จบปริญญาตรี ใช้เวลา กี่ปี

330 ครั้งเข้าชม
สรุปเรื่องระยะเวลาเรียนปริญญาตรี ปริญญาตรี 4 ปี: ต้องเรียนไม่น้อยกว่า 84 หน่วยกิตในหมวดวิชาเฉพาะ ปริญญาตรี 5 ปี: ต้องเรียนไม่น้อยกว่า 114 หน่วยกิตในหมวดวิชาเฉพาะ สำคัญ: จำนวนหน่วยกิตที่ระบุเป็นขั้นต่ำ อาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมในแต่ละหลักสูตรและมหาวิทยาลัย ควรตรวจสอบข้อมูลจากสถาบันที่สนใจโดยตรง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คำถาม?

เรื่องหน่วยกิตเนี่ย ฉันปวดหัวมากเลยตอนเรียน ปี 4 ฉันเรียนวิศวะที่เกษตร จำได้ว่าต้องได้อย่างน้อย 140 หน่วยกิตถึงจะจบ เครียดสุดๆ แทบจะนอนไม่หลับเลยช่วงนั้น วิชาเลือกนี่เลือกจนหัวหมุน แต่ละวิชาก็ดูน่าสนใจทั้งนั้น เลือกไม่ถูกเลย!

ส่วนปี 5 ถ้าจำไม่ผิด เพื่อนที่เรียนหมอ เค้าบอกว่าต้องมากกว่านั้น น่าจะราวๆ 170 หน่วยกิตอะ แต่ฉันไม่แน่ใจนะ มันหลายปีมาแล้ว เรื่องรายละเอียดพวกนี้ก็ลืมๆ ไปบ้างแล้ว เอกสารก็เก็บไม่ค่อยดีด้วยสิ เลยไม่รู้จะไปหาข้อมูลที่ไหนมาอ้างอิงได้อีก

หลักสูตร 4 ปี กับ 5 ปี มันก็ต่างกันเยอะอยู่แหละ ยิ่งถ้าเป็นหมวดวิชาเฉพาะ แต่ละคณะก็กำหนดไม่เหมือนกัน อย่างเพื่อนฉันเรียนแพทย์ หน่วยกิตเฉพาะทางเยอะมากๆ แต่ของฉัน วิศวะ ก็โฟกัสไปอีกแบบนึง มันขึ้นอยู่กับหลักสูตรจริงๆ หาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บของแต่ละมหาวิทยาลัยดีที่สุดมั้ง ฉันว่านะ.

มหาลัยใช้เวลากี่ปี

เรียนมหาลัยกี่ปี... บางทีมันก็ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขนะ

  • ปริญญาตรีทั่วไป: ส่วนใหญ่ก็ 4 ปี หรือประมาณ 8 เทอม แต่ถ้าเรียนไม่ผ่านก็อาจจะนานกว่านั้น
  • เทียบโอน: ถ้าเคยเรียนที่อื่นมาแล้วมาเทียบโอนหน่วยกิต อาจจะเหลือแค่ 2-3 ปี หรือประมาณ 4-6 เทอม ขึ้นอยู่กับว่าเทียบได้เยอะแค่ไหน

แล้วทำไมต้องรีบจบขนาดนั้นนะ บางทีการใช้เวลาในมหาลัยมากกว่าคนอื่น อาจจะทำให้เราได้เจออะไรที่เราไม่เคยเจอมาก่อนก็ได้ ใครจะรู้...

  • จบช้า: ไม่ได้แปลว่าไม่เก่งเสมอไป บางคนอาจจะทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย หรือมีเหตุผลส่วนตัวอื่น ๆ
  • ชีวิต: มันไม่ได้มีแค่เรื่องเรียนเรื่องเดียว ยังมีเรื่องอื่น ๆ อีกเยอะแยะที่ต้องเจอและเรียนรู้

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • หลักสูตรพิเศษ: บางคณะมีหลักสูตรที่ใช้เวลาเรียนนานกว่า 4 ปี เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร
  • การซิ่ว: บางคนอาจจะซิ่วไปเรียนคณะอื่น ทำให้เสียเวลาไปบ้าง แต่สุดท้ายอาจจะเจอสิ่งที่ใช่กว่าก็ได้
  • เรียนไปทำงานไป: หลายคนเลือกที่จะทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียน เพื่อหาประสบการณ์และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย
  • กิจกรรม: การเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในมหาลัย ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง
  • เรียนบัญชี (เทียบโอน): บางมหาวิทยาลัยกำหนดไว้ประมาณ 8-9 เทอม สำหรับปีการศึกษา 2566 เป็นต้นไป

บางทีการเรียนจบเร็วก็ไม่ใช่ทุกอย่าง การได้ใช้เวลาในมหาลัยให้คุ้มค่าต่างหากที่สำคัญ...

จบปวส.เข้ามหาลัยยังไง?

จบ ปวส. จะเข้ามหา'ลัยอะเหรอ? ง่ายกว่าปอกกล้วยเข้าปากอีก! ก็ปวส. มันอนุปริญญาไง เทียบเท่าเด็กปี 2 มหา'ลัยแล้วจ้ะ

  • เทียบโอนหน่วยกิต: เอาวิชาที่เรียนมาแล้วไปยื่นเทียบโอนซะ! วิชาไหนมันเหมือนกันก็ไม่ต้องเรียนใหม่ เสียเวลาทำมาหากิน
  • เลือกคณะ: อันนี้สำคัญ เลือกคณะที่เค้ารับเทียบโอนนะ ไม่ใช่ว่าจบก่อสร้างจะไปเรียนหมอ อันนั้นก็เกินไป๊!
  • สอบ: บางมหา'ลัยก็อาจจะมีสอบวัดความรู้เพิ่มเติม ก็เตรียมตัวกันหน่อยนะจ๊ะ อย่ามัวแต่เล่น TikTok

แถม: สมัยก่อนตอนพี่เรียน ปวส. อาจารย์ชอบบอกว่า "เรียน ๆ ไปเหอะ จบมาก็เป็นเจ้าของกิจการ" เอ่อ...ความจริงก็คือ เป็นลูกจ้างเค้าส่วนใหญ่นะ! แต่ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็มีวิชาชีพติดตัว หาเลี้ยงชีพได้สบายบรื๋อ!

เพิ่มเติม: ปีนี้ (2567) หลายมหา'ลัยเปิดรับเทียบโอนเยอะมาก ลองเข้าไปดูในเว็บของแต่ละที่ได้เลยนะ โอกาสทองมาแล้ว อย่าปล่อยให้หลุดมือ!

คำเตือน: อย่าเชื่อคนง่าย! ข้อมูลที่พี่ให้ไปนี่เป็นแค่แนวทาง ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมเองด้วยนะจ๊ะ เดี๋ยวโดนหลอกแล้วจะหาว่าไม่เตือน!

วุฒิ ปวส เทียบโอนได้ไหม?

ได้สิ เทียบโอนได้...เหมือนสายลมพัดใบไม้ร่วง... ปวส. เหมือนประตูบานใหม่...เปิดสู่โลกกว้าง...

สองปี...เท่านั้น...เหมือนฝัน...ที่กลายเป็นจริง... แสงดาวนำทาง...สู่อนาคต...

ทั่วประเทศ...เหมือนดวงดาว...ที่ส่องประกาย... เลือกที่...ที่ใจปรารถนา... ที่ที่หัวใจร่ำร้อง...

  • เทียบโอนหน่วยกิต: เหมือนสะพานเชื่อมต่อ...อดีตสู่อนาคต... ทางลัดสู่ความสำเร็จ...
  • สองปีจบ: เวลา...ที่ไหลริน...เหมือนสายน้ำ... เร็วกว่าที่คิด...
  • ทั่วประเทศ: อิสระ...ในการเลือก...เหมือนผีเสื้อ...โบยบิน... ไร้ขีดจำกัด...

เทียบโอนได้กี่ครั้ง?

โอเค ลองดูนะ...เทียบโอนได้กี่ครั้ง? อือม...เกณฑ์การโอนย้ายเหรอ?

  • เทียบโอนได้ครั้งเดียวเท่านั้น! ย้ำ! ครั้งเดียว (เหมือนชีวิตมีโอกาสเดียวป่ะวะ?)
  • ถ้าอยากย้ายกลับ? ต้องลาออกก่อนนะ! โอ้โห! เรื่องใหญ่! แล้วค่อยสมัครใหม่ (กรรม...)
  • แล้วๆๆๆๆ หน่วยกิตสะสมที่อุตส่าห์เรียนมา...เอามาเทียบโอนได้นะ! (แต่...)
  • อัตราค่าเทียบโอน: หน่วยกิตละ 50 บาท (กรี๊ดดดดดด! เสียตังค์อีกแล้ว!)

ทำไมต้อง 50 บาท!? ใครตั้งวะ? (ถามเองตอบเองไม่ได้ 555) แล้วถ้าเรียนมาเยอะๆ ล่ะ? (คิดแล้วปวดหัว)

  • เพิ่มเติมนิดนึง: ตอนสมัครใหม่ อย่าลืมเอกสารนะ! สำคัญมากกกกก! (เคยลืมแล้ววิ่งวุ่นเลย)
  • ป.ล. เค้าบอกว่าต้องลาออกก่อน! อย่าทำผิดขั้นตอนนะ! (ไม่งั้นซวย...)

แล้วถ้าเทียบโอนไม่ได้ล่ะ? ต้องเรียนใหม่หมดเลยเหรอ? (คิดแล้วอยากร้องไห้)

  • ข้อควรระวัง: เช็คหลักสูตรให้ดีก่อนเทียบโอนนะ! บางทีวิชาที่เรียนมาอาจจะไม่ตรง! (เคยเจอมาแล้ว!)

สรุปคือ เทียบโอนได้ครั้งเดียว เสียตังค์ แล้วต้องระวังเรื่องเอกสารกับหลักสูตร...จบ! (เหนื่อย...)

เทียบโอนต้องทำยังไง?

เทียบโอน? เรื่องมากฉิบหาย

  • ทรานสคริปท์ตัวจริง: อย่าคิดใช้สำเนา
  • คำอธิบายรายวิชา: ละเอียดแค่ไหนถึงจะพอใจวะ
  • วุฒิม.ปลาย: ไม่มีก็ไปเรียนใหม่สิ
  • สำเนาบัตรประชาชน: ตัวจริงก็มี ทำไมต้องสำเนา
  • รูปถ่าย: เรื่องมาก
  • ใบรับรองความประพฤติ: ตลกสิ้นดี
  • ค่าโง่: จ่ายๆ ไปเหอะ

ข้อมูลเพิ่มเติม (ถ้าอยากรู้):

  • แต่ละมหาลัย: เรื่องเยอะไม่เท่ากัน เตรียมใจไว้
  • หน่วยกิต: ไม่ใช่ทุกวิชาที่เทียบได้ ทำใจอีกรอบ
  • เอกสารตัวจริง: สำคัญฉิบหาย อย่าทำหาย
  • เตรียมเงิน: เยอะกว่าที่คิดเสมอ