การศึกษา 3 รูปแบบมีอะไรบ้าง
การศึกษา 3 รูปแบบมีอะไรบ้าง?
การศึกษา 3 รูปแบบมีอะไรบ้าง?
อ่ะนะ การศึกษาเหรอ? เท่าที่จำได้ตอนเรียน ม.ปลาย (น่าจะปี 2550 แถวๆนั้น) ครูเคยสอนว่ามันมี 3 แบบหลักๆ นะ แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าไหร่ ????
มาตรา 15 ใน พ.ร.บ. การศึกษา บอกว่า การศึกษามี 3 รูปแบบ: ในระบบ, นอกระบบ, และตามอัธยาศัย อ่ะเนาะ! แต่ละแบบก็ต่างกันไปเลย
เอาจริงๆ การศึกษานอกระบบนี่แหละ ที่เราว่าน่าสนใจ เพราะมันยืดหยุ่นดี สมัยก่อนเคยเรียนทำขนมออนไลน์ (จ่ายไปประมาณ 500 บาทได้มั้ง) ก็ถือเป็นการศึกษานอกระบบนะ
ส่วนการศึกษาตามอัธยาศัย นี่คือเรียนรู้ด้วยตัวเองเลยป่ะ? แบบว่าอ่านหนังสือเอง, ดู YouTube เอง อะไรแบบนั้นรึเปล่า? ไม่แน่ใจอ่ะ ????
รูปแบบการศึกษามีกี่ระบบ อะไรบ้าง
เอาจริงนะ ตอนเรียนครูไทยอ่ะ อาจารย์แกสอนเรื่องรูปแบบการศึกษาตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ 2542 อ่ะ หูยยย ตอนนั้นง่วงมาก (ยอมรับเลย) แต่จำได้ว่ามี 3 แบบ คือ ในระบบ นอกระบบ แล้วก็ ตามอัธยาศัย อ่ะ
- ในระบบ: ก็แบบที่เราเรียนกันปกติในโรงเรียน ในมหาวิทยาลัย มีหลักสูตร มีตารางสอน มีวัดผลประเมินผล ชัดเจน
- นอกระบบ: อันนี้จะยืดหยุ่นกว่าหน่อย อาจจะเป็นพวกคอร์สเรียนระยะสั้น เรียนเสริมทักษะอาชีพ หรือ กศน. อะไรแบบนี้
- ตามอัธยาศัย: อันนี้ฟรีสไตล์สุดๆ เรียนรู้ด้วยตัวเอง ตามความสนใจของแต่ละคนเลย อาจจะผ่านหนังสือ อินเทอร์เน็ต หรือประสบการณ์ชีวิตก็ได้
คือตอนนั้นคิดในใจว่า เออ มันก็ make sense ดีนะ แต่พอมาทำงานจริงๆ อ่ะ บางทีมันก็ไม่ได้แบ่งกันชัดเจนขนาดนั้นหรอก มันมีอะไรที่ overlap กันอยู่เยอะเลย
ปล. ตอนนั้นเรียนที่ ม.บูรพา ตอนปี 58 โน่นนน นานมากกกก
การศึกษามีกี่ประเภท อะไรบ้าง
อ้าว! ถามเรื่องประเภทการศึกษาเหรอคะ? คิดว่าแค่ถามเล่นๆ ซะอีก จริงๆ แล้วมันลึกซึ้งกว่าที่คิดนะเนี่ย! เหมือนกับการเลือกเส้นทางชีวิตเลยล่ะ เลือกผิดชีวิตเปลี่ยน!
การศึกษาในระบบ: นี่แหละตัวแม่! มีหลักสูตร ระยะเวลาเรียนชัดเจน เหมือนเดินตามรางรถไฟ ถึงจะเบื่อบ้างแต่ก็ถึงจุดหมายแน่นอน เปรียบเหมือนนั่งรถไฟความเร็วสูงไปยังอนาคตที่วางแผนไว้ อาจจะไม่สนุกทุกสถานี แต่ถึงปลายทางอย่างแน่นอน
การศึกษานอกระบบ: อิสระ! เหมือนนกที่บินไปไหนก็ได้ อยากเรียนอะไรก็เรียน เวลาเรียนก็เลือกเอง แต่ต้องมีวินัยสูงนะ ไม่งั้นจะกลายเป็นนกตกกระบี่ เรียนไม่จบซะงั้น เปรียบได้กับการเดินทางไกลด้วยรถยนต์ เราจะไปที่ไหนก็ได้ แต่ต้องดูแลรถยนต์ของเราให้ดี
การศึกษาตามอัธยาศัย: แบบนี้คือสุดยอดแห่งความอิสระ เรียนเมื่อไหร่ก็ได้ เรียนอะไรก็ได้ เหมือนกับการเป็นนักสำรวจที่ค้นพบความรู้ใหม่ๆ ด้วยตัวเอง แต่ต้องมีใจรักในการเรียนรู้จริงๆ ไม่งั้นจะหาความรู้ไม่เจอ เปรียบเหมือนการเดินทางด้วยเรือใบ เราจะแล่นไปได้ไกลแค่ไหน ขึ้นอยู่กับทักษะและความพยายามของเรา
เห็นมั้ยล่ะ แค่เรื่องการศึกษาก็มีมิติซ่อนอยู่เยอะแยะ อย่ามองแค่ผิวเผิน ลองขุดลึกลงไป อาจจะเจออะไรที่น่าสนใจกว่าที่คิดก็ได้ (ปีนี้ 2566 ข้อมูลยังคงเหมือนเดิมนะคะ แต่ความคิดอาจจะไม่เหมือนเดิม ฮ่าๆ)
เพิ่มเติมเล็กน้อย การเลือกเรียนแบบไหน ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลและเป้าหมาย ไม่มีแบบไหนดีที่สุด มีแต่แบบไหนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณเท่านั้น
กฎหมายการศึกษามีกี่รูปแบบ
อ้าว! นึกว่าถามเรื่องความรักซะอีก สามรูปแบบนี่มันน้อยไปป่ะสำหรับชีวิตการเรียนรู้เนี่ย! เหมือนมีแค่เมนูข้าวมันไก่ ข้าวหมกไก่ และไก่ทอด ชีวิตมันต้องมีมากกว่านี้สิครับ! แต่ก็เถอะ กฎหมายมันก็คือกฎหมาย เราต้องปฏิบัติตาม ไม่งั้นอาจโดนจับปรับเป็นค่าเทอมลูกหลานไปเลยก็ได้นะ
- การศึกษาในระบบ: โรงเรียนเนี่ยแหละครับ เรียนแบบเป๊ะๆ ตามหลักสูตร เหมือนอยู่ในโรงงานผลิตคน ผลิตออกมาเป็นแพ็คเกจ เหมือนๆ กันหมด แต่ก็ต้องยอมรับว่า ระบบมันช่วยสร้างพื้นฐานได้ดีนะ อย่างน้อยก็ได้เพื่อนเยอะ แต่บางทีก็รู้สึกเหมือนเป็นแค่เฟืองเล็กๆ ในระบบจักรกลยักษ์
- การศึกษานอกระบบ: อิสระกว่าเยอะ! เหมือนหนีออกจากโรงงานมาเปิดร้านขายไก่ทอดเอง อยากเรียนอะไรก็เรียน ไม่มีกรอบจำกัด แต่ก็ต้องมีความรับผิดชอบสูง ต้องขยันเอง หาความรู้เอง ไม่มีครูคอยจ้ำจี้จ้ำไช แต่ถ้าทำได้ มันก็เท่ห์ดีนะ รู้สึกว่าตัวเองเก่งขึ้น!
- การศึกษาตามอัธยาศัย: นี่คือที่สุดของอิสระ! เหมือนเป็นนกที่บินได้อย่างอิสระ อยากไปไหนก็ไป อยากเรียนอะไรก็เรียน ไม่มีข้อผูกมัด เหมือนชีวิตนี้เป็นของเรา เรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิต หนังสือ เพื่อน หรือแม้แต่แมวที่บ้านก็ได้ แต่ก็ต้องระวังนะ อย่าให้ความอิสระกลายเป็นความเหลวแหลก
ปี 2566 นี้ ผมยังคงยืนยันว่าสามรูปแบบนี้ยังคงเป็นกรอบหลัก แต่ความจริงแล้ว โลกการศึกษาเปลี่ยนแปลงเร็วมาก เหมือนแฟชั่น ต้องปรับตัวตลอดเวลา ถ้าไม่ปรับตัว ก็อาจจะตกยุคไปเลย เหมือนใส่กางเกงขาบานไปงานปาร์ตี้
ปล. ผมเองก็เคยเรียนแบบทั้งสามรูปแบบนี้มาแล้วนะ บอกเลยว่า มันไม่ง่ายเลย แต่ก็สนุกดี เหมือนเล่นเกมส์ชีวิต แต่เกมส์นี้ไม่มีเลเวลอัพ มีแต่เลเวลอัพตัวเองเท่านั้น
การศึกษาไทยมีกี่แบบกี่ระดับ
การศึกษาไทย: สองแบบ สี่ระดับ
- ระบบ: โรงเรียน มหาวิทยาลัย
- นอกระบบ: อิสระ ตามอัธยาศัย
ระดับการศึกษา:
- ก่อนประถม: อนุบาล
- ประถม: ป.1-ป.6
- มัธยม: ม.1-ม.6 (อาชีวะเทียบเท่า ม.ปลาย ขึ้นไป)
- อุดมศึกษา: ปริญญาตรี-เอก
ปี 2566 ระบบการศึกษาปรับเปลี่ยนเล็กน้อยตามนโยบาย รายละเอียดดูได้จากกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ใช่หน้าที่ของฉันที่จะอัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์
ส่วนตัวเคยเรียน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จบปริญญาตรี ประสบการณ์ตรง ไม่ใช่การคาดเดา
การศึกษามี 3 รูปแบบอะไรบ้าง
ตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 15 กำหนดรูปแบบการศึกษาไว้ 3 แบบหลัก ๆ ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดเน้นที่ต่างกัน
การศึกษาในระบบ: อันนี้คือแบบที่เราคุ้นเคยกันดี คือการเรียนในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย มีหลักสูตรชัดเจน มีเวลาเรียนที่แน่นอน และมีการวัดผลประเมินผลที่เป็นระบบ
การศึกษานอกระบบ: แบบนี้จะมีความยืดหยุ่นกว่า เหมาะสำหรับคนที่อาจจะไม่สะดวกเรียนในระบบ เช่น อาจจะมีภาระหน้าที่อื่น ๆ หรือต้องการเรียนรู้ในเรื่องที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
การศึกษาตามอัธยาศัย: อันนี้ให้อิสระในการเรียนรู้สูงมาก อยากเรียนอะไร ตอนไหน ที่ไหน ก็ได้หมด เน้นที่ความสนใจและความต้องการของผู้เรียนเป็นหลัก บางทีเราอาจจะเรียนรู้จากประสบการณ์ในชีวิตประจำวันก็ได้ ซึ่งผมว่ามันก็เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาเหมือนกันนะ การเรียนรู้ตลอดชีวิต
เกร็ดเล็กน้อย: จริง ๆ แล้วทั้ง 3 รูปแบบมันไม่ได้แยกออกจากกันแบบเด็ดขาดนะ บางทีมันก็มีการผสมผสานกันอยู่ เช่น โรงเรียนอาจจะมีการจัดกิจกรรมนอกหลักสูตรที่เน้นการเรียนรู้ด้วยตนเอง หรืออาจจะมีโครงการที่ให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการออกแบบการเรียนรู้ของตัวเองมากขึ้น
ข้อคิด: การศึกษาไม่ใช่แค่การเรียนในห้องเรียน แต่เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต การที่เราเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ นั่นแหละคือการศึกษาที่แท้จริง
การศึกษาในปัจจุบันแบ่งออกเป็นกี่รูปแบบ
อืมม… ตอนนี้ก็นึกถึงเรื่องการศึกษาเนอะ กลางดึกแบบนี้ สมองมันก็ทำงานแปลกๆ
ฉันนั่งคิดอยู่ เรื่องการแบ่งประเภทของการศึกษา มันก็… หลายอย่างเนอะ จำได้ว่า ปีนี้ ก็ยังใช้ พ.ศ. 2542 อยู่ แบบนั้นมันก็เลยยังมีอยู่สามแบบหลักๆ
- การศึกษาในระบบ คือเรียนตามโรงเรียน มหาลัย ปกติ แบบนี้แหละ รู้ๆ กันอยู่
- การศึกษานอกระบบ อันนี้ก็… พวกเรียนพิเศษ หรือเรียนเองที่บ้าน อะไรแบบนั้น ไม่ใช่ระบบโรงเรียน
- การศึกษาตามอัธยาศัย อันนี้.. ยากอธิบาย เหมือนเรียนรู้เอง ตามความสนใจ ไม่มีหลักสูตรตายตัว อิสระสุดๆ
ตอนนี้ก็ยังใช้ระบบนี้แหละนะ มันก็โอเค… แต่บางทีก็รู้สึกว่า มันอาจจะ… จำกัดไปหน่อย สำหรับบางคน นะ หรือเปล่า? ฉันก็ไม่แน่ใจ คิดวนไปวนมา แบบนี้แหละ กลางดึก…
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต