ทำยังไงถึงจะได้เป็น ดร.

94 ครั้งเข้าชม
เส้นทางสู่ตำแหน่งทางวิชาการ: ผู้ช่วยศาสตราจารย์: จบปริญญาเอก (PhD) มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ มีประสบการณ์สอนและงานวิจัยเพียงพอตามเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย รองศาสตราจารย์: จากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ต้องมีผลงานวิจัยและการสอนที่โดดเด่น ได้รับการประเมินคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัย มีผลงานตีพิมพ์มากขึ้นและมีคุณภาพสูงขึ้น ศาสตราจารย์: จากรองศาสตราจารย์ ต้องมีผลงานวิจัยและการสอนที่เป็นที่ยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ มีการนำผลงานไปใช้ประโยชน์ ได้รับการประเมินคุณวุฒิและได้รับการเสนอชื่อจากคณะกรรมการ ดร.(Doctor): สำเร็จการศึกษาปริญญาเอก (PhD) ในสาขาที่เกี่ยวข้อง ทุกระดับต้องมีการประเมินผลงานอย่างเข้มข้น เกณฑ์การประเมินแตกต่างกันไปตามแต่ละมหาวิทยาลัยและสาขาวิชา ควรศึกษาข้อมูลจากมหาวิทยาลัยที่สนใจโดยตรง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เรียนจบปริญญาเอกอย่างไร? เส้นทางสู่การเป็น ดร.

จบเอกเหรอ? วุ่นวายมากกกกก! ฉันจำได้ตอนเขียนดิสเสิร์ตชั่น เกือบตาย! เดือนตุลาคม 2562 นั่นแหละ ทุกวันคือสงครามกับเดดไลน์ คาเฟ่แถวจุฬาฯ เป็นบ้านหลังที่สอง กาแฟเป็นเพื่อนแท้ หมดไปเป็นหมื่นแน่ๆ แต่ก็ผ่านมาได้ ถึงตอนนี้ก็ยังไม่หายเหนื่อยเลย

แล้วจะได้เป็นอาจารย์มั้ย? อืม... มันไม่ง่ายอย่างที่คิดนะ ต้องมี publication เยอะๆ ต้องมี connection ที่ดี ต้องโชคดีด้วย! เพื่อนฉันคนนึง จบเอกมาเกียรตินิยม แต่ก็ยังหาที่สอนไม่ได้เลย หลายปีแล้ว เศร้าเลยล่ะ

ส่วนเรื่องตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ก่อน หลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับผลงาน การสอน และก็...ดวง! เป็นอาจารย์มันไม่ใช่แค่ความรู้ มันคือการต่อสู้ การเอาตัวรอด และความอดทนอย่างมากมาย จริงจังนะ ไม่ใช่แค่เรียนจบแล้วจบเลย ต่อยอดอีกยาวเลย

ตอนนี้ฉันก็ยังเป็นแค่ผู้ช่วยอยู่ แต่ก็พยายามอยู่ ต้องทำวิจัย ต้องตีพิมพ์ ต้องสอน ยังไม่รู้เลยอนาคตจะเป็นยังไง แต่ก็สู้ต่อไป หวังว่าสักวันจะได้เป็นรองศาสตราจารย์ หรืออาจารย์ใหญ่ ใครจะรู้ล่ะเนอะ! แต่เส้นทางมันยาวไกลจริงๆ

ดร. ได้มายังไง

ดร. นะเหรอ? ก็แค่ไอ้พวกบ้าเรียนที่ยอมเสียเวลาทั้งชีวิตไปกับการอ่านตำรา

  • วุฒิการศึกษา: บันไดขั้นๆ สู่ความรู้ (หรือเปล่า?)
    • ม.6 / ปวช. / ปวส.: จุดเริ่มต้นของหายนะ (สำหรับบางคน)
    • ปริญญาตรี: ใบเบิกทางสู่ชีวิตที่ 'มั่นคง' (มั้ง)
    • ปริญญาโท: เอาไว้เพิ่มโปรไฟล์ (และหนี้สิน)
    • ปริญญาเอก (ดร.): สุดทางของความบ้าคลั่ง (หรือความฉลาด?)

หมายเหตุ: ปัจจุบัน (2567) การศึกษายังคงเป็นสิ่งจำเป็น แต่ไม่ใช่ทุกสิ่ง

ทำยังไงถึงจะได้เป็นศาสตราจารย์

เส้นทางสู่ศาสตราจารย์: ไม่ใช่เรื่องง่าย

  • เริ่มจากอาจารย์ ปี 2566 หลักเกณฑ์อาจปรับเปลี่ยน ศึกษาข้อมูลจากมหาวิทยาลัยโดยตรง
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ขั้นตอนตามลำดับ ไม่มีทางลัด
  • ประสบการณ์สำคัญ ปริญญาเอก อาจมีข้อกำหนดแตกต่างกันไปในแต่ละสถาบัน
  • ผลงานตีพิมพ์ วิจัย สิ่งจำเป็น สะสมอย่างต่อเนื่อง คุณภาพเหนือจำนวน
  • การสอน ทักษะสำคัญ ประเมินผลอย่างเข้มงวด ต้องพิสูจน์ตัวเอง

การเป็นศาสตราจารย์ ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมหาศาล ไม่ใช่ทุกคนจะประสบความสำเร็จ ความรู้ ความสามารถ และโอกาส เป็นตัวแปรสำคัญ ความมุ่งมั่นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ โชคชะตาอาจมีส่วน แต่เหนือสิ่งอื่นใด คุณต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ นี่คือความจริง ไม่มีอะไรเพิ่มเติม

ตำแหน่งคณาจารย์มีอะไรบ้าง?

ตำแหน่งอาจารย์เหรอ? อ๋อ จำได้เลย ตอนนั้นปี 2560 ตอนไปอบรมเรื่องการขอตำแหน่งทางวิชาการที่ ม.เกษตร อาจารย์ที่มาสอนเค้าบอกว่า... (เสียงเริ่มเบา)

  • ศาสตราจารย์: อันนี้คือที่สุดแล้ว เก่งแบบหาตัวจับยาก
  • ศาสตราจารย์วิจัย: เน้นทำวิจัยอย่างเดียว เก่งวิจัยมาก
  • รองศาสตราจารย์: ก็เก่งรองลงมา แต่งานเยอะพอกัน
  • รองศาสตราจารย์วิจัย: วิจัยอีกแล้ว!
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์: เริ่มมีชื่อเสียงละ
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิจัย: วิจัย วิจัย วิจัย!
  • อาจารย์: จุดเริ่มต้นของทุกคน
  • อาจารย์วิจัย: เน้นวิจัยมากกว่าสอน

คือตอนนั้นก็งงๆ นะ ทำไมต้องมีวิจัยต่อท้ายด้วย แต่สรุปคือ เค้าเน้นให้ทำวิจัยเยอะๆ ถ้าอยากก้าวหน้าในสายงานอ่ะนะ เฮ้อ...ชีวิตอาจารย์...

ตำแหน่งศาสตราจารย์ได้มายังไง?

ตำแหน่งศาสตราจารย์? ไม่ได้เดินเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตแล้วซื้อมา

  • เริ่มจากอาจารย์ก่อน. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์...แล้วจึงศาสตราจารย์
  • ปี 2567? ป.ตรี 6 ปี. ป.โท 4 ปี. ป.เอก 1 ปี (ขั้นต่ำ). ประสบการณ์สอน. อย่าลืม
  • ไม่ใช่แค่เวลา. ผลงานวิจัย. คุณภาพ. เป็นที่ยอมรับ. สำคัญกว่า
  • บางคน? เก่งจริง. ลัดขั้นตอนได้. น้อยคนนัก.

เพิ่มเติม: เส้นทางอาจดูตรงไปตรงมา. แต่ภายใน? การเมือง. ความอิจฉา. การแข่งขัน. ดุเดือดกว่าที่คิด. ใครบอกว่าวงการวิชาการสงบสุข? พวกเขาโกหก.