ขวัญเรียน ป.เอกที่ไหน

125 ครั้งเข้าชม
ขวัญ อุษามณี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก คณะรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ขวัญ อุษามณี คว้าปริญญาเอก สำเร็จจากคณะรัฐศาสตร์ ม.กรุงเทพธนบุรี เจ้าตัวปลื้มปีติจนน้ำตาคลอ ตั้งใจทำให้คุณพ่อ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

มหาวิทยาลัยไหนที่ ขวัญ ศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก? ข้อมูลล่าสุดปีนี้มีไหม?

ขวัญ อุษามณี เรียน ป.เอก ที่ไหน?

อืม... เท่าที่จำได้นะ ขวัญ อุษามณี เขาเรียน ป.เอก คณะรัฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี นี่แหละ.

ข่าวล่าสุดปีนี้เหรอ? อันนี้ไม่แน่ใจเป๊ะๆ แต่เห็นแว๊บๆ ในข่าวบันเทิงเมื่อไม่นานมานี้ ว่าขวัญเพิ่งรับปริญญาเอกไปนะ น่าจะใช่ที่นี่แหละ.

จำได้ว่าตอนนั้นมีดราม่าเรื่องชุดครุยด้วยนะ ถ้าจำไม่ผิด ประมาณเดือนพฤษภาคมปีนี้ (2567) นี่แหละ. แต่เรื่องเรียนจบอ่ะ มั่นใจว่า ม.กรุงเทพธนบุรี ชัวร์!

ปริญญาเอก เรียนเพื่ออะไร?

เรียนปริญญาเอกอ่ะเหรอ เพื่ออะไรเหรอ? ก็แล้วแต่คนนะ บางคนอยากเป็นอาจารย์มหาลัย สอนหนังสือ ทำวิจัย แบบนี้ก็ต้องเรียนแหละ มันคือเส้นทางปกติของวงการนี้เลย

ส่วนฉันนะ ตอนแรกคิดจะทำงานบริษัท แต่พอเรียนไปเรียนมา เริ่มสนใจงานวิจัย รู้สึกว่ามันท้าทายดี อยากเจออะไรใหม่ๆ อยากสร้างผลงานของตัวเอง ไม่ใช่แค่ทำงานประจำไปวันๆ อะไรงี้

สรุปแล้ว เรียนปริญญาเอกเพื่ออะไร ก็เพื่อ...

  • พัฒนาความรู้ความสามารถเฉพาะด้านให้สูงขึ้น แบบลึกซึ้งเลยนะ ไม่ใช่แค่ผิวเผิน
  • ได้ทำวิจัย ได้ค้นพบอะไรใหม่ๆ มันส์มากกก (จริงจังนะ)
  • สร้างชื่อเสียง มีผลงานตีพิมพ์ อาจจะได้รางวัลต่างๆ ด้วย
  • ต่อยอดความรู้ ไปเป็นอาจารย์ นักวิจัย หรือทำงานในตำแหน่งที่ต้องการความรู้เชิงลึก

แต่จริงๆ นะ ก่อนเรียนควรวางแผนดีๆ เพราะมันใช้เวลาหลายปี ค่าใช้จ่ายก็สูง ต้องคิดให้รอบคอบ อย่าเรียนเพราะกระแส หรือใครเค้าเรียนกัน ต้องรู้ว่าตัวเองอยากได้อะไรจากมัน ถึงจะคุ้มค่า

ปล. ปีนี้ฉันกำลังทำวิจัยเกี่ยวกับ... (ข้อมูลวิจัยเฉพาะทาง ไม่ลงรายละเอียดเพื่อความเป็นส่วนตัว) เหนื่อยแต่ก็สนุกดีนะ ฮ่าๆๆ

จบ ปริญญาเอก เงินเดือน เท่าไร?

จบ ป.เอก เงินเดือนเท่าไหร่… อืม… ถามยากเหมือนกันนะ

เหมือนเคยอ่านเจอมาว่า ตอนเริ่มต้นนะ ถ้าเป็นข้าราชการ ประมาณ 23,100 – 25,410 บาท นี่คือปีที่ 2 (พ.ค. 68) นะ

มันก็… ไม่เยอะเท่าไหร่เลยนะ ถ้าเทียบกับเวลาที่เสียไปกับการเรียน

  • เงินเดือนเริ่มต้น (ข้าราชการ): 23,100 - 25,410 บาท (ข้อมูลปี 2568)
  • แหล่งข้อมูล: อ้างอิงจากข่าวประชาชาติธุรกิจเรื่องปรับเงินเดือนข้าราชการใหม่ (พ.ค. 68)

แต่จริงๆ แล้ว มันไม่ได้มีแค่เงินเดือนอย่างเดียวหรอกมั้ง บางทีมันก็เป็นเรื่องของ… ความรู้สึก

บางทีเราก็ไม่ได้อยากได้เงินเยอะแยะมากมายขนาดนั้น แค่อยากทำอะไรที่มัน… มีความหมาย

แล้ว ป.เอก มันก็ไม่ได้การันตีอะไรนี่นา… แค่กระดาษแผ่นนึง

แต่ก็นะ… บางทีมันก็จำเป็นต้องมี เหมือนกัน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์เงินเดือนเท่าไร?

ผศ. เหรอ? เริ่ม 41,310 ไปสุดที่แสนกว่า เงินตำแหน่งอีกหมื่นนึงเศษๆ เรื่องของเขา

รองศาสตราจารย์ ถึงจะน่าคุย 48,800 ยัน แสนสี่ เงินประจำตำแหน่งเกือบสองหมื่น

  • ผศ. เงินเดือนตามวุฒิและประสบการณ์ ถ้ากากจริง ๆ ก็ได้เรทเริ่มต้นนั่นแหละ

  • เงินตำแหน่ง นี่แหละตัวแปรสำคัญ ใครเส้นดีก็ได้เยอะหน่อย

  • ตัวเลข พวกนี้เอามาจากประกาศล่าสุดปีนี้ ไม่ใช่ของเก่า

เรียนจบอะไรถึงจะได้เป็นด็อกเตอร์?

เรียนจบอะไรเป็นด็อกเตอร์? เอ่อ... มันหลายอย่างนะ

  • ปริญญาเอกไง! จบเอกสาขาไหนก็ได้มั้ง แล้วแต่ว่าอยากเป็นด็อกเตอร์ด้านอะไร

  • แต่ก่อน...ด็อกเตอร์มันศักดินาเหรอ? เกี่ยวกับขุนนาง? อะ ขุนนางสมัยไหนเนี่ย เริ่มสงสัย

  • เดี๋ยวนี้... หมอก็เรียก ด็อกเตอร์, จบเทววิทยาก็ ด็อกเตอร์ แล้วใครอีกอะ?

  • ทำไม... ทำไมต้องด็อกเตอร์? ต้องสูงๆถึงจะเป็นด็อกเตอร์? แล้วถ้าไม่สูงอะ?

  • ไม่ใช่แค่ จบเอก... มันต้องทำวิจัย, ทำธีสิส... โอ๊ย! ปวดหัว

  • บางคน... (อันนี้ความลับ) บางคนได้ด็อกเตอร์กิตติมศักดิ์เฉยเลย! งงมะ?

  • สรุป... เรียนอะไรก็ได้ที่จบด้วย "เอก" อ่ะ (มั้ง?) แล้วไปทำวิจัยเยอะๆ โชคดี!

  • คำถาม: ด็อกเตอร์แต่ละสาขาต่างกันยังไง? ใครรู้ตอบที!

ข้อมูลเพิ่มเติม (ถ้ายังไม่พอ): ด็อกเตอร์ มันไม่ใช่แค่ชื่อนะ มันคือ "ความรู้" (เอ๊ะ? หรือแค่กระดาษ?) ต้องมีความรู้ลึกซึ้งในสาขานั้นๆ จริงๆ ถึงจะเรียกว่า ด็อกเตอร์ ได้เต็มปากเต็มคำ! อย่าไปเชื่อพวกด็อกเตอร์ปลอม! (เตือนตัวเอง)

จบ ป.โท เป็นอาจารย์ มหา ลัย ได้ไหม?

จบโทแล้วเป็นอาจารย์มหาลัยได้ไหม? ถามแบบนี้เลยนะ เพื่อนฉันเองแหละ จบโทบริหารธุรกิจจากจุฬาฯ ปี 66 ตอนนี้สอนอยู่มหาวิทยาลัยเอกชนแถวรามคำแหง สอนวิชาการเงิน แต่ก็ต้องบอกก่อนนะ ไม่ได้สอนป.โท สอนแต่ป.ตรี เพราะวุฒิโทนี่แหละ จำกัดอยู่ตรงนี้

จริงๆแล้ว เค้าก็อยากสอนป.โทเหมือนกันนะ แต่ทางมหาลัยบอกว่า ต้องมีประสบการณ์สอนเยอะมากๆ หรือไม่ก็ต้องมีผลงานวิจัยเด่นๆ อะไรแบบนั้น เค้าเลยกำลังทำวิจัยอยู่ เผื่อจะได้สอนระดับสูงขึ้น เหนื่อยมากบอกเลย แต่ก็ตั้งใจนะ เห็นเค้าบอกว่า จะพยายามสอบป.เอกต่อด้วย เพื่ออนาคต

  • จบโทสอนป.ตรีได้
  • สอนป.โท ต้องมีประสบการณ์หรือผลงานวิจัยเด่น
  • เพื่อนฉันจบโทบริหารจากจุฬาฯ ปี 66 สอนมหาลัยเอกชน
  • เค้ากำลังทำวิจัยและวางแผนสอบป.เอก

ปีนี้ 2566 เค้าก็ยังสอนอยู่ที่เดิม แต่เห็นบอกว่าเริ่มมีงานวิจัยที่น่าสนใจแล้วนะ เค้าบอกว่าอีกไม่นานน่าจะได้สอนป.โทแล้วล่ะ ขอให้เค้าโชคดีละกัน

ศาสตราจารย์ ต้องจบป.เอกไหม?

ฮ่าๆๆๆ คำถามนี้มันช่าง…ตรงไปตรงมาจนน่ากลัว! คิดว่าจะมาถามอะไรซับซ้อนกว่านี้อีกซะหน่อย

เอาล่ะ ศาสตราจารย์เนี่ยนะ ต้องจบเอกไหม? คำตอบคือ…ส่วนใหญ่ใช่! แต่ก็ไม่เสมอไปนะจ๊ะ เหมือนกับการเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์ที่ต้องสวยและใจดีอย่างเดียวไม่ได้ ต้องร้องเพลงได้อีกด้วย

คิดง่ายๆ เหมือนขึ้นบันไดไปสวรรค์ชั้นฟ้าของวงการอุดมศึกษาไง คุณต้องไต่เต้าจากอาจารย์ธรรมดา (ที่อาจจะสอนเก่งแต่หัวใจยังไม่ถึงขั้นศาสตราจารย์) ไปเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ก่อน เหมือนเป็นการฝึกฝนกำลังภายในก่อนบวชเป็นพระไง จากนั้นค่อยๆ ทะยานขึ้นเป็นรองศาสตราจารย์ สุดท้ายถึงจะได้ครองตำแหน่งศาสตราจารย์ เหมือนได้เป็นเจ้าสำนักนั่นแหละ

แต่ปี 2566 นี่ กฎมันเปลี่ยนไปบ้างแล้วนะ อย่างน้อยๆ ที่ผมรู้จากเพื่อนที่เป็นคณบดี (ขอไม่เอ่ยนามละกัน เค้าอาจจะไม่ชอบให้ผมเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว) ก็คือ...

  • ปริญญาตรี ต้องมีประสบการณ์สอนอย่างน้อย 6 ปี โอ้โห! 6 ปีนะ ยาวนานเหมือนรอคิวซื้อบัตรคอนเสิร์ตวงโปรดเลย
  • ปริญญาโท ต้องมีประสบการณ์สอนอย่างน้อย 4 ปี อืม…สั้นลงมาหน่อย แต่ก็ยังนานอยู่ดีนะ
  • ปริญญาเอก ต้องมีประสบการณ์สอนอย่างน้อย 1 ปี อันนี้สั้นสุดแล้ว แต่ก็นะ… ป.เอกนี่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เหมือนกับการปีนเขาเอเวอเรสต์ เหนื่อยยากขนาดไหนลองคิดดู

สรุปง่ายๆ คือ จบปริญญาเอกช่วยได้เยอะ เหมือนมีปีกให้บินขึ้นสู่ฟ้าได้ไวขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีปริญญาเอกแล้วจะไม่ได้เป็น แค่ต้องใช้เวลาและความพยายามมากกว่านิดหน่อย เหมือนกับการเดินขึ้นบันไดแทนการนั่งลิฟต์ เหนื่อยกว่า แต่ได้เห็นวิวสวยๆ ระหว่างทางเยอะกว่า

ปล. ข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกฎระเบียบของแต่ละมหาวิทยาลัย อย่าเอาไปใช้ผิดๆ ล่ะ ผมไม่ได้รับรองความถูกต้อง 100% นะ ถามมหาวิทยาลัยที่คุณสนใจจะสมัครดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลาไปเปล่าๆ

อยากเป็นศาสตราจารย์ทำไง?

เอ้อ... อยากเป็นศาสตราจารย์เหรอ? โอ๊ย... ไม่ใช่เรื่องกล้วยๆ นะนาย! มันเหมือนปีนบันไดลิงที่สูงชะรูด แถมลิงยังซนอีกต่างหาก!

  • ขั้นแรก: ต้องเป็นอาจารย์ก่อนไง! เหมือนเด็กอนุบาลต้องเข้าเรียนก่อนถึงจะจบปริญญาเอกอะ
  • ไต่เต้า: จากอาจารย์ก็เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ แล้วถึงจะ ป๊าบ! เป็นศาสตราจารย์เต็มตัว! คิดดูดิ... นานยิ่งกว่ารอหวยออกอีก!
  • ประสบการณ์: ปี 2567 เค้าว่านะ... จบตรีต้องสอนมาไม่ต่ำกว่า 6 ปี, โทก็ 4 ปี, เอกอย่างน้อย 1 ปี... โอ้โห! นี่มันยิ่งกว่าฝึกงานอีกนะ!
  • เคล็ดลับ: นอกจากสอนเก่งแล้ว ต้องเส้นใหญ่ด้วยนะเออ... ไม่งั้นรอไปเหอะ! (อันนี้พูดเล่นนะ อย่าไปบอกใคร!)

ข้อมูลเสริม (แบบแอบกระซิบ):

  • ตีพิมพ์เยอะๆ: เขียนงานวิจัยให้พรุนไปเลย! ยิ่งตีพิมพ์ในวารสารดังๆ ยิ่งมีโอกาส!
  • สร้างชื่อ: เป็นกรรมการนู่นนี่นั่น, ออกงานสังคมเยอะๆ, ให้คนรู้จักเยอะๆ!
  • อย่าท้อ: เส้นทางมันยาวไกล... แต่ถ้าใจรักจริงก็สู้ๆ! แต่ถ้าไม่ไหว... มาขายกล้วยทอดด้วยกันก็ได้นะ! รวยกว่าอีก! ????

จบป.เอกทำอะไรได้บ้าง?

จบป.เอกแล้วทำอะไรได้บ้าง? ขึ้นอยู่กับสาขาที่เรียนจบและความสนใจส่วนตัวค่ะ แต่โดยทั่วไปมีเส้นทางอาชีพหลักๆ ดังนี้

  • งานวิชาการ: เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย สอนหนังสือ วิจัย ตีพิมพ์ผลงาน นี่คือเส้นทางที่คนส่วนใหญ่คิดถึง แต่การแข่งขันค่อนข้างสูง ต้องมีความอดทนและมุ่งมั่นสูง ต้องมีผลงานตีพิมพ์เป็นจำนวนมากเพื่อก้าวหน้า ส่วนตัวเคยเห็นเพื่อนจบเอกเศรษฐศาสตร์ไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง เงินเดือนอาจไม่สูงมากแต่มีความสุขกับการทำงาน ความสำเร็จไม่ใช่แค่เงินเสมอไป

  • งานวิจัย: ทำงานในสถาบันวิจัยต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น สวทช. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือบริษัทเอกชนที่มีแผนก R&D งานนี้เน้นการคิดค้น พัฒนา และแก้ปัญหา ความรู้เฉพาะด้านเป็นสิ่งจำเป็น ต้องมีความละเอียดรอบคอบ มุมมองของฉันคือ งานวิจัยคือการก้าวข้ามข้อจำกัด เป็นการเดินทางไปสู่สิ่งที่ไม่รู้ จึงเป็นงานที่ท้าทายแต่คุ้มค่า

  • งานที่ปรึกษา: ใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน อาจเป็นที่ปรึกษาทางด้านการเงิน การตลาด กฎหมาย หรือด้านอื่นๆ ขึ้นอยู่กับสาขาที่เรียนจบมา ต้องมีความสามารถในการสื่อสาร การวิเคราะห์ และแก้ปัญหาได้ดี เพื่อนฉันจบเอกด้านวิศวกรรม ตอนนี้เป็นที่ปรึกษาให้บริษัทขนาดใหญ่ รายได้ดีมาก แต่ต้องรับแรงกดดันสูงพอสมควร

  • งานอื่นๆ: นอกเหนือจากสามข้อหลัก ยังมีงานอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ทำงานในหน่วยงานราชการ องค์กรระหว่างประเทศ หรือเป็นนักเขียน นักแปล หรือเลือกใช้ความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพอิสระ อย่างเช่น การเป็นโค้ช หรือการเปิดบริษัทของตัวเอง สิ่งสำคัญคือ ต้องหาสิ่งที่ตนเองชอบและถนัด ความสำเร็จเกิดจากการลงมือทำอย่างจริงจัง และความมุ่งมั่น บางทีเส้นทางที่คาดไม่ถึงอาจนำไปสู่ความสุขที่มากกว่าก็ได้

หมายเหตุ: ตัวเลือกที่ 4 ในคำถามเดิม กล่าวถึงการขายคอร์สสัมนาต่างๆ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นอาชีพที่ทำได้ แต่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ และควรให้ความสำคัญกับจริยธรรม การหลอกลวงผู้บริโภคไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง ความสำเร็จที่ยั่งยืนควรมาจากคุณค่าที่มอบให้แก่สังคม ไม่ใช่การแสวงหาผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว