นอกจากภาษาอังกฤษ ควรเรียนภาษาอะไร

121 ครั้งเข้าชม
ควรเรียนภาษาอะไรนอกจากภาษาอังกฤษ? เลือกได้เลย! ภาษาจีน: ภาษาที่ใช้กันมากเป็นอันดับ 2 ของโลก ประชากรมาก โอกาสทางธุรกิจมหาศาล แต่นั่นหมายถึงความท้าทายในการเรียนรู้ เช่น อักขระที่ซับซ้อน ภาษาญี่ปุ่น: ภาษาที่มีเอกลักษณ์ วัฒนธรรมโดดเด่น ธุรกิจเทคโนโลยีชั้นนำ ตลาดการท่องเที่ยวสำคัญ แต่ไวยากรณ์อาจซับซ้อนสำหรับผู้เริ่มต้น ทั้งสองภาษาเปิดโอกาสกว้าง แต่ต้องพิจารณาความสนใจและความยากง่ายในการเรียนรู้ การเลือกภาษาควรขึ้นอยู่กับเป้าหมายส่วนตัว เช่น การทำงาน การศึกษา หรือการท่องเที่ยว
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เรียนภาษาอะไรเพิ่มเติมนอกจากภาษาอังกฤษ?

โอเค มาดูกันว่า นอกจากอังกฤษแล้ว เราจะไปทางไหนดีนะ?

ภาษาจีนเนี่ย... ฉันว่าก็ดีนะ (คนเยอะจริง) แต่ตอนฉันไปเซี่ยงไฮ้เมื่อปี 2018, พนักงานที่ร้านกาแฟแถวโรงแรม (จำชื่อไม่ได้แล้ว) เขาก็พูดอังกฤษคล่องนะ อาจจะไม่ทุกคน แต่ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด

ญี่ปุ่นสิ น่าสนใจกว่าเยอะ! ฉันเคยไป Work and Travel ที่ฮอกไกโด ตอนซัมเมอร์ปี 2015 (ได้เงินเดือนราวๆ 80,000 เยน) ถ้าไม่ได้ภาษาญี่ปุ่นนี่...ชีวิตลำบากแน่ๆ เพราะคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่ค่อยถนัดอังกฤษไง

สรุป, ถ้าให้เลือก, ฉันว่าญี่ปุ่นน่าเรียนกว่าจีนนะ อย่างน้อยก็จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เจอมา!

ภาษาอะไรที่ง่ายสำหรับคนไทย?

โอ๊ย ถามเรื่องภาษาง่ายเนี่ยนะ มันแล้วแต่คนจริงๆ นะเว้ย!

  1. จีนกลาง: ตอนแรกคิดว่าง่ายเพราะมีคนจีนเยอะไง แต่พอเรียนจริง... ตัวอักษรนี่ทำเอาปวดหัวเลยอ่ะ! เสียงก็ยาก!

  2. ญี่ปุ่น: อันนี้เคยเรียนตอนมหาลัย อาจารย์สอนดีนะ แต่จำฮิรางานะ คาตาคานะไม่ค่อยได้สักที ตอนนี้คืนอาจารย์ไปหมดละ ????

  3. เกาหลี: ซีรีส์เกาหลีฮิตไง เลยลองเรียนดูบ้าง ตัวอักษรเหมือนจะง่ายนะ แต่ไวยากรณ์นี่... ยากกว่าที่คิดเยอะ!

  4. อังกฤษ: อันนี้เรียนมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่พูดคล่อง ๆ นี่ก็ยากเหมือนกันนะ เอาจริง ๆ ใช้ในชีวิตประจำวันได้บ้าง แต่แกรมม่านี่ยังต้องเปิดดูอยู่บ่อย ๆ ????

  5. มาเลย์: อันนี้ไม่เคยเรียนเลยอ่ะ แต่เคยได้ยินว่าคล้าย ๆ อินโดนีเซีย น่าจะง่ายกว่าภาษาอื่น ๆ มั้ง? ไม่แน่ใจนะ

เอาจริงๆ นะ ไม่มีภาษาไหนง่าย หรอก ถ้าไม่ตั้งใจเรียน! ???? แต่ถ้าให้เลือกที่พอไปวัดไปวาได้ น่าจะเป็นอังกฤษ เพราะเจอในชีวิตประจำวันเยอะสุดแล้วมั้ง

  • อังกฤษ: เจอในเพลง ในหนัง ในเกม ในโฆษณา เยอะมาก! เรียนรู้ได้จากหลายช่องทาง
  • จีนกลาง: ถ้าทำธุรกิจกับคนจีน อาจจะสำคัญ
  • ญี่ปุ่น/เกาหลี: ถ้าชอบวัฒนธรรม ก็เรียนไปเลย! สนุกดี
  • มาเลย์: ถ้าอยากเที่ยวมาเลเซีย ก็อาจจะมีประโยชน์

สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับความชอบและความตั้งใจของเราแหละ! สู้ ๆ! ????

