ทํายังไงให้สมองปลอดโปร่ง

67 ครั้งเข้าชม
สมองปลอดโปร่ง เฉียบคม มีสมาธิ ทำได้ง่ายๆ ใช้สมองสม่ำเสมอ: ฝึกคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา คิดนอกกรอบ: เปิดรับมุมมองใหม่ๆ ขยับกาย: ออกกำลังกายเป็นประจำ ทานอาหารดี: เน้นผักผลไม้ ธัญพืช เครื่องดื่มมีประโยชน์: ชาเขียว กาแฟ (พอดี) เล่นดนตรี: กระตุ้นสมองซีกต่างๆ นอนเต็มอิ่ม: ฟื้นฟูร่างกายและสมอง ผ่อนคลาย: จัดการความเครียด พบปะผู้คน เสริมสร้างสมองให้แข็งแรงทุกวัน!
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีทำให้สมองปลอดโปร่ง สดชื่นแจ่มใส ทำอย่างไร?

เออ สมองปลอดโปร่งนี่นะ ฉันเองก็เคยคิดเหมือนกันว่ามันต้องทำยังไง มันไม่เหมือนกดปุ่มแล้วปิ๊งเลยใช่ป่ะ บางวันตื่นมาก็มึนๆ งงๆ ไปหมด ต้องพยายามหาทางเองตลอด

จำได้ว่าช่วงปลายปีที่แล้ว งานเข้าเยอะจนสมองล้าไปหมด เลยลองหาวิธี เออ ก็เหมือนกับที่เขาบอกๆ กันนั่นแหละว่าต้อง "ใช้สมองบ่อยๆ" ฉันเลยไปลองเรียนคอร์สออนไลน์เกี่ยวกับ Python ที่ Coursera จำไม่ได้ว่าชื่อคอร์สอะไร แต่รู้สึกเลยว่าได้ขยับเซลล์สมองเยอะดีนะ ทำให้ไม่ตื้อ

อีกอย่างคือ ฉันพยายาม "คิดให้ต่างจากเดิม" อยู่บ้าง เวลาเจอปัญหาเรื่องงานที่ไม่เคยเจอมาก่อน แทนที่จะทำแบบเดิมๆ ฉันจะลองวาด Mind Map มั่วๆ ดู หรือไม่ก็คุยกับเพื่อนสนิทที่ชื่อ "กานต์" ที่ทำงานอยู่คนละสายงานเลยนะ คุยกันที่ร้านกาแฟแถวอารีย์ วันอังคารช่วงบ่ายๆ มันช่วยให้เห็นมุมใหม่ๆ เยอะเลย

ส่วนเรื่อง "ออกกำลังกาย" อันนี้สำคัญมากสำหรับฉันนะ จำได้ว่าเมื่อเดือนมีนาคม ฉันไปวิ่งจ็อกกิ้งรอบสวนลุมฯ ตอนเช้าตรู่สักตีห้าครึ่งเกือบทุกวันเลย คือไม่ใช่แบบวิ่งเอาเหรียญนะ แค่วิ่งให้เหงื่อออก ร่างกายมันสดชื่นขึ้นมาเอง หัวก็แล่น ไม่เพลียเท่าเมื่อก่อน

แล้วเรื่องอาหารนี่ก็จริง "รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ" ฉันไม่ได้กินคลีนจ๋าอะไรหรอกนะ แต่พยายามลดหวานลดมัน แล้วก็กินผักให้เยอะขึ้น คือเมื่อก่อนชอบกินข้าวผัดกะเพราไข่ดาวทุกวัน จนท้องอืด เลยลองเปลี่ยนเป็นสลัดผักกับอกไก่บ้าง หรือแกงเลียงที่แม่ทำก็ดีต่อใจและร่างกายมาก

บางทีก็เรื่อง "เครื่องดื่ม" เหมือนกันนะ ปกติฉันชอบดื่มกาแฟดําเย็นแก้วละ 50 บาทจากร้านประจําก่อนเข้างานตอน 8 โมงเช้า แต่พอรู้ว่าคาเฟอีนเยอะไปก็ไม่ดี ก็เลยสลับกับชาเขียวบ้าง หรือบางทีก็แค่น้ำเปล่าเนี่ยแหละ ช่วยให้ร่างกายสดชื่น สมองก็รู้สึกตื่นตัวดี

เรื่อง "เล่นดนตรี" เนี่ย ฉันไม่ได้เป็นนักดนตรีอะไรหรอกนะ แต่เมื่อสองสามเดือนก่อน ได้ไปเรียนคลาสอูคูเลเล่สั้นๆ ที่เปิดสอนในห้างแถวบ้าน รู้สึกว่ามันได้ใช้สมาธิจดจ่ออยู่กับโน้ตกับจังหวะดีนะ ถึงจะเล่นไม่ค่อยเป็นเพลงเท่าไหร่ก็เถอะ แต่สมองเหมือนได้พักจากเรื่องเครียดๆ ไปแป๊บนึง

แน่นอนว่า "พักผ่อนให้เพียงพอ" สำคัญจริงๆ ฉันเคยนอนแค่ 4-5 ชั่วโมงติดต่อกันหลายวัน สมองเบลอหนักมาก ทำงานผิดๆ ถูกๆ ไปหมด จนต้องตั้งใจนอนให้ครบ 7-8 ชั่วโมงทุกคืน มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ เพราะบางทีก็ติดซีรีส์ แต่พอทำได้จริงจัง สุขภาพกายใจดีขึ้นเยอะเลย

สุดท้าย "อย่าเครียดและเข้าสังคมบ่อยๆ" ฉันว่าอันนี้แหละที่ทำยากที่สุดในยุคนี้เลย แต่ก็พยายามนะ เวลารู้สึกตึงๆ ก็จะหาเวลาไปเจอเพื่อนสมัยเรียนมัธยม นัดกินข้าวกันที่ร้านอาหารอีสานแถวลาดพร้าว เม้าท์มอยเรื่องเก่าๆ หัวเราะกันเยอะๆ มันช่วยให้สมองได้คลาย และรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมากเลยนะ

ทำไงให้หัวโล่ง

อยากให้หัวโล่งๆ ใช่ป่ะ เอาไปเลย 6 วิธีเด็ดๆ

  • ดื่มน้ำเยอะๆ: อันนี้สำคัญสุดๆ เลยนะ สมองเราต้องการน้ำอ่ะ ถ้าขาดน้ำก็เหมือนเครื่องยนต์แห้งๆ เลย

  • นอนต่ออีกนิด: ถ้าง่วงมากๆ ก็ขอนอนอีกหน่อยเถอะ ดีกว่าฝืนทำอะไรมึนๆ

  • เปิดเพลงดังๆ: หาเพลงที่ชอบๆ แบบมันส์ๆ หน่อย แล้วเปิดให้สุดไปเลย มันช่วยกระตุ้นได้ดีนะ

  • ออกกำลังกายยามเช้า: อันนี้ดีมากจริงๆ พอได้ขยับตัว เลือดมันสูบฉีด สมองเราก็สดชื่นตามไปด้วย

  • รับแดดอ่อนๆ ยามเช้า: แสงแดดตอนเช้ามันดีต่อสมองเรานะ ช่วยให้สมองมันตื่นตัว แล้วก็รู้สึกดีขึ้นด้วย ลองออกไปเดินเล่นรับแดดดู

  • อย่าดื่มกาแฟมากเกินไป: กาแฟมันช่วยปลุกนะ แต่ถ้าดื่มเยอะไป มันจะทำให้เรากระวนกระวาย ไม่โล่งนะ

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • น้ำ: การดื่มน้ำเพียงพอช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น ถ้าขาดน้ำ อาจทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า สมาธิสั้น และปวดหัวได้
  • การนอน: การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอสำคัญมากต่อการฟื้นฟูสมอง ถ้าเรานอนน้อย สมองจะทำงานได้ไม่เต็มที่
  • เพลง: เพลงสามารถส่งผลต่ออารมณ์และพลังงานของเราได้ เพลงที่จังหวะเร็วและสนุกมักจะช่วยกระตุ้นให้เราตื่นตัว
  • การออกกำลังกาย: การออกกำลังกายช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมอง ส่งผลให้สมองได้รับออกซิเจนมากขึ้นและทำงานได้ดีขึ้น
  • แสงแดด: แสงแดดอ่อนๆ ในตอนเช้าช่วยปรับนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย และส่งผลต่อการผลิตสารเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และความสุข
  • คาเฟอีน: คาเฟอีนในกาแฟสามารถช่วยเพิ่มความตื่นตัวได้ แต่หากบริโภคมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการวิตกกังวล มือสั่น และนอนไม่หลับได้

วิธีแก้สมองตัน

บางทีก็ต้องลุกนะ... ลุกไปจากตรงนี้เลย ฝืนไปก็เท่านั้น... สมองมันไม่ไปแล้วจริงๆ

เดินไปดื่มน้ำ... ไม่ใช่น้ำอัดลมหรือกาแฟนะ... น้ำเปล่าธรรมดาๆ เนี่ยแหละ ให้มันไหลไปทั่วตัว... เผื่ออะไรๆ จะดีขึ้น

ออกไปข้างนอกหน่อย... แค่ระเบียงก็ได้ ให้ลมมันตีหน้า... ให้รู้ว่ายังอยู่ตรงนี้ ยังหายใจอยู่... มันช่วยได้จริงๆ นะ

เปิดเพลง... เพลงที่ไม่มีคนร้อง... ดนตรีเฉยๆ ปล่อยให้เสียงมันพาเราไปที่อื่น ที่ที่ไม่ใช่ตรงนี้... ไม่ต้องคิดอะไรเลย

ทำอะไรที่ไม่เกี่ยวกับงานเลย... วาดรูปเล่นไปเรื่อยเปื่อย... หรือจะนอนมองเพดานเฉยๆ ก็ได้... แค่ให้สมองมันได้หยุดคิดเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ

เรื่องพวกนี้มันเป็นกลไกของร่างกายนะ... เวลาสมองมันล้า มันก็ต้องพัก

  • L-theanine (แอลธีอะนีน) สารตัวนี้เจ๋งมาก มันอยู่ในชาเขียว ช่วยให้สมองผ่อนคลายแต่ยังตื่นตัว... ทำให้เกิด คลื่นอัลฟ่า ในสมอง ซึ่งเป็นคลื่นตอนที่เราสบายๆ แต่มีสมาธิ
  • การนอนหลับให้มีคุณภาพ ไม่ใช่แค่นอนนานๆ แต่ต้องมี Deep Sleep ที่พอดี... ช่วงนี้แหละที่สมองจะกำจัดของเสียที่สะสมมาทั้งวัน... ถ้าช่วงนี้ไม่พอ ตื่นมามันก็จะเบลอๆ
  • อาหารบำรุงสมอง เรื่องจริงเลย โอเมก้า 3 จากพวกปลาทะเล หรือ วิตามินบี พวกนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ประสาท ขาดไปมันก็ทำงานได้ไม่เต็มที่
  • พักสายตาบ้าง การจ้องจอนานๆ ทำให้สมองล้าโดยไม่รู้ตัว ใช้ กฎ 20-20-20 คือมองจอ 20 นาที แล้วพักสายตามองไปไกลๆ 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที... ช่วยลดภาระสมองได้เยอะ
  • Digital Detox ปิดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็นซะ... เสียงที่เด้งมาตลอดเวลา มันดึงสมาธิเราไปทีละนิดๆ จนสุดท้ายสมองมันเหนื่อยเกินกว่าจะโฟกัสอะไรได้นานๆ

ทำไงให้สมองดีขึ้น

สมองมึง? ดูแลมันซะ.

  1. โภชนาการ. สารอาหารครบ 5 หมู่. จำไว้. พวกไขมันโคเลสเตอรอลสูง? เลี่ยงซะ. มื้อเช้าต้องกิน. สมองต้องการน้ำตาลคงที่.
  2. นอนให้พอ. สมองมึงไม่ใช่เครื่องจักร. มันต้องการพัก.
  3. ฝึกสมอง. ใช้มันบ้าง. ท้าทายมัน. เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อย่าปล่อยให้เฉื่อยชา.
  4. ออกกำลังกาย. ขยับตัวซะ. เลือดลมเดินดี. สมองก็รับออกซิเจนเต็มที่.
  5. จัดการความเครียด. ควบคุมมัน. มันคือยาพิษเงียบ. ปล่อยนาน สมองพัง.
  • โภชนาการ:

    • เน้นกรดไขมันโอเมก้า 3 (ปลาทะเล, วอลนัท). มันคือเชื้อเพลิงหลัก.
    • สารต้านอนุมูลอิสระ (ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่, ผักใบเขียวเข้ม). ปกป้องเซลล์สมอง.
    • วิตามิน B. (ธัญพืช, ถั่ว). จำเป็นต่อการทำงานเส้นประสาท.
    • ดื่มน้ำให้พอ. สมองต้องการน้ำ. อย่าลืม.
  • พักผ่อน:

    • นอนให้เป็นเวลา. ร่างกายจะปรับตัว.
    • สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม: มืด เงียบ เย็น.
    • ขาดนอนบ่อยๆ? สมองจะรวน. ประสิทธิภาพตก.
  • ฝึกสมอง:

    • หัดแก้ปริศนา. Sudoku, Crossword.
    • อ่านหนังสือ. เรียนภาษาใหม่. เปิดโลก.
    • พบปะผู้คน. พูดคุย. กระตุ้นการคิด.
  • ออกกำลังกาย:

    • แอโรบิก. วิ่ง เดินเร็ว. เลือดสูบฉีดดี.
    • ไม่จำเป็นต้องหักโหม. แค่สม่ำเสมอ.
    • ลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม. มันช่วย.
  • จัดการความเครียด:

    • หากิจกรรมผ่อนคลาย. ฟังเพลง, ทำสมาธิ, งานอดิเรก.
    • ระบุสาเหตุของความเครียด. แล้วจัดการมันตรงๆ.
    • อย่ายอมแพ้. บางครั้งต้องขอความช่วยเหลือจากมืออาชีพ.

วิธีทําให้สมองดีขึ้น

สมองดีขึ้น? ไม่ยาก

  • ใช้สมองเยอะๆ สมองเหมือนกล้ามเนื้อ ยิ่งใช้ยิ่งแข็งแรง
  • คิดนอกกรอบ อย่าซ้ำซาก มันน่าเบื่อ
  • ขยับให้เยอะ เลือดไหลเวียนดี สมองก็ทำงานดี
  • กินของดี เลือกที่บำรุง ไม่ใช่จะพัง
  • เครื่องดื่ม? เลือกให้ถูก อันไหนช่วย อันไหนทำลาย
  • เล่นดนตรี มันต้องใช้สมองหลายส่วน ไม่ใช่เล่นง่ายๆ
  • นอนให้พอ สมองก็ต้องการพัก เหมือนคน

เพิ่มเติม:

  • ออกกำลังกาย ไม่ใช่แค่ตัว แต่สมองก็ต้องการ
  • อาหาร เน้นพวกไขมันดี วิตามินต่างๆ
  • เครื่องดื่ม กาแฟก็มีประโยชน์ ถ้าไม่มากไป
  • ดนตรี ช่วยเรื่องความจำ การแก้ปัญหา
  • พักผ่อน การนอนหลับสำคัญต่อการจัดระเบียบข้อมูล
  • สังคม คุยกับคนอื่น กระตุ้นสมองได้ดี
  • ความเครียด ตัวทำลายสมองชั้นดีเลย