Presentation Techniques มีอะไรบ้าง

88 ครั้งเข้าชม
เทคนิคการนำเสนองานเด่นๆ 7 ข้อ: ทำไม?: เริ่มด้วยจุดประสงค์ชัดเจน ดึงดูดความสนใจผู้ฟังตั้งแต่แรก รู้จักผู้ฟัง: ปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย สร้างการเชื่อมโยง ภาพและความเรียบง่าย: ใช้ภาพประกอบ หลีกเลี่ยงข้อความยัดเยียด เน้นความเข้าใจง่าย เล่าเรื่อง: เปลี่ยนข้อมูลเป็นเรื่องราว น่าติดตามและจดจำง่าย ฝึกซ้อม: เพิ่มความมั่นใจ แก้ไขจุดบกพร่องก่อนนำเสนอจริง กฎ 10 นาที: ฝึกฝนให้ครอบคลุมสาระสำคัญภายในเวลาจำกัด เพิ่มประสิทธิภาพ ปฏิสัมพันธ์: สร้างการมีส่วนร่วม ตอบคำถาม สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ร่วมกัน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เทคนิคการนำเสนอที่ดี มีอะไรบ้าง?

เทคนิคการนำเสนอที่ดี มีอะไรบ้าง?

เอ่อ จริงๆ นะ เทคนิคการนำเสนอที่ดีเนี่ย มันไม่ได้มีสูตรสำเร็จตายตัวหรอก แต่จากประสบการณ์ตรง (ที่ขึ้นเวทีพรีเซนต์มานับครั้งไม่ถ้วน ????) มันมี "อะไรบางอย่าง" ที่ทำให้คนฟังอินตามได้

7 เทคนิคสำคัญในการพรีเซนต์งานที่คุณควรรู้

  • เริ่มด้วย "ทำไม": อันนี้สำคัญมากกก! ถ้าคนฟังไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องฟังเราตั้งแต่แรก พัง! เหมือนตอนที่เราไปฟัง presentation เรื่อง blockchain เมื่อปีที่แล้ว (2022) ที่งาน Startup Thailand ที่ไบเทค บางนา แล้วคนพูดไม่ได้บอกว่าทำไมเราต้องสนใจ สุดท้ายก็หลับ…
  • ทำความรู้จักกับกลุ่มผู้ฟัง: คือถ้าเราไปพรีเซนต์ให้เด็กมัธยม แล้วเราพูดศัพท์เทคนิคแบบจัดเต็ม เขาก็จะงงเป็นไก่ตาแตก ถูกป่ะ?

แล้วก็...

  • นำเสนอด้วยภาพและคงความเรียบง่าย: ใครจะไปอยากอ่านสไลด์ที่มีแต่ตัวอักษรเยอะๆ!?! รูปภาพสวยๆ กราฟที่เข้าใจง่ายๆ ช่วยชีวิตเราได้เยอะเลยนะ
  • บอกเล่าด้วยเรื่องราว: เล่าเรื่อง! เล่าเรื่อง! เล่าเรื่อง! คนชอบฟังเรื่องเล่ามากกว่าฟังข้อมูลเฉยๆ อันนี้เรื่องจริง!
  • ฝึกซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมเสมอ: อันนี้เบสิก แต่สำคัญสุดๆๆๆ!
  • ลองใช้กฎ 10 นาที: คือจริงๆ คนเราสมาธิจดจ่อกับอะไรนานๆ ไม่ได้หรอก แบ่งเป็นช่วงๆ สลับเนื้อหาบ้างอะไรบ้าง
  • มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ฟัง: ถามคำถาม เล่นเกม ให้เขาได้มีส่วนร่วม จะได้ไม่เบื่อไง ????

ทั้งหมดนี้คือจากใจล้วนๆ นะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะจ๊ะ ????

พรีเซนเทชั่น ต้องมีอะไรบ้าง

พรีเซนต์? อย่าให้เสียเวลา

  • รู้จักคนฟัง: ไม่ใช่เพื่อนเล่น อย่าพูดอะไรที่ไม่รู้เรื่อง
  • ภาพ: น้อยแต่คม อย่ารก
  • เล่าเรื่อง: ไม่ใช่เทศนา ไม่มีใครอยากฟัง
  • ซ้อม: ถ้าไม่อยากเงิบ
  • 10 นาที: เกินกว่านั้น? ไม่มีใครจำ
  • คุย: ไม่ใช่พูดคนเดียว
  • ทำไม: สำคัญสุด ถ้าไม่มีเหตุผล ก็ไม่ต้องพรีเซนต์

เพิ่มเติม:

  • สไลด์: น้อยกว่า 10 สไลด์ สำหรับพรีเซนต์ 20 นาที
  • ตัวอักษร: ใหญ่พอให้คนแก่ข้างหลังอ่านออก
  • เสียง: ดังฟังชัด ไม่ใช่กระซิบกระซาบ
  • สายตา: มองให้ทั่ว อย่าจ้องแต่สไลด์
  • จบ: ชัดเจน สรุปประเด็น ไม่ต้องอ้อมค้อม

ใช้สื่อ ประกอบ การนำ เสนอ อย่างไร บ้าง

ใช้สื่อประกอบการนำเสนอเหรอ? อูย...นี่มันยุค 5G แล้วนะพี่!

  • สไลด์ Powerpoint: อันนี้เบสิก แต่ทำดีๆ ก็ปังได้นะ อย่าใส่ตัวหนังสือเยอะจนคนดูหลับก็พอ ????

  • LCD Projector: คู่หู Powerpoint เลย แต่ถ้าห้องสว่างไปก็จบเห่ ฉายอะไรก็ไม่เห็น!

  • เครื่องฉายภาพ 3 มิติ: อันนี้ไฮโซ แต่ถ้าเนื้อหาไม่ว้าว ก็เท่านั้นแหละ

  • กระดาน White Board/กระดานดำ: คลาสสิกสุดๆ แต่ลายมือต้องสวยนะจ๊ะ ไม่งั้นคนดูงงเต็ก!

หลักการเลือกสื่อ:

  • คนฟัง: เยอะแค่ไหน? สนใจอะไร? ถ้าเด็กๆ ก็ต้องมีสีสันหน่อย

  • สถานที่: ใหญ่/เล็ก? สว่าง/มืด? มีปลั๊กไฟไหม? (สำคัญนะ!)

  • ประเภทสื่อ: เหมาะกับเนื้อหาเราไหม? อย่าเอาสไลด์ไปฉายกลางแจ้งนะ!

  • ความสามารถตัวเอง: ใช้เป็นไหม? อย่าทำเป็นเท่ แต่กดปุ่มผิดๆ ถูกๆ อายเค้า!

โบนัส:

  • เดี๋ยวนี้เค้ามี Prezi นะ ทำสไลด์แบบซูมเข้าซูมออก เก๋ๆ

  • ถ้ามีงบ ลองใช้ AR/VR สิ รับรองคนดูร้องว้าว! (แต่เตรียมงบไว้เยอะๆ นะ ????)

  • อย่าลืมซ้อม: ก่อนขึ้นเวทีจริง ซ้อมหน้ากระจกไปเลย จะได้ไม่ประหม่า

ปล. อย่าไปเชื่อพวก "กูรู" มาก ฟังหูไว้หู เลือกที่เหมาะกับเราที่สุด! ????

การนำเสนอผลงานที่ควรปฏิบัติมีอะไรบ้าง

งานนำเสนอเนี่ยนะ? โคตรสำคัญ

  • เป้าหมายชัดเจน: รู้จักกลุ่มเป้าหมายก่อน อย่าไปเสนอของโคตรเทพให้คนโง่ฟัง เสียเวลาเปล่า

  • ซ้อมจนเบื่อ: มึงคิดว่าการซ้อมเป็นเรื่องเสือกเหรอ? ซ้อมจนกว่าจะเป๊ะ ไม่งั้นเตรียมเจอคำถามโคตรแสบ

  • กระชับ ตรงประเด็น: เวลาคนอื่นมีน้อย มึงก็ต้องเคารพเวลาเขา อย่ามาพูดวกวน

  • สไลด์เรียบง่าย: สไลด์คือตัวช่วย ไม่ใช่ตัวรบกวน ภาพน้อยๆแต่ได้ใจความ ภาพเยอะเกินไป คนดูง่วง

  • เล่าเรื่องแบบมีชั้นเชิง: อย่ามาเป็นหุ่นเชิด มึงต้องมีสตอรี่ ดึงดูดคนฟังให้ได้

  • ภาษากายต้องเทพ: สายตา การเคลื่อนไหว สำคัญกว่าที่คิด ฝึกไว้เถอะ

  • ความมั่นใจเป็นสิ่งสำคัญ: ถ้ามึงไม่มั่นใจ คนฟังก็ไม่มั่นใจ โคตรสำคัญ

ข้อมูลเพิ่มเติมปี 2566: ลองเสิร์ชหาหลักสูตรการนำเสนอผลงานจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ หรือดูคลิปจาก Ted Talks รับรองได้ไอเดียเพียบ แต่ต้องเลือกดูนะ คลิปโคตรเยอะ

พรีเซนเทชั่น ต้องมีหัวข้ออะไรบ้าง

กลางคืนแบบนี้ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปหมด เรื่องพรีเซนเทชั่นเนี่ยนะ... หัวข้อสำคัญ ก็ต้องมีนี่แหละ

  • ปัญหาที่โครงการเราต้องการแก้ คืออะไร ตรงนี้สำคัญมากนะ ต้องอธิบายให้ชัดเจน ปีนี้เราเน้นเรื่องปัญหาขยะพลาสติกในชุมชน ใช้กราฟแสดงข้อมูลการสำรวจที่เราทำเอง จริงๆแล้วข้อมูลตรงนี้ใช้เวลานานพอสมควรเลยกว่าจะได้มา

  • วิธีการแก้ปัญหา ก็ต้องบอกว่าเราจะทำยังไง แบบไหน ลงลึกไปเลย ปีนี้เราใช้กลยุทธ์การรณรงค์แบบ "ลด แยก แยะ" กระจายลงชุมชน ต้องมีภาพประกอบให้เห็นภาพชัดๆด้วยนะ

  • ผลลัพธ์ที่คาดหวัง ต้องบอกว่าเราหวังจะได้อะไร ปีนี้เราหวังจะลดปริมาณขยะพลาสติกได้อย่างน้อย 20% ต้องมีแผนที่จะวัดผลด้วยนะ จะใช้ตัวชี้วัดอะไรบ้าง ต้องบอกให้ชัดเจน

  • งบประมาณ เท่าไหร่ ใช้ไปกับอะไรบ้าง เราต้องโปร่งใส ปีนี้เราขอประมาณ 50,000 บาท รายละเอียดอยู่ด้านหลัง ละเอียดมากเลย กว่าจะได้งบมา เหนื่อยเหมือนกัน

  • ทีมงาน ใครบ้างที่ร่วมทำโครงการนี้ ปีนี้ทีมเราทั้งหมด 5 คน มีประวัติย่อๆ แนบไว้อยู่แล้วนะ

เหนื่อยจัง พรุ่งนี้ต้องไปเสนอแล้วด้วย หวังว่าทุกอย่างจะออกมาดี... เฮ้อออ ทำไมรู้สึกหนักใจจัง

การนำเสนอที่ดีควรมีอะไรบ้าง

การนำเสนอที่ดีนะเหรอ อืม… เอาจริงๆ มันก็แล้วแต่ว่านำเสนออะไรเนาะ แต่แบบหลักๆ ที่เราว่าสำคัญก็คือ

  • เนื้อหาต้องเป๊ะ: คือต้องแม่นอะ เข้าใจจริงๆ ไม่ใช่แบบท่องมา แล้วก็ต้องตรงประเด็น ไม่งั้นคนฟังเบื่อ
  • สไลด์ต้องดี: ไม่ใช่แบบตัวหนังสือเยอะแยะเต็มไปหมด อ่านยาก สรุปให้เห็นภาพ ใช้กราฟ ใช้รูป ช่วยได้เยอะ
  • คนพูดต้องมั่นใจ: ถึงจะตื่นเต้นก็พยายามนะ! ซ้อมๆ ไปก่อน ช่วยได้เยอะมาก น้ำเสียงก็สำคัญ ต้องน่าฟัง ไม่ใช่แบบพูดงึมงำๆ

แล้วก็แบบ พวก eye contact อ่ะ สำคัญนะ มองคนฟังบ้าง ไม่ใช่จ้องแต่สไลด์ แล้วก็… เอ่อ… พยายามอย่าอ่านสไลด์อ่ะ พูดให้เป็นตัวเองดีกว่า มันดูเป็นธรรมชาติกว่าเยอะเลย

แถมอีกนิดนะ: ถ้ามีมุกตลกแทรกบ้างก็ดีนะ ให้คนไม่เบื่อ แต่ก็ต้องดูด้วยว่ามันเข้ากับเรื่องที่พูดรึเปล่า ไม่ใช่แบบตลกผิดที่ผิดทาง

แล้วเรื่องอดนอนล่ะ ดีไม่ดี?

อันนี้แบบ… ส่วนตัวคิดว่าไม่ดีอะ คือมันอาจจะดูเท่ ดูขยัน แต่จริงๆ คือ performance มันดรอปนะ สมองมันเบลอ คิดอะไรไม่ค่อยออก แล้ววันรุ่งขึ้นคือแย่แน่ๆ ทำงานได้ไม่เต็มที่หรอก

  • ระยะสั้น: อาจจะพอได้ ถ้าแบบจำเป็นจริงๆ แต่ก็ต้องชดเชยด้วยการนอนให้พอในวันถัดไปนะ
  • ระยะยาว: ไม่โอเคเลย สุขภาพเสียแน่นอน นอนไม่พอก็แก่เร็วด้วยนะเออ!

คือถ้าเป็นไปได้ ก็พยายามวางแผนดีๆ ดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาอดหลับอดนอนเนาะ

  • คำแนะนำ: ถ้าจำเป็นต้องอดนอนจริงๆ หาอะไรกินที่มีประโยชน์นะ พวกผลไม้ ถั่ว อะไรแบบนี้ ไม่ใช่กินแต่ของ junk food
  • สำคัญ: อย่าขับรถตอนอดนอนเด็ดขาด! อันตรายมาก!

ข้อใดคือ 3 ส่วนหลักที่สำคัญของการนำเสนอ

โอ้โห! สามส่วนหลักของการนำเสนอที่ว่านั่นน่ะเหรอ? ง่ายจะตาย! คิดซะว่ามันเป็นสามชั้นของเค้กอร่อยๆ ที่คุณจะต้องจัดให้คนฟังอิ่มหนำสำราญ (แต่ไม่ใช่เค้กที่ผมทำนะ มันออกมาคล้ายๆ เศษอิฐมากกว่า!)

  • เริ่มต้น (Intro): นี่คือชั้นแรก ต้องทำให้คนฟังอยากกินเค้กต่อ! เปิดตัวอลังการ ดึงดูดความสนใจแบบไม่ให้หลับใน! ต้องกระชากวิญญาณคนฟังให้ลุกขึ้นมาเต้นรำกับเนื้อหาของคุณเลยทีเดียว! ถ้าเริ่มต้นเบื่อ เตรียมตัวเก็บของกลับบ้านได้เลย!

  • เนื้อหา (Body): นี่คือเนื้อเค้ก! ต้องอัดแน่นไปด้วยข้อมูลสาระ แต่ต้องไม่เยอะจนคนฟังอ้วกแตก ต้องจัดระเบียบเรียบร้อย ไม่งั้นเละเทะเหมือนสลัดผักที่ยายผมทำ ต้องมีหลักมีฐาน มีเหตุมีผล ถ้ามันงูๆ ปลาๆ คนฟังก็คงงงเหมือนหมาตกน้ำ!

  • สรุป (Conclusion): นี่คือชั้นวิปครีมสุดหวาน! ต้องสรุปให้กระชับ จำง่าย ไม่ใช่ยาวเป็นหางว่าว ต้องเน้นประเด็นสำคัญ แล้วก็ปล่อยให้คนฟังเคลิ้มไปกับความประทับใจ ถ้าจบแบบงงๆ คนฟังก็คงจำอะไรไม่ได้เลย เสียดายของชะมัด!

ส่วนเรื่อง "How, When, Who, Where, Why" กับการวางแผนการพูดเนี่ยนะ... เอาง่ายๆ สมมติคุณจะไปออกเดท!

  • How (อย่างไร): คุณจะพูดจาอ่อยยังไงให้ได้ใจคนฟัง? ใช้คำหวานๆ หรือคำคมๆ ต้องดูคนฟังด้วยนะ ถ้าเป็นเจ้านายก็ต้องพูดแบบเป็นทางการหน่อย ถ้าเป็นเพื่อนสนิทก็พูดแบบสบายๆ

  • When (เมื่อไหร่): เวลาสำคัญมาก! อย่าไปพูดตอนคนฟังหิวข้าวหรือเหนื่อยล้า มันจะไม่ work!

  • Who (กับใคร): คุณจะพูดกับใคร? เจ้านาย? เพื่อนร่วมงาน? ลูกค้า? คนละกลุ่มคนก็ต้องปรับโทนเสียงและเนื้อหาให้เหมาะสม

  • Where (ที่ไหน): สถานที่ก็สำคัญ! ถ้าเป็นห้องประชุมใหญ่ก็ต้องใช้ไมค์ ถ้าเป็นห้องเล็กๆ ก็พูดปกติ

  • Why (ทำไม): จุดประสงค์คืออะไร? คุณอยากให้คนฟังทำอะไรหลังจากฟังเสร็จ? ต้องวางแผนให้ชัดเจน!

เพิ่มเติม: สำหรับงานใหญ่ๆ อาจมีการเพิ่มขั้นตอนการถาม-ตอบ หรือการสาธิต เหมือนกับการเสิร์ฟอาหารจานหลักและของหวานแถมให้อีกจาน! แต่ทั้งหมดนี้ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของสามส่วนหลักที่กล่าวมาข้างต้น อย่าลืม! ปีนี้ผมได้มีโอกาสไปฟังการนำเสนอของบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง เขาเน้นการมีส่วนร่วมของผู้ฟังมาก เรียกได้ว่า Interactive สุดๆ ไปเลย!