Presentation Techniques มีอะไรบ้าง
เทคนิคการนำเสนอที่ดี มีอะไรบ้าง?
เทคนิคการนำเสนอที่ดี มีอะไรบ้าง?
เอ่อ จริงๆ นะ เทคนิคการนำเสนอที่ดีเนี่ย มันไม่ได้มีสูตรสำเร็จตายตัวหรอก แต่จากประสบการณ์ตรง (ที่ขึ้นเวทีพรีเซนต์มานับครั้งไม่ถ้วน ????) มันมี "อะไรบางอย่าง" ที่ทำให้คนฟังอินตามได้
7 เทคนิคสำคัญในการพรีเซนต์งานที่คุณควรรู้
- เริ่มด้วย "ทำไม": อันนี้สำคัญมากกก! ถ้าคนฟังไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องฟังเราตั้งแต่แรก พัง! เหมือนตอนที่เราไปฟัง presentation เรื่อง blockchain เมื่อปีที่แล้ว (2022) ที่งาน Startup Thailand ที่ไบเทค บางนา แล้วคนพูดไม่ได้บอกว่าทำไมเราต้องสนใจ สุดท้ายก็หลับ…
- ทำความรู้จักกับกลุ่มผู้ฟัง: คือถ้าเราไปพรีเซนต์ให้เด็กมัธยม แล้วเราพูดศัพท์เทคนิคแบบจัดเต็ม เขาก็จะงงเป็นไก่ตาแตก ถูกป่ะ?
แล้วก็...
- นำเสนอด้วยภาพและคงความเรียบง่าย: ใครจะไปอยากอ่านสไลด์ที่มีแต่ตัวอักษรเยอะๆ!?! รูปภาพสวยๆ กราฟที่เข้าใจง่ายๆ ช่วยชีวิตเราได้เยอะเลยนะ
- บอกเล่าด้วยเรื่องราว: เล่าเรื่อง! เล่าเรื่อง! เล่าเรื่อง! คนชอบฟังเรื่องเล่ามากกว่าฟังข้อมูลเฉยๆ อันนี้เรื่องจริง!
- ฝึกซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมเสมอ: อันนี้เบสิก แต่สำคัญสุดๆๆๆ!
- ลองใช้กฎ 10 นาที: คือจริงๆ คนเราสมาธิจดจ่อกับอะไรนานๆ ไม่ได้หรอก แบ่งเป็นช่วงๆ สลับเนื้อหาบ้างอะไรบ้าง
- มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ฟัง: ถามคำถาม เล่นเกม ให้เขาได้มีส่วนร่วม จะได้ไม่เบื่อไง ????
ทั้งหมดนี้คือจากใจล้วนๆ นะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะจ๊ะ ????
พรีเซนเทชั่น ต้องมีอะไรบ้าง
พรีเซนต์? อย่าให้เสียเวลา
- รู้จักคนฟัง: ไม่ใช่เพื่อนเล่น อย่าพูดอะไรที่ไม่รู้เรื่อง
- ภาพ: น้อยแต่คม อย่ารก
- เล่าเรื่อง: ไม่ใช่เทศนา ไม่มีใครอยากฟัง
- ซ้อม: ถ้าไม่อยากเงิบ
- 10 นาที: เกินกว่านั้น? ไม่มีใครจำ
- คุย: ไม่ใช่พูดคนเดียว
- ทำไม: สำคัญสุด ถ้าไม่มีเหตุผล ก็ไม่ต้องพรีเซนต์
เพิ่มเติม:
- สไลด์: น้อยกว่า 10 สไลด์ สำหรับพรีเซนต์ 20 นาที
- ตัวอักษร: ใหญ่พอให้คนแก่ข้างหลังอ่านออก
- เสียง: ดังฟังชัด ไม่ใช่กระซิบกระซาบ
- สายตา: มองให้ทั่ว อย่าจ้องแต่สไลด์
- จบ: ชัดเจน สรุปประเด็น ไม่ต้องอ้อมค้อม
ใช้สื่อ ประกอบ การนำ เสนอ อย่างไร บ้าง
ใช้สื่อประกอบการนำเสนอเหรอ? อูย...นี่มันยุค 5G แล้วนะพี่!
สไลด์ Powerpoint: อันนี้เบสิก แต่ทำดีๆ ก็ปังได้นะ อย่าใส่ตัวหนังสือเยอะจนคนดูหลับก็พอ ????
LCD Projector: คู่หู Powerpoint เลย แต่ถ้าห้องสว่างไปก็จบเห่ ฉายอะไรก็ไม่เห็น!
เครื่องฉายภาพ 3 มิติ: อันนี้ไฮโซ แต่ถ้าเนื้อหาไม่ว้าว ก็เท่านั้นแหละ
กระดาน White Board/กระดานดำ: คลาสสิกสุดๆ แต่ลายมือต้องสวยนะจ๊ะ ไม่งั้นคนดูงงเต็ก!
หลักการเลือกสื่อ:
คนฟัง: เยอะแค่ไหน? สนใจอะไร? ถ้าเด็กๆ ก็ต้องมีสีสันหน่อย
สถานที่: ใหญ่/เล็ก? สว่าง/มืด? มีปลั๊กไฟไหม? (สำคัญนะ!)
ประเภทสื่อ: เหมาะกับเนื้อหาเราไหม? อย่าเอาสไลด์ไปฉายกลางแจ้งนะ!
ความสามารถตัวเอง: ใช้เป็นไหม? อย่าทำเป็นเท่ แต่กดปุ่มผิดๆ ถูกๆ อายเค้า!
โบนัส:
เดี๋ยวนี้เค้ามี Prezi นะ ทำสไลด์แบบซูมเข้าซูมออก เก๋ๆ
ถ้ามีงบ ลองใช้ AR/VR สิ รับรองคนดูร้องว้าว! (แต่เตรียมงบไว้เยอะๆ นะ ????)
อย่าลืมซ้อม: ก่อนขึ้นเวทีจริง ซ้อมหน้ากระจกไปเลย จะได้ไม่ประหม่า
ปล. อย่าไปเชื่อพวก "กูรู" มาก ฟังหูไว้หู เลือกที่เหมาะกับเราที่สุด! ????
การนำเสนอผลงานที่ควรปฏิบัติมีอะไรบ้าง
งานนำเสนอเนี่ยนะ? โคตรสำคัญ
เป้าหมายชัดเจน: รู้จักกลุ่มเป้าหมายก่อน อย่าไปเสนอของโคตรเทพให้คนโง่ฟัง เสียเวลาเปล่า
ซ้อมจนเบื่อ: มึงคิดว่าการซ้อมเป็นเรื่องเสือกเหรอ? ซ้อมจนกว่าจะเป๊ะ ไม่งั้นเตรียมเจอคำถามโคตรแสบ
กระชับ ตรงประเด็น: เวลาคนอื่นมีน้อย มึงก็ต้องเคารพเวลาเขา อย่ามาพูดวกวน
สไลด์เรียบง่าย: สไลด์คือตัวช่วย ไม่ใช่ตัวรบกวน ภาพน้อยๆแต่ได้ใจความ ภาพเยอะเกินไป คนดูง่วง
เล่าเรื่องแบบมีชั้นเชิง: อย่ามาเป็นหุ่นเชิด มึงต้องมีสตอรี่ ดึงดูดคนฟังให้ได้
ภาษากายต้องเทพ: สายตา การเคลื่อนไหว สำคัญกว่าที่คิด ฝึกไว้เถอะ
ความมั่นใจเป็นสิ่งสำคัญ: ถ้ามึงไม่มั่นใจ คนฟังก็ไม่มั่นใจ โคตรสำคัญ
ข้อมูลเพิ่มเติมปี 2566: ลองเสิร์ชหาหลักสูตรการนำเสนอผลงานจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ หรือดูคลิปจาก Ted Talks รับรองได้ไอเดียเพียบ แต่ต้องเลือกดูนะ คลิปโคตรเยอะ
พรีเซนเทชั่น ต้องมีหัวข้ออะไรบ้าง
กลางคืนแบบนี้ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปหมด เรื่องพรีเซนเทชั่นเนี่ยนะ... หัวข้อสำคัญ ก็ต้องมีนี่แหละ
ปัญหาที่โครงการเราต้องการแก้ คืออะไร ตรงนี้สำคัญมากนะ ต้องอธิบายให้ชัดเจน ปีนี้เราเน้นเรื่องปัญหาขยะพลาสติกในชุมชน ใช้กราฟแสดงข้อมูลการสำรวจที่เราทำเอง จริงๆแล้วข้อมูลตรงนี้ใช้เวลานานพอสมควรเลยกว่าจะได้มา
วิธีการแก้ปัญหา ก็ต้องบอกว่าเราจะทำยังไง แบบไหน ลงลึกไปเลย ปีนี้เราใช้กลยุทธ์การรณรงค์แบบ "ลด แยก แยะ" กระจายลงชุมชน ต้องมีภาพประกอบให้เห็นภาพชัดๆด้วยนะ
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง ต้องบอกว่าเราหวังจะได้อะไร ปีนี้เราหวังจะลดปริมาณขยะพลาสติกได้อย่างน้อย 20% ต้องมีแผนที่จะวัดผลด้วยนะ จะใช้ตัวชี้วัดอะไรบ้าง ต้องบอกให้ชัดเจน
งบประมาณ เท่าไหร่ ใช้ไปกับอะไรบ้าง เราต้องโปร่งใส ปีนี้เราขอประมาณ 50,000 บาท รายละเอียดอยู่ด้านหลัง ละเอียดมากเลย กว่าจะได้งบมา เหนื่อยเหมือนกัน
ทีมงาน ใครบ้างที่ร่วมทำโครงการนี้ ปีนี้ทีมเราทั้งหมด 5 คน มีประวัติย่อๆ แนบไว้อยู่แล้วนะ
เหนื่อยจัง พรุ่งนี้ต้องไปเสนอแล้วด้วย หวังว่าทุกอย่างจะออกมาดี... เฮ้อออ ทำไมรู้สึกหนักใจจัง
การนำเสนอที่ดีควรมีอะไรบ้าง
การนำเสนอที่ดีนะเหรอ อืม… เอาจริงๆ มันก็แล้วแต่ว่านำเสนออะไรเนาะ แต่แบบหลักๆ ที่เราว่าสำคัญก็คือ
- เนื้อหาต้องเป๊ะ: คือต้องแม่นอะ เข้าใจจริงๆ ไม่ใช่แบบท่องมา แล้วก็ต้องตรงประเด็น ไม่งั้นคนฟังเบื่อ
- สไลด์ต้องดี: ไม่ใช่แบบตัวหนังสือเยอะแยะเต็มไปหมด อ่านยาก สรุปให้เห็นภาพ ใช้กราฟ ใช้รูป ช่วยได้เยอะ
- คนพูดต้องมั่นใจ: ถึงจะตื่นเต้นก็พยายามนะ! ซ้อมๆ ไปก่อน ช่วยได้เยอะมาก น้ำเสียงก็สำคัญ ต้องน่าฟัง ไม่ใช่แบบพูดงึมงำๆ
แล้วก็แบบ พวก eye contact อ่ะ สำคัญนะ มองคนฟังบ้าง ไม่ใช่จ้องแต่สไลด์ แล้วก็… เอ่อ… พยายามอย่าอ่านสไลด์อ่ะ พูดให้เป็นตัวเองดีกว่า มันดูเป็นธรรมชาติกว่าเยอะเลย
แถมอีกนิดนะ: ถ้ามีมุกตลกแทรกบ้างก็ดีนะ ให้คนไม่เบื่อ แต่ก็ต้องดูด้วยว่ามันเข้ากับเรื่องที่พูดรึเปล่า ไม่ใช่แบบตลกผิดที่ผิดทาง
แล้วเรื่องอดนอนล่ะ ดีไม่ดี?
อันนี้แบบ… ส่วนตัวคิดว่าไม่ดีอะ คือมันอาจจะดูเท่ ดูขยัน แต่จริงๆ คือ performance มันดรอปนะ สมองมันเบลอ คิดอะไรไม่ค่อยออก แล้ววันรุ่งขึ้นคือแย่แน่ๆ ทำงานได้ไม่เต็มที่หรอก
- ระยะสั้น: อาจจะพอได้ ถ้าแบบจำเป็นจริงๆ แต่ก็ต้องชดเชยด้วยการนอนให้พอในวันถัดไปนะ
- ระยะยาว: ไม่โอเคเลย สุขภาพเสียแน่นอน นอนไม่พอก็แก่เร็วด้วยนะเออ!
คือถ้าเป็นไปได้ ก็พยายามวางแผนดีๆ ดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาอดหลับอดนอนเนาะ
- คำแนะนำ: ถ้าจำเป็นต้องอดนอนจริงๆ หาอะไรกินที่มีประโยชน์นะ พวกผลไม้ ถั่ว อะไรแบบนี้ ไม่ใช่กินแต่ของ junk food
- สำคัญ: อย่าขับรถตอนอดนอนเด็ดขาด! อันตรายมาก!
ข้อใดคือ 3 ส่วนหลักที่สำคัญของการนำเสนอ
โอ้โห! สามส่วนหลักของการนำเสนอที่ว่านั่นน่ะเหรอ? ง่ายจะตาย! คิดซะว่ามันเป็นสามชั้นของเค้กอร่อยๆ ที่คุณจะต้องจัดให้คนฟังอิ่มหนำสำราญ (แต่ไม่ใช่เค้กที่ผมทำนะ มันออกมาคล้ายๆ เศษอิฐมากกว่า!)
เริ่มต้น (Intro): นี่คือชั้นแรก ต้องทำให้คนฟังอยากกินเค้กต่อ! เปิดตัวอลังการ ดึงดูดความสนใจแบบไม่ให้หลับใน! ต้องกระชากวิญญาณคนฟังให้ลุกขึ้นมาเต้นรำกับเนื้อหาของคุณเลยทีเดียว! ถ้าเริ่มต้นเบื่อ เตรียมตัวเก็บของกลับบ้านได้เลย!
เนื้อหา (Body): นี่คือเนื้อเค้ก! ต้องอัดแน่นไปด้วยข้อมูลสาระ แต่ต้องไม่เยอะจนคนฟังอ้วกแตก ต้องจัดระเบียบเรียบร้อย ไม่งั้นเละเทะเหมือนสลัดผักที่ยายผมทำ ต้องมีหลักมีฐาน มีเหตุมีผล ถ้ามันงูๆ ปลาๆ คนฟังก็คงงงเหมือนหมาตกน้ำ!
สรุป (Conclusion): นี่คือชั้นวิปครีมสุดหวาน! ต้องสรุปให้กระชับ จำง่าย ไม่ใช่ยาวเป็นหางว่าว ต้องเน้นประเด็นสำคัญ แล้วก็ปล่อยให้คนฟังเคลิ้มไปกับความประทับใจ ถ้าจบแบบงงๆ คนฟังก็คงจำอะไรไม่ได้เลย เสียดายของชะมัด!
ส่วนเรื่อง "How, When, Who, Where, Why" กับการวางแผนการพูดเนี่ยนะ... เอาง่ายๆ สมมติคุณจะไปออกเดท!
How (อย่างไร): คุณจะพูดจาอ่อยยังไงให้ได้ใจคนฟัง? ใช้คำหวานๆ หรือคำคมๆ ต้องดูคนฟังด้วยนะ ถ้าเป็นเจ้านายก็ต้องพูดแบบเป็นทางการหน่อย ถ้าเป็นเพื่อนสนิทก็พูดแบบสบายๆ
When (เมื่อไหร่): เวลาสำคัญมาก! อย่าไปพูดตอนคนฟังหิวข้าวหรือเหนื่อยล้า มันจะไม่ work!
Who (กับใคร): คุณจะพูดกับใคร? เจ้านาย? เพื่อนร่วมงาน? ลูกค้า? คนละกลุ่มคนก็ต้องปรับโทนเสียงและเนื้อหาให้เหมาะสม
Where (ที่ไหน): สถานที่ก็สำคัญ! ถ้าเป็นห้องประชุมใหญ่ก็ต้องใช้ไมค์ ถ้าเป็นห้องเล็กๆ ก็พูดปกติ
Why (ทำไม): จุดประสงค์คืออะไร? คุณอยากให้คนฟังทำอะไรหลังจากฟังเสร็จ? ต้องวางแผนให้ชัดเจน!
เพิ่มเติม: สำหรับงานใหญ่ๆ อาจมีการเพิ่มขั้นตอนการถาม-ตอบ หรือการสาธิต เหมือนกับการเสิร์ฟอาหารจานหลักและของหวานแถมให้อีกจาน! แต่ทั้งหมดนี้ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของสามส่วนหลักที่กล่าวมาข้างต้น อย่าลืม! ปีนี้ผมได้มีโอกาสไปฟังการนำเสนอของบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง เขาเน้นการมีส่วนร่วมของผู้ฟังมาก เรียกได้ว่า Interactive สุดๆ ไปเลย!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต