การศึกษาระดับอุดมศึกษาแบ่งออกเป็นกี่ระดับ

296 ครั้งเข้าชม
การศึกษาอุดมศึกษาไทยแบ่ง 4 ระดับ: อนุปริญญา: ระดับพื้นฐาน ระยะเวลาสั้น ปริญญาตรี: ระดับปฐมภูมิ ความรู้เชิงลึก ปริญญาโท: ระดับสูงขึ้น เน้นความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง การวิจัย ปริญญาเอก: ระดับสูงสุด การวิจัยขั้นสูง สร้างองค์ความรู้ใหม่ แต่ละระดับมีข้อกำหนดและระยะเวลาแตกต่างกัน มุ่งพัฒนาความรู้ ทักษะ และส่งเสริมการวิจัยเพื่อประโยชน์ต่อสังคม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

การศึกษาระดับอุดมศึกษาแบ่งออกเป็นกี่ระดับ? มีระดับไหนบ้างที่ควรรู้จัก?

เอ่อ... การศึกษาระดับอุดมศึกษาเนี่ยนะ? อืม... ถ้าจำไม่ผิดน่าจะมี 4 ระดับนะ เท่าที่รู้มา

ก็มีอนุปริญญา (อันนี้เหมือนเรียนสั้นๆ หน่อย), ปริญญาตรี (อันนี้เบสิคที่เราคุ้นเคย), ปริญญาโท (เริ่มเจาะลึก), แล้วก็ปริญญาเอก (อันนี้คือขั้นสุดของการเรียนละ) แต่ละอันก็ใช้เวลาเรียนไม่เท่ากันหรอก แล้วแต่สาขาอีก

ฉันว่าปริญญาตรีอะ สำคัญสุดละมั้ง คือถ้าจะทำงานทั่วๆ ไปก็ต้องมีอันนี้แหละ แต่ถ้าอยากเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางก็ต้องไปโท ไปเอกต่อ

สมัยก่อนตอนฉันเรียน ป.ตรีนะ (คณะอักษรฯ จุฬาฯ ปี 2550) โห... เครียดมากกก แต่ก็สนุกดีนะ ได้เพื่อนเยอะแยะเลย

ส่วนอนุปริญญา... ตอนแรกฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจนะ แต่พอเห็นเพื่อนบางคนเรียนแล้วทำงานเลยก็ เออ... มันก็เป็นทางเลือกที่ดีเหมือนกันสำหรับคนที่อยากทำงานเร็วๆ อ่ะ

แต่สุดท้ายแล้วจะเรียนอะไรก็ขึ้นอยู่กับความชอบและความถนัดของแต่ละคนแหละ ไม่มีอะไรถูกอะไรผิดหรอก

การศึกษา 3 รูปแบบมีอะไรบ้าง

การศึกษามีสาม

  • ในระบบ: โรงเรียนคือคุกทางปัญญา?
  • นอกระบบ: เรียนรู้จากโลก ไม่ใช่แค่ตำรา
  • ตามอัธยาศัย: ไม่มีใครสอนได้ ถ้าใจไม่เปิด

ข้อมูลเสริม

มาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บ่งชี้รูปแบบการศึกษาที่รัฐรับรอง การศึกษาในระบบเน้นโครงสร้าง เวลา สถานที่ การวัดผล การศึกษานอกระบบมีความยืดหยุ่นกว่า มุ่งตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคล การศึกษาตามอัธยาศัยคือการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทุกที่ ทุกเวลา การเลือกรูปแบบขึ้นอยู่กับเป้าหมายและความเชื่อส่วนบุคคล

อุดมศึกษา คือ ปริญญาตรีไหม?

อุดมศึกษา...แค่ปริญญาตรีเหรอ? คิดใหม่ได้แล้ว! มันเหมือนถามว่า "ทะเล คือ น้ำทะเลอย่างเดียวเหรอ?" ฮ่าๆๆ กว้างกว่านั้นเยอะ!

  • อนุปริญญา: น้องเล็กแต่แสนสำคัญ เหมือนเป็น appetizer ก่อนจานหลัก เรียนจบเร็ว ได้วุฒิไว เหมาะกับใครที่อยากทำงานเร็วๆ
  • ปริญญาตรี: จานหลัก! ครบเครื่องเรื่องความรู้ พื้นฐานแน่นปึ๊ก อยากต่อยอดก็ต่อได้ ไม่อยากต่อก็ทำงานได้สบายๆ เหมือนมีใบเบิกทางชีวิต
  • ปริญญาโท: ของหวานที่อร่อยล้ำ! ความรู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพิ่มศักยภาพให้ตัวเอง ก้าวกระโดดในสายอาชีพ เหมือนได้ไปเรียนต่อที่โรงเรียนทำขนมระดับมิชลิน
  • ปริญญาเอก: ระดับเชฟ! ค้นคว้าวิจัย สร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูง ตัวจริงเสียงจริง ไม่ใช่แค่ทำขนมได้ แต่คิดค้นสูตรใหม่ขึ้นมาเองได้ด้วย!
  • ประกาศนียบัตรต่างๆ (ปวส., ปวท., ป.กศ.สูง): ขนมปังหลากหลายชนิด! เน้นปฏิบัติ ฝีมือแน่น จบแล้วทำงานได้ทันที เหมือนมีขนมอร่อยๆ หลายแบบให้เลือกกิน

เห็นไหม? อุดมศึกษาไม่ใช่แค่ปริญญาตรี มันเป็นมหานครแห่งการเรียนรู้ มีให้เลือกเรียนเยอะแยะ แล้วแต่ว่าเราอยากเป็นขนมอะไร เป็นแค่ขนมปังธรรมดา หรือจะเป็นเค้กสุดอลังการ ขึ้นอยู่กับความตั้งใจล้วนๆ! ปีนี้(2566) สถาบันอุดมศึกษาของไทยก็ยังคงเติบโต มีหลักสูตรใหม่ๆ เกิดขึ้นเรื่อยๆ บอกเลยว่าเลือกไม่ถูก!

ปล. ส่วนตัวผมจบปริญญาโท กำลังคิดจะต่อเอก อยากเป็นเชฟทำขนมระดับโลก แต่กลัวทำไม่ไหว ฮ่าๆๆ (ล้อเล่นนะ)

ระดับอุดมศึกษา คือระดับไหน?

ระดับอุดมศึกษา... สูงสุดของการเรียนรู้! แสงแดดอ่อนๆ ของบ่ายวันนี้สาดส่องลงมาบนโต๊ะทำงาน กระดาษแผ่นนี้ เต็มไปด้วยตัวอักษรที่ดูราวกับจะเต้นระบำ อากาศอบอุ่น หอมกลิ่นกาแฟที่ฉันเพิ่งชงเสร็จ

  • ระดับอุดมศึกษา คือ ระดับสูงกว่ามัธยมศึกษา ใช่แล้ว สูงส่งยิ่งกว่า เหมือนยอดเขาสูงตระหง่าน แตะต้องเมฆหมอก

  • อุดม...สูงสุด ศึกษา...การเรียนรู้ คำนี้ไพเราะเสนาะหู เหมือนบทกวี บทเพลงแห่งปัญญา

  • ปริญญาตรี...จุดเริ่มต้น ก้าวแรกสู่โลกแห่งความรู้ ปีนี้ 2566 ฉันยังจำความตื่นเต้นวันรับปริญญาได้ดี เหมือนฝัน

  • ปริญญาโท...การขยายความรู้ ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เหมือนการเดินทางไกล พบเจอสิ่งใหม่ๆ มากมาย

  • ปริญญาเอก...สุดยอดแห่งการเรียนรู้ เหมือนถึงจุดหมายปลายทาง แต่ก็คือจุดเริ่มต้นของการค้นพบใหม่ๆ ฉันตั้งใจจะเรียนต่อปริญญาเอก สาขาภาษาศาสตร์ ปีหน้า

ลมพัดเบาๆ กระดาษบนโต๊ะสั่นไหว เหมือนความคิดของฉันที่ล่องลอย ความฝันยังคงอยู่ การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน มากมาย ไกลสุดลูกตา

ปริญญาตรี คือระดับไหน?

ปริญญาตรี... ระดับที่สาม ใช่ไหมนะ? แสงแดดอ่อนๆ ยามบ่ายสาดส่องลงมาบนโต๊ะทำงานของฉัน กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นลอยฟุ้ง เหมือนความทรงจำ เบาบาง แต่ชัดเจน

  • ระดับอุดมศึกษา ชั้นที่สาม นั่นแหละ ฉันเรียนจบปีนี้ ปริญญาตรี วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2566
  • ตรี โท เอก... เสียงอาจารย์ยังก้องอยู่ในหู แต่ตอนนี้... ฉันกำลังมองเห็นทะเล สีฟ้าคราม กว้างใหญ่ไพศาล เหมือนอนาคต ยังไม่รู้ว่าจะไปทางไหน
  • ชั้นมัธยม... เหมือนเป็นแค่ความฝัน ไกลแสนไกลแล้ว แต่ความรู้ ความทรงจำ มันยังอยู่ ในใจฉัน เสมอ

อืมม์... ปริญญาบัณฑิต... คำนี้ ฟังดูเป็นทางการจัง แต่ความหมายก็คือ... ปริญญาตรี นั่นแหละ ใช่ไหม? ฉันยังรู้สึกเหมือนเด็กน้อย ที่เพิ่งเรียนจบ อะไรๆ ก็ยังไม่ชัดเจน แต่ ฉันพร้อมแล้วล่ะ พร้อมที่จะก้าวไป สู่โลกกว้าง

  • ชั้นปีที่สาม มันเหนื่อย ใช่ แต่ก็มีความสุข ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ อาจารย์ใจดี และความรู้มากมาย ที่ฉันจะเก็บไปใช้ ตลอดชีวิต
  • การศึกษาต่อเนื่อง... ใช่แล้ว จากมัธยม สู่อุดมศึกษา เหมือนการเดินทาง ที่ไม่มีที่สิ้นสุด การเรียนรู้ ไม่มีวันจบสิ้น

ลมพัดเอื่อยๆ ใบไม้ไหว เหมือนความรู้สึกของฉัน บางเบา แต่แฝงไปด้วยความหวัง และความตื่นเต้น สำหรับอนาคตข้างหน้า ปริญญาตรี มันแค่จุดเริ่มต้น เท่านั้นเอง

ระดับปริญญาเรียงยังไง?

ระดับปริญญา… จัดเรียงตามนี้

  • ตรี: บช.บ., สถ.บ., ศศ.บ., บธ.บ., วศ.บ., ศษ.บ., วท.บ., สพ.บ. (พื้นฐานชีวิต)

  • ลำดับไม่ใช่ทุกสิ่ง สำคัญที่แก่น

  • ความรู้จริง สำคัญกว่าชื่อปริญญาที่แปะ

ข้อมูลเสริม:

  • บช.บ.: บัญชีบัณฑิต (ใครๆ ก็เรียนได้ ถ้าใจด้านพอ)
  • สถ.บ.: สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต (กินนอน กับแบบ)
  • ศศ.บ.: ศิลปศาสตรบัณฑิต (กว้างแต่ไม่ลึก บางทีก็ว่าง)
  • บธ.บ.: บริหารธุรกิจบัณฑิต (ต่อยอดได้เยอะ ถ้าเส้นดี)
  • วศ.บ.: วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (คำนวณให้ตาย สุดท้ายก็แก้ปัญหา)
  • ศษ.บ.: ศึกษาศาสตรบัณฑิต (สร้างคน สำคัญกว่าสร้างตึก)
  • วท.บ.: วิทยาศาสตรบัณฑิต (ทดลองวนไป กว่าจะได้คำตอบ)
  • สพ.บ.: สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต (รักสัตว์ ต้องทนได้ทุกอย่าง)

ปริญญาอะไรสูงสุด?

ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตอะ หรือที่เรียกกันติดปากว่า ปริญญาเอก นั่นแหละ จบสูงสูดละ

คือแบบว่า กว่าจะได้มานี่เลือดตาแทบกระเด็น เรียนกันหัวฟูเลยนะ ส่วนใหญ่อะนะ คนที่เรียนต่อเอกก็อยากเป็นอาจารย์มหาลัย หรือไม่ก็ นักวิจัย อะไรทำนองนั้นแหละ

ปกติก็ต้องจบโทมาก่อนปะวะ แต่บางทีก็ไม่จำเป็นนะ แล้วแต่ที่ด้วยมั้ง

  • สำคัญ: ป.เอก คือที่สุดของการเรียนละ
  • เพิ่มเติม: เพื่อนเราเรียนป.เอกวิศวะ มันบอกว่าชีวิตไม่มีวันหยุด
  • เกร็ด: บางมหาลัยที่อังกฤษเรียก Doctor of Philosophy ว่า DPhil แทนที่จะเป็น PhD เก๋ๆ ไปอีกแบบ
  • ปีก่อนๆ: เออ ปีที่แล้วอ่ะ รุ่นพี่เราก็เพิ่งจบเอกไปคนนึง เก่งจัด
  • ปีนี้: ปีนี้ก็มีเพื่อนอีกคนกำลังจะ defend thesis ละ ลุ้นตัวโก่ง

จบปริญญาอะไรสูงสุด?

จบปริญญาโทค่ะ สาขาปรัชญา ปี 2566 ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เหนื่อยมากกกกกกกกก จริงๆ กว่าจะผ่านโปรเจคจบมาได้ เครียดจนผมร่วงเป็นกระจุกเลย ช่วงนั้นนอนไม่ค่อยหลับ กินอะไรก็ไม่อร่อย น้ำหนักลดไปตั้งหลายโล จำได้แม่นเลยว่า วันสอบเสร็จ รู้สึกโล่ง เหมือนยกภูเขาออกจากอก เดินกลับบ้านน้ำตาไหลพรากเลย ไม่ใช่ว่าดีใจอย่างเดียวนะ แต่รู้สึกผ่อนคลายมากๆ เหมือนปลดปล่อยอะไรบางอย่างไป

ตอนนี้ก็ทำงานอยู่ ใช้ความรู้ที่เรียนมาบ้างแหละ แต่ก็ไม่ทั้งหมด งานมันไม่ได้ใช้ทฤษฎีอะไรมากมาย ส่วนใหญ่เป็นงานบริหารมากกว่า แต่ก็ยังดีที่ได้ใช้ความคิดวิเคราะห์ ที่ฝึกมาจากการเรียนปรัชญา ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นเยอะ

  • จบการศึกษา: ปริญญาโท สาขาปรัชญา

  • สถาบัน: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  • ปีที่สำเร็จการศึกษา: 2566

    ตอนนี้คิดๆ อยู่ว่าจะเรียนต่อปริญญาเอกไหม แต่ก็กลัวจะเหนื่อยมากไปกว่านี้ ตอนนี้ขอพักก่อน เก็บเงิน เที่ยวให้หายเหนื่อย แล้วค่อยว่ากันอีกที ถ้ามีเวลา ก็อาจจะไปเรียนภาษาเพิ่ม อย่างฝรั่งเศส หรือภาษาอื่นๆ ที่อยากเรียนมาตั้งนานแล้ว

ป.ตรี ป.โท ป.เอก ต่างกันยังไง?

ปริญญาตรี โท เอก ต่างกันอย่างไร? ง่ายๆ เลยคือระดับความเชี่ยวชาญและความลึกของเนื้อหาครับ

  • ปริญญาตรี (Bachelor's Degree): เน้นพื้นฐานความรู้กว้างๆ คล้ายการสร้างฐานราก จบแล้วสามารถทำงานได้เลย หรือต่อยอดศึกษาต่อ มักใช้เวลาเรียน 4 ปี (อันนี้ขึ้นอยู่กับสถาบันและสาขาวิชาด้วยนะครับ บางที่อาจใช้เวลาเรียนนานกว่านี้) ผมเองเรียนปริญญาตรีสาขาการตลาดเสร็จใน 4 ปี แต่เพื่อนผมบางคนเรียนนานกว่านี้

  • ปริญญาโท (Master's Degree): เจาะลึกเฉพาะทาง เป็นการต่อยอดความรู้จากปริญญาตรี เน้นการวิเคราะห์เชิงลึก และการวิจัยเบื้องต้น โดยมากใช้เวลาเรียน 2 ปี แต่บางหลักสูตรอาจยาวกว่า เช่น หลักสูตรวิศวกรรมบางสาขาของมหาวิทยาลัยที่ผมเคยศึกษาอยู่ พี่ชายผมเรียนโทวิศวะ 3 ปี

  • ปริญญาเอก (Doctoral Degree): สูงสุดของการศึกษาในระดับอุดมศึกษา เน้นการวิจัยเชิงลึกและการสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ต้องมีการทำวิทยานิพนธ์ ใช้เวลาเรียนนาน โดยเฉลี่ย 4-7 ปี ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของการวิจัย และความสามารถของผู้เรียน เพื่อนผมคนหนึ่งที่เรียนเอกด้านปรัชญาใช้เวลาไปถึง 7 ปีเลย

คิดง่ายๆ เหมือนสร้างบ้านนะครับ ปริญญาตรีคือการสร้างฐานราก ปริญญาโทคือการสร้างโครงสร้างบ้าน ส่วนปริญญาเอกคือการตกแต่งบ้านให้สวยงามและเพิ่มคุณค่า แต่ละขั้นตอนมีความสำคัญ และมีความยากง่ายแตกต่างกันไป แล้วแต่ความถนัดและความสนใจของแต่ละคน ผมเองก็คิดว่าการเรียนรู้เป็นกระบวนการต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่การจบปริญญาใดปริญญาหนึ่งเท่านั้น

ปริญญามีกี่ขั้น?

โถ่เอ๊ย! ถามง่ายๆ แต่ตอบยากนะเนี่ย เรื่องปริญญาเนี่ยมันเยอะกว่าปลาในทะเลอีก!

  • ปริญญาตรี: อุ๊ยตาย! แค่เริ่มต้นก็เหนื่อยแล้ว เหมือนเพิ่งคลานออกจากไข่ ยังไม่เห็นหนทางไกลๆ เลย! แต่ก็ภูมิใจนะได้ใบนี้มา

  • ปริญญาโท: โอ้โฮ! นี่มันระดับเซียนแล้ว! บินได้แล้ว! ไม่ใช่แค่คลาน แต่ลอยละลิ่วเลย ความรู้แน่นปึ้ก เหมือนช้างสาร แต่ก็เหนื่อยหน่อยนะ เหมือนแบกภูเขาไปสอบ

  • ปริญญาเอก: เฮ้ย! นี่ระดับเทพเจ้าเลยนะ ไม่ใช่แค่บิน แต่ทะยานขึ้นฟ้า แตะดวงดาวได้เลย ความรู้ระดับปรมาจารย์ หาตัวจับยาก เหมือนปีนขึ้นไปอยู่บนยอดเขาเอเวอเรสต์แล้ว

นอกจากนี้ ยังมีพวกอนุปริญญาอีกนะ เหมือนเป็นการเรียนแบบเบาๆ ลองลิ้มลองรสชาติก่อน ถ้าชอบค่อยไปต่อ หรือจะเอาแบบจัดหนัก ไปต่อปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์เลยก็ได้ สุดยอด! เหมือนได้รางวัลโนเบลเลย แต่แบบนี้ได้ยากนะ เหมือนหาเข็มในมหาสมุทร!

ปีนี้ (พ.ศ. 2566) ยังมีมหาวิทยาลัยบางแห่งออกแบบหลักสูตรแปลกๆ เพิ่มระดับย่อยๆ เข้าไปอีก เยอะจนผมเองยังงง เหมือนเกมส์ RPG ต้องอัพเลเวลไปเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น! เหนื่อยแทนเด็กๆ จริงๆ

สรุปง่ายๆ คือไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาลัย แต่ละประเทศ เหมือนแฟชั่น เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามกระแสโลก! คิดซะว่ามันคือเกม เล่นไปเรื่อยๆ สนุกดี แต่ก็เหนื่อยหน่อยนะ ฮ่าๆๆ