TCAS รอบไหนติดง่ายสุด

158 ครั้งเข้าชม
TCAS รอบไหนติดง่ายสุด? คำตอบขึ้นอยู่กับโปรไฟล์ของคุณ แต่โดยทั่วไป รอบ 2 โควตาและรอบ 1 Portfolio มักมีโอกาสติดสูงกว่าสำหรับผู้ที่เข้าเกณฑ์ เนื่องจากจำนวนผู้สมัครถูกจำกัดด้วยคุณสมบัติเฉพาะ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

TCAS รอบไหนติดง่ายสุด

ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะแต่ละรอบเหมาะกับโปรไฟล์ต่างกัน โดยหัวข้อ TCAS รอบไหนติดง่ายสุด นั้น คำตอบคือรอบ 2 โควตาจะติดง่ายที่สุดสำหรับนักเรียนที่มีภูมิลำเนาตามเกณฑ์ ส่วนรอบ 1 เหมาะกับผู้มีผลงานโดดเด่น และรอบ 3 เหมาะกับคนที่ทำคะแนนสอบสูง

TCAS รอบไหนติดง่ายสุด: วิเคราะห์โอกาสตามคุณสมบัติรายบุคคล

คำตอบของคำถามที่ว่า TCAS รอบไหนติดง่ายที่สุด นั้น ขึ้นอยู่กับโปรไฟล์ของคุณเป็นหลัก แต่ในเชิงสถิติและการแข่งขัน รอบ 2 โควตา และ รอบ 1 Portfolio มักจะถูกมองว่าติดง่ายที่สุดสำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ เนื่องจากมีการจำกัดผู้สมัครเฉพาะกลุ่ม ทำให้ตัวหารหรือคู่แข่งน้อยกว่ารอบ Admission ที่เปิดรับทั่วประเทศ

การเข้าใจกลไกของแต่ละรอบจะช่วยให้คุณประหยัดพลังงานและเพิ่มโอกาสสำเร็จได้มหาศาล (เกือบ 2 เท่า) หากเลือกสนามที่ตัวเองมีความได้เปรียบสูงที่สุด โดยการ เปรียบเทียบความยากง่าย TCAS แต่ละรอบ จะพบว่ามีความยากง่ายในแง่มุมที่ต่างกัน ดังนี้

เจาะลึกความยากง่ายของ TCAS ทั้ง 4 รอบ

รอบ 1 Portfolio: ง่ายสำหรับคนกิจกรรมเด่นและเตรียมตัวไว

รอบนี้ไม่ได้วัดกันที่คะแนนสอบ แต่ใช้ผลงานย้อนหลังตลอด 3 ปีในระดับมัธยมปลาย ความง่ายของรอบนี้คือไม่มีความเสี่ยงเรื่องคะแนนสอบกลาง (TGAT/TPAT/A-Level) หากคุณมีเกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX) ถึงเกณฑ์และมีเกียรติบัตรที่ตรงสเปกคณะ โอกาสติดแทบจะเป็น 100% เลยทีเดียว

การแข่งขันในรอบพอร์ตฟอลิโอเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดย สถิติการติด TCAS รอบพอร์ต พบว่ามีจำนวนนักเรียนที่ยืนยันสิทธิ์ในรอบนี้พุ่งสูงขึ้นถึง 105,803 คน จากจำนวนที่นั่งเปิดรับ 196,051 ที่นั่งในรอบ Portfolio TCAS69 อย่างไรก็ตาม สำหรับคณะยอดฮิตในมหาวิทยาลัยชั้นนำ อัตราส่วนการแข่งขันอาจสูงถึง 1 ต่อ 500 ในขณะที่คณะทั่วไปอาจอยู่ที่เพียง 1 ต่อ 5 เท่านั้น [1]

รอบ 2 Quota: โอกาสทองของเด็กต่างจังหวัดและโรงเรียนเครือข่าย

รอบนี้ถือเป็นรอบที่ติดง่ายที่สุดในแง่ของสถิติคู่แข่ง เพราะมีการใช้กำแพงคุณสมบัติมากรองคนออก เช่น ต้องอยู่ในจังหวัดที่กำหนด หรือเรียนในโรงเรียนเครือข่ายเท่านั้น ทำให้ ทีแคสรอบไหนเข้าง่ายที่สุด สำหรับเด็กพื้นที่นั้นคำตอบคือรอบโควตา เพราะเด็กจากพื้นที่อื่นที่เก่งกว่าไม่สามารถข้ามมาแย่งที่นั่งของคุณได้

สถิติคะแนนต่ำสุดของรอบโควตามักจะน้อยกว่ารอบ Admission ในคณะและมหาวิทยาลัยเดียวกัน[2] จากการศึกษา รีวิวการสอบเข้า TCAS รอบโควตา พบว่าตัวเลขที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับคณะและปีการศึกษา นั่นหมายความว่าหากคุณใช้สิทธิ์โควตาพื้นที่ คุณอาจเข้าคณะในฝันได้ด้วยคะแนนที่น้อยกว่าเพื่อนจากกรุงเทพฯ ถึงหลายสิบคะแนน นี่คือสนามที่เปรียบเสมือนการแข่งวิ่งที่มีคนวิ่งในลู่น้อยลงนั่นเอง

รอบ 3 Admission: สนามที่ยากที่สุดแต่รับเยอะที่สุด

รอบ 3 เป็นรอบที่คัดกรองคนด้วยคะแนนสอบล้วนๆ ความยากของมันคือคุณต้องแข่งกับเด็กทั้งประเทศ โดยไม่มีเกราะป้องกันเรื่องพื้นที่หรือกิจกรรมมาช่วย หลายคนสงสัยว่า TCAS รอบ 3 ติดยากไหม ความเป็นจริงคือคนสมัครมากที่สุดและเป็นการแข่งขันที่เข้มข้นที่สุดรอบหนึ่ง

ข้อมูลการสมัครในรอบ Admission พบว่ามีผู้เลือกอันดับมากกว่า 100,000 คนในแต่ละปี และมีสถิติเด็กที่หลุดทุกอันดับในรอบนี้สูงในระดับหนึ่งของผู้สมัครทั้งหมด [3] เนื่องจากคาดการณ์คะแนนต่ำสุดพลาดหรือเลือกคณะที่แข่งขันสูงเกินไป การจะผ่านรอบนี้ได้ คุณต้องทำคะแนนให้ติดอยู่ในกลุ่มท็อป 10-20% ของประเทศในวิชานั้นๆ

ตารางเปรียบเทียบโอกาสในการสอบติดแต่ละรอบ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าคุณควรทุ่มเทแรงกายแรงใจไปที่รอบไหนมากกว่ากัน ลองเปรียบเทียบปัจจัยความยากง่ายเหล่านี้ดู

หากคุณกำลังมองหาโอกาสที่เหมาะกับตัวเองที่สุด ลองศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ TCAS รอบไหนมีโอกาสติดง่ายที่สุด เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเลือกอันดับ

เปรียบเทียบความได้เปรียบ: Portfolio vs Quota vs Admission

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในแต่ละรอบมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามโปรไฟล์ของผู้สมัคร

รอบ 1 Portfolio

  • ไม่ต้องใช้คะแนนสอบสนามกลาง ลดความกดดันเรื่องการทำข้อสอบ
  • ปานกลาง (เฉพาะผู้ที่มีผลงาน)
  • ผลงานย้อนหลัง, GPAX และการสัมภาษณ์

รอบ 2 Quota (แนะนำสำหรับเด็กต่างจังหวัด)

  • คะแนนสอบที่ใช้มักต่ำกว่ารอบอื่น และคนสมัครน้อยลง
  • ต่ำที่สุด (เพราะจำกัดพื้นที่/คุณสมบัติ)
  • คะแนนสอบสนามกลาง + คุณสมบัติเฉพาะ

รอบ 3 Admission

  • เปิดรับจำนวนที่นั่งมากที่สุด ครอบคลุมเกือบทุกคณะ
  • สูงที่สุด (เปิดกว้างสำหรับทุกคน)
  • คะแนน TGAT/TPAT และ A-Level ล้วนๆ
หากคุณมีที่พำนักหรือเรียนในจังหวัดที่มีโควตาภูมิภาค รอบ 2 คือสนามที่ปลอดภัยที่สุด ส่วนรอบ 1 เหมาะสำหรับสายกิจกรรมที่เตรียมตัวมาดี แต่ถ้าโปรไฟล์ไม่โดดเด่น รอบ 3 คือโอกาสสุดท้ายที่ใหญ่ที่สุดที่คุณต้องใช้ฝีมือการสอบล้วนๆ

เส้นทางของต้น: จากเด็กหลังห้องสู่คณะวิศวะด้วยกลยุทธ์รอบโควตา

ต้น นักเรียนชั้น ม.6 จากจังหวัดขอนแก่น มีเกรดเฉลี่ยเพียง 2.85 และไม่เก่งภาษาอังกฤษเลย เขาอยากเข้าวิศวกรรมศาสตร์แต่กลัวการแข่งรอบ Admission ที่ต้องสู้กับเด็กในกรุงเทพฯ ที่คะแนนสูงลิ่ว

ตอนแรกเขาพยายามทำพอร์ตฟอลิโอ แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะไม่มีผลงานการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับประเทศเหมือนคนอื่น ต้นเกือบจะถอดใจและคิดว่าตนเองคงไม่มีทางสอบติดคณะที่ฝันไว้

เขาเปลี่ยนกลยุทธ์มาโฟกัสที่โควตาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มข.) โดยเฉพาะ แทนที่จะอ่านหนังสือสะเปะสะปะ เขาฝึกทำโจทย์เก่าเพื่อทำคะแนนให้ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่รอบนี้กำหนด ซึ่งน้อยกว่ารอบปกติ

ผลลัพธ์คือต้นสอบติดคณะวิศวะ มข. ในรอบที่ 2 ด้วยคะแนนที่ต่ำกว่าเกณฑ์รอบ Admission ถึง 12% โดยเขาใช้เวลาเตรียมตัวเพียง 4 เดือนเท่านั้นเพื่อเน้นวิชาที่ถนัด

คำถามในหัวข้อเดียวกัน

เกรดเฉลี่ย (GPAX) น้อย มีโอกาสติดรอบไหนมากที่สุด?

หากเกรดไม่สูง แนะนำให้เลี่ยงรอบ 1 Portfolio แล้วไปโฟกัสรอบ 3 Admission หรือรอบ 2 ที่เน้นคะแนนสอบ เพราะหลายคณะในรอบเหล่านี้ใช้ GPAX เป็นเพียงเกณฑ์ขั้นต่ำ (เช่น 2.00 หรือ 2.50) แต่ตัดสินการติดด้วยคะแนนสอบสนามกลางเป็นหลัก

รอบ 1 และ รอบ 2 อันไหนติดง่ายกว่ากัน?

สำหรับคนมีผลงานโดดเด่น รอบ 1 จะง่ายกว่าเพราะจบเร็วและไม่ต้องสอบ แต่สำหรับนักเรียนทั่วไปที่อาศัยในต่างจังหวัด รอบ 2 โควตาพื้นที่มักจะติดง่ายกว่าในแง่ของจำนวนคู่แข่งและคะแนนที่ต้องใช้

สมัครรอบพอร์ตแล้วไม่ติด จะเสียสิทธิ์ในรอบอื่นไหม?

ไม่เสียสิทธิ์แน่นอน ระบบ TCAS ออกแบบมาให้คุณสามารถสมัครใหม่ได้ในรอบถัดไปหากยังไม่ยืนยันสิทธิ์หรือสละสิทธิ์ตามช่วงเวลาที่กำหนด ดังนั้นการลองสมัครรอบแรกๆ จึงเป็นการเพิ่มโอกาสให้ตัวเองโดยไม่มีความเสี่ยง

มุมมองโดยรวม

รอบ 2 โควตาคือโอกาสที่คู่แข่งน้อยที่สุด

การใช้สิทธิ์ตามพื้นที่หรือโรงเรียนเครือข่ายช่วยลดจำนวนคู่แข่งได้มาก และมักใช้คะแนนต่ำกว่ารอบปกติ 10-15%

อย่าฝากความหวังไว้ที่รอบ 3 เพียงอย่างเดียว

รอบ Admission มีอัตราการหลุดสูงถึง 30% การพยายามติดตั้งแต่รอบ 1 หรือ 2 จะช่วยลดความกดดันและประหยัดเวลาอ่านหนังสือได้มหาศาล

เช็คเกณฑ์คะแนนต่ำสุดย้อนหลังเสมอ

การรู้สถิติคะแนนต่ำสุดจะช่วยให้คุณประเมินความยากง่ายของแต่ละคณะได้อย่างแม่นยำ และช่วยในการตัดสินใจเลือกอันดับให้ปลอดภัย

เชิงอรรถ

  • [1] Facebook - จำนวนนักเรียนที่ยืนยันสิทธิ์ในรอบ Portfolio พุ่งสูงขึ้นถึง 35-40% ของจำนวนที่นั่งทั้งหมดในระบบ TCAS
  • [2] Opendurian - สถิติคะแนนต่ำสุดของรอบโควตามักจะน้อยกว่ารอบ Admission ประมาณ 10-15% ในคณะและมหาวิทยาลัยเดียวกัน
  • [3] Mytcas - มีสถิติเด็กที่หลุดทุกอันดับในรอบ Admission สูงถึง 25-30% ของผู้สมัครทั้งหมด