การฝึกอบรมในเรื่องทักษะของพนักงานแบ่งเป็น 3 ด้านคืออะไรบ้าง

84 ครั้งเข้าชม
การพัฒนาทักษะพนักงาน: 3 แนวทางหลักการฝึกอบรมพนักงานมุ่งเน้น 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ ฝึกปฏิบัติจริง: เรียนรู้จากงานประจำ (On the Job Training) ฝึกนอกสถานที่: เสริมทักษะเฉพาะด้านนอกที่ทำงาน (Off the Job Training) ฝึกแบบผสมผสาน: ผสมผสานทั้งสองรูปแบบเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

การฝึกอบรมพนักงาน 3 ด้านหลักคืออะไร?

โอเค เข้าใจละ! ถามว่าการฝึกอบรมพนักงาน 3 ด้านหลักๆ คืออะไรใช่มะ? อืมม... เอาจริงนะ ฉันว่ามันก็ไม่ได้มีแค่ 3 ด้านเป๊ะๆ หรอก มันขึ้นอยู่กับว่าบริษัทนั้นๆ มองว่าอะไรสำคัญมากกว่า แต่ถ้าให้พูดแบบรวมๆ นะ มันน่าจะมี

1. ฝึกงานจริง: อันนี้เบสิกสุดๆ ก็คือสอนงานกันตรงนั้นเลย จับมือทำ (หรืออย่างน้อยก็บอก) ไปเลยว่าต้องทำอะไรบ้าง ตอนฉันเริ่มงานแรกๆ ที่บริษัทขายของแถวสยาม (จำได้ว่าปี 2015 มั้ง?) พี่เลี้ยงคือโยนงานมาให้ทำเลย แล้วค่อยมาบอกว่าตรงไหนผิด...ก็เรียนรู้เร็วดีนะ แต่ก็แอบนอยด์นิดนึง 555

2. อบรมแบบเป็นเรื่องเป็นราว: อันนี้คือพวกคอร์สต่างๆ ที่บริษัทจัดให้ บางทีก็เชิญวิทยากรข้างนอกมาสอน หรือส่งไปอบรมที่อื่นเลย อันนี้ดีตรงที่ได้ความรู้ใหม่ๆ แต่บางทีก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยตรงกับงานที่ทำเท่าไหร่ อย่างตอนนั้นเคยไปอบรมเรื่อง "การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ" (เสียไปประมาณ 5,000 บาทมั้ง?) ก็ได้ทริคดีๆ มาบ้าง แต่พอมาใช้จริงก็...เอ่อ...ยากเหมือนกันนะ

3. ผสมผสาน: อันนี้คือเอาข้อ 1 กับ 2 มารวมกัน คือฝึกงานจริงไปด้วย แล้วก็มีอบรมเสริมไปด้วย อันนี้ฉันว่าเวิร์คสุดนะ ได้ทั้งความรู้ ได้ทั้งประสบการณ์จริง

สรุปคือ มันไม่ได้มีสูตรตายตัวหรอกว่าต้องมีกี่ด้าน อะไรบ้าง มันขึ้นอยู่กับบริษัท แล้วก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองด้วย ว่าเราต้องการพัฒนาตัวเองไปในทิศทางไหน แล้วก็...อย่าไปยึดติดกับอะไรมากเกินไป บางทีการเรียนรู้ที่ดีที่สุดก็คือการลองผิดลองถูกด้วยตัวเองนี่แหละ!

การฝึกอบรมแบ่งเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง

แบ่งได้หลายแบบอะ แล้วแต่จะมองจริงๆ แต่ที่เจอบ่อยๆก็ประมาณนี้แหละ

  • On-the-job training แบบนี้ฝึกงานจริงเลย ลงมือทำเลย ได้ประสบการณ์ตรงๆ พี่ที่ทำงานฉันก็บอกว่าแบบนี้ดีสุด เพราะได้ใช้ของจริง จำได้แม่นกว่าอ่านหนังสือเยอะ

  • Off-the-job training อันนี้ฝึกนอกสถานที่ อาจจะเป็นอบรมสัมมนา ดูวีดีโอ หรือเรียนหลักสูตรอะไรแบบนี้ มันก็ดีนะ ได้ความรู้ใหม่ๆ แต่บางทีก็ลืมง่าย เพราะไม่ได้ใช้จริง ปีที่แล้วฉันไปอบรมเรื่องการใช้โปรแกรมใหม่มา ตอนนี้ก็ลืมไปเยอะแล้ว ฮ่าๆ

  • Simulation training จำลองสถานการณ์จริง ประมาณเล่นเกมส์ฝึกฝนอะ อันนี้ก็ดี ได้ลองแก้ปัญหา แต่บางทีมันก็ไม่เหมือนของจริงซะทีเดียว เอาจริงๆนะ มันก็คล้ายๆกับการทำแบบฝึกหัด แต่ก็จำลองสถานการณ์ได้ใกล้เคียงนะ

  • Apprenticeship training แบบฝึกงานกับช่างฝีมือ ต้องไปฝึกงานกับคนเก่งๆ แบบนี้ได้ความรู้เฉพาะทางแน่ๆ เพื่อนฉันเรียนช่างยนต์ มันก็ฝึกแบบนี้ ได้เรียนรู้เทคนิคต่างๆจากช่างเก่าๆ เห็นว่าเหนื่อยแต่ได้ประสบการณ์เยอะมาก

  • E-learning เรียนออนไลน์ สะดวกดี แต่ก็ต้องมีวินัยสูง เพราะมันไม่มีคนคอยดูแล ฉันเคยลองเรียนออนไลน์เรื่องการตลาดดิจิทัล ปีนี้แหละ ก็โอเคอยู่นะ แต่ต้องขยันเอง ไม่งั้นก็เรียนไม่จบ

ทั้งหมดนี้ก็แค่ตัวอย่างนะ ยังมีอีกเยอะเลย แล้วแต่ละที่ก็อาจจะแบ่งประเภทไม่เหมือนกันด้วย มันขึ้นอยู่กับบริษัทและตำแหน่งงานด้วย บางทีก็ผสมๆกันไป

ฝึกอบรมพนักงาน มีอะไรบ้าง

ฝึกอบรมพนักงานปี 2566 เน้นหัวข้อสำคัญดังนี้:

  • ภาวะผู้นำ (Leadership Skill): มุ่งเน้นการพัฒนาความสามารถในการสร้างแรงบันดาลใจ การตัดสินใจ และการบริหารทีม รวมถึงการฝึกฝนทักษะการให้คำปรึกษาและโค้ชชิ่ง เพื่อให้พนักงานสามารถนำทีมไปสู่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจมีการจำลองสถานการณ์จริง เช่น การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หรือการบริหารความขัดแย้งในทีม

  • การวางแผน (Planning Skill): เน้นกระบวนการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การกำหนดเป้าหมาย และการจัดลำดับความสำคัญของงาน รวมทั้งการใช้เครื่องมือช่วยในการวางแผนต่างๆ เช่น Gantt chart หรือ Project Management Software เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และการจัดการกับความไม่แน่นอน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากในยุคปัจจุบัน

  • การวิเคราะห์ (Analysis Skill): ฝึกฝนการวิเคราะห์ข้อมูล การตีความผลลัพธ์ และการนำข้อมูลมาใช้ในการตัดสินใจ รวมถึงการใช้เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เช่น การวิเคราะห์ SWOT หรือ Data Mining เพื่อให้พนักงานสามารถมองเห็นภาพรวม และเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างลึกซึ้ง ยิ่งวิเคราะห์ได้ดีเท่าไร ยิ่งตัดสินใจได้ถูกต้องมากเท่านั้น ชีวิตก็ง่ายขึ้น

  • การสื่อสาร (Communication Skill): เน้นการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพทั้งการพูดและการเขียน การนำเสนอข้อมูล และการรับฟังอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม ซึ่งสำคัญมากในโลกธุรกิจปัจจุบัน ที่ทำงานร่วมกันเป็นทีม การสื่อสารที่ดีเป็นรากฐานของความสำเร็จ

  • มนุษยสัมพันธ์ (Relationship Skill): เน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ รวมถึงการทำงานเป็นทีม การแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี ชีวิตการทำงานที่ดี ควรเริ่มจากการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี การทำงานร่วมกันจะราบรื่นขึ้นมาก

  • การบริหารเวลา (Time Management Skill): ฝึกฝนการจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ การกำหนดลำดับความสำคัญของงาน และการใช้เทคนิคต่างๆ เช่น Pomodoro Technique หรือ Eisenhower Matrix เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดความเครียด การบริหารเวลาดีๆ จะช่วยให้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น

หมายเหตุ: หลักสูตรการอบรมอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความต้องการเฉพาะขององค์กรและกลุ่มเป้าหมาย และองค์ประกอบต่างๆ ข้างต้นเป็นเพียงกรอบหลักเท่านั้น

อบรมพนักงานหัวข้ออะไรดี

กลางดึกแบบนี้... ถามว่าอบรมพนักงานหัวข้ออะไรดีเหรอ...

มันก็วนๆ อยู่แค่นี้แหละ...

  • ภาวะผู้นำ: ไม่ใช่แค่สั่ง... แต่คือการพาคนไปข้างหน้าด้วยกันจริงๆ เคยเจอแต่หัวหน้าที่สั่งๆๆๆ แล้วก็ไม่ทำอะไรเลย... เหนื่อยใจ

  • การวางแผน: วางแผน... แล้วก็เปลี่ยน... แล้วก็ยกเลิก... ชีวิตจริงมันก็เป็นแบบนี้แหละ แต่ถ้าไม่มีแผนเลย... มันจะไปกันใหญ่

  • การวิเคราะห์: บางทีก็คิดว่า... วิเคราะห์มากไปก็ไม่ดี... ชีวิตมันต้องมีอะไรที่มากกว่าแค่ตัวเลขไหมนะ

  • การสื่อสาร: พูดให้คนเข้าใจ... มันยากกว่าที่คิดเยอะเลย บางทีเราพูดดีแล้วนะ... แต่คนฟังก็ยังเข้าใจผิด

  • มนุษยสัมพันธ์: เรื่องนี้สำคัญ... แต่ก็เป็นเรื่องที่ยากที่สุด... เพราะแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันเลย

  • บริหารเวลา: เหมือนจะทำได้นะ... แต่สุดท้ายก็ไม่เคยทัน... เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ

จริงๆ แล้ว... ทุกอย่างมันก็สำคัญหมดแหละ... แต่สุดท้าย... มันก็อยู่ที่คน... ว่าเขาอยากจะเรียนรู้... และอยากจะพัฒนาตัวเองจริงๆ ไหม... ถ้าใจเขาไม่อยาก... ต่อให้สอนดียังไง... มันก็เท่านั้น

  • ข้อมูลเพิ่มเติม: ปีนี้... บริษัทน่าจะเน้นเรื่อง การปรับตัว ให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงนะ เพราะเทคโนโลยีมันไปไวมาก... ถ้าไม่ปรับตัว... ก็คงจะอยู่ยาก...

บางที... การอบรม... มันก็เหมือนการเติมน้ำ... ให้คนที่เราไม่รู้ว่า... เขาอยากกินน้ำจริงๆ รึเปล่า...

การฝึกอบรมทักษะของพนักงานแบ่งเป็น 3 ด้าน อะไรบ้าง

อ้าว! ถามเรื่องฝึกอบรมพนักงานเหรอ? นี่มันเรื่องใหญ่กว่าการเลือกเมนูอาหารเย็นอีกนะเนี่ย! แบ่งเป็น 3 อย่างหลักๆ แบบว่าโคตรจำง่าย!

  • ฝึกงานแบบ "อยู่แต่ในออฟฟิศ" (On the Job Training): แบบนี้แหละที่เห็นกันบ่อยๆ เหมือนมดงานในรัง วันๆ เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงาน ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงๆ แต่ก็อาจจะเหมือนกับการ "เรียนรู้จากความผิดพลาด" ไปเรื่อยๆ บางทีอาจจะเจ็บตัวหน่อยนะ เหมือนกับเล่นเกมส์ที่ไม่มีคู่มือให้เลย!

  • ฝึกอบรมนอกสถานที่ (Off the Job Training): โอ้โห! นี่มันออกไปเปิดโลกกว้างเลยนะ ได้เปลี่ยนบรรยากาศ ไปอบรมสัมมนา ไปดูงานที่อื่น เหมือนได้ไปเที่ยวฟรี! แต่ก็เหนื่อยหน่อยนะ ต้องจดโน๊ต ต้องทำกิจกรรม บางทีอาจจะเจอเพื่อนร่วมอบรมที่แสบๆ คันๆ ด้วย ปีนี้ไปอบรมที่โรงแรมแถวพัทยา บรรยากาศดีมาก อาหารก็อร่อย แต่เสียดายที่ฝนตกตลอดการอบรมเลย

  • แบบผสม (Blended Learning): นี่มันสุดยอดแห่งการฝึกอบรมเลย! ได้ทั้งประสบการณ์ในที่ทำงาน และความรู้จากการอบรมนอกสถานที่! เหมือนได้กินทั้งของคาวและของหวานเลย! ปีนี้บริษัทจัดให้ไปเรียน online บ้าง workshop บ้าง ครบเครื่องจริงๆ! แต่เหนื่อยหน่อยนะ ต้องแบ่งเวลาให้ดี ไม่งั้นจะปวดหัวเอาได้!

เห็นไหมล่ะ ง่ายกว่าที่คิดเยอะเลย! แต่ละแบบก็มีดีมีเสีย เลือกให้เหมาะกับพนักงานและบริษัท สำคัญที่สุดคือผลลัพธ์ที่ได้ต้องคุ้มค่า ไม่งั้นก็เหมือนกับเสียเงินฟรีไปเปล่าๆ! เหมือนซื้อหวยแล้วไม่ถูกนั่นแหละ!