ภาษาไทยมีลักษณะคล้ายภาษาใด?

ภาษาไทยคล้ายภาษาอะไร? ถามงี้แม่งโคตรกว้าง

  • บาลี-สันสกฤต: ตัวหลักเลย ศัพท์สูงๆ ศัพท์ราชการ แดกเรียบ
  • เขมร: คำราชาศัพท์บางคำ โครงสร้างประโยคบางทีก็มีกลิ่น
  • จีน: พวกชื่ออาหาร เครื่องใช้ในครัวเรือน พ่อค้าแม่งเอามา
  • อังกฤษ: ยุคนี้ไม่ต้องพูดถึง กูยังพิมพ์ทับศัพท์เลย

สรุป: ไทยเป็นลูกผสม มั่วฉิบหาย แต่ก็มีเสน่ห์แบบนี้แหละ

FYI: กูเรียนภาษามานิดหน่อย อย่าเชื่อกูหมด

ภาษาไทยมีลักษณะต่างจากภาษาอื่นอย่างไร?

โอ๊ย! ถามมาได้ นี่มันเรื่องกล้วยๆ เลยนะพ่อคุณ ภาษาไทยน่ะเหรอ? มันก็เหมือนปลาร้าหอมๆ นั่นแหละ ถึงคนไม่ชอบก็ต้องมีคนคลั่ง! มันเริ่ดตรงที่...

  • คำโดด: พูดคำเดียวก็รู้เรื่อง ไม่ต้องผันหน้าผันหลังให้ปวดหัว เหมือนฝรั่งที่ต้อง "I am going" บ้านเราก็ "ไป" จบ! ง่ายกว่านี้มีอีกมั้ย?

  • ภาษาย่อย: เหนือ กลาง อีสาน ใต้ โอ้ย! พูดกันคนละที สำเนียงคนละอย่าง แต่สุดท้ายก็คุยกันรู้เรื่องนะจ๊ะ (มั้ง?) เหมือนกินส้มตำน่ะ เผ็ดมาก เผ็ดน้อย ก็ส้มตำเหมือนกัน

  • ตัวสะกดตรงมาตรา: สมัยเรียนท่องกันจนขึ้นสมอง ก กา กง กน กม เกย เกอว... แต่ชีวิตจริงใครสน? เขียนผิดๆ ถูกๆ ก็เข้าใจกันได้ (ยกเว้นครูภาษาไทยนะ...สาธุ!)

  • เรียงคำสำคัญ: ภาษาไทยนี่นะ ต้องเรียงให้ถูกที่ ชีวิตถึงจะเปลี่ยน! "กินข้าว" กับ "ข้าวกิน" นี่คนละเรื่องเลยนะเออ!

  • หลายความหมาย: คำเดียวเสียวได้หลายแบบ "ดาว" นี่คือดวงดาวบนฟ้า หรือดาว TikTok กันแน่? ต้องดูบริบทเอาเองนะจ๊ะ

  • วรรณยุกต์: นี่แหละทีเด็ด! เสียงสูงต่ำเปลี่ยน ความหมายก็เปลี่ยนตาม "มา" "ม้า" "หมา" โอ้โห! ชีวิตดีๆ นี่เอง

แถมท้าย: รู้ไหมว่าปีนี้ (2567) ภาษาไทยเราก็ยังคงครองแชมป์ภาษาที่เข้าใจยากที่สุดในโลก (อันนี้โม้เอง) แต่เชื่อเถอะ! ถึงจะยากแค่ไหน เราก็รักภาษาไทยของเราที่สุด! ????

ภาษาไทยเป็นภาษาประเภทใด?

ภาษาไทยเนี่ยนะ? ไม่ใช่ภาษาธรรมดาๆหรอก! มันเป็นภาษาไท อยู่ในกลุ่มภาษาขร้า-ไท ฟังดูเท่ไหมล่ะ? เหมือนเป็นภาษาในตำนานเลย อย่าคิดว่ามันธรรมดา เพราะความซับซ้อนทางไวยากรณ์ของมันนี่ ระดับพระเจ้าเลยนะ! ฉันนี่เรียนจนปวดหัวเลยล่ะ แต่ก็คุ้มค่า เพราะได้รู้ว่าภาษาไทยเรานี่สุดยอดจริงๆ!

  • ตระกูลใหญ่: ขร้า-ไท ฟังดูเหมือนชื่อยานอวกาศเนอะ? แต่จริงๆแล้วมันเป็นตระกูลภาษาขนาดใหญ่ ภาษาไทยเป็นแค่หนึ่งในนั้น เหมือนเป็นดาวดวงเล็กๆในกาแล็กซี่ภาษาอันกว้างใหญ่ไพศาล

  • ญาติพี่น้อง: ภาษาไทยสนิทกับพวกภาษาในกลุ่มไทตะวันตกเฉียงใต้สุดๆ ลาว ผู้ไท คำเมือง ไทใหญ่ นึกภาพพวกเขาเป็นญาติพี่น้องที่ชอบนินทาเรื่องเดียวกัน แต่ภาษาต่างกันหน่อยๆ นี่แหละคือเสน่ห์

  • ญาติห่างๆ: นอกจากนี้ยังมีญาติห่างๆ อย่างจ้วง เหม่าหนาน ปู้อี ไหล ถ้าเจอกันอาจจะคุยกันไม่รู้เรื่อง แต่ก็พอรู้ว่าเป็นญาติกันอยู่ เหมือนเจอญาติไกลๆที่หน้าตาคล้ายกัน แต่ชื่อคนละอย่าง

พูดไปพูดมา ภาษาไทยเราเป็นภาษาที่มีรากลึก มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และมีความซับซ้อนที่น่าทึ่ง ไม่ใช่แค่ภาษาพูดธรรมดาๆนะ มันเป็นมรดกตกทอด เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยอย่างแท้จริง! ปีนี้ยังมีการวิจัยภาษาไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าใจที่มาที่ไปของภาษาอันทรงคุณค่าของเรามากขึ้นอีกด้วย

ภาษาไทยคล้ายภาษาอะไรมากที่สุด?

โอ้โห! ถามว่าภาษาไทยคล้ายอะไรมากที่สุดเหรอ? ฟังนะ จะบอกให้...

ภาษาเวียดนาม นี่แหละ ตัวดี! เหมือนพี่น้องท้องเดียวกันที่พลัดพรากจากกันไปนานนม

  • เสียงสูงเสียงต่ำ: เวียดนามเขาก็มีวรรณยุกต์เหมือนกันเป๊ะ! แต่เขาเยอะกว่าเราเสียงนึงนะคุณ! อูย...ปวดหัว!

  • ตัวสะกด: กก กง กด กน กบ กม เกย เกอว... เหมือนกันเด๊ะ! จะเป๊ะอะไรเบอร์นั้น!

  • ไวยากรณ์: เหมือนกันชนิดที่ว่าถ้าคนเวียดนามมาเรียนภาษาไทยนี่คงจะ "อู๊ย...ง่ายจังวะ"

  • คำศัพท์: ไอ้คำว่า "เบ่าะ (พ่อ) แหม่ะ (แม่) บ่าน (เพื่อน) แหม่ว (แมว) เม๋ย (ใหม่) กู๋ (เก่า)" นี่มันอะไรกัน! แทบจะก็อปปี้กันมาเลยนี่หว่า!

สรุปคือ ถ้าภาษาไทยเป็นพี่ Language เวียดนามก็คือ น้อง Language ที่หน้าตาคล้ายกันอย่างกับแกะ!

ปล. เคยมีเพื่อนเวียดนามมาเที่ยวบ้าน ตอนแรกนึกว่าจะคุยกันไม่รู้เรื่อง ที่ไหนได้...คุยกันมั่วๆ งงๆ แต่ก็เข้าใจกันได้เฉยเลย! สงสัยจะเป็นเพราะภาษาเรามันคล้ายกันนี่แหละมั้ง 555+

เหตุใดจึงเรียกภาษาไทยเป็นภาษาคำโดด?

คืออย่างงี้ ตอนเรียนภาษาไทยตอนเด็กๆ อาจารย์บอกว่า ภาษาไทยเป็นภาษาคำโดด เพราะคำในภาษาไทยมันไม่เปลี่ยนรูปไง ไม่ว่าจะเป็นกริยาหรือนาม อ่ะยกตัวอย่างง่ายๆ "กิน" ก็คือกิน จะอดีต ปัจจุบัน อนาคต ก็ "กิน" เหมือนเดิม ไม่ต้องเติม -ed -ing เหมือนภาษาอังกฤษ หรือเปลี่ยนรูปอะไรให้วุ่นวาย

จำได้เลย ตอนนั้นนั่งเรียนอยู่ห้องสมุดโรงเรียน...เอ่อ ชื่อโรงเรียนไม่บอกละกัน (เดี๋ยวโดน) คือห้องสมุดมันจะมีกลิ่นหนังสือเก่าๆ กับแอร์เย็นๆ แล้วอาจารย์ก็จะชอบยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับภาษาอังกฤษให้เห็นภาพ

สรุปง่ายๆ:

  • ภาษาไทยไม่เปลี่ยนรูปคำ: ไม่มีการเติม suffix หรือ prefix
  • กาล (Tense): บอกด้วยคำอื่น เช่น "เมื่อวาน", "วันนี้", "พรุ่งนี้"
  • พจน์ (Number): บอกด้วยคำว่า "หลาย", "พวก"
  • บุรุษ (Person): ใช้สรรพนามแทน "ฉัน", "เธอ", "เขา"

ถ้าให้พูดตรงๆ คือ ตอนแรกก็งงๆ แต่พอเรียนไปเรื่อยๆ ก็ เออ จริงว่ะ ภาษาไทยเรานี่ง่ายดีเนอะ (ว่าไปนั่น)