งานที่ใช้ภาษามีอะไรบ้าง

144 ครั้งเข้าชม
อาชีพสายภาษาทำเงินและอนาคตดี: นักแปล/ล่าม: แปลภาษาเอกสารและสื่อสาร Content Creator: สร้างคอนเทนต์ภาษาต่างๆ ครู/อาจารย์: สอนภาษา แอร์โฮสเตส/สจ๊วต: บริการบนเครื่องบิน มัคคุเทศก์: นำเที่ยว นักเขียน: เขียนหนังสือ บทความ บรรณาธิการ: ตรวจแก้เนื้อหา นักการทูต: เจรจาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อาชีพเหล่านี้มีความต้องการสูงในตลาดแรงงาน และมีโอกาสเติบโตในอนาคต
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

งานที่ใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษมีอะไรบ้าง?

งานที่ใช้ภาษาไทยกับอังกฤษเหรอ? โอ๊ย เยอะแยะไปหมด! แต่ที่เห็นชัดๆ เลยนะ พวกงานแปลไง ล่ามก็ใช่ หรือไม่ก็พวกคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ต้องทำทั้งสองภาษาอ่ะ คิดดูดิ เขียนบทความภาษาไทย แล้วต้องแปลเป็นอังกฤษด้วยตัวเองอีก โหดใช้ได้เลยนะ

แล้วพวกงานบริการลูกค้าก็สำคัญนะ เดี๋ยวนี้บริษัทต่างชาติเยอะแยะ ต้องมีคนตอบอีเมล ตอบแชทเป็นภาษาอังกฤษได้คล่องๆ เลย

แต่ที่ TruePlookpanya บอกว่ามี 8 อาชีพสายภาษาทำเงิน แถมอนาคตปังนี่... อยากรู้เลยอ่ะ ว่ามีอะไรบ้าง? เพราะส่วนตัวเคยเจอแต่เพื่อนที่จบภาษามา แล้วบ่นว่าหางานยากสุดๆ เลย (ขำแห้ง)

จริงๆ นะ สมัยเรียนมหาลัยอ่ะ (ซักปี 2555-2559 นี่แหละ) เพื่อนที่เอกอังกฤษหลายคนก็กังวลเรื่องนี้กันมาก พอเรียนจบมาจริงๆ บางคนก็ไปเป็นแอร์โฮสเตส บางคนก็ไปทำบริษัททัวร์ บางคนก็ไปเป็นครูสอนภาษา... มันก็ไม่ได้แย่นะ แต่ก็ไม่ได้ตรงสายเป๊ะๆ เหมือนที่คิดไว้ตอนแรกอ่ะ

แต่ถ้า TruePlookpanya บอกว่าปัง ก็อยากจะลองศึกษาดูหน่อย เผื่อเปลี่ยนสายงานทัน! (หัวเราะ)

เรียนภาษาทำอาชีพอะไรดี

เรียนภาษาทำอาชีพไรแดกได้บ้าง? เอาที่มันรอด ไม่ใช่แค่ฝันลมๆ

  1. ล่าม: ฟัง หุบปาก แปล จบ. อย่าโลกสวย กูจ่ายตังค์ให้มึง
  2. นักแปล: จับแพะชนแกะ เขียนใหม่ให้ดูดี อย่าก็อปวาง กูรู้
  3. แอร์: สวย เสิร์ฟ ยิ้ม (ทั้งที่ข้างในอาจจะอยากด่า) ทนแรงดันให้ได้
  4. โรงแรม: แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ภาษาต้องเป๊ะ อย่าโง่ให้แขกเห็น
  5. ไกด์: เล่าเรื่องผีๆให้ฝรั่งกลัว (แล้วให้ทิปเยอะๆ) อย่ามั่วประวัติศาสตร์
  6. การตลาดดิจิทัล: ยิงแอดให้เป็น ปั่นยอดขายให้ขึ้น อย่ามาบอกว่าทำไม่ได้
  7. โปรแกรมเมอร์: โค้ดดิ้งคือชีวิต อย่ามาถามว่าทำไมบั๊กเยอะ
  8. นักธุรกิจ: พูดให้คนอื่นคล้อยตาม หลอกคนให้ลงทุน (อย่างถูกกฎหมายนะสัส)
  9. ครู/ติวเตอร์: สอนให้เด็กสอบติด ไม่ใช่แค่สอนให้รู้เรื่อง
  10. งานราชการ/องค์กรระหว่างประเทศ: เส้นใหญ่+ภาษาดี = รุ่ง

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • เงินเดือน: อย่าหวังว่าจะรวย ถ้าไม่เก่งจริง หรือไม่มีเส้นสาย
  • ภาษาที่ต้องการ: อังกฤษคือพื้นฐาน ที่เหลือเลือกเอาตามใจชอบ (จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, สเปน)
  • ทักษะที่ต้องมี: นอกจากภาษา ก็ต้องมีสกิลอื่นด้วย (การสื่อสาร, การแก้ปัญหา, การปรับตัว)
  • ตลาดแรงงาน: แข่งขันสูง ไอ้พวกจบใหม่เยอะแยะ ต้องทำให้ตัวเองแตกต่าง

สรุป: อย่าเป็นแค่คนพูดภาษาได้ ต้องเป็นคนที่ใช้ภาษาทำเงินได้ด้วย

จบศิลป์ภาษา ต่ออาชีพอะไรได้บ้าง

จบศิลป์ภาษา ต่ออะไรดีวะ? ตอน ม.6 นี่คิดหนักเลย เครียดจัด!

  • กราฟิกดีไซน์เนอร์: ตอนแรกก็มองว่ามันดูฮิปๆ เท่ๆ นะ แต่พอมาเจอพี่ที่รู้จัก เค้าทำฟรีแลนซ์อยู่บ้าน มีแมวคลอเคลียไปด้วย ชีวิตดี๊ดี! เค้าบอกว่างานหลักๆ คือออกแบบโลโก้ โปสเตอร์ เว็บไซต์ แล้วแต่ลูกค้า สรุปคือทำทุกอย่างที่ต้องใช้ภาพสื่อสารอ่ะ แต่ต้องเก่งโปรแกรมนะ Photoshop Illustrator นี่ต้องคล่องปรื๋อ พี่เค้าบอกว่างานเยอะ เงินดี แต่ต้องขยันหาลูกค้าเองด้วยนะ

  • เกษตรกร: อันนี้ตอนแรกไม่ได้คิดเลยนะ แต่พอดีที่บ้านมีที่ดินเหลือๆ เลยลองปลูกผักกินเองเล่นๆ ปรากฏว่าสนุกเฉย! ตอนนี้กลายเป็นเกษตรกรชาวเมืองไปแล้ว ปลูกผักสลัด มะเขือเทศ อะไรที่กินง่ายๆ ขายเพื่อนบ้านบ้าง แจกบ้าง เพลินดี

  • ไกด์ทัวร์ชุมชน: แถวบ้านเรามีตลาดเก่าแก่ เค้าเปิดรับสมัครไกด์นำเที่ยว เราเลยลองไปสมัครดู ได้ฝึกพูด ได้เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ชุมชน สนุกดี ได้เจอคนเยอะแยะเลย

  • ช่างแต่งหน้า: เพื่อนสนิทเราเรียนแต่งหน้ามา ตอนนี้เปิดร้านเล็กๆ อยู่ในหมู่บ้าน ฝีมือดีมาก ลูกค้าตรึม!

  • ช่างภาพ: ตอนแรกก็แค่ชอบถ่ายรูปเล่นๆ แต่พอถ่ายบ่อยๆ เริ่มมีคนจ้างไปถ่ายงานรับปริญญา งานแต่งบ้าง ตอนนี้เลยเริ่มจริงจังละ

  • ทนายความ: อันนี้ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจนะ แต่ต้องเรียนต่อนิติศาสตร์อีกหลายปีเลย

  • นักข่าว: เราว่าคนจบศิลป์ภาษามีทักษะด้านภาษาที่ดีนะ น่าจะเหมาะกับงานนักข่าว

  • นักเขียนการ์ตูน: ถ้าชอบวาดรูป ชอบเล่าเรื่อง นักเขียนการ์ตูนก็น่าสนใจนะ แต่ต้องอดทนหน่อยกว่าจะดัง

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ปีนี้ (2567) ตลาดงานสายดิจิทัลมาแรงมาก พวกกราฟิกดีไซน์เนอร์ UX/UI Designer นี่เป็นที่ต้องการของตลาดเลย
  • สำคัญ: อย่ากลัวที่จะลองทำอะไรใหม่ๆ สิ่งที่เราชอบอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราคิดไว้ก็ได้
  • เรื่องจริง: ตอนแรกเราอยากเป็นนักเขียนมาก แต่พอได้ลองทำกราฟิกดูแล้วชอบมากกว่าเฉยเลย!
  • เตือน: อย่าเชื่อทุกอย่างที่คนอื่นบอก ลองทำเองแล้วจะรู้ว่าอะไรเหมาะกับเราที่สุด
  • สุดท้าย: ขอให้ทุกคนเจออาชีพที่ใช่ ที่ทำแล้วมีความสุขนะ! สู้ๆ!

เด็กศิลป์ เรียนอะไรดี

โอ๊ย! เด็กศิลป์หัวใจติสท์ เรียนอะไรดีให้รุ่ง... ไม่ใช่ร่วง! มามะ ป้าจะแนะแนวแบบแซ่บๆ ให้เธอไปเป็นดาวเจิดจรัส ไม่ใช่ดาวดับแสง!

  1. นิติศาสตร์: เรียนไปเป็นทนายความ ปากแจ๋ว เถียงเก่ง ช่วยคนจน (และรวย) ให้พ้นคดี... หรือไม่ก็เป็นอัยการ จับคนโกงเข้าคุก (ถ้าไม่โดนใบสั่งนะจ๊ะ!)

  2. รัฐศาสตร์: อยากเป็นนักการเมืองเหรอ? คณะนี้เลย! แต่ระวังจะโดนดูดเข้าไปในวังวนอำนาจ จนลืมอุดมการณ์ตัวเองนะ! (เอ๊ะ หรือไม่มีตั้งแต่แรก?)

  3. เศรษฐศาสตร์: เรียนจบไปเป็นนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ ทำนายทิศทางเงินๆ ทองๆ... แล้วก็แทงหวยผิดทุกงวด! (ป้าประชด!)

  4. พาณิชยศาสตร์และการบัญชี / บริหารธุรกิจ: เรียนไปเป็นเจ้าของธุรกิจพันล้าน! (ในฝัน)... หรือไม่ก็เป็นมนุษย์เงินเดือน ทำงานหัวปั่น ให้เจ้านายรวยเอาๆ!

  5. สถาปัตยกรรมศาสตร์: สร้างบ้าน สร้างเมือง สร้างความฝัน!... แล้วก็โดนผู้รับเหมาโกงค่าแรง! (เศร้า!)

  6. สังคมสงเคราะห์: ช่วยเหลือคนยากไร้ คนด้อยโอกาส... แล้วตัวเองก็แทบเอาตัวไม่รอด! (แต่ได้บุญนะ!)

  7. ครุศาสตร์ / ศึกษาศาสตร์: สอนเด็กน้อยให้เป็นคนดี คนเก่ง... แล้วตัวเองก็เงินเดือนน้อยนิด! (แต่มีความสุขที่ได้ให้... มั้ง?)

  8. อักษรศาสตร์ / ศิลปศาสตร์ / มนุษยศาสตร์: เรียนไปเป็นนักเขียน นักแปล นักวิจารณ์... แล้วก็ไส้แห้ง! (แต่ได้เสพงานศิลป์!)

ป.ล. นี่มันปี 2567 แล้วนะแก! เรียนอะไรที่มันตอบโจทย์ตลาดแรงงานหน่อยเถอะ! เดี๋ยวจะหาว่าป้าไม่เตือน!

  • Data Science: มาแรงแซงทุกโค้ง! ใครๆ ก็อยากได้คนวิเคราะห์ข้อมูล! เงินดี๊ดี!
  • Digital Marketing: โลกมันออนไลน์แล้ว! ใครทำการตลาดไม่เป็น ก็เจ๊ง! เรียนอันนี้ไป รับรองมีงานทำ!
  • Content Creator: ทำคอนเทนต์ให้ปัง! สร้างตัวตนให้ดัง! แล้วเงินทองจะไหลมาเทมา! (ถ้าไม่โดนดราม่าถล่มนะ!)

คำเตือน: ทุกคณะมีความเสี่ยง! เลือกที่ชอบ เลือกที่ใช่ แล้วอย่าท้อแท้! สู้ๆ เด้อ! ป้าเป็นกำลังใจให้!