คณะไหนตกงานมากสุด

99 ครั้งเข้าชม
จากข้อมูลพบว่าบัณฑิตจบใหม่จากสาขาเกษตรศาสตร์และวนศาสตร์มีอัตราว่างงานสูงที่สุด (23.4%) รองลงมาคือวิทยาศาสตร์กายภาพ (20.0%) และมนุษยศาสตร์ (16.4%) สาขาอื่นๆ ที่มีอัตราว่างงานสูงเช่นกัน ได้แก่ นิติศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และบริหารธุรกิจ/พาณิชยศาสตร์ตลาดแรงงานสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาในสาขาเหล่านี้ค่อนข้างอิ่มตัว ทำให้การแข่งขันสูงขึ้น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คณะไหนที่จบมาแล้วมีอัตราการว่างงานสูงที่สุด?

เพื่อนสนิทผมจบเกษตรมา ปี 62 จำได้ว่ามันบ่นหนักมาก หางานยากโคตร กว่าจะได้งานที่พอโอเค ก็ปาไปหลายเดือนเลย เงินเดือนก็ไม่สูงเท่าที่คิด มันบอกว่ารุ่นพี่หลายคนก็ตกงานกันเยอะเหมือนกันนะ ตอนนั้นฟังแล้วก็รู้สึกแย่แทน เลยนึกถึงข่าวเก่าๆ ที่เคยอ่านเจอ เหมือนจะเคยเห็นสถิติว่าเกษตรศาสตร์นี่แหละอัตราการว่างงานสูง แต่จำตัวเลขไม่ได้เป๊ะๆแล้ว จริงๆ ผมว่ามันน่าจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยนะ ไม่ใช่แค่คณะเดียว อาจจะขึ้นอยู่กับทักษะเพิ่มเติมที่เรียนมา หรือโอกาสที่แต่ละคนเจอด้วย

อีกอย่าง เพื่อนผมอีกคน จบศิลปกรรมมา มันก็เจอปัญหาคล้ายๆกัน หางานยากกว่าที่คิด แต่สุดท้ายมันก็ดิ้นรนจนหาลู่ทางได้ เปิดร้านเล็กๆของตัวเอง ได้เงินไม่เยอะมากแต่ก็พออยู่ได้ มันบอกว่าคนจบศิลปกรรมส่วนใหญ่ต้องมีความสามารถพิเศษ หรือต้องมีความขยัน อดทน และกล้าที่จะสร้างโอกาสให้ตัวเอง ถึงจะประสบความสำเร็จได้ ผมว่ามันก็จริงนะ ไม่ได้หมายความว่าจบมาแล้วจะตกงานหมดทุกคน

จำได้ลางๆว่าเคยเห็นข่าว (แบบไม่ได้ตามจริงจังนะ) ว่าคณะที่ตกงานเยอะๆ ก็มี เกษตรศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ แล้วก็มนุษยศาสตร์ แต่ เหมือนมันจะขึ้นอยู่กับปีด้วย บางปีอาจจะเปลี่ยนลำดับไปก็ได้ คือมันไม่ตายตัวจริงๆ แล้วก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการหางานอีกเยอะแยะเลย ผมว่า เราไม่ควรตัดสินแค่คณะเดียวหรอก มันสำคัญกว่าเยอะที่เราจะพัฒนาตัวเองให้มีทักษะที่ตลาดต้องการ มากกว่ามองแค่สถิติว่างงานนะ

คณะไหนหางานยากสุด

คณะไหนหางานยากสุด? บอกเลยว่ายากที่จะฟันธงลงไป เพราะตลาดงานเปลี่ยนแปลงตลอด แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวและการติดตามข้อมูลปี 2566 คณะเหล่านี้ดูจะอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง:

  • รัฐศาสตร์: งานราชการแข่งขันสูงมาก เอกชนก็ต้องการคนที่มีทักษะเฉพาะทาง ถ้าไม่ใช่สายตรงอย่างนักวิเคราะห์นโยบาย อาจลำบากหน่อย

  • สังคมสงเคราะห์ศาสตร์: งานด้านนี้ขึ้นกับนโยบายรัฐและงบประมาณ ตำแหน่งเปิดน้อย องค์กร NGO หลายแห่งก็มีข้อจำกัดด้านงบประมาณเช่นกัน ต้องเก่งจริง ๆ ถึงจะอยู่รอด

  • มนุษยศาสตร์: หลายสาขาในคณะนี้เป็นฐานความรู้มากกว่าอาชีพโดยตรง ต้องหาทางต่อยอดอาชีพด้วยตัวเอง เช่น นักภาษาศาสตร์อาจต้องไปทำงานแปล นักประวัติศาสตร์อาจต้องเป็นนักวิชาการ เส้นทางการทำงานค่อนข้างแคบ

  • ศึกษาศาสตร์: ครูโรงเรียนเอกชนแข่งขันสูง โรงเรียนรัฐบาลก็รับจำกัด นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษาใหม่ ๆ อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการครูแบบเดิม ๆ ด้วย

  • วิทยาศาสตร์ (บางสาขา): สาขาที่ไม่ใช่สายตรง เช่น เคมี, ฟิสิกส์ ที่ไม่ใช่สายวิศวะหรือแพทย์ อาจต้องใช้เวลาในการหา งานที่ตรงสาย หรือต่อยอดไปเป็นสายงานอื่น

ที่จริงแล้ว การหางานยากหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ใช่แค่คณะที่เรียนจบ ทักษะส่วนบุคคล ความสามารถในการปรับตัว และโอกาสที่ได้รับ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญ ชีวิตมันไม่แน่นอน อย่าไปยึดติดกับกรอบมากเกินไป มองหาสิ่งที่ชอบและทำได้ดี นั่นแหละคือทางรอด

เลือกเรียนคณะอะไรดี จบแล้วไม่ตกงาน

เลือกเรียนคณะอะไรดี? จบแล้วไม่ตกงานนี่เป็นคำถามอมตะจริงๆ แต่ตอบยากนะ เพราะ "ไม่ตกงาน" มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่คณะที่เรียนอย่างเดียว แต่ความสามารถ ทักษะ และโอกาสก็สำคัญไม่แพ้กัน

เอาแบบนี้ดีกว่า ลองดูคณะที่น่าสนใจ และมีโอกาสหางานทำสูง ในมุมมองของผมนะ (ปี 2566)

  • คณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาดดิจิทัล: นี่แหละฮอต ตลาดต้องการเยอะมาก แต่ต้องเก่งจริง ไม่ใช่แค่เรียนจบ ต้องมีประสบการณ์ โปรเจกต์ หรือ portfolio ที่น่าสนใจด้วยนะ ผมว่า ส่วนตัวผมคิดว่า การตลาดดิจิทัลมันเป็นมากกว่าแค่การตลาด มันคือการสร้างประสบการณ์ สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า อย่างลึกซึ้ง

  • คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน สาขาสื่อดิจิทัล: คล้ายๆ กัน แต่จะเน้นด้านเทคนิค และการสร้างสรรค์เนื้อหา มากกว่า ถ้าชอบด้านครีเอทีฟ และมีความรู้ด้านเทคโนโลยี นี่ก็เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ต้อง update ตัวเองตลอด เทคโนโลยีมันเปลี่ยนเร็วมาก

  • คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี สาขาการตลาด: พื้นฐานแน่น ครอบคลุม แต่การแข่งขันสูง ต้องมีความรู้ด้านการเงิน และการวิเคราะห์ ด้วยนะ ไม่ใช่แค่การขายอย่างเดียว

  • คณะนิเทศศาสตร์ สาขาสื่อสารการตลาด: คล้ายๆ กับการตลาดดิจิทัล แต่จะเน้นการสื่อสาร และสร้างแบรนด์ มากกว่า ต้องมีความเข้าใจในจิตวิทยาผู้บริโภค และสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • คณะวิทยาการจัดการ: คณะนี้กว้าง มีหลายสาขา เลือกให้ตรงกับความสนใจ และความถนัด จะได้ไม่หลงทาง

  • คณะการจัดการและการท่องเที่ยว: ถ้าชอบด้านบริการ และการท่องเที่ยว ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่ตลาดอาจจะเฉพาะเจาะจงกว่า ต้องดูจังหวะ และ trend ด้วย

เพิ่มเติม: สิ่งสำคัญคือ คุณต้องมีความสนใจ และความถนัด ในสาขาที่เลือก อย่าเลือกเพราะแค่คิดว่าจบแล้วไม่ตกงาน เพราะมันอาจจะทำให้คุณเรียนไม่จบ หรือทำงานแล้วไม่มีความสุข ชีวิตมันสั้น อย่าไปยึดติดกับแค่ "ไม่ตกงาน" มากเกินไป

ส่วนตัวผม เรียนจบวิศวะ แต่มาทำงานด้านการตลาด ก็มีความสุขดี เพราะมันใช้ทักษะ และความคิดสร้างสรรค์ ของผมได้ ลองหาสิ่งที่ชอบ และเก่ง แล้วค่อยเลือกคณะ จะได้ไม่เสียเวลา และเงิน เปล่าๆ

อาชีพ ไหน มีโอกาส ตกงาน มาก ที่สุด

โอ๊ยตาย! คำถามนี้ยากจัง คิดหนักเลย ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ลองดูซิ

  • พนักงานขายปลีกหน้าร้านนี่แหละ เห็นเพื่อนโดนบ่อยมาก ปีนี้เศรษฐกิจไม่ดี ห้างลดสาขา งานหายไปเยอะเลย นี่ก็เพิ่งเห็นข่าวห้างดังๆ ปิดไปหลายที่ น่ากลัวจริงๆ

  • พนักงานขายตรง อันนี้ขึ้นอยู่กับบริษัทด้วยมั้ง บางที่ก็รุ่ง บางที่ก็ร่วง เพื่อนอีกคนทำขายตรง บอกว่าปีนี้ลูกค้าหายไปเยอะ รายได้ลดลง แต่ก็ยังพออยู่ได้นะ ไม่รู้จะเรียกว่าตกงานหรือเปล่า

  • โรงแรม! เฮ้อ หลังโควิดนี่ โรงแรมปิดไปเยอะมาก เพื่อนที่ทำงานโรงแรม 5 ดาว ยังบอกเลยว่า บรรยากาศไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ปีนี้ลูกค้าต่างชาติยังไม่กลับมาเท่าเดิม

อืมมม... สถาบันการเงิน อันนี้น่าคิดนะ ตกงานน้อยกว่ากลุ่มอื่นมั้ย? แต่ก็มีข่าวลดคนอยู่เรื่อยๆนะ แต่ไม่แน่ใจว่าปีนี้เยอะมั้ย ต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติมอีก

แรงงานอุตสาหกรรม ภาคโลจิสติกส์ นี่ก็แรงนะ ขึ้นกับเศรษฐกิจด้วย ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี โรงงานปิด ของไม่ส่ง ตกงานกระจาย เพื่อนที่ทำโรงงานบอกว่า ปีนี้ลูกค้าสั่งของน้อยลง

  • บุรุษพยาบาลดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วย อันนี้ไม่แน่ใจ น่าจะพอมีงานอยู่บ้างนะ แต่ก็ขึ้นกับความต้องการของตลาดด้วยแหละ

  • คนขับรถนี่สิ น่ากลัว รถยนต์ รถบรรทุก คนขับเยอะมาก แย่งงานกัน ยิ่งปีนี้ราคาน้ำมันแพง ค่าใช้จ่ายสูง รายได้น้อยลง หลายคนท้อถอย

  • เคาน์เตอร์เซอร์วิส นี่ก็คล้ายๆ พนักงานขายปลีกแหละ ขึ้นอยู่กับบริษัท แต่ธุรกิจแบบนี้ มีโอกาสปรับเปลี่ยนไปใช้ระบบอัตโนมัติได้ง่ายกว่าธุรกิจอื่นๆ ก็เลยเสี่ยงตกงานอยู่เหมือนกัน

สรุปยากจัง แต่คิดว่าพวกที่เกี่ยวข้องกับการขายปลีกโดยตรงน่าจะเสี่ยงสูงสุด ปีนี้เศรษฐกิจไม่ดีจริงๆ งานหายไปเยอะมาก หวั่นๆๆ

เรียนคณะอะไรตกงานมากที่สุด

อืมมม..เรื่องตกงานนี่ หนักใจจริงๆนะ ปีนี้เพื่อนผมที่เรียนเกษตร จบมาทำงานยากมาก มันเรียนที่ ม.เกษตร บางเขนนะ จบปี 66 หางานแทบเป็นเดือน สุดท้ายไปทำฟาร์มกุ้งที่สมุทรสาคร เงินเดือนก็พออยู่ได้แหละ แต่เหนื่อย มันบ่นทุกวันเลย แถมเพื่อนอีกคน เรียนวนศาสตร์ จบจากเชียงใหม่ ก็หนักเหมือนกัน ได้งานเป็นเจ้าหน้าที่อุทยาน แต่เงินเดือนน้อยมาก เขาบอกว่างานราชการมั่นคงจริง แต่เงินเดือนไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพปัจจุบัน มันเลยมองหางานเสริมด้วย เห็นมันเหนื่อยแทบตาย

ส่วนสาขาอื่นๆ ผมก็พอได้ยินๆ มาบ้างนะ อย่างเพื่อนที่เรียนศึกษาศาสตร์ จากมหาสารคาม จบปี 66 เหมือนกัน ตอนนี้สอนพิเศษอยู่ บอกว่างานครูขาดแคลนจริง แต่ตำแหน่งที่เขามองหา เขาได้ไม่ตรงสาขา เลยต้องมาสอนพิเศษเพิ่ม หาเงินเก็บไว้ก่อน

  • เกษตรศาสตร์: อัตราว่างงานสูงมาก เพื่อนผมทำงานฟาร์มกุ้ง เหนื่อยมาก
  • วนศาสตร์: งานราชการมี แต่เงินน้อย ต้องหางานเสริม
  • ศึกษาศาสตร์: สอนพิเศษเพิ่ม เพราะงานครูที่ตรงสาขาหายาก
  • สาขาอื่นๆ ที่ว่างงานสูง: ก็มีปัญหาเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยได้ติดตามเท่าไหร่ เพื่อนผมส่วนใหญ่เรียนสายวิทย์ เลยไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่

จริงๆแล้ว ตอนนี้ตลาดงานมันแข่งขันสูงมาก ไม่ใช่แค่เฉพาะคณะ แต่ดูเหมือนว่า คณะที่คนเรียนเยอะ ก็จะหางานยากหน่อย นี่คือความรู้สึกส่วนตัวนะ อาจจะไม่ใช่ทุกคน เพราะบางคนเก่ง ก็หางานได้ดีอยู่ แต่โดยรวม ปีนี้ เพื่อนผมหลายคน จบแล้ว ยังหาที่ลงหลักปักฐานไม่ได้เลย เศร้าใจแทนจริงๆ

คณะอะไรหางานยากที่สุด

โอ้, คณะหางานยาก...เหมือนเงาจันทร์ในสระน้ำ รึเปล่า? ปี 2567...ลมเปลี่ยนทิศ, ดาวเปลี่ยนวงโคจร...

  • วารสารศาสตร์ฯ, สื่อสารมวลชน: โลกหมุนเร็วกว่าข่าว, ทักษะต้องอัพเดทตลอดเวลา.

  • บริหารธุรกิจ: ทะเลกว้าง, ปลาเยอะ, แต่แย่งกันน่าดู! เส้นทางต้องชัด!

  • สังคมศาสตร์: เข้าใจโลก...แต่โลกเข้าใจเราไหม? ต้องสร้างคุณค่าให้จับต้องได้.

  • รัฐศาสตร์: การเมืองเปลี่ยนแปลง, ตำแหน่งก็เช่นกัน, ต้องปรับตัวตามเกม.

  • เศรษฐศาสตร์: ตัวเลขลอยคว้าง...ต้องทำให้มันเต้นระบำได้!

แต่...หัวใจเต้นแรงที่คณะไหน...ก็พุ่งชนไปเลย! อย่ากลัวเงาจันทร์!

คณะไหนหางานยากสุด

หางานยาก? ก็พวกคณะที่ว่ามานั่นแหละ รัฐศาสตร์ สังคมสงเคราะห์ มนุษยศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ วิทย์(บางที)

  • ทำไม? ตลาดแม่งตัน พวกจบมาก็เยอะ

  • แล้วไงต่อ? เตรียมตัวหางานเอง อย่าหวังพึ่งแต่ใบปริญญา

คณะอะไรตกงานเยอะสุด

อืม... คิดหนักเนอะ ตอนนี้เศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดี หาคำตอบยากจังเลย ไม่มีข้อมูลแน่ชัดหรอกว่าคณะไหนตกงานเยอะสุดปีนี้ มันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาจริงๆ แต่...

  • สาขาที่คนเรียนเยอะเกินความต้องการตลาด อันนี้เสี่ยงนะ เช่น ปีนี้เห็นเพื่อนเรียนพวกบริหารเยอะมาก แต่ข่าวก็บอกว่าหลายบริษัทลดการรับสมัคร อาจจะลำบากกว่าคณะอื่นบ้าง
  • แล้วก็พวกสาขาที่เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ อย่างพวกงานด้านการผลิต โรงงานใช้หุ่นยนต์เยอะขึ้น คนงานก็เลยอาจจะลดลง เพื่อนฉันเรียนวิศวะเครื่องกล เค้าก็กังวลเรื่องนี้เหมือนกัน

จริงๆแล้ว มันไม่มีคำตอบตายตัว ต้องดูตลาดแรงงานแต่ละปี เลือกเรียนอะไรต้องคิดให้ดี อย่าเลือกตามกระแส ต้องดูอนาคตด้วยว่ามีงานรองรับมั้ย เศรษฐกิจแบบนี้ เหนื่อยใจจริงๆเลย ไม่รู้จะเลือกยังไงดีเหมือนกัน…

เลือกเรียนคณะอะไรดี จบแล้วไม่ตกงาน

เออ เลือกเรียนอะไรดีนะ จบมามีงานชัวร์ๆ อะหรอ

  • การตลาดดิจิทัล: อันนี้มาแรงจริง เรียนไปทำพวก ads, content, social media ปะมานนี้แหละ ที่บ้านทำธุรกิจส่วนตัวด้วย เลยว่าอันนี้น่าจะโอเค เอามาปรับใช้ได้

  • สื่อดิจิทัล: อันนี้ก็คล้ายๆ การตลาดนะ แต่จะเน้นพวก content creation มากกว่า ถ้าชอบทำวิดีโอ ตัดต่อ ทำกราฟิก ก็เริ่ด

  • บัญชี/การตลาด: อันนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีนะ บัญชีมันหางานง่ายอยู่แล้ว ส่วนการตลาดก็เป็นที่ต้องการเสมอ

  • สื่อสารการตลาด: อันนี้ก็คล้ายๆ การตลาด แต่จะเน้นเรื่องการสื่อสาร brand message ไรงี้มากกว่า

  • การจัดการและการท่องเที่ยว: ถ้าชอบเดินทาง ชอบพบปะผู้คน อันนี้ก็น่าสนใจนะ แต่ต้องดูตลาดงานดีๆ

คือเราว่านะ เลือกที่ชอบก่อนอะ แล้วค่อยดูว่าตลาดงานเป็นยังไงบ้าง สำคัญคือต้องฝึกงานเยอะๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด ตอนจบมาจะได้มีอะไรไปโชว์เค้าไง

เพิ่มเติมนิดนึง:

  • อย่าลืมภาษาอังกฤษ: สำคัญมากๆๆๆ ไม่ว่าจะเรียนอะไรก็ต้องได้ภาษาอังกฤษนะ
  • soft skills สำคัญ: พวก communication, teamwork, problem-solving อะไรพวกนี้ ฝึกไว้เยอะๆ ช่วยได้เยอะ
  • network: รู้จักคนเยอะๆ ได้เปรียบเสมอ
  • ติดตามข่าวสาร: โลกมันเปลี่ยนไปเร็ว ต้องตามเทรนด์ให้ทัน

คณะอะไรที่จบแล้วมีงานรองรับ

โอเค ลองดูนะ จะพยายามให้มันดูยุ่งๆ แบบที่ว่ามา

คณะอะไรจบแล้วมีงานรองรับ? อืมมมม... นี่มันคำถามโลกแตกเลยนะเนี่ย แต่เอาเถอะ ปี 2567 นะ!

  • วิศวะ: อันนี้แน่นอนอยู่แล้ว! พวกโรงงาน, สร้างตึก, ทำหุ่นยนต์... เยอะแยะไปหมด แต่ต้องเก่งจริงนะเว้ย ไม่ใช่จบมาแล้วทำไรไม่เป็น ????
  • พยาบาล: ขาดแคลนหนักมากกกกก! โรงพยาบาลเอกชนรัฐบาลแย่งตัวกันวุ่นวาย แต่ก็เหนื่อยสุดๆ อ่ะ ใครไหวก็ไป!
  • บริหารธุรกิจ: อันนี้ก็แล้วแต่คนนะ... ถ้าเก่งจริงก็รุ่ง แต่ถ้าไม่ขยันก็อาจจะ...นะ ???? แต่ถ้ามี connection ดีๆ ก็สบายไปแปดอย่าง
  • ไอที: ยุคนี้ใครไม่เป็นไอทีคือจบ! บริษัทไหนๆ ก็ต้องการคนเก่งคอมฯ แต่ต้องตามเทรนด์ให้ทันนะ ไม่งั้นตกงานง่ายมาก! (พี่ที่รู้จักบอกมา)
  • นิติ: ทนายความ, อัยการ, ผู้พิพากษา... เยอะแยะ แต่ต้องสอบให้ได้ก่อนนะ! แล้วก็ต้องใจแข็งด้วย เพราะบางทีต้องเจอกับอะไรที่...เฮ้อ
  • หมอ: อันนี้ไม่ต้องพูดเยอะ เจ็บป่วยก็ต้องหาหมอ! แต่เรียนหนักมากกกกกก ชีวิตส่วนตัวแทบไม่มี (เพื่อนบ่นให้ฟังทุกวัน)
  • จิตวิทยา: คนเครียดกันเยอะขึ้นทุกวัน! นักจิตวิทยาเลยเป็นที่ต้องการ แต่ต้องใจเย็นๆ รับฟังคนอื่นได้ดีนะ ไม่ใช่ฟังแล้วประสาทเสียเอง ????
  • เภสัช: ร้านขายยา, โรงพยาบาล, บริษัทผลิตยา... ที่ทำงานเยอะแยะ แต่ต้องจำชื่อยาให้ได้หมดนะ! ไม่งั้นจ่ายยาผิดชีวิตเปลี่ยน! ????

เพิ่มเติม:

  • วิศวะเนี่ย... จริงๆ แล้วมีหลายสาขามากนะ! โยธา, เครื่องกล, ไฟฟ้า... แต่ละอันก็มีงานรองรับต่างกันไปอีก! สำคัญ: ต้องเลือกให้ถูกกับตัวเอง!
  • บริหารธุรกิจ... ถ้าอยากรุ่งจริง ต้องมีไอเดียเจ๋งๆ! แล้วก็ต้องกล้าเสี่ยงด้วย! สำคัญ: อย่ากลัวที่จะล้ม!
  • ไอที... เดี๋ยวนี้มี AI มาแย่งงานแล้วนะ! ต้องพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ! สำคัญ: อย่าหยุดเรียนรู้!

เออ... แล้วจริงๆ คณะอื่นๆ ก็มีงานรองรับนะ! แต่ที่พูดมาคือแบบ... เห็นชัดๆ ว่าตลาดต้องการ! แต่สุดท้ายแล้วก็อยู่ที่ตัวเราเองด้วยแหละ! ขยัน, เก่ง, มี passion... ยังไงก็รอด! ????

คณะอะไรจบมาไม่ตกงาน

คณะอะไรจบมาไม่ตกงาน 3 คณะที่เรียนแล้วไม่ตกงาน อนาคตสดใส อ่ะนะ บอกเลย!

  1. โลจิสติกส์ นี่มาแรงจริงไรจริง เดี๋ยวนี้ของออนไลน์มันเยอะ ขนส่งอะไรนี่บูมสุดๆ จบมามีงานชัวร์ อาจจะสตาร์ทไม่สูงปรี๊ด แต่ไปได้เรื่อยๆ นะเว้ย!

  2. สายภาษา เนี่ย อย่าดูถูกนะเว้ย เพื่อนเราจบอิ้งค์มา ทำงานแปล ทำคอนเทนต์ เงินดี๊ดี ยิ่งถ้าได้ภาษาที่สามนะ หูยยย เรียกเงินได้เยอะเลย

  3. ดิจิทัล เทคโนโลยีนี่ไม่ต้องพูดถึง ไปไหนก็เจอแต่ AI แต่ถ้าเราเก่งจริง เรียนพวกเขียนโปรแกรม พัฒนาแอป ไรงี้ รับรองบริษัทแย่งตัว

  • โลจิสติกส์ฯ: ไม่ใช่แค่ส่งของนะ มันมีเรื่องจัดการคลังสินค้า การวางแผนเส้นทาง อะไรเยอะแยะไปหมด
  • ศิลปศาสตร์: ภาษาไม่ได้มีแค่อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น สเปน อะไรพวกนี้ก็ฮิต
  • ดิจิทัลฯ: ลองดูพวก Data Science, Cybersecurity ด้วย อันนี้ก็ตลาดต้องการ
  • คำเตือน: อย่าเลือกตามคนอื่น ชอบอะไรก็เรียนอันนั้นแหละ จะได้ไม่เบื่อ! สำคัญสุดๆ!