คณะอะไรหางานง่าย

83 ครั้งเข้าชม
คณะที่ตลาดต้องการสูง มีโอกาสได้งานง่าย ความเสี่ยงต่ำ ไม่มีการแข่งขันสูง ได้แก่ สายวิทยาศาสตร์สุขภาพ: พยาบาล, เทคนิคการแพทย์, เภสัชศาสตร์ ตอบโจทย์สังคมสูงวัย ขาดแคลนบุคลากร สายวิศวกรรม: วิศวกรรมคอมพิวเตอร์, วิศวกรรมไฟฟ้า เน้นเทคโนโลยีดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐาน สายเทคโนโลยีสารสนเทศ: วิทยาการคอมพิวเตอร์, เทคโนโลยีสารสนเทศ ตอบโจทย์ธุรกิจยุคดิจิทัล สายบัญชีและการเงิน: บัญชี, การเงิน ทุกองค์กรต้องมี บริหารจัดการเงิน สายโลจิสติกส์: โลจิสติกส์ จัดการซัพพลายเชน การขนส่ง คณะเหล่านี้มีความต้องการในตลาดแรงงานสูง อัตราการว่างงานต่ำ และมีโอกาสเติบโตในสายอาชีพ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คณะอะไรหางานง่าย ปี 2566? จบแล้วมีงานทำทันที?

จริงเหรอคะ? หาคณะที่หางานง่ายปี 66 งั้นเหรอ แบบจบปุ๊บมีงานปั๊บเลยอ่ะนะ ยากอยู่นะ อย่างฉันเองนะ จบ บัญชี มา ปี 64 (ม.กรุงเทพ) ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดหรอกค่ะ ตอนนั้นฝึกงานที่บริษัทเล็กๆแถวสุขุมวิท ได้เดือนละ 10,000 เหนื่อยมากกกกก งานเยอะกว่าที่เรียนมาอีก! กว่าจะได้งานที่โอเคก็ใช้เวลาอยู่นะ

แต่ถ้าอยากได้งานง่ายๆ ความเสี่ยงต่ำ แบบไม่ต้องแข่งขันดุเดือด เห็นเพื่อนๆหลายคนเลือกพวกสาย IT นะ พวกโปรแกรมเมอร์ นักวิเคราะห์ข้อมูล หรือพวก Data Scientist อะไรประมาณนี้ แต่ก็ต้องเรียนหนักเหมือนกันนะ ไม่ได้สบายๆเลย เพื่อนฉันคนนึงเรียนวิศวะคอมที่จุฬา จบมาก็ได้งานเลย แต่เงินเดือนเริ่มต้นก็ไม่ได้สูงเว่อร์อะไรนะ ประมาณ 30,000 แต่ก็ถือว่าโอเคสำหรับเด็กจบใหม่

อีกอย่างที่พอได้ยินมาบ้างก็ พวกวิศวะ แพทย์ เภสัช พวกนี้แหละมั้งที่เค้าว่าหางานง่าย แต่ก็เรียนหนักมากกกกกกก นี่แค่ความรู้สึกส่วนตัวนะ ไม่ใช่ข้อมูลวิจัยอะไร คือ มันไม่มีสูตรสำเร็จหรอก แล้วแต่ดวงและความสามารถด้วย สำคัญที่สุดคือเราชอบอะไร ทำอะไรแล้วมีความสุข ถึงจะไม่ใช่สายที่หางานง่ายที่สุด แต่ถ้าเราชอบ เราก็จะพยายาม แล้วก็ประสบความสำเร็จได้ ไม่ต้องกดดันตัวเองมากนะ สู้ๆ!

เรียนคณะอะไรดี เงินเดือนสูง

จริง ๆ ฉันก็ลังเลอยู่นานนะ ตอนม.6 เพื่อนๆ ส่วนใหญ่ก็อยากเรียนหมอ ทันตแพทย์ หรือวิศวะ แต่ฉันไม่ใช่ รู้สึกอึดอัดกับการเรียนที่เน้นท่องจำมากเกินไป ตอนนั้น ปี 2566 นะ ข้อมูลเงินเดือนที่ได้ยินมา ก็ประมาณที่ว่า แพทย์สูงสุด ตามด้วยทันตะ แต่ฉันไม่ชอบเรียนพวกนี้จริงๆ

สุดท้ายเลือกเรียนเศรษฐศาสตร์ที่จุฬาฯ เพราะคิดว่าน่าจะใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้มากกว่า และเงินเดือนก็ไม่ได้น้อยจนน่าตกใจ เห็นสถิติเฉลี่ยอยู่ที่ 20,142 บาท ตอนนั้นก็คิดว่าพออยู่ได้ แต่ก็หวั่นๆนะ กลัวตกงาน กลัวเงินไม่พอใช้

ตอนนี้กำลังเรียนปี 2 ก็ยังไม่รู้เลยว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่ก็พยายามเรียนให้ดีที่สุด แล้วก็หางานพิเศษทำไปด้วย เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และหาเงินไปด้วย ช่วงนี้ก็เครียดเรื่องเรียนบ้าง เรื่องเงินบ้าง แต่ก็พยายามให้ผ่านมันไปให้ได้ ยังไงก็ต้องสู้ต่อไป

  • คณะแพทยศาสตร์ เงินเดือนเฉลี่ยสูงสุด 46,477.74 บาท (ปี 2566)
  • คณะทันตแพทยศาสตร์ เงินเดือนเฉลี่ยสูง 38,030.85 บาท (ปี 2566)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ เงินเดือนเฉลี่ย 20,142 บาท (ปี 2566) (ข้อมูลที่ฉันอ้างอิง)
  • ฉันเรียนเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2566

กังวลเรื่องอนาคตตลอดเลย แต่ก็ต้องพยายามต่อไป ไม่รู้จะไปทางไหนดีเหมือนกัน เหนื่อย แต่ก็ต้องอดทน ชีวิตนักศึกษาปี 2 มันก็แบบนี้แหละมั้ง

คณะไหนเรียนจบง่ายสุด

หาว่าคณะไหนจบง่ายที่สุดเหรอ? ฮ่าๆๆๆ อย่าได้หลงเชื่อคำลวงโลก! แต่ถ้าจะให้จัดอันดับเล่นๆ ตามความคิดเห็นส่วนตัวของป้าข้างบ้านที่แกเคยเป็นอาจารย์มหาลัย (แต่แกสอนวิชาเย็บปักถักร้อยนะ ไม่ใช่พวกวิชาหนักๆ) ก็ประมาณนี้ล่ะ

  • อันดับ 1: การท่องเที่ยว จบง่ายเว่อร์! เรียนแต่เรื่องกิน เที่ยว ช้อปปิ้ง สอบก็ออกข้อสอบแบบ “ไปเที่ยวทะเล แล้วเจออะไรบ้าง” ง่ายกว่ากินข้าวเช้าอีก!

  • อันดับ 2: ศิลปกรรม วาดรูปเก่งก็จบ ไม่เก่งก็อ้อนอาจารย์เอา (วิธีนี้ป้าข้างบ้านบอกมาเอง!) แต่ถ้าไม่เก่งจริง อาจจะเหนื่อยหน่อยนะ อาจารย์ใจดีไม่ใช่ทุกคน

  • อันดับ 3: ภาษาต่างประเทศ ถ้าพูดได้คล่อง ก็จบสบาย แต่ถ้าพูดไม่ค่อยได้ ก็ต้องขยันหน่อย แต่ก็ยังง่ายกว่าคณะอื่นๆ เยอะ

  • อันดับ 4: การตลาด นี่ก็คล้ายๆ การท่องเที่ยว เรียนแล้วเอาไปใช้ได้จริง แต่ต้องขยันหน่อยนะ ไม่งั้นอาจจะโดนอาจารย์ดุได้ (จากประสบการณ์ตรงของหลานชายผมเอง)

  • อันดับ 5: การจัดการ อันนี้ขึ้นอยู่กับมหาลัย บางทีก็ง่าย บางทีก็ยาก แล้วแต่ดวง เหมือนหวยเลย!

  • อันดับ 6: คอมพิวเตอร์ธุรกิจ จริงๆ แล้วคณะนี้ก็ไม่ง่ายนะ แต่ถ้าชอบ ก็เรียนได้เพลินๆ ไม่เครียดมาก แต่ถ้าไม่ชอบ เตรียมตัวซิ่วได้เลย!

หมายเหตุ: อันดับนี้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ อย่าเอาไปจริงจัง เพราะความยากง่ายขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อย่างความขยัน ความสามารถ และดวง! อย่าลืมว่าการเรียนไม่ใช่เรื่องตลก แต่เราจะทำให้มันดูสนุกได้ เลือกคณะที่ตัวเองรักและชอบดีที่สุด ไม่งั้นเรียนจบมาแล้วก็จะไม่มีความสุขนะจ๊ะ! (ปี 2566 นะคะ ข้อมูลอัพเดทล่าสุด!)