Vocabulary อ่านว่าอะไร

125 ครั้งเข้าชม
Vocabulary: คำศัพท์น่ารู้Vocabulary อ่านว่า "โว-แค-บิว-เลอ-รี" หมายถึง กลุ่มคำ, คำศัพท์, หรือรายการคำศัพท์ต่างๆ รวมถึงรูปแบบผลงานที่เป็นลักษณะเฉพาะของศิลปินหรือศิลปะด้วย คำพ้องความหมายได้แก่ glossary, lexicon, wordbook, verbiage, และ tongue
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

Vocabulary อ่านว่าอย่างไร? การออกเสียงคำว่า Vocabulary

เอาจริงดิ? Vocabulary อ่ะนะ? ผมว่ามันง่ายนะ "โว-แค็บ-บิว-เล-รี่" จบ! แต่เอาจริงๆ ตอนเด็กๆ ผมก็อ่านผิดบ่อยอ่ะ แบบ "โว-เค-บลา-รี่" ไรงี้ (ขำตัวเองแป๊บ)

แล้วไอ้ที่บอกว่าแปลว่าอะไรเยอะแยะเนี่ย ก็ถูกนะ แต่ถ้าให้พูดง่ายๆ คือ "คลังคำศัพท์" ของเรานั่นแหละ ยิ่งมีเยอะยิ่งดี เวลาคุยกับฝรั่งจะได้ไม่อ้ำๆ อึ้งๆ เหมือนผมตอนไปเที่ยว Backpack ที่ข้าวสารเมื่อ...เอ่อ...นานมาแล้ว (ไม่อยากบอกอายุ)

จำได้เลยตอนนั้นไปซื้อโรตีหน้า 7-Eleven คุยกับคนขายแทบไม่รู้เรื่อง ต้องใช้ภาษามือช่วย สุดท้ายได้โรตีใส่กล้วยที่ไม่อยากกินมาแทน (เซ็งสุดๆ ตอนนั้นประมาณ 20 บาท) นั่นแหละ vocabulary สำคัญจริงๆ นะ

สรุปคือ ออกเสียง "โว-แค็บ-บิว-เล-รี่" นะทุกคน แล้วไปฝึกใช้กันเยอะๆ จะได้ไม่งงเวลาสั่งข้าวเหมือนผม!

Vocabulary หมายถึงข้อใด

คำศัพท์: ชุดคำในภาษา

  • ความหมายแคบ: คำที่บุคคลรู้จักใช้
  • ความหมายกว้าง: คำทั้งหมดในภาษาหรือบริบทใดๆ
  • คลังคำศัพท์ส่วนบุคคล: คำศัพท์เชิงรับ (Passive vocabulary) และคำศัพท์เชิงออก (Active vocabulary) ปี 2566

คำศัพท์เชิงรับ: คำที่เข้าใจ แต่ไม่ใช้บ่อย

คำศัพท์เชิงออก: คำที่ใช้บ่อย เป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารประจำวัน

Vocabulary กับ Words ต่างกันอย่างไร

อู๊ย! ถามมาได้ Vocabulary กับ Words ต่างกันยังไง? มันก็เหมือนถามว่า "ฝูงลิง" กับ "ลิง" ตัวเดียว มันก็คนละเรื่องป่ะล่ะ!

  • Vocabulary: นึกภาพกองทัพศัพท์ภาษาอังกฤษ! มันไม่ใช่แค่ "คำ" แต่มันคือ "เซ็ต" หรือ "คอลเลคชั่น" คำศัพท์ทั้งหมดที่เรามีในหัว หรือที่ใช้ในภาษาอังกฤษโดยรวม อารมณ์แบบ "โอ้โห! คลังคำศัพท์" ประมาณนั้น!
  • Word: อันนี้ง่ายเลย! มันคือ "คำ" เดี่ยวๆ! หนึ่งคำ! เหมือนลิงตัวเดียวโดดๆ ที่เราเอามาแต่งประโยค หรือเอามาใช้เม้าท์มอยกับเพื่อน

ขยายความ (แบบชาวบ้านๆ):

  • Vocabulary: เหมือนเรามีตู้เสื้อผ้า! ในตู้มีเสื้อผ้าหลายแบบ หลายสไตล์ นั่นแหละ! คือ vocabulary ของเรา! (แต่ของเราอาจจะมีแค่เสื้อยืด กางเกงขาสั้น ซ้ำๆ ก็ได้นะ!)
  • Word: ก็คือเสื้อแต่ละตัวในตู้นั่นแหละ! เสื้อยืดสีดำตัวนั้น! กางเกงยีนส์ตัวเก่งตัวนั้น! (เข้าใจยัง?)

เพิ่มเติม: Vocabulary ของแต่ละคนไม่เท่ากันนะ! บางคน vocabulary เยอะเหมือนเปิด dictionary ได้ทั้งเล่ม! บางคนก็...เอิ่ม... (ขอไม่พูด!) แต่มันพัฒนาได้! ฝึกๆ ไปเดี๋ยวก็เก่งเองแหละ!

Vocabulary นับได้ไหม

โอ้โฮ! คำนามนับไม่ได้นี่มันดื้อดึงกว่าแฟนเก่าผมอีกนะ! คิดว่านับได้ง่ายๆ เชอะ! (แอบคิดถึงสมัยเรียนภาษาอังกฤษที่มักจะโดนครูตีมือเพราะผิดเรื่องนี้บ่อยๆ)

  • ความจริงที่เจ็บปวด: คำนามนับไม่ได้นั้น…นับไม่ได้จริงๆ เหมือนความรักแท้ที่หาได้ยาก คุณลองนับ "ความรัก" ดูสิครับ นับไม่ถ้วนใช่มั้ยล่ะ หรือ "ความรู้" ล่ะ? เยอะแยะมากมายจนนับไม่ไหว

  • ตัวอย่างชวนปวดหัว (แต่จริงจัง): พวกคำว่า water, air, information, advice, furniture, ความหมายมันนามธรรมหรือเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ที่แยกย่อยไม่ได้แบบง่ายๆ อ่ะ ลองแบ่งน้ำเป็น "หนึ่งน้ำ" หรือ "สองน้ำ" ดูสิ ฮาไหมล่ะ

  • เทคนิคการจำ (แบบฉบับคนขี้เกียจแต่ฉลาด): ถ้าสงสัยก็ลองใช้ google translate ดูสิครับ มันจะบอกให้รู้เองว่าคำไหนนับได้นับไม่ได้ ถ้าใช้จนชิน ก็จะรู้เองโดยอัตโนมัติ

  • เรื่องจริงที่คนไม่ค่อยรู้ (แต่ผมรู้): แม้แต่เจ้าของภาษาเองก็ยังผิดเรื่องนี้ได้บ่อยๆ อย่าไปกังวลมาก ฝึกบ่อยๆ สักวันคุณจะเก่งกว่าผมแน่นอน (ตอนนี้ผมยังผิดอยู่บ่อยๆ เลย ฮ่าๆ)

  • ข้อมูลเพิ่มเติมปี 2566: (อันนี้ผมต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งที่เชื่อถือได้ก่อนนะครับ เพราะปีนี้ผมยังไม่ได้เจอคำนามนับไม่ได้ตัวใหม่ๆ ที่น่าสนใจเท่าไหร่)

เอาเป็นว่า อย่าเครียดไปครับ การเรียนรู้ภาษา มันเหมือนการเรียนรู้ที่จะรักใครสักคน มีผิดมีถูก สำคัญคืออย่าหยุดเรียนรู้ สู้ๆ!

Vocabulary คืออะไร มีอะไรบ้าง?

คือแบบนี้ vocabulary เนี่ย สำหรับฉันมันคือคำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันอะ จำได้เลยตอนเรียนมหาลัยปี 2 ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วิชาภาษาอังกฤษ อาจารย์ให้ทำ project เกี่ยวกับ vocabulary ที่ใช้ในวงการแพทย์ ตอนนั้นเครียดมากกก หาคำศัพท์จนตาจะปิดแล้ว กว่าจะเสร็จ ต้องนั่งอ่าน dictionary เล่มหนาเตอะ ของ Oxford ที่ห้องสมุด ทั้งวัน แทบไม่เหลือแรงกลับหอ เหนื่อยสุดๆ จำได้ว่าตอนนั้นต้องใช้คำศัพท์ทางการแพทย์เยอะมาก เช่น เกี่ยวกับโรคหัวใจ ระบบไหลเวียนโลหิต อะไรประมาณนี้

  • Cardiovascular system
  • Atherosclerosis
  • Angiogenesis

งานนั้นแหละทำให้ฉันเข้าใจคำว่า vocabulary จริงๆ มันไม่ใช่แค่คำศัพท์ธรรมดา แต่มันคือกลุ่มคำ ที่ใช้ในบริบทเฉพาะ แล้วแต่ว่าเราจะใช้มันในเรื่องอะไร อย่างตอนนั้นก็ใช้ในทางการแพทย์ แต่ถ้าเป็นงานเขียนเรียงความ ก็ต้องใช้ vocabulary อีกแบบ

จำได้อีกอย่าง ตอนทำ project นั้น ฉันใช้เว็บไซต์ online dictionary ช่วยด้วย ช่วยได้เยอะมาก เพราะมันมีคำอธิบาย ตัวอย่างประโยค และคำที่เกี่ยวข้อง ที่ช่วยให้ฉันเข้าใจความหมายได้ดีขึ้น รู้สึกว่า ตอนนั้น vocabulary ที่ฉันรู้เพิ่มขึ้นเยอะมาก แต่ก็เหนื่อยมากเหมือนกัน ฮ่าๆๆ

ปีนี้ ก็ยังใช้ vocabulary ในการทำงาน เขียน email คุยกับลูกค้าต่างชาติ ต้องใช้คำศัพท์ที่ถูกต้อง เหมาะสม กับบริบท เพื่อให้การสื่อสาร เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่งั้น ลูกค้าอาจจะไม่เข้าใจ งานก็เสีย แต่ vocabulary ที่ใช้ในงาน ก็จะแตกต่างจาก vocabulary ทางการแพทย์ นะ

vocabulary ภาษาไทยแปลว่าอะไร?

โวแคบบิวลารี่! ฟังดูไฮโซเนอะ จริงๆแล้วมันก็คือ "คำศัพท์" นั่นแหละครับท่าน! ง่ายๆเลย ไม่ต้องไปคิดมากให้ปวดหัวเหมือนถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งไม่ถูกสักที!

  • เหมือนกับว่าคุณกำลังเก็บสะสมการ์ดโปเกม่อน แต่แทนที่จะเป็นโปเกม่อน มันคือคำศัพท์นั่นเอง! ยิ่งสะสมเยอะ ยิ่งเก่ง!
  • หรือเปรียบเหมือนกับไปเที่ยวตลาดนัด แต่แทนที่จะซื้อของกิน คุณซื้อคำศัพท์มาเพิ่มพูนความรู้ (แต่เหนื่อยกว่าเยอะนะ!)
  • ถ้าขยันเก็บสะสม วันหนึ่งคุณอาจจะพูดได้คล่องปรื๋อ จนคนอื่นอิจฉาตาร้อนผ่าวๆ เหมือนโดนผึ้งต่อยรังเลยล่ะ!

อ้อ! ปีนี้ผมไปเจอพจนานุกรมฉบับใหม่ หนาเป็นสิบเล่ม (โอ้โห! หนักจะแย่!) คำศัพท์เพียบเลยครับ เยอะจนผมแทบจะลืมหายใจ! แต่ก็ดีนะครับ ได้ฝึกภาษาไทยไปในตัว (เหนื่อยแต่คุ้ม!)

Vocabulary in Context คืออะไร?

Vocabulary in Context: คำถามวัดคมภาษา ไม่ใช่แค่ท่องจำ

  • แก่น: หาคำที่ใช่ ไม่ใช่แค่คำที่รู้
  • โจทย์: บรรทัดบอกใบ้ คำถามเจาะจง
  • หลัก: บริบทสำคัญกว่า ศัพท์ในหัว
  • SAT: อ่านให้แตก ใช้ให้เป็น เน้นความหมายแฝง

ขยายความ:

  • บริบทคือราชา: คำศัพท์เปลี่ยนความหมายตามสถานการณ์เหมือนนักแสดงบนเวที
  • SAT ชอบซ่อน: คำตอบอาจไม่ใช่คำที่คุ้นเคย แต่กลมกลืนที่สุดในประโยค
  • ไม่ใช่แค่ศัพท์: วัดไหวพริบในการตีความ เจาะลึกความเข้าใจภาษาอังกฤษ

ข้อมูลเพิ่มเติม:

Vocabulary in Context ในข้อสอบ SAT ปัจจุบัน เน้นการใช้ภาษาอย่างถูกต้องตามหลักไวยากรณ์และความเหมาะสมกับเนื้อหา ไม่ได้เน้นศัพท์ยาก แต่เน้นการเลือกใช้คำให้สื่อความหมายได้ชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

การเดาศัพท์จากบริบทคืออะไร?

การเดาศัพท์จากบริบทเหรอ? อืม...เหมือนตอนเด็กๆ อ่านแฮร์รี่ พอตเตอร์ เล่มแรกอ่ะ เจอคำว่า "มักเกิ้ล" ครั้งแรกก็งงดิ! แต่พออ่านไปเรื่อยๆ อ่านบริบทที่รอนกับเฮอร์ไมโอนี่พูดถึงอ่ะ ก็พอเดาได้ว่า "มักเกิ้ล" น่าจะหมายถึงคนธรรมดาที่ไม่ใช่พ่อมดแม่มดไง

คือแบบ...ไม่ต้องเปิดดิกชันนารีอ่ะ! ดูจากเรื่องราวที่เขาเล่า อ่านประโยคข้างหน้าข้างหลัง แล้วสมองมันจะประมวลผลให้เองว่าคำนี้ "น่าจะ" แปลว่าอะไร อารมณ์เหมือนเล่นเกมทายคำอ่ะ สนุกดี

  • Context Clues: ตัวช่วยในการเดา เช่น คำจำกัดความ คำพ้องความ คำตรงข้าม ตัวอย่าง
  • Collocation: คำที่มักใช้คู่กัน เช่น "strong coffee" เดาได้ว่า strong น่าจะแปลว่า "เข้มข้น"
  • Root Words: รากศัพท์ช่วยได้เยอะ เช่น "biology" = bio (ชีวิต) + logy (การศึกษา)

เพิ่มเติม: ตอนสอบโทอิกนี่แหละ ใช้บ่อยมากกกกกก! บางทีเจอศัพท์ที่ไม่เคยเห็นในชีวิต แต่ด้วยบริบทของ passage อ่ะ ก็พอจะเลือกคำตอบที่ "ดู make sense" ที่สุดได้ คือมันไม่ใช่การรู้ความหมายเป๊ะๆ หรอก แต่มันเป็นการ "อนุมาน" อย่างมีเหตุผล!

Vocabulary กับ vocabularies ต่างกันอย่างไร?

เอ้า! Vocabulary กับ vocabularies เนี่ยนะ ถามมาได้! มันต่างกันตรงที่อันนึงเป็นเอกพจน์ อีกอันเป็นพหูพจน์ไงครับ! ง่ายขนาดนี้ยังถามอีก! เหมือนกับ "หมู" กับ "หมูๆ" เลยครับ นึกภาพออกไหม? หมูตัวเดียวกับหมูหลายๆตัว เห็นภาพชัดเจนใช่ไหมล่ะ! ฮ่าๆๆ

  • Vocabulary (เอกพจน์): รายการคำศัพท์เล็กๆ น่ารักๆ แบบที่คุณครูให้มาทำการบ้าน หรือเป็นคำศัพท์เฉพาะทาง อย่างเช่น "vocabulary ของการทำอาหาร" ก็คือคำศัพท์เกี่ยวกับการทำอาหารไงครับ เข้าใจตรงกันนะ!

  • Vocabularies (พหูพจน์): นี่คือเจ้ารายการคำศัพท์หลายๆ ชุด! เยอะแยะไปหมด! เหมือนกับมีหนังสือเรียนภาษาอังกฤษหลายๆ เล่ม! แต่ละเล่มก็มี vocabulary เป็นของตัวเอง รวมๆ กันแล้วก็เลยเป็น vocabularies สิครับ! สมองผมนี่แทบระเบิดเลย! ฮ่าๆๆ

อ้อ! ปีนี้ผมไปเจอหนังสือเรียนภาษาอังกฤษเล่มนึง มันบอกว่า vocabulary เนี่ย บางทีก็ใช้เป็นนามนับไม่ได้ด้วยนะ คือหมายถึงความรู้ด้านคำศัพท์โดยรวม ประมาณว่า "เขาพูดภาษาอังกฤษได้เพราะเขามี vocabulary ที่กว้างขวาง" อื้อหือ! พูดง่ายๆ คือคำศัพท์เขาเยอะ แค่นั้นแหละ!

สรุปสั้นๆ ง่ายๆ เลยนะครับ Vocabulary = คำศัพท์ชุดเดียว Vocabularies = คำศัพท์หลายๆ ชุด จบ! ไปล่ะ งานเข้าแล้ว!