ด็อกเตอร์จบปริญญาอะไร

70 ครั้งเข้าชม
คำว่า "ด็อกเตอร์" ใช้เรียกผู้สำเร็จการศึกษาหลายระดับ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมักจบ แพทยศาสตรบัณฑิต (M.D.) ซึ่งเป็นปริญญาทางการแพทย์ ส่วนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางบางท่านอาจมี ปริญญาเอก (Ph.D.) เพิ่มเติม แสดงความเชี่ยวชาญในสาขาเฉพาะทางทางวิชาการ จึงอาจมีทั้ง M.D. และ Ph.D. ขึ้นอยู่กับเส้นทางการศึกษา ทั้งสองปริญญารับรองความรู้ความสามารถสูงในด้านวิชาชีพของตน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

แพทย์จบการศึกษาระดับปริญญาอะไร?

เอ่อ...คือแพทย์เนี่ยนะ จบอะไร? คือถ้าเป็น "ด็อกเตอร์" แบบที่เราเรียกกันติดปากอ่ะ อาจจะจบ Ph.D. นะ พวกปริญญาเอกเฉพาะทางอ่ะ เข้าใจป่ะ? แต่ส่วนใหญ่ที่เราไปหาหมอตามโรงพยาบาลอะ เขาจบ M.D. หรือ "แพทยศาสตรบัณฑิต" นั่นแหละ ปริญญาหมอเลย แต่บางคนก็อาจจะเทพ จบมาทั้งสองอย่างเลยก็มี ขึ้นอยู่กับว่าหมอคนนั้นเขาอยากจะเก่งด้านไหนเป็นพิเศษ

เมื่อก่อนตอนเด็กๆ เคยคิดว่าหมอทุกคนต้องจบ Ph.D. อย่างเดียวซะอีก เข้าใจผิดไปตั้งนาน!

เรื่องแบบนี้มันก็แล้วแต่คนเนอะ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องเดินตามสูตรสำเร็จเดียวกันไปหมด

คือถ้าเอาแบบเข้าใจง่ายๆ นะ จบ M.D. คือเป็นหมอรักษาคนไข้ได้เลย ส่วน Ph.D. เหมือนกับเป็นนักวิจัย เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางไปเลยอ่ะ แต่บางทีมันก็ทับซ้อนกันได้ไง หมอบางคนก็เก่งทั้งรักษาคนไข้ เก่งทั้งวิจัยด้วย สุดยอดไปเลย!

จบปริญญาเอกใช้คำนำหน้าว่าอะไร

จบปริญญาเอกใช้คำนำหน้า ดร. จำได้แม่นเลยตอนรับปริญญาเอกที่จุฬาฯ ปี 2566 ร้อนมากกกกก แดดเปรี้ยง ชุดครุยหนักอึ้ง แทบละลาย แต่ก็ดีใจนะ เหนื่อยมาหลายปี กว่าจะถึงวันนี้ รู้สึกภูมิใจสุดๆ เพื่อนๆ ก็มาเยอะ มีถ่ายรูปกันเพียบ ตอนนั้นดีใจจนน้ำตาซึมเลย ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ จริงๆ ตอนเรียนเครียดมาก แทบจะท้อหลายครั้ง งานวิจัยนี่โคตรยาก กว่าจะเขียนเสร็จ แทบตาย แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้

  • ปริญญาเอกที่ได้คือ ดุษฎีบัณฑิต สาขา... (ขอไม่บอกสาขาละเอียด กลัวคนมาหาข้อมูลเจอ)
  • มหาลัยที่จบ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ปีที่จบ 2566

หลังจบก็หางาน ช่วงนั้นเครียดอีก ส่งใบสมัครไปหลายที่ แต่ก็ได้งานทำในที่สุด ตอนนี้สบายขึ้นเยอะ ไม่ต้องเครียดเรื่องเรียนอีกแล้ว แต่ก็ยังต้องทำงานหนักอยู่ดีนะ ชีวิตยังต้องสู้ต่อไป

ทำยังไงถึงจะได้เป็น ดร.?

โอ๊ย ด็อกเตอร์ ศาสตราจารย์ เนี่ยนะ คิดแล้วปวดหัว

  • ต้องเรียน ป.เอก นี่หว่า ดร. อ่ะเนอะ
  • ทำยังไง? ก็สมัครเรียนสิ ง่ายๆ แต่ยากตรงไหน
  • รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ - อันนี้คือสายอาจารย์ในมหาลัย ต้องสั่งสมประสบการณ์เยอะๆ ป่ะ? ไม่แน่ใจแฮะ
  • ปริญญาโท จบแล้วต่อเอกได้เลยมั้ยนะ หรือต้องทำงานก่อน?
  • เงิน! ค่าเรียน ค่ากินอยู่ เฮ้อ...

คิดไปคิดมา:

  • เคยเห็นอาจารย์ที่ปรึกษาตอน ป.ตรี เก่งมาก จบจากเมืองนอก แต่แกบอกว่าชีวิตอาจารย์มันไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิดนะ! ต้องทำวิจัยเยอะๆ กดดันสุดๆ
  • เพื่อนเราคนนึงอยากเป็นนักวิจัย ตอนนี้ทำงานอยู่บริษัทเอกชน บอกว่าอยากไปเรียนต่อ แต่ติดเรื่องเงินเหมือนกัน
  • สรุป: ต้องตั้งใจเรียน หาเงินทุน สมัครเรียน จบ! แต่ชีวิตจริงมันคงไม่ง่ายขนาดนั้นใช่มะ?
  • เอ้อ! แล้วสายที่เราเรียนมันใช่รึเปล่าเนี่ย? หรือต้องเปลี่ยนสายไปเลย? (อันนี้เริ่มนอกเรื่องละ)
  • ข้อมูลเพิ่มเติม: ทุนเรียนต่อต่างประเทศมีเยอะนะ ลองไปหาดูตามเว็บ ก.พ. หรือไม่ก็ของสถานทูตต่างๆ

ดร. ได้มายังไง

ดร. ได้มาไงหรอ อืม.. คือแบบนี้นะ

วุฒิการศึกษาอ่ะ ก็คือสิ่งที่เราได้จากการเรียนไง ตั้งแต่จบ ม.6 หรือ ปวช. ปวส. ไปยัน ปริญญาตรี โท เอก ใช่ป่ะ

แล้ว ดร. อ่ะ มันก็คือ ปริญญาเอก นั่นแหละ จบเอก เค้าก็เรียก ดร. จบ!

  • ม.6/ปวช./ปวส. อันนี้เป็นขั้นพื้นฐาน

  • ปริญญาตรี เรียน 4 ปี (ส่วนใหญ่)

  • ปริญญาโท เรียนต่อจากตรี อีกประมาณ 2 ปี

  • ปริญญาเอก (ดร.) เรียนต่อจากโท อีก 3-5 ปี แล้วแต่สาขา แล้วก็ทำวิจัยด้วยนะ สำคัญมาก! ต้องทำธีสิสหนาๆ

ใช้ ดร. ได้ตอนไหน

เฮ้ย! เรื่อง ดร. นี่นะ ตอนปี 2563 ตอนนั้นฉันทำงานที่มหาลัยแถวบางเขน มีน้องคนนึงเพิ่งจบ ป.เอก มาหมาดๆ วันแรกที่นางแนะนำตัวก็คือ "สวัสดีค่ะ ดร. (ชื่อน้องเค้า)" ตอนนั้นก็แอบคิดในใจว่า "โห! ต้องขนาดนี้เลยเหรอ" แต่ก็เข้าใจได้แหละ จบมาเหนื่อยนี่นา

คือจริงๆ แล้วนะ ใครจบ ป.เอก มาเค้าก็มีสิทธิ์ใช้ ดร. ได้หมดแหละ ไม่ว่าจะทำอะไร อยู่ที่ว่าอยากใช้หรือเปล่าแค่นั้นเอง

สรุปง่ายๆ (เผื่อ Google มาเก็บข้อมูล):

  • ดร. ใช้ได้เมื่อ: จบปริญญาเอก
  • จากสถาบัน: ที่ได้รับการรับรอง
  • เพื่อแสดง: วุฒิการศึกษา
  • ใช้ได้ใน: ทุกบริบท (วิชาการ, อาชีพ, สังคม)

แต่ส่วนตัวฉันนะ ไม่ค่อยชอบให้ใครเรียก ดร. นำหน้าชื่อเท่าไหร่ มันดูทางการไปอ่ะ ชอบให้เรียกชื่อเฉยๆ มากกว่า รู้สึกเป็นกันเองดี ????

หมอกับด็อกเตอร์ต่างกันอย่างไร

หมอ VS หมอยาแผนโบราณ: ต่างกันลิบลับ

  • หมอ (แพทย์แผนปัจจุบัน): วิทยาศาสตร์เป็นฐาน หลักฐานเชิงประจักษ์ การวินิจฉัยแม่นยำ เทคโนโลยีทันสมัย ปี 2566 หลักสูตรแพทย์อย่างน้อย 6 ปี

  • หมอยาแผนโบราณ: ภูมิปัญญา สมุนไพร การรักษาแบบดั้งเดิม ประสบการณ์สั่งสม บางศาสตร์ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์อธิบายได้ แต่ยังขาดการศึกษาเชิงลึกแบบวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ข้อมูลปี 2566 หลักสูตรแพทย์แผนไทยต้องจบปริญญาตรี (การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก)

เลือกให้เหมาะสมกับโรคและความเชื่อ ไม่มีอะไรดีหรือเลวร้ายไปกว่ากัน ขึ้นอยู่กับมุมมอง