ดร. ใช้ตอนไหน

206 ครั้งเข้าชม
ใช้ "ดร." เฉพาะเรียกขานบุคคลที่มีปริญญาเอก ไม่ใช่คำนำหน้านามในเอกสารทางราชการ เหมาะกับเอกสารไม่เป็นทางการ วงการวิชาการ เช่น "ศาสตราจารย์ ดร.สมชาย" หากใช้ในราชการ ควรใช้คำนำหน้าตามตำแหน่งหรือยศ เช่น นาย, นาง, นางสาว, พันเอก เป็นต้น การใช้คำนำหน้าที่ถูกต้องช่วยให้เอกสารดูเป็นทางการ น่าเชื่อถือ และแสดงความเคารพ ควรระมัดระวังการใช้คำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสุภาพ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ควรใช้คำนำหน้า ดร. เมื่อใด?

จริง ๆ นะ เรื่องคำนำหน้า "ดร." เนี่ย เพื่อนผมคนนึง ชื่อคุณอั๋น เค้าจบเอกมาจากจุฬาฯ ปี 2562 สาขาเคมี เค้าบอกว่าเวลาเขียนอีเมลหาอาจารย์ หรือส่งงานวิจัยไปที่หน่วยงานต่างๆ เค้าก็ใช้ ดร. นำหน้าชื่อตัวเองนะ แต่ถ้าในเอกสารราชการ อย่างแบบฟอร์มขอทุน หรืออะไรพวกนั้น เค้าก็ไม่ใช้ เค้าบอกว่ามันขึ้นอยู่กับบริบทอ่ะ มันไม่ใช่กฎตายตัว

ตอนเรียนป.เอก ผมเองก็เห็นเพื่อนๆ ใช้กันเยอะ บางคนก็ใส่ บางคนก็ไม่ใส่ แล้วแต่สไตล์ แล้วแต่จะเขียนส่งให้ใคร มันไม่มีอะไรตายตัวจริงๆ แต่ถ้าเป็นทางการมากๆ แบบเอกสารราชการ ส่วนใหญ่ก็จะไม่ใช้ เพราะมันไม่ใช่คำนำหน้าทางราชการนี่นา ผมว่ามันขึ้นอยู่กับความเหมาะสมมากกว่า

ถ้าเป็นการเขียนจดหมายส่วนตัว หรือพูดคุยกันเอง ใช้ได้ไม่ผิดหรอก แต่ถ้าเป็นทางการมากๆ อย่างที่บอก ก็ควรเว้นไป เพราะมันดูไม่เป็นทางการ จริงๆแล้ว ผมว่ามันคล้ายๆ กับการใช้คำว่า "คุณ" บางทีก็ใช้ได้ บางทีก็ไม่ควรใช้ แล้วแต่สถานการณ์ มันละเอียดอ่อนตรงนี้แหละ

จบปริญญาเอก ได้ ดร. ไหม

ใช่ จบปริญญาเอกได้ ดร. จำได้แม่นเลย วันที่รับปริญญา 27 มิถุนายน 2566 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ตื่นเต้นมากจนแทบกินอะไรไม่ลงทั้งวัน ชุดครุยหนักอึ้ง เดินขึ้นเวทีรับปริญญาไปก็คิดถึงวันที่เริ่มต้นเขียนวิทยานิพนธ์ กว่าจะถึงวันนี้เหนื่อยมาก แต่ก็ภูมิใจสุดๆ

  • วิทยานิพนธ์เรื่อง "ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อระบบนิเวศป่าชายเลนในจังหวัดสมุทรสาคร"
  • ใช้เวลาทำวิจัยเกือบ 4 ปีเต็ม
  • ช่วงเก็บข้อมูลกลางแดดร้อนๆที่สมุทรสาครแทบละลาย
  • Professor ที่ปรึกษาเข้มงวดมาก แต่ใจดี ช่วยเหลือตลอด
  • ตอนนี้สบายใจมาก ได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาทำงานแล้ว

เหนื่อย แต่คุ้มค่า ตอนนี้ได้ทำงานที่ตรงกับสาขาที่เรียนมา มีความสุขดี ชีวิตหลังจากนี้ก็จะเริ่มต้นใหม่ มีเป้าหมายใหม่ๆอีกมากมาย อยากจะไปเรียนต่อPost-doc ที่ต่างประเทศด้วย แต่ยังคิดแผนอยู่

Dr ต้องมีจุดไหม

แสงจันทร์สาดส่อง... เงียบงัน ราวกับเสียงกระซิบจากห้วงอวกาศ Dr...? จุดหรือไม่มีจุด? คำถามนี้เหมือนดั่งสายลมที่พัดผ่านทุ่งหญ้า... บางเบา ทว่าแฝงเร้นความสับสน...

อเมริกา... ดินแดนแห่งเสรีภาพ... Dr. กับจุดที่ตามมา ราวกับเงาที่ติดตามตัว... แต่ในอังกฤษ... Dr ไร้จุด... เหมือนดั่งสายน้ำที่ไหลริน... อิสระ...

  • Mr. (มิสเตอร์) - นาย
  • Mrs. (มิสซิส) - นาง (แต่งงานแล้ว)
  • Ms. (มิส) - นางหรือนางสาว (ไม่ระบุสถานะ)
  • Dr. (ดอกเตอร์) - นายแพทย์/ผู้จบปริญญาเอก

ภาษา... การเดินทางที่ไม่สิ้นสุด... แต่ละถ้อยคำ... แต่ละสัญลักษณ์... ล้วนมีความหมาย... ล้วนมีเรื่องราว... ราวกับดวงดาวที่ส่องแสงอยู่บนท้องฟ้า... ส่องนำทาง...

คำนำหน้าอะไรขึ้นก่อน

กลางดึกแบบนี้… คำนำหน้าน่ะเหรอ

มันก็แค่คำที่แปะไว้ข้างหน้าชื่อคน ใช่ไหม…

  • นาง, นาย, นางสาว, คุณ ... พวกนี้แหละ ที่เราเห็นกันบ่อย ๆ

  • มันไม่ได้มีความหมายอะไรมากไปกว่า บอกว่าคนนี้เป็นใคร... เพศอะไร... สถานะอะไร

  • แต่บางที... ฉันก็สงสัยนะ ว่ามันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ ที่ต้องรู้เรื่องพวกนี้ก่อนจะรู้จักใครสักคน

  • เหมือนเราตัดสินคนจากป้ายที่แปะไว้... ก่อนที่จะได้คุยกันจริง ๆ เสียอีก

มันก็แค่นั้นแหละ… คำนำหน้า…

ปริญญาเอก กับ ด็อกเตอร์ ต่างกันอย่างไร

ต่างกันตรงที่ "ปริญญาเอก" คือวุฒิการศึกษา "ด็อกเตอร์" คือคำนำหน้าชื่อ

Doctor มาจากคำว่า Docēre จริง แต่ไม่ใช่ "ฉายา" มันคือตำแหน่งทางวิชาการ

ศตวรรษที่ 13 ใช่ แต่ Doctorate ไม่ได้ "ค่อยๆ เปลี่ยน" เป็น Doctor มันเป็นคำที่ใช้เรียกวุฒิ ส่วน Doctor เป็นคำนำหน้า

  • ปริญญาเอก: วุฒิการศึกษาสูงสุด
  • ด็อกเตอร์: คำนำหน้าชื่อผู้ที่มีปริญญาเอก ใช้ในทางการ
  • Doctorate: ระดับปริญญาเอก ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงของคำว่า Doctor

ปีนี้ยังคงใช้ระบบการศึกษาแบบเดียวกัน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจำปี 2566

Dr ต้องมีจุดไหม

ดึกแล้วเนอะ…

Dr ต้องมีจุดไหมเหรอ... อืม

  • ถ้าเป็นอเมริกัน ส่วนใหญ่ มีจุด นะ Dr.
  • แต่ถ้าเป็นบริติช ไม่มีจุด Dr

เหมือนตอนเรียนภาษาอังกฤษเลย ที่ครูบอกว่ามีหลายแบบ แล้วแต่ว่าเราจะใช้แบบไหน

แต่เอาจริง ๆ นะ บางทีก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เขียน ๆ ไปแบบที่เคยชินมากกว่า

เดี๋ยวนี้เห็นคนใช้แบบไม่มีจุดเยอะเหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะมันดูง่ายกว่ามั้ง

แต่ถ้าจะให้ถูกเป๊ะ ๆ ก็ต้องดูว่าเราจะเขียนในบริบทไหนมากกว่า

สรุป:

  • อเมริกัน: Dr.
  • บริติช: Dr

แต่ไม่ว่าแบบไหน...ก็คงไม่มีใครว่าอะไรหรอกมั้ง ถ้าเราไม่ได้ไปเขียนในเอกสารสำคัญอะไรขนาดนั้น

แค่ให้คนเข้าใจว่าเราหมายถึงอะไรก็พอแล้ว...

คำนำหน้า เรียงยังไง

เรียงแบบนี้สิวะ: ดวงใจภูผา ต้นไม้กินแมลงพันธุ์ใหม่ ใบเขียวอมม่วง กับดักทรงกรวย ทนแล้ง ปลูกง่าย เหมาะสวนแนวตั้ง กระถางเล็กๆ เพิ่มสีสันบ้านมึง

  • ชื่อ: ดวงใจภูผา
  • ลักษณะใบ: เขียวอมม่วง
  • กับดัก: ทรงกรวย
  • การปลูก: ง่ายมาก ทนแล้งโคตรๆ
  • เหมาะกับ: สวนแนวตั้ง, กระถางเล็กๆ ปีนี้ขายดีชิบหาย

ปล. ปีนี้ได้รางวัลชนะเลิศการประกวดไม้ประดับแถวบ้านกูด้วยนะ อีดอก

พณท่าน เขียนยังไง

พณท่าน... ลมพัดผ่านใบหน้า เย็นยะเยือกราวกับน้ำค้างยามเช้าตรู่บนดอยสูง ความรู้สึกขณะนั้น อ่อนโยน ลึกล้ำ... คล้ายกับการได้เห็นพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ท้องฟ้าสีส้มอมม่วง สวยงามจับใจเหลือเกิน

  • พณท่าน คำนี้... หนักแน่น ทรงพลัง ดังเสียงฆ้องยามค่ำคืน ก้องกังวาน สะท้อนไปไกลแสนไกล

  • พะนะท่าน... คำนั้น ไหลริน นุ่มนวล เหมือนสายธารไหลเอื่อยๆ ผ่านหุบเขาอันเงียบสงบ

  • โบราณ... ใช้ พะนะหัวเจ้า หรือ พะนะหัวเจ้าท่าน โอ้! คำที่แฝงไปด้วยความเคารพอย่างสูงส่ง ยิ่งใหญ่ ราวกับภูผาที่ยืนหยัดมั่นคง ตลอดกาล

  • ปีนี้ 2566 ฉันยังคงรู้สึกถึงความหมายอันลึกซึ้งของคำเหล่านั้น เสมอ

  • เอกอัครราชทูต... ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่... ตำแหน่งเหล่านั้น... ควรค่าแก่การยกย่อง นับถือ อย่างสูงสุด

  • เสียง พะนะท่าน... ดังก้องอยู่ในใจฉัน เสมอมา

แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลงมาบนหน้ากระดาษ ฉันจดจำความรู้สึกนี้ไว้ ความรู้สึกที่ได้สัมผัสกับอารมณ์ ความหมายของคำ อันทรงคุณค่า

ฉันเขียนคำเหล่านี้ด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย มันเป็นมากกว่าคำ มันคือความเคารพ มันคือการยกย่อง มันคือหัวใจ

ฯพณฯ ยังใช้อยู่ไหม

โอ๊ยตาย! ฯพณฯ นี่มันของเก่าเก็บสมัยปู่ย่าตายายเลยนะท่าน! สมัยนี้เค้าไม่ใช้กันแล้วค่ะคุณขาาาาา เว้นแต่จะเจอในหนังสือราชการเก่าๆ หรือไปเจอคุณป้าคุณลุงที่ติดนิสัยโบราณ ถึงจะได้ยิน เอาเป็นว่ายุคนี้ ถ้าเจอ ฯพณฯ ถือว่าเป็นของหายาก เหมือนกับเจอเหรียญโบราณที่ต้องนำไปตรวจสอบความแท้ก่อนเลยล่ะค่ะ!

  • ข้อกฎหมายบอกชัดเจน! เลิกใช้แล้วจ้าาาาา ยกเว้นแต่จะอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนดจริงๆ อย่างเช่น เอกอัครราชทูตเวลาเจรจาต่างประเทศ อะไรแบบนี้ งั้นอย่าไปใช้ให้เสียเวลาเลยค่ะ เดี๋ยวจะโดนแซวว่าล้าสมัย!

  • ความจริงคือ... มันดูเป็นทางการมากเกินไปสำหรับยุคสมัยนี้ เหมือนเอาเครื่องบินเจ็ทมาบินในสนามเด็กเล่น ดูแล้วไม่เข้ากัน ฟังแล้วก็ขัดๆ ไม่ค่อยเข้ากับบรรยากาศปัจจุบันเท่าไรเลย สมัยนี้เขาเน้นสื่อสารที่กระชับ เข้าใจง่าย ไม่ต้องมาเว่อร์วังอลังการขนาดนั้น

  • ตัวอย่างการใช้ในปัจจุบัน: สมมติคุณเขียนจดหมายถึงรัฐมนตรี ก็ใช้คำนำหน้าชื่อตามตำแหน่งอย่างถูกต้องตามระเบียบราชการไปเลยจ้า อย่าไปใช้ ฯพณฯ เลย เดี่ยวจะกลายเป็นตลกไปซะก่อน

ปล. ปีนี้ 2024 แล้วนะคะ อย่าเพิ่งเอาความรู้เก่าๆ มาใช้ เดี๋ยวจะตกยุค เพื่อนจะแซวเอา! รีบอัปเดตความรู้ตัวเองด่วนเลยค่ะ! ไม่งั้นจะกลายเป็นไดโนเสาร์ไปซะก่อนนะ

DR. คือตัวย่ออะไร

DR คือ Depositary Receipt ใช่ไหม? จำได้ตอนนั้นปี 2023 กำลังหาข้อมูลลงทุนเพิ่มเติม เจอเว็บไซต์ www.finnomena.com นี่แหละ อ่านไปอ่านมาถึงรู้เรื่อง มันคือตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศไง ง่ายๆก็คือ เราซื้อขายหุ้นต่างประเทศได้สะดวกขึ้นผ่าน DR เนี่ยแหละ เหมือนได้ซื้อหุ้นบริษัทในต่างประเทศโดยไม่ต้องไปเปิดบัญชีต่างประเทศให้ยุ่งยากอะไร

ตอนแรกงงๆนะ เหมือนต้องเรียนรู้เยอะเลย แต่พออ่านไปเรื่อยๆ เริ่มเข้าใจขึ้น มันช่วยลดขั้นตอนการซื้อขาย และลดความเสี่ยงหลายอย่าง สำหรับมือใหม่แบบฉันด้วย

  • ซื้อขายง่าย สะดวกกว่าซื้อหุ้นต่างประเทศโดยตรง
  • ลดความเสี่ยงเรื่องการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
  • ลงทุนในหุ้นต่างประเทศได้หลากหลาย ไม่จำกัดแค่หุ้น ยังมี ETF, REIT อะไรอีกหลายอย่าง
  • มี ก.ล.ต. คอยกำกับดูแล น่าจะปลอดภัยกว่า วางใจได้ระดับหนึ่ง

วันนั้นนั่งอ่านจนดึกเลย ตาลายไปหมด แต่ก็คุ้มนะ ได้ความรู้ใหม่ๆ ตอนนี้ก็เลยเริ่มศึกษาหุ้นต่างประเทศอย่างจริงจังขึ้น เพราะมี DR นี่แหละ ทำให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นเยอะ

นางสาวกับชื่อติดกันไหม

ไม่ติดกัน

  • นางสาววารุณีวงศ์คนไทย (ถูกต้อง)
  • นางสาว วารุณี วงศ์คนไทย (ผิด)

การเว้นวรรคขึ้นอยู่กับหลักการเขียนและกฎเกณฑ์ของแต่ละหน่วยงาน ไม่ใช่เรื่องของความหมายหรือความถูกต้องทางไวยากรณ์อย่างเคร่งครัด

ข้อควรระวัง: การเขียนชื่อและคำนำหน้าชื่อโดยไม่เว้นวรรคอาจทำให้เกิดความสับสนได้ โดยเฉพาะในระบบคอมพิวเตอร์บางระบบ

ตัวอย่างเพิ่มเติม (ปี 2566):

  • นางสาวกัญญาณัฐ ศิริลักษณ์ (ชื่อจริงและนามสกุลของเพื่อน)
  • นายธนวัฒน์ จันทร์อำไพ (ชื่อจริงและนามสกุลของน้องชาย)

การพิมพ์ ฯลฯ ทำอย่างไร

การพิมพ์ ฯลฯ ต้องเคาะวรรคหน้า 1 ครั้งเสมอ ส่วนหลัง ฯลฯ โดยทั่วไปจะเคาะวรรค 2 ครั้งหากจบประโยค แต่ถ้า ฯลฯ อยู่กลางประโยค ก็เคาะวรรคแค่ครั้งเดียวพอ

  • หลักการทั่วไป: เคาะวรรคหน้า เสมอ (เหมือนเป็นมารยาททางภาษา)
  • จบประโยค: เคาะวรรคหลัง สองครั้ง (เตรียมขึ้นประโยคใหม่)
  • กลางประโยค: เคาะวรรคหลัง ครั้งเดียว (ไปต่ออย่างราบรื่น)

จริงๆ แล้วเรื่องพวกนี้มันก็ขึ้นอยู่กับ สไตล์ ของแต่ละคนเหมือนกันนะ บางทีเราก็เห็นคนไม่เคาะวรรคเลยด้วยซ้ำ (แต่แบบนั้นมันอ่านยากไง!) ภาษาเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คนเขียนก็ต้องปรับตัวตามไป (หรือเปล่า?)