจตัวเอง!
หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ!
จบปริญญาเอก ได้ ดร. ไหม
จบเอกได้ ดร. สิครับ จบปริญญาเอกก็ได้ ดุษฎีบัณฑิต (ดร.) จบแล้วก็คือจบ แค่นั้นแหละ
- ปริญญาเอก: ระดับสูงสุด
- วุฒิการศึกษา: ดุษฎีบัณฑิต (ดร.)
- ปีการศึกษา 2566: ข้อมูลล่าสุดจากมหาวิทยาลัยทั่วไป (ข้อมูลจากเว็บไซต์มหาวิทยาลัยที่ฉันศึกษา)
ได้ปริญญาเอกจากมหาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาภาษาอังกฤษ ปี 2566
ปริญญาเอก กับ ด็อกเตอร์ ต่างกันอย่างไร
อ้าว! ปริญญาเอกกับด็อกเตอร์ต่างกันยังไงเหรอ? ถามได้ฮาจริง! เหมือนถามว่า "ข้าวกับข้าวสวยต่างกันมั้ย?" มันก็คืออันเดียวกันแหละครับ! แค่เรียกต่างชื่อกันเฉยๆ
- ปริญญาเอก (Ph.D.) คือชื่อเต็มๆ ฟังดูเป็นทางการ แบบผู้ดีอังกฤษ ไฮโซสุดๆ
- ด็อกเตอร์ (Doctor) คือชื่อย่อ เรียกง่ายๆ สบายๆ เข้าถึงง่าย แบบชาวบ้านๆ
คิดง่ายๆ นะ เหมือนคุณมีชื่อเต็มว่า "สุภาพบุรุษ มหาเศรษฐี รวยล้นฟ้า" แต่คนก็เรียกคุณว่า "เฮียฟ้า" สั้นดี จำง่าย เข้าใจตรงกัน
เรื่องที่มาจากคำว่า Docēre นั้น จริงแท้แน่นอน! แต่ผมว่านะ สมัยศตวรรษที่ 13 เขาใช้คำว่า Doctorate เพราะมันดูเท่ห์ ไฮคลาส กว่า เดี๋ยวนี้มันก็เลยกลายเป็นคำว่า "ด็อกเตอร์" ซะงั้น ยุคสมัยเปลี่ยน ภาษาเปลี่ยน แต่ความหมายยังเหมือนเดิม
ปีนี้ (2566) ผมยังเห็นคนใช้ทั้งสองคำเรียกกันอยู่ทั่วไป ไม่เห็นมีใครแย้งเลย สรุปแล้ว มันคือคำเดียวกันครับ แค่ใช้เรียกคนละแบบ ไม่ต้องไปคิดมาก เสียเวลา ไปหาอะไรอร่อยๆ กินดีกว่า!
ด็อกเตอร์หมายถึงอะไร
ด็อกเตอร์นะเหรอ...อืม...
Doctor: มาจากภาษาอังกฤษอีกที...แต่รากศัพท์มันมาจากภาษาละตินนะ "docēre" (ดอ-เค-เร)...แปลว่าสอน! อ้าว สอน? ด็อกเตอร์สอน? หรือด็อกเตอร์คือคนที่สอน? หรือคนที่...เชี่ยวชาญจนสอนคนอื่นได้?
ใช้กันมานานแล้วนะในยุโรป...ตั้งแต่มีมหาวิทยาลัยเลยมั้ง...แล้วก็แพร่หลายไปทั่วโลก...
คำถาม: แล้วทำไมต้อง "ด็อกเตอร์"? ทำไมไม่เรียกอย่างอื่น? หรือว่าตอนแรก ๆ ด็อกเตอร์คือครูบาอาจารย์จริง ๆ?
- (ข้อมูลเพิ่ม): เออ แล้ว "Doctor Who" ล่ะ? เกี่ยวกันมั้ย? หรือแค่ชื่อบังเอิญเหมือน?
สรุป: ด็อกเตอร์ = มาจากละติน "สอน" = ใช้ทั่วโลก = มีมานานแล้ว... ง่าย ๆ แค่นี้แหละ
แต่เดี๋ยวนะ: แล้วหมอล่ะ? หมอก็เรียก "Doctor" เหมือนกันนี่นา...เกี่ยวกันยังไงอี๊ก! หรือว่าสมัยก่อนหมอคือคนที่ "สอน" เรื่องสุขภาพ? สอนวิธีดูแลตัวเอง? โอ้...เป็นไปได้!
บันทึก: ไปหาข้อมูลเพิ่มเรื่อง "Doctor" ในยุคกลางดีกว่า เผื่อมีอะไรน่าสนใจ...
Dr ต้องมีจุดไหม
แสงแดดอุ่นๆ ของเดือนพฤษภาคมปีนี้ ลอดผ่านใบไม้สีเขียวอ่อน กระทบลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คของฉัน หอมอ่อนๆ ของกาแฟคั่วบดเมล็ดอาราบิก้าลอยมาแตะจมูก นี่แหละ..ความสุขเล็กๆ
- Dr. ใช่ค่ะ ต้องมีจุด! อย่างน้อยก็ในแบบอเมริกันนะ ฉันจำได้แม่นยำ เพราะเคยผิดพลาดมาแล้ว ส่งอีเมลงานวิจัยไปให้ศาสตราจารย์ ลืมจุดไป ท่านตอบกลับมาอย่างสุภาพ แต่ฉันรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเหลือเกิน เหมือนมีอะไรค้างคาอยู่ในใจ
ความรู้สึกนั้นเหมือนกับ..เวลาที่ฉันเขียนโปสการ์ดส่งไปให้เพื่อน ที่เกาะสมุย ลายมือฉันยังไม่สวยพอ แต่ความตั้งใจ มันเต็มกระดาษไปหมด
- Mr., Mrs., Ms., เรื่องจุดนี่ ขึ้นอยู่กับสไตล์การเขียนจริงๆ แบบอเมริกันนิยมใช้จุด แต่แบบอังกฤษมักละเว้น เหมือนกับการเลือกใช้เครื่องหมายวรรคตอน มันบ่งบอกถึงสไตล์ รสนิยมส่วนตัว และความพิถีพิถัน
ฉันชอบเสียงฝนตกปรอยๆ เสียงนั้น มันช่วยให้ฉันคิดงานได้ดีขึ้น เหมือนกับสายน้ำที่ไหลชะล้างความวุ่นวายไป
- การใช้คำนำหน้าชื่อ มันสะท้อนถึงมารยาททางสังคม ความเคารพ และความเข้าใจในวัฒนธรรม นั่นแหละ สิ่งที่สำคัญ มากกว่าการมีหรือไม่มีจุด
อากาศเย็นลงแล้ว ฉันควรปิดหน้าต่าง ก่อนที่ลมหนาวจะพัดเอาความคิดสร้างสรรค์ ของฉันไปเสียหมด
- สรุปง่ายๆ สำหรับฉัน Dr. ต้องมีจุด ในแบบอเมริกัน ส่วน Mr., Mrs., Ms. ขึ้นอยู่กับสไตล์ แต่ฉันว่ามีจุดก็ดูเป็นทางการดี
ปีนี้ฉันตัดสินใจปลูกต้นไม้หน้าบ้าน หวังว่ามันจะเติบโตอย่างแข็งแรง เหมือนกับความสัมพันธ์ที่ดี ที่ฉันปรารถนา
ด็อกเตอร์ เขียนยังไง
อืม... ดอกเตอร์เนอะ มันก็แค่...คำนำหน้านาม อย่างที่เค้าว่าแหละ ยืมมาจากภาษาอังกฤษ จริงๆ แล้วมาไกลกว่านั้นอีก จากภาษาละติน docēre แปลว่าสอน คิดแล้วก็... มันก็เหมือนกับ...ความหมายของคำมันช่าง...ตรงไปตรงมา
คิดไปคิดมา มันก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรนี่นา แค่คำนำหน้า ใช้กับคนที่จบปริญญาเอก หรือปริญญาดุษฎีบัณฑิต เห็นบ่อยๆ ก็ Dr. ต่อท้ายชื่อนั่นแหละ
- Dr. คือคำย่อของ Doctor
- ใช้กับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก (Ph.D.)
- Ph.D. ย่อมาจาก Doctor of ... (แล้วแต่สาขา) ปีนี้ก็ยังใช้เหมือนเดิม
ฉันเองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไมถึงนั่งคิดเรื่องนี้ดึกดื่นขนาดนี้... เหนื่อยจัง
DR. คือตัวย่ออะไร
อืม... DR นะเหรอ กลางคืนแบบนี้ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปหมดเลย
มันคือ Depositary Receipt ใช่มั้ย แบบว่า... เหมือนใบเสร็จรับฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศอ่ะ งงๆ เหมือนกันนะ แต่เข้าใจง่ายๆ ก็คือ เอาหุ้นต่างประเทศมาขายในไทย ให้คนไทยซื้อได้ไง
แบบ ETF, REIT อะไรพวกนั้นด้วยเหรอ เคยเห็นผ่านๆ ตามข่าว ปีนี้เอง รู้สึกมันจะบูมมาก ตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เพราะตอนนั้นติดเกมส์อยู่ แต่ตอนนี้... เฮ้อ
คือซื้อขายง่ายขึ้น ไม่ต้องไปซื้อตรงจากต่างประเทศ สะดวกดี แต่ก็ต้องระวังด้วยนะ เพราะมีค่าธรรมเนียมต่างๆ ไม่ใช่แค่ราคาหุ้นอย่างเดียว
เสี่ยงด้วยมั้ย? อืม... แน่นอน ตลาดหุ้นมันไม่แน่นอนอยู่แล้ว ยิ่งเป็นต่างประเทศ ยิ่งต้องศึกษาข้อมูลให้ดีๆ ไม่งั้นเจ๊งแน่ๆ เคยเห็นเพื่อนเจ๊งมาแล้ว เสียเงินไปหลายแสนเลย จำได้แม่นเลย
แล้วก็ต้องดูด้วยว่า ใครเป็นคนออก DR นะ ต้องเชื่อถือได้ด้วย ไม่งั้นก็เสี่ยงอีก เคยเห็นข่าวบริษัทออก DR แล้วก็โกง เยอะแยะเลย เศร้าใจจัง
เฮ้อ... คิดมากไปหน่อยมั้ยเนี่ย ไปนอนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยมาคิดเรื่องนี้ต่อ ง่วงแล้ว...
ดร. ใช้ตอนไหน
ดร. น่ะเหรอ? ใช้ตอนอยาก ขิง ว่าจบสูงไง
- ไม่ใช่คำนำหน้า: อย่าเสือกใช้ในเอกสารราชการ เสร่อ
- เรียกขาน: วงการวิชาการเขาใช้กัน ให้เกียรติ...มั้ง
- ตัวอย่าง: ศาสตราจารย์ ดร. (ชื่อเหี้ยอะไรก็ว่าไป)
เพิ่มเติม:
- กฎหมาย: ไม่มีข้อห้าม แต่ดูบริบทหน่อย อย่าโง่
- มารยาท: ถ้าเขาไม่ชอบ ก็อย่าไปเรียก เสือกอีก
- ตัวเอง: ถ้ายังไม่จบ ก็อย่าริอาจใช้ คนเขาด่าเอา
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